ศิษย์ข้าอ่อนแอ? แต่ข้าได้รางวัลโกงโลก - บทที่ 238 สังหารเจ้าเกาะ แล้วจากไปอย่างลอยนวล
- Home
- ศิษย์ข้าอ่อนแอ? แต่ข้าได้รางวัลโกงโลก
- บทที่ 238 สังหารเจ้าเกาะ แล้วจากไปอย่างลอยนวล
ทั่วทั้งเกาะที่ห้าตกอยู่ในความเงียบงันวังเวง จนแทบจะได้ยินเสียงเข็มตกกระทบพื้น
ริมฝีปากของเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรเกาะเชียนไห่นับไม่ถ้วน ต่างอ้าค้างด้วยความตื่นตะลึงจนวิญญาณแทบหลุดลอยออกจากร่าง
ตัดทำลายฝ่ามือของบรรพชนพันเกาะจนสลาย, สังหารยอดฝีมือระดับจินตานในพริบตาไปนับสิบ, มิหนำซ้ำยังผ่าแยกขุนเขาขนาดมหึมาจนขาดเป็นสองท่อน...
อานุภาพทำลายล้างระดับนี้… คือคลื่นปราณกระบี่ที่ฟันออกมาโดยระดับหยวนอิงจริงๆ หรือนี่??
“ระดับหยวนอิง… สมกับเป็นขุมพลังอันยิ่งใหญ่จริงๆ!”
จางอวิ๋นสัมผัสถึงพลังปราณที่เปี่ยมล้นและพลุ่งพล่านอยู่ในกายเนื้อ มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยด้วยความพึงพอใจ ก่อนที่สายตาอำมหิตจะล็อคเป้าไปที่เจ้าเกาะเชียนไห่
“เช่นนั้น… ก็เอาเจ้ามาเป็นเครื่องสังเวยฉลองการเลื่อนระดับของข้าก็แล้วกัน!”
“แย่แล้ว!”
เมื่อสบเข้ากับสายตาคู่นั้น เจ้าเกาะเชียนไห่หน้าถอดสี ความรู้สึกหวาดผวาราวกับถูกสัตว์อสูรดึกดำบรรพ์จ้องมองแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย
เปรี้ยง!
ยังไม่ทันจะได้ขยับตัวโคจรพลังป้องกัน ก็เห็นเงาร่างสายหนึ่งพุ่งสวนมาดุจสายฟ้าฟาด พร้อมกับพกพาแรงกดดันอันน่าสยดสยองจนเขาแทบหายใจไม่ออก
ตูม!
ผู้คนในเหตุการณ์เห็นเพียงมวลอากาศกลางเวหากระเพื่อมไหวจนเกิดเสียงระเบิดกัมปนาท จากนั้นร่างร่างหนึ่งก็พุ่งดิ่งลงมาประดุจลูกอุกกาบาตทลายปฐพี กระแทกร่างเจ้าเกาะเชียนไห่อัดกระแทกลงไปในพื้นดินของเกาะที่ห้าอย่างจัง จนเกาะทั้งเกาะสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น!
พื้นดินแตกร้าวเป็นหลุมลึกขนาดมหึมากว้างหลายสิบเมตร ฝุ่นควันตลบอบอวล
“ทะ… ท่านเจ้าเกาะ??”
เมื่อมองเห็นสภาพของเจ้าเกาะเชียนไห่ที่ร่างกว่าครึ่งจมฝังอยู่ในดิน ใบหน้าถูกซัดจนบิดเบี้ยวผิดรูป โลหิตไหลอาบ เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรเกาะเชียนไห่ต่างอ้าปากพะงาบๆ ด้วยความช็อกสุดขีด
นี่ไม่ได้ล้อกันเล่นใช่หรือไม่?
ท่านเจ้าเกาะผู้เป็นถึงระดับแปลงเทพขั้นสูงสุด ผู้ปกครองน่านน้ำแห่งนี้ ถึงกับโดนระดับหยวนอิงซัดหมัดเดียวจอดเนี่ยนะ!!
“ไอ้สารเลว!!”
บรรพชนพันเกาะได้สติกลับมาในวินาทีนี้ เขาโกรธจัดจนหนวดเครากระดิกชี้ชัน
ตูม!
