สู่วิถีอมตะ - บทที่ 104 สถานการณ์พลิกผันรวดเร็ว
บทที่ 104 สถานการณ์พลิกผันรวดเร็ว
“ร่างเทวะวิหคอมตะจะมาหรือ? เช่นนั้นก็ข้าเอง”
เด็กหนุ่มร่างเพรียวสูงผู้หนึ่งเดินออกมา
ทันทีที่เขาเหยียบลงสู่สมรภูมิ หนึ่งเปลวเพลิงผลาญก็อาบโอบทั่ว ฟ้ าดิน ย้อมท้องนภาแดงโร่
หนึ่งภาพฉายวิหคสีแดงตัวหนึ่งปรากฏขึ้นเบื้องหลัง ส่งแรง กดดันยากหายใจสู่ปวงชน
ม่านตาของหมิงเฉินหดตัว “หงสาชาด!”
ภาพฉายหงสาชาด หนึ่งในสี่มหาสัตว์เทพ!
หงสาชาดครอบครองหนึ่งในเปลวเพลิงอันน่าสะพรึงกลัวที่สุดใน โลกหล้า ขอเพียงปะทุขึ้นก็ยากดับลง
เด็กหนุ่มร่างเพรียวสูงยิ้มให้อวิ๋นหวง “บรรพชนของข้าผนวก โลหิตหงสาชาดเข้ากับตัว ได้รับอ านาจสัตว์เทพมา เราสองคน เหมาะสมกันยิ่ง ต้องได้บุตรแข็งแกร่งกว่านี้แน่”
“ยอมแพ้เสียเถิด มาเป็ นคู่บ าเพ็ญของข้า แล้วเจ้าจะมีโอกาสรอด มิเช่นนั้นก็จะเหลือเพียงธุลี”
สีหน้าของอวิ๋นหวงเย็นชา ไร ้วาจาพร่าเพรื่อ ใช ้ภาพฉายวิหค อมตะเข้าจู่โจมทันที
เด็กหนุ่มร่างเพรียวสูงส่ายหัว “ดื้อด้าน ตัวข้าก็ผสานโลหิตสัตว์ เทพหนึ่งหยดกับตัวเอง เจ้าจะมาเทียบอะไรข้าได้?”
หงสาชาดปลดปล่อยเพลิงอันน่าสะพรึงกลัวเข้าปะทะ
คลื่นความร ้อนชวนขนลุกกวาดกระหน่าทั่วแดนดิน สองเปลว เพลิงปะทะสาดกระเซ็น ประกายร ้อนแรงแผดผลาญหยดลงบนแผ่น ศิลาปูพื้น หลอมละลายมันเป็ นรูในพริบตา
ไม่ว่าจะเป็ นอัจฉริยะทั้งหลาย หมิงเฉินหรือเฉินเจิ้น ทุกคนล้วนมี สีหน้าเคร่งเครียด
คนทั้งสองมีความสามารถพิเศษ หากไม่ตกตายไปเสียก่อน ภาย หน้าจะแข็งแกร่งอย่างยิ่งแน่
ด้วยพลังต่อสู้ปัจจุบันของหนุ่มสาวทั้งสอง ก็ทาให้ผู้ฝึ กตน ขอบเขตจินตานเลี่ยงหนี มิยอมสัมผัสเพลิงเหล่านี้ตรง ๆ ได้แล้ว
ภาพฉายของวิหคเพลิงและหงสาชาดปะทะกันอย่างดุเดือด ขณะ ที่อวิ๋นหวงและเด็กหนุ่มร่างเพรียวสูงก็ใช ้เคว็ดวิชาโจมตีกันมิอยู่นิ่ง
เปลวเพลิงเคลื่อนผ่านที่ใด หย่อมหญ้าล้วนกลายเป็ นเชื้อเพลิง แผดผลาญ
การโจมตีของทั้งสองกระทบตาหนักร ้าง ทาให้ตาหนักซึ่งเดิม ทรุดโทรมถล่มลงหลอมสู่อัคคี
“สตรีนางนี้ไม่เลวเลย นางควรเป็ นสัตว์เลี้ยงของข้า ช่างน่า เสียดาย”
เด็กหนุ่มผมสีน้าเงินซึ่งยืนข้างเฉินเจิ้นจ้องมองอวิ๋นหวงเขม็ง
