ศิษย์ข้าอ่อนแอ? แต่ข้าได้รางวัลโกงโลก - บทที่ 164 อาจารย์เป็นเยี่ยงไร ศิษย์ย่อมเป็นเยี่ยงนั้น!
- Home
- ศิษย์ข้าอ่อนแอ? แต่ข้าได้รางวัลโกงโลก
- บทที่ 164 อาจารย์เป็นเยี่ยงไร ศิษย์ย่อมเป็นเยี่ยงนั้น!
ณ ชายฝั่งอันกว้างใหญ่ไพศาลที่ถูกปกคลุมด้วยความ
เงียบงันชั่วอึดใจ…
“บ้าไปแล้ว! จบเร็วขนาดนี้เลยรึ?”
“ผู้อาวุโสเก้าแห่งสำนักหลิงเซียนนี่เป็นใครกัน? เมื่อก่อน
ไม่เห็นเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามมาก่อนเลย!”
“สุดยอดเกินไปแล้ว! ฝีมือขนาดนี้… ระดับหยวนอิง
บางคนยังทำไม่ได้เลยมั้ง?”
…
ทันทีที่สติเริ่มกลับคืนมา เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรนับหมื่น
ต่างพากันส่งเสียงฮือฮาดังกระหึ่มประหนึ่งเขื่อนแตก
บนแท่นสูงแต่ละแห่ง ยอดฝีมือระดับหยวนอิงจากขุม
กำลังต่างๆ ล้วนมีสีหน้าตื่นตะลึง อ้าปากค้างจนลืมรักษามาด
น่าเกรงขาม
สิ่งที่จางอวิ๋นทำเมื่อครู่ ไม่ใช่แค่ ‘น่าจะ’ ทำไม่ได้ แต่
สำหรับระดับพวกเขาแล้ว… มันคือสิ่งที่ ‘ไม่มีทาง’ ทำได้อย่าง
แน่นอน!
กระบวนท่าเดียวซัดจินตานกว่าสามร้อยคนปลิวตกเวที
ราวกับใบไม้ร่วง? อย่าว่าแต่ระดับหยวนอิงอย่างพวกเขาเลย
ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับแปลงเทพ ก็ยังไม่แน่ว่าจะทำได้
หมดจดขนาดนี้
ผู้อาวุโสเก้าแห่งสำนักหลิงเซียนผู้นี้โผล่มาจากขุมนรก
ขุมไหนกันแน่? ทำไมก่อนหน้านี้พวกเขาถึงไม่เคย
ระแคะระคายข่าวคราวมาก่อนแม้แต่น้อย?
สายตาหลายคู่เริ่มเบนเข็มไปจับจ้องที่ ‘เจ้าสำนักหลิง
เซียน’ ด้วยความสงสัยใคร่รู้
“เจ้าเด็กนี่…”
เจ้าสำนักหลิงเซียนเองก็พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ได้แต่ยืน
นิ่งเป็นใบ้
เขาเองก็ตกใจจนแทบหงายหลังเหมือนกัน!
แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าจางอวิ๋นมีฝีมือร้ายกาจถึงขั้นสยบ
ระดับหยวนอิงได้ แต่ก็ไม่คิดว่าจะวิปริตหลุดโลกได้ถึงเพียงนี้
ทว่า… กลิ่นอายของคลื่นพลัง ‘อู’ สีน้ำเงินเข้มเมื่อครู่
ทำให้เขาหวนนึกถึงฉากที่จางอวิ๋นดูดกลืนทะเลพลังอูอย่าง
บ้าคลั่งในแดนลับตอนนั้น
หากเดาไม่ผิด นี่คงเป็นผลพลอยได้จากการดูดซับทะเล
พลังอูในคราวนั้นแน่ๆ!
คิดได้ดังนั้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะแบมือออกมาดู จ้องมอง
พลังอูสีขาวขุ่นสายเล็กๆ เท่าเส้นด้ายที่ผุดขึ้นกลางฝ่ามือ แล้ว
ก็ได้แต่ยิ้มขื่นๆ ให้กับตัวเอง
เขาเองก็ดูดซับและหลอมรวมแก่นโลหิตมรดกระดับ
แปลงเทพมาเหมือนกัน ก็เลยพอจะฝึกฝนจนมีพลังอูติดตัว
มาบ้าง… แต่มันก็แค่ ‘มีบ้าง’ เท่านั้นแหละ เทียบกับมหาสมุทร
พลังของเจ้าเด็กนั่นไม่ได้เลยสักนิด!