กลิ่นอายแห่งมหาสมุทรเข้มข้นระเบิดออกจากร่าง พลังลมปราณพุ่งสูงขึ้นเสียดฟ้า บอลพลังงานสีน้ำเงินเข้มขนาดสิบกว่าเมตรก่อตัวขึ้นในฝ่ามือ หมายจะบดขยี้ศัตรูให้แหลกลาญ
กำลังจะขว้างออกไป แต่จู่ๆ เขาก็สูญเสียเป้าหมาย
“รัตติกาลมาเยือน!”
สิ้นเสียงเย็นเยียบ พื้นที่ที่จางอวิ๋นและเจ้าเกาะเชียนไห่อยู่ ณ ขณะนั้น จู่ๆ ก็ถูกความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้งเข้าปกคลุมจนมิด มองไม่เห็นสิ่งใด
“อาณาเขต?”
บรรพชนพันเกาะชะงักงันด้วยความตกตะลึง
ในฐานะผู้บำเพ็ญเพียรที่ก้าวเท้าข้างหนึ่งเข้าไปสู่ระดับเหลียนซวีแล้ว ไม่มีใครรู้เรื่อง ‘อาณาเขต’ ดีไปกว่าเขา
ความมืดตรงหน้านี้… มันคือกฎเกณฑ์แห่งอาณาเขตอย่างแน่นอน!
แต่ระดับหยวนอิง… เหตุใดถึงสามารถใช้อาณาเขตได้?
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!”
ทันใดนั้น เหมือนสัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์บางอย่าง สีหน้าเขาเปลี่ยนไป บอลพลังงานในมือขยายตัวออกกลายเป็นคลื่นยักษ์ร้อยเมตร ซัดกวาดเข้าไปในความมืดเบื้องหน้าทันทีเพื่อทำลายอาณาเขต
คลื่นพลังงานกวาดความมืดหายไปจนหมดสิ้น เผยให้เห็นเพียงความว่างเปล่า…
จางอวิ๋นและเจ้าเกาะเชียนไห่… หายตัวไปแล้ว!
แครก!
ยังไม่ทันจะได้ไตร่ตรองสิ่งใด เสียงแตกหักดังกรุบก็ดังขึ้นมาจากในอกเสื้อของเขา
บรรพชนพันเกาะตัวแข็งทื่อ มือสั่นระริกล้วงหยิบป้ายหยกชิ้นหนึ่งออกมา รอยร้าวปรากฏชัดอยู่บนนั้น
เพล้ง!
วินาทีถัดมา ป้ายหยกก็แตกละเอียดเป็นผุยผงคามือ
“เสี่ยวไห่!!”
แววตาของบรรพชนพันเกาะฉายแววโศกเศร้าเจ็บปวดรวดร้าว
ป้ายหยกนี้คือ ‘ป้ายหยกชีวิต’ ของเจ้าเกาะเชียนไห่ การที่มันแตกสลาย หมายความว่าเจ้าเกาะเชียนไห่ได้ตายตกไปแล้ว!
แถมในยามนี้ แม้แต่ศพก็ยังถูกชิงไป…
“ไอ้เด็กนรก! บัดซบเอ๊ย!!”
บรรพชนพันเกาะคำรามลั่นด้วยความคลั่งแค้น ปล่อยจิตสัมผัสกวาดค้นหาไปทั่วบริเวณอย่างบ้าคลั่ง
เขาสัมผัสได้ว่าเมื่อครู่ในความมืดมีคลื่นพลังมิติเกิดขึ้น จางอวิ๋นใช้วิชาเคลื่อนย้ายหนีไปแล้ว
แต่การเคลื่อนย้ายกะทันหันเช่นนี้ ปกติย่อมไปได้ไม่ไกลนัก!
มันต้องยังซ่อนตัวอยู่แถวนี้แน่!
วิ้ง! วิ้ง!
ทันใดนั้นเอง ภายในรอยแยกของหลุมลึกที่ว่างเปล่านั้น ก็มีแสงสว่างวาบขึ้น—
“ทิ้งของขวัญไว้ให้แล้ว อย่าลืมรับด้วยนะจ๊ะ!”
ตัวอักษรแสงที่เกิดจากพลังงานลอยเด่นขึ้นมาหยอกล้อผู้คน
“แย่แล้ว!”