เฉินเจิ้นกล่าวยิ้ม ๆ “ขอเพียงต้าเซี่ยถูกทาลาย ต้องการหญิงใด ก็ย่อมได้”
เด็กหนุ่มผมสีน้าเงินเขม่นตามองเฉินเจิ้น “เจ้าโง่ สายเลือดเทวะ วิหคอมตะเกิดเพียงหนึ่งทุกพันปี ต้องเป็ นเอกลักษณ์ไร ้ใดเทียมเช่นนี้ จึงเรียกได้ว่าของดี”
เฉินเจิ้นถูกด่า ทว่าก็ทาเพียงเปลี่ยนสีหน้า มิได้โต้แย้งเด็กหนุ่มผู้ นั้น สายตาของเขาจ้องมองสมรภูมิต่อไปอย่างร ้อนใจน้อย ๆ
“ไม่รู ้เลยว่าหงสาชาดหรือวิหคอมตะจะคว้าชัยกันแน่”
“ต้องหงสาชาดแน่อยู่แล้ว เพราะถึงอย่างไร เขาก็เรียนเคล็ดวิชา ของหงสาชาดมา ต่อให้เป็ นยอดฝีมือขั้นปลายขอบเขตจินตาน เขา ก็ฆ่าได้ในชั่วเสี้ยวลมหายใจ”
เด็กหนุ่มผมสีน้าเงินรู ้จักเด็กหนุ่มผู้มีสายเลือดหงสาชาดใน สมรภูมิเป็ นอย่างดี และกล่าวยืนยันออกมาเช่นนั้น
ได้ยินเช่นนี้ เฉินเจิ้นก็วางใจ รอยยิ้มเจิดจรัสขึ้นทุกขณะ
เกาะเทวะก าลังจะเป็ นของพวกเขาแคว้นหลิงไถ!
หากได้เกาะเทวะมา ก็อาจได้ปริศนาบรรลุเซียนจากมันด้วย!
และการฝึกฝนของเขาก็จะพัฒนา ได้อายุขัยมากกว่านี้
ท้องนภาถูกโลมเลีย แดงฉานด้วยเปลวเพลิง บริเวณรอบข้างระอุ ร ้อนเกินทนไหว
ผู้ชมทั้งสองฝ่ายต่างล่าถอยไปร ้อยจั้งเพื่อกันลูกหลง
“เวร! เจ้ามีฝีมือกว่าที่รู ้อีก”
เด็กหนุ่มผู้มีสายเลือดหงสาชาดถูกอวิ๋นหวงเผาลวกหน้า ใบหน้า ของเขาดาคล้า
เดิมที เขาไม่คิดใช ้เคล็ดวิชาหงสาชาด เพราะถึงอย่างไร วิชานี้ก็ สิ้นเปลืองพลัง สูบปราณกันเกินไป
แต่ยามนี้ หากไม่ใช ้มัน ก็อย่าหวังเอาชนะสตรีผู้นี้ไปได้เลย
เขาและภาพฉายหงสาชาดสูดหายใจเฮือก เพลิงและอุณหภูมิ ร ้อนจัดในฟ้ าดินล้วนถูกสูบสิ้น
กฎแห่งอัคคีอันน่าสะพรึงกลัวพลุ่งพล่านล้อมกาย
สีหน้าของอวิ๋นหวงพลันแปรเปลี่ยน อีกฝ่ายใช ้กฎเกณฑ์ได้!
นี่ต้องเป็ นเคล็ดวิชาร ้ายแรงแน่นอน!
แต่แทนที่จะหลบ อวิ๋นหวงกลับเพิ่มความเร็วพุ่งเข้าใส่ คิดสกัด การโจมตีของอีกฝ่ายล่วงหน้า
แต่ความเร็วของอีกฝ่ ายสูงส่งอย่างยิ่ง จึงไม่มีการเปลี่ยนแปลง มากนัก
ขณะที่อวิ๋นหวงกาลังจะประชิดเบื้องหน้าตนได้อยู่นั้น เพลิงอันน่า สะพรึงกลัวก็ถูกพ่นจากปากของเด็กหนุ่มผู้มีสายเลือดหงสาชาด กระทบร่างของอวิ๋นหวง ผลาญเผารุนแรงราวหลอมทาลายได้ทุกสิ่ง!
ร่างของอวิ๋นหวงถูกเพลิงอันน่าสะพรึงกลัวนี้เสียบเข้าใส่!