บนแท่นสูงอีกด้านหนึ่ง
รองหัวหน้ากลุ่มโจรสลัดหยกศิลามองภาพเบื้องหน้า
ด้วยความตกตะลึง แต่ในขณะเดียวกันก็แอบส่งสายตาตัดพ้อ
อย่างสุดซึ้งไปทางจางอวิ๋น
ท่านครับ… ตอนนี้ท่านก็ถือเป็นเจ้านายของกลุ่ม
โจรสลัดเราแล้วนะ
เวลาลงมือเนี่ย… ช่วยละเว้นพวกเดียวกันหน่อยไม่ได้
เรอะ?
เมื่อมองเห็นจินตานของกลุ่มโจรสลัดหยกศิลาที่ถูกคลื่น
ยักษ์ของจางอวิ๋นกวาดตกเวทีไปพร้อมกับคนอื่น เขาก็ได้แต่
ถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความจนปัญญา!
…
บนเวทีประลอง
จางอวิ๋นไม่ได้สนใจความแตกตื่นของฝูงชน เขาปัดฝุ่น
ตามเสื้อผ้าเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองเวทีระดับสร้างรากฐาน
บนหลังเต่ายักษ์ทางขวา
อู๋เสี่ยวพั่งและอวี๋สุ่ยเอ๋อร์เองก็สังเกตเห็นสถานการณ์
ทางฝั่งอาจารย์เช่นกัน
เมื่อเห็นว่าท่านอาจารย์ปิดจ๊อบได้อย่างรวดเร็วปานสาย
ฟ้าแลบ ทั้งสองคนต่างตกตะลึง แต่ในใจลึกๆ ก็เริ่มร้อนรนขึ้น
มา
จะให้ท่านอาจารย์รอนานไม่ได้!
ทั้งสองสบตากันแวบหนึ่ง สื่อสารกันผ่านจิตวิญญาณ
ตู้ม!
ตู้ม!
พลังระเบิดออกพร้อมกันราวกับนัดหมาย!
เงามายาราชันย์ร่างยักษ์สูงเสียดฟ้าปรากฏขึ้นเหนือร่าง
อู๋เสี่ยวพั่ง ปราณแท้จริงราชันย์สีทองลุกโชนโชติช่วงดุจ
ดวงตะวัน;
กลิ่นอายวารีเข้มข้นแผ่ซ่านออกมาจากร่างของอวี๋
สุ่ยเอ๋อร์ ชักนำน้ำทะเลรอบด้านให้ก่อตัวเป็นสัตว์อสูรวารี
นับไม่ถ้วนที่แยกเขี้ยวคำรามกึกก้อง
“ศิษย์พี่รอง ลุยเลย!”
อวี๋สุ่ยเอ๋อร์สะบัดมือ ควบคุมฝูงสัตว์อสูรวารีให้
แหวกว่ายไปวนเวียนปกป้องรอบกายอู๋เสี่ยวพั่งดุจเกราะมีชีวิต
อู๋เสี่ยวพั่งพยักหน้า รับรู้ถึงพลังที่เปี่ยมล้น เขาพาฝูงสัตว์
อสูรวารีเหล่านั้นพุ่งทะยานเข้าใส่ฝูงชนบนเวทีทันทีดุจรถศึก
หุ้มเกราะ!
เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันน่าเกรงขามและสัตว์อสูร
วารีที่รายล้อม ผู้บำเพ็ญระดับสร้างรากฐานจำนวนมากต่าง
สีหน้าเคร่งเครียด รีบถอยหลบกันจ้าละหวั่น
“หมัดราชันย์ทรราช!!”
แต่อู๋เสี่ยวพั่งหาได้สนใจ ทันทีที่เข้าประชิดกลุ่มคน เขาก็
ระเบิดพลังคำรามก้อง ปราณแท้จริงราชันย์มหาศาล
รวมตัวกันเป็นหมัดยักษ์สีทองขนาดหลายเมตร ซัดตูมออกไป!
เปรี้ยงงง!
ผู้บำเพ็ญระดับสร้างรากฐานกว่าสิบคนที่อยู่ตรงหน้า
หลบไม่ทัน ถูกหมัดยักษ์กระแทกเข้าเต็มรัก ปลิวว่อน
ไปคนละทิศละทางราวกับว่าวสายป่านขาด
ตลอดเส้นทางหมัดผ่าน ผู้บำเพ็ญที่กำลังนัวเนียต่อสู้กัน
อยู่ต่างหน้าถอดสี แต่ก็สายไปเสียแล้ว หมัดยักษ์กวาดต้อน
พวกเขาร่วงลงจากเวทีไปเป็นแถบๆ
หมัดเดียวที่ซัดออกไป สร้างเส้นทางสุญญากาศขึ้น
กลางฝูงชนที่แออัด กวาดผู้คนหลายสิบชีวิตร่วงลงทะเลไปใน
พริบตา!