บรรพชนพันเกาะสัมผัสได้ถึงหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามา สีหน้าซีดเผือดลงทันที
เห็นเพียง ‘กู้ชวน’ อีกห้าคนที่เหลือ… ในจังหวะที่จางอวิ๋นหายตัวไป พวกมันก็ได้แยกย้ายกันพุ่งตรงไปยังเกาะหลักแต่ละแห่งราวกับลูกธนูหลุดจากแหล่ง
เขาเร่งพลังสูงสุดพุ่งไปคว้าจับกู้ชวนสองคนที่อยู่บนเกาะที่ห้าและเกาะที่สี่เอาไว้ได้ทันท่วงที แต่ทว่ากู้ชวนอีกสามคนที่เหลือ ได้บินไปถึงน่านฟ้าเหนือเกาะที่สาม เกาะที่หก และเกาะที่เจ็ดเรียบร้อยแล้ว…
“ม่ายยยย——!!”
ภายใต้สายตาที่แทบจะถลนออกจากเบ้าด้วยความสิ้นหวังของเขา
ตูม! ตูม! ตูม!——
ร่างเงาทั้งสามระเบิดตัวเองพร้อมกัน ราวกับดวงตะวันสามดวงระเบิดออกกลางน่านฟ้า!
พลังงานอันน่าสะพรึงกลัวทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างบนเกาะทั้งสามจนสิ้นซากในพริบตา แรงระเบิดก่อตัวเป็นดอกเห็ดยักษ์เสียดฟ้า
กระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นรวดเร็วมากจนผู้บำเพ็ญเพียรเกาะเชียนไห่ส่วนใหญ่ยังตั้งสติไม่ทัน เห็นเพียงเกาะที่สาม หก และเจ็ด ถูกแสงสว่างกลืนกิน และเมื่อแสงจางลง…
มันก็ถูกลบหายไปจากแผนที่ กลายเป็นเพียงพื้นทะเลราบเรียบ
ทั่วทั้งบริเวณตกอยู่ในความเงียบงัน… ผู้คนนับไม่ถ้วนยืนเหม่อลอยเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง
นับตั้งแต่ก่อตั้งเกาะเชียนไห่มานับพันปี สิบสองเกาะหลักไม่เคยถูกทำลายมาก่อน แต่วันนี้เพียงแค่พริบตาเดียว…
หายไปถึงสามเกาะ!!
“ไอ้เด็กสารเลว! ข้าขอสาบานต่อฟ้าดิน ว่าจะต้องจับตัวแกมาสับร่างหมื่นชิ้นให้จงได้!!”
บรรพชนพันเกาะแผดเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่ง เสียงดังกึกก้องไปทั่วท้องทะเล
เดิมทีเขาเก็บตัวฝึกตนอยู่ที่เกาะที่หนึ่ง ตอนแรกไม่ได้สนใจความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเท่าไหร่นัก เพราะคิดว่าด้วยสถานะอันยิ่งใหญ่ของเกาะเชียนไห่ในตอนนี้ ทั่วแดนใต้ไม่มีใครกล้ามาลองดี
ไอ้ตัวตลกที่กระโดดออกมา แค่ระดับเจ้าเกาะก็น่าจะจัดการได้สบายมือ
แต่ทว่า…
ผัวะ! ผัวะ!
ด้วยความโกรธแค้น เขาบีบร่างกู้ชวนทั้งสองในมือจนระเบิดคามือ
เมื่อมองดูละอองพลังงานที่แตกกระจาย สีหน้าเขาก็เขียวคล้ำจนถึงขีดสุด
ไม่ว่าจะเป็นกู้ชวนพวกนี้ หรืออสูรมารเงาที่เขาตบระเบิดไปที่ปากถ้ำเมื่อกี้ ทั้งหมดล้วนเป็นแค่ร่างพลังงานจำแลง!
นี่มันวิชาบ้าบออันใดกัน?
เหตุใดถึงอัญเชิญตัวตนระดับแปลงเทพออกมาได้ไม่จำกัดเช่นนี้?
สิ่งที่ทำให้เขาเจ็บแค้นที่สุดก็คือตรงนี้นี่แหละ…
ร่างจำแลงพวกนี้เป็นแค่ก้อนพลังงาน จางอวิ๋นแทบไม่เสียต้นทุนอะไรเลย แต่เกาะเชียนไห่ของพวกเขา…
มองดูเกาะหลักสามเกาะที่ถูกระเบิดจนเหี้ยนเตียน และเศษป้ายหยกในมือ เขาได้แต่กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เลือดไหลซึมออกมา
ตั้งแต่ขึ้นเป็นบรรพชนพันเกาะ เขาจำไม่ได้แล้วว่าตนเองไม่ได้โกรธจนเลือดขึ้นหน้าขนาดนี้มานานเพียงใดแล้ว!