ต าแหน่งหัวใจของนางถูกทะลวง
“พี่หญิงอวิ๋นหวง!” เมิ่งจิงแผดเสียงอย่างเศร ้าใจ น้าตาคลอเบ้า
นางเสียใจนัก เสียใจที่ก่อนหน้านี้ไม่ตั้งใจฝึกฝน
ยามนี้ นางทาได้เพียงมองสหายตกตายทีละคน
เด็กหนุ่มร่างเพรียวสูงหยุดเคล็ดวิชา ใบหน้าเผยรอยยิ้มกว้าง
“ข้าชนะแล้ว”
ร่างเวทะวิหคอมตะบ้าบออะไร มีหรือจะเทียบหงสาชาดได้
“โอ้”
อวิ๋นหวงพลันอ้าปากตอบรับ ในมือปรากฏดาบเพลิงทมิฬเล่ม หนึ่ง
นางสะบัดมือรวดเร็ว ปาดเข้าใส่ศีรษะคู่ต่อสู้
เด็กหนุ่มร่างผอมเพรียวคิดต้านรับ ทว่าปราณในกายเหือดสลาย ไปกับวิชาเมื่อครู่แล้ว จึงไร ้สามารถป้ องกัน
ศีรษะนั้นกระเด็นสูง
ก่อนสติของเด็กหนุ่มร่างเพรียวจะดับวูบ เขาก็พบว่าหัวใจ ของอวิ๋นหวงที่ตนแทงทะลุไปกาลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
“ทาไมเจ้า… นั่นสินะ… วิหคอมตะ… เกิดใหม่จากอัคคี……”
ในวาระสุดท้าย ในที่สุดเด็กหนุ่มร่างเพรียวก็เข้าใจว่าเหตุใดอีก ฝ่ายจึงตอบโต้ได้
แต่น่าเสียดายที่สายไปแล้ว
ความสามารถอันน่าสะพรึงกลัวที่สุดของวิหคอมตะมิใช่เปลว เพลิง
แต่เป็ นความสามารถฟื้นฟู
แต่การฟื้นตัวจากบาดแผลถึงตายนั้นทาร ้ายร่างกายเป็ นอย่างยิ่ง
แต่ด้วยวิธีนี้ เพื่อแลกกับชัยชนะ อวิ๋นหวงคิดว่าคุ้มค่าแล้ว
อวิ๋นหวงโซเซกลับมา
เมิ่งจิงรีบเข้าไปพยุง
หมิงเฉินรีบส่งโอสถฟื้นบาดแผลระดับสูงให้ “ลาบากเจ้าแล้ว”
สู้จนตายไปหลายคน สุดท้ายจึงชนะได้หนึ่งศึก ไม่รู ้จากนี้จะ ยากล าบากเพียงไร
“ที่เหลือ ฝากทุกคนแล้ว”
อวิ๋นหวงผู้อ่อนแรงกลืนโอสถเข้าไป นาศิลาอัคนีทมิฬออกมาดูด ซับพลังอัคคีฟื้นฟูกาย
ภาระบาดเจ็บนี้ทาให้นางไม่อาจต่อสู้ไปได้อีกหลายเดือน
“เราพ่ายเสียนี่!”
ใบหน้าของเฉินเจิ้นเผยเค้ากังวลวูบหนึ่ง
“รีบร ้อนไปไย มีข้าอยู่ที่นี่ จะพ่ายได้อย่างไร?” เด็กหนุ่มผมแดงผู้ หนึ่งกล่าวเบา ๆ
เฉินเจิ้นหันมองเด็กหนุ่ม ความกังวลบนใบหน้าเลือนหาย นั่นสิ มีเด็กหนุ่มผู้นี้อยู่ จะพ่ายได้อย่างไร
“หนนี้ข้าไปเอง!”