ภาพอันน่าตื่นตะลึงนี้ ทำให้การต่อสู้บนเวทีระดับสร้าง
รากฐานชะงักงันจนเงียบกริบ
“หมัดราชันย์ทรราช!!”
เสียงคำรามของอู๋เสี่ยวพั่งเป็นสิ่งที่เรียกสติทุกคน
กลับมา
เห็นอู๋เสี่ยวพั่งซัดหมัดยักษ์ออกมาลูกแล้วลูกเล่าราวกับ
เครื่องจักรสังหาร ผู้คนบนเวทีต่างหน้าซีดเผือด พยายาม
กระโดดหนีตายกันสุดชีวิต
แต่ถึงกระนั้น ก็ยังมีคนจำนวนมากถูกแรงอัดกระเด็นตก
เวทีไปอยู่ดี
ในสภาพนี้ อู๋เสี่ยวพั่งเปรียบเสมือนรถถังหุ้มเกราะ
ทองคำที่วิ่งชนดะไปทั่วเวที หมัดเงามายาปลิวว่อน
ไปทุกทิศทาง กลุ่มผู้บำเพ็ญเพียรกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าที่หลบ
ไม่พ้น ต่างถูกระเบิดกระเด็นออกไปราวกับใบไม้ร่วง
“ไอ้บ้าเอ๊ย อย่ามาทางนี้… อ๊ากกก!”
“อย่าเข้ามา! บอกว่าอย่าเข้ามาไงโว้ย!!”
“หนีเร็ว! ช่วยด้วย!!”
…
ผู้บำเพ็ญระดับสร้างรากฐานหลายคนพยายามรวมพลัง
ตอบโต้ แต่การโจมตีทั้งหมดกลับถูกสัตว์อสูรวารีที่วนเวียน
รอบตัวอู๋เสี่ยวพั่งรับไว้จนหมดสิ้น ในขณะที่หมัดสวนกลับของ
อู๋เสี่ยวพั่งนั้น เพียงตูมเดียวก็ส่งคนปลิวหายไปเป็นฝูง
ใบหน้าของเหล่าผู้เข้าแข่งขันซีดเผือด ต่างพากันวิ่งหนี
หัวซุกหัวซุน
สัตว์ประหลาด!
ไอ้นี่มันสัตว์ประหลาดชัดๆ!!
ชั่วขณะหนึ่ง บังเกิดภาพอันน่าอัศจรรย์และน่าขบขันขึ้น
บนเวทียักษ์
ฝูงผู้บำเพ็ญระดับสร้างรากฐานนับพัน ถูกอู๋เสี่ยวพั่ง
เพียงคนเดียวไล่ต้อน วิ่งวนหนีตายกันอุตลุดรอบเวทีราวกับ
ฝูงแกะหนีหมาป่า
“……”
เห็นฉากนี้เข้า บรรดาผู้นำขุมกำลังต่างๆ บนแท่นที่นั่ง
ต่างหน้าดำคร่ำเครียด เส้นเลือดปูดโปน
ศิษย์ที่ฟูมฟักมาแทบตาย กลับโดนคนคนเดียวไล่กวด
จนเสียกระบวนทัพ วิ่งหนีหางจุกตูดเยี่ยงสุนัขจนตรอก
โดยเฉพาะผู้อาวุโสสองเกาะเชียนไห่และเหล่าระดับสูง
ในบรรดาคนที่วิ่งหนีนั้น มีศิษย์ของเกาะเชียนไห่อยู่
ไม่น้อย!
ในฐานะศิษย์ของสำนักเจ้าถิ่นผู้ยิ่งใหญ่ ไม่เพียงแต่จะ
ไม่กดดันคนอื่น แต่กลับถูกไล่ต้อนจนหมดสภาพ ไม่มี
ปัญญาตอบโต้แม้แต่น้อย
ขายขี้หน้า… ขายขี้หน้าบรรพบุรุษชะมัด!
แต่พวกเขาก็ดูออกว่า ในตอนนี้ อู๋เสี่ยวพั่งไร้คู่ต่อสู้ใน
ระดับสร้างรากฐานแล้ว!
พลังปราณสีทองนั่นรุนแรงมหาศาล บวกกับเกราะสัตว์
อสูรวารีที่สร้างการป้องกันรอบทิศทาง การโจมตีใดๆ ก็ถูกกัน
ไว้หมด
ที่น่าเจ็บใจที่สุดคือ พออุตส่าห์รุมยิงจนสัตว์อสูรวารีเป็น
รูโหว่ได้ แป๊บเดียวมันก็สมานตัวกลับมาใหม่เองด้วยพลังฟื้นฟู
ของอวี๋สุ่ยเอ๋อร์!