“ค้น! สั่งระดมพลค้นหาไอ้เด็กนรกนั่นให้เจอ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม!!”
บรรพชนพันเกาะตวาดลั่น ฟ้าดินสั่นสะเทือน
…
ณ เกาะแห่งหนึ่งบริเวณขอบชายแดนของเกาะเชียนไห่
วิ้ง! วิ้ง!
เมื่อเห็นวัตถุที่พกติดตัวลอยออกมาเองพร้อมเปล่งแสงจ้า ผู้อาวุโสหกแห่งเกาะเชียนไห่ก็สะดุ้งโหยง
แต่ไม่นาน ก็เห็นร่างหนึ่งถูกส่งออกมาจากแสงนั้น
เขาชะงักไปเล็กน้อย “คุณ… คุณชาย??”
เห็นเพียงจางอวิ๋นที่ปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับหิ้วศพไร้วิญญาณร่างหนึ่งติดมือมาด้วย
และเมื่อเห็นใบหน้าของศพนั้นชัดๆ ผู้อาวุโสหกถึงกับอ้าปากค้างจนขากรรไกรแทบหลุด
เจ้าเกาะเชียนไห่… บัดนี้กลายเป็นศพไร้วิญญาณ ถูกจางอวิ๋นหิ้วมาเหมือนหิ้วไก่เนี่ยนะ??
จางอวิ๋นเก็บศพลงไปในแหวนมิติ กวาดตามองรอบๆ แล้วเอ่ยถาม “ที่นี่ที่ไหน?”
ผู้อาวุโสหกได้สติ รีบตอบละล่ำละลักด้วยความนอบน้อม “คุณชาย ที่นี่คือ ‘เกาะซู่ไห่’ ขอรับ เป็นหนึ่งในเกาะชายขอบของเกาะเชียนไห่ เลยจากนี้ไปก็พ้นเขตอิทธิพลของเกาะเชียนไห่แล้วขอรับ!”
“ไกลขนาดนี้เชียว?”
จางอวิ๋นเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ “เจ้าหนีมาได้เร็วใช้ได้นี่นา!”
“คุณชายสั่งมา บ่าวไม่กล้าชักช้าแม้แต่เสี้ยววินาทีขอรับ!”
ผู้อาวุโสหกยิ้มแหยๆ เหงื่อกาฬไหลซึม
จางอวิ๋นยิ้มบางๆ ไม่พูดอะไรต่อ
ของที่เขามอบให้ผู้อาวุโสหกก่อนหน้านี้ คือสมบัติที่ได้มาจากแดนลับเซียน เรียกว่า ‘หินพิกัดเคลื่อนย้าย’ ซึ่งมาพร้อมกับยันต์หยกเคลื่อนย้ายห้าชิ้น
เพียงบีบยันต์หยกให้แตก ตราบใดที่ระยะห่างจากหินพิกัดไม่เกินหนึ่งแสนลี้ ก็จะถูกส่งตัวมายังตำแหน่งของหินพิกัดทันที
ที่เขาสั่งให้ผู้อาวุโสหกหนีออกมาแต่เนิ่นๆ ก็เพื่อการนี้นี่แหละ
“ไป!”
จางอวิ๋นเก็บหินพิกัดเคลื่อนย้าย แล้วหิ้วตัวผู้อาวุโสหกบินพุ่งออกไปด้านนอกทันที
ที่เขารีบร้อนจากไป ไม่ใช่เพราะกลัวบรรพชนพันเกาะ
แต่เป็นเพราะตอนที่ลงมือเมื่อครู่ เขาสัมผัสได้ว่าทิศทางของเกาะที่หนึ่ง มีกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวบางอย่างกำลังฟื้นตื่นขึ้น
ถ้าเดาไม่ผิด… น่าจะเป็นผู้บำเพ็ญมารที่บงการบรรพชนพันเกาะอยู่นั่นแหละที่ถูกกระตุ้น
นั่นน่าจะเป็นตัวตนระดับเหลียนซวีของจริง!
เอาเป็นว่าหนีเอาตัวรอดก่อนย่อมเป็นยอดดี
เป้าหมายบรรลุแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องรั้งอยู่ที่เกาะเชียนไห่อีกต่อไป
ติ๊ง!
ทันทีที่พุ่งพ้นเขตแดนของเกาะเชียนไห่ เสียงแจ้งเตือนเบาๆ ก็ดังขึ้นข้างหู…