เด็กหนุ่มร่างสูงหกฉื่อครึ่งผู้หนึ่งก้าวออกมายังสมรภูมิด้วยฝีเท้า หนักอึ้ง เผยปราณโลหิตทรงพลังเยี่ยงเตาหลอม
“หนนี้ข้าเอง”
สีหน้าของจินหลินเคร่งขรึมเป็ นอย่างยิ่ง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ ายเป็ นผู้ ฝึกกายา เขาก็พร ้อมก้าวออกไป
คนกลุ่มนี้แข็งแกร่งมาก ไม่รู ้ว่าเจ้าคนร่างสูงใหญ่นี่จะเป็ นสัตว์ ประหลาดประเภทไหน เขาต้องสละเลือดทันที มิใช่เพื่อโค่นล้ม แต่ เพื่อให้อีกฝ่ายเสียสมรรถนะต่อสู้และลากการต่อสู้ให้ยืดยาว
ขณะที่จินหลินกาลังจะลงมือ หนึ่งเสียงตะโกนพลันดังขึ้นจากบน ฟ้ า
“เจ้าแคว้น ข้าพาคนมาแล้วขอรับ!”
ผู้คนมองขึ้นตามเสียงอย่างงุนงง
แล้วก็พบผู้ฝึกตนคนหนึ่งยกตัวชายในชุดเกราะยืนอยู่
ขณะที่คนอื่น ๆ สับสน สีหน้าของเจียงผิงอันและเมิ่งจิง แปรเปลี่ยนอย่างมหันต์
“ท่านอาเมิ่ง!”
“ท่านพ่อ!!”
ผู้ที่ถูกจับตัวไว้ มิใช่ใครอื่นนอกจากเมิ่งโค่ว!
ทุกคนในต้าเซี่ยหัวใจสะท้าน
จบสิ้นแล้ว เกิดเรื่องแล้ว
“ฮ่า ๆ” เฉินเจิ้นหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะหันไปกล่าวกับเจียง ผิงอัน”
“ไอ้หนู ของกานัลจากข้าเป็ นที่น่าพอใจหรือไม่?”
นี่คือของขวัญที่เขาบอกเจียงผิงอันในก่อนหน้านี้
หมิงเฉินเดือดดาลสุดขีด จิตสังหารทะลักล้นออก “โจรเฒ่าเฉิน! เจ้าผิดกฎซึ่ง ๆ หน้าเลยนะ!”
ที่บอกว่าผิดกฎนี้หาใช่กฎการประลองไม่ แต่เป็ นกฎศึกระหว่าง สองแผ่นดิน
ในสมรภูมิ ภาพรวมคือให้ขอบเขตเดียวกันประชันกัน
จุดประสงค์ของมันก็เพื่อป้ องกันการลอบสังหารอันวุ่นวาย
ยกตัวอย่าง สัตว์ประหลาดเฒ่าขอบเขตแปรเทวะไปลอบสังหาร ทายาทราชวงศ์ของแคว้นหลิงไถได้หรือไม่?
แน่นอน ไม่มีผู้ใดหยุดเขาได้เลย
ดังนั้นเพื่อป้ องกันการลอบสังหารอันอลหม่านเช่นนี้ แม้สองฝ่ าย จะประชัน พวกเขาก็ยังต้องต่อสู้กันอย่างสมเหตุสมผล สมน้าสมเนื้อ ที่สุดเท่าที่ทาได้
หาไม่ สถานการณ์จะจมดิ่งสู่ความบรรลัย ยอดฝี มือสองฝ่ าย ลอบสังหารอัจฉริยะและทายาทกันไปมา
แต่ยามนี้ แคว้นหลิงไถส่งยอดฝีมือไปจับตัวเมิ่งโค่ว!
เห็นได้ชัดว่ากฎอันไม่เป็ นลายลักษณ์อักษรนี้ถูกละเมิด เปิดฉาก ความบรรลัยออกมาแล้ว
“ฮ่า ๆ เพื่อเกาะเทวะ กฎจะมีไม่มีก็ช่างหัวมัน ไม่ว่าอย่างไร ทายาทของข้าก็ถูกส่งไปสู่ต้าฉู่หมดแล้ว มีปัญญาก็ไปลอบสังหารได้ ทุกเมื่อเลย ฮ่า ๆ~”
เฉินเจิ้นหากลัวสักนิดไม่ ทายาทของเขาซ่อนอยู่ในต้าฉู่ ปลอดภัยเป็ นอย่างยิ่ง
ใบหน้าผอมซูบเฒ่าชราของเฉินเจิ้นยามยิ้มแย้มดูบูดเบี้ยวน่า สะพรึงกลัวนัก
เขาจิกหัวเมิ่งโค่วขึ้น “ขอเพียงเจียงผิงอันกับเมิ่งจิงกล้าขยับ ขยะ นี่ตายแน่!”