ภายใต้การป้องกันระดับสุดยอดนี้ อู๋เสี่ยวพั่งมีหน้าที่แค่
เดินหน้าทุบ มันลูกเดียว
แน่นอนว่ามีคนหัวใสบางกลุ่มพยายามอ้อมไปโจมตีอวี๋
สุ่ยเอ๋อร์ เพราะรู้ว่านางคือคนควบคุมสัตว์อสูรวารีเหล่านั้น
หากจัดการนางได้ เกราะของเจ้าอ้วนก็คงสลายไป
แต่ทว่า… รอบกายอวี๋สุ่ยเอ๋อร์ กลับมีศิษย์สำนักหลิง
เซียนยืนคุ้มกันแน่นหนาดั่งกำแพงเหล็ก
แถมตัวนางเองยังเรียก ‘งูยักษ์วารี’ ตัวมหึมาออกมา
ขดตัวปกป้องไว้อีกชั้น
ใครที่คิดจะเข้าไปแตะต้องนาง นอกจากจะเข้าไม่ถึงตัว
แล้ว ยังโดนอู๋เสี่ยวพั่งหันกลับมา ‘ดูแล’ เป็นพิเศษ ด้วยหมัด
ราชันย์ชุดใหญ่!
ด้วยเหตุนี้ ภายใต้การปูพรมถล่มด้วยหมัดราชันย์ของอู๋
เสี่ยวพั่ง เพียงแค่ครึ่งเค่อ ผู้คนกว่าสามพันบนเวทีก็ถูกกวาด
เกลี้ยง
เหลือเพียงอู๋เสี่ยวพั่ง อวี๋สุ่ยเอ๋อร์ และเหล่าศิษย์สำนักห
ลิงเซียนที่คอยคุ้มกัน รวมถึงผู้โชคดีอีกไม่กี่สิบคนที่หลบเก่งจน
รอดมาได้
ผู้รอดชีวิตเหล่านั้นต่างเหงื่อท่วมตัว หอบหายใจแฮกๆ
บางคนถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นด้วยความหมดแรง
วินาทีเดียวก็พักไม่ได้ เผลอนิดเดียวเป็นโดนไอ้อ้วนซัด
ปลิว!
รอดมาได้นี่ถือว่าปาฏิหาริย์บรรพบุรุษคุ้มครองชัดๆ
พวกเขามองดูอู๋เสี่ยวพั่งที่หยุดมือยืนอยู่กลางเวทีโดยที่
ลมหายใจไม่หอบสักแอะ แล้วมุมปากก็กระตุกยิกๆ
นี่มันตัวประหลาดมาจากไหน?
อาละวาดบ้าคลั่งขนาดนั้น แรงไม่มีตกเลยรึไง?
แม้แต่ระดับหยวนอิงหลายท่านที่ดูอยู่ ก็ยังอดไม่ได้ที่จะ
มุมปากกระตุก
เจ้าเด็กอ้วนคนนี้… ในระดับสร้างรากฐานถือว่าแกร่งจน
เข้าขั้นโกง!
คิดได้ดังนั้น สายตาของพวกเขาก็พาลมองไปที่จางอวิ๋น
ซึ่งยังยืนยิ้มแป้นอยู่บนเวทีระดับจินตาน
อู๋เสี่ยวพั่งและอวี๋สุ่ยเอ๋อร์เห็นชัดๆ ว่าเป็นลูกศิษย์ของคน
ผู้นี้
อาจารย์เป็นเยี่ยงไร ศิษย์ย่อมเป็นเยี่ยงนั้น!
ประโยคนี้ผุดขึ้นมาในหัวของทุกคนทันทีราวกับนัดหมาย
อาจารย์ใช้ท่าเดียวเคลียร์ยกเวที… ลูกศิษย์ใช้วิธีไล่ทุบ
กราดล้างบาง…
สองศิษย์อาจารย์คู่นี้ เล่นเปลี่ยนศึกตะลุมบอนให้
กลายเป็นการแสดงโชว์เดี่ยวไปซะสนิท!
เหล่าผู้เข้าแข่งขันที่ถูกซัดตกเวทีต่างรู้สึกคับแค้นใจจน
แทบกระอักเลือด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ไปเจอสัตว์ประหลาด
แบบนี้จะให้ไปร้องเรียนกับใครได้?
ผู้บำเพ็ญเพียรจากต่างแดนหลายคนมองจางอวิ๋นและอู๋
เสี่ยวพั่งด้วยความตกตะลึง
พวกเขาแทบไม่อยากเชื่อเลยว่า ในแดนใต้ที่ว่ากันว่า
อ่อนแอ… จะมีสัตว์ประหลาดระดับนี้ซ่อนอยู่ด้วย?