Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

วิถีกระบี่บรรลุเทพ ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา - บทที่ 58 การประลองกระบี่แห่งซู่ซัน

  1. Home
  2. วิถีกระบี่บรรลุเทพ ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา
  3. บทที่ 58 การประลองกระบี่แห่งซู่ซัน
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บท​ที่​ 58 การ​ประลอง​กระบี่​แห่ง​ซู่ซัน​

หลังจากที่​หลิว​เยียน​ผิง​จากไป​แล้ว​ คาด​ว่า​ใน​ช่วงเวลา​สั้น​ ๆ นี้​ นาง​คง​มิกลับมา​รบกวน​เมิ่งฝาน​อีก​

ตลอด​ระยะเวลา​กว่า​ยี่สิบ​วัน​ที่ผ่านมา​ เมิ่งฝาน​แทบจะ​สละ​เวลากลางวัน​ทั้งหมด​ไปกับ​การ​ชี้แนะ​แก่นแท้​แห่ง​วิชา​กระบี่​วารี​คลั่ง​ให้​แก่​นาง​ จน​การฝึกฝน​ส่วนตัว​ของ​เขา​ต้อง​พลอย​ได้รับ​ผลกระทบ​ไปด้วย​

แม้ใน​ช่วงเวลา​ดังกล่าว​ ระดับ​วรยุทธ์​ของ​เขา​จะรุดหน้า​จน​ทะลวง​เข้าสู่​ระดับ​วรยุทธ์​แท้จริง​ขั้น​ที่สาม​ได้​สำเร็จ​ ทว่า​ความก้าวหน้า​ใน​ด้าน​อื่น​ ๆ กลับ​คืบหน้า​ไปเพียง​น้อย​นิด​ โดยเฉพาะ​เป้าหมายหลัก​ที่จะ​อ่าน​คัมภีร์​กระบี่​ใน​ชั้นแรก​ของ​หอ​คัมภีร์​ให้​จบสิ้น​นั้น​ กลับ​ต้อง​ล่าช้า​ออก​ไปโดยสิ้นเชิง​

ใน​วัน​ต่อ​ ๆ มา เมิ่งฝาน​จึงตั้งใจ​แน่วแน่​ว่า​จะกลับ​ไปจดจ่อ​กับ​การ​อ่าน​ตำรา​อย่าง​เต็มกำลัง​ มุ่งหมาย​จะศึกษา​มหาสมุทร​แห่ง​วิชา​กระบี่​ใน​ชั้นแรก​ให้​ครบถ้วน​โดยเร็ว​ที่สุด​

ส่วน​หิน​วิญญาณ​สอง​ร้อย​เม็ด​ที่​ได้รับ​มาจาก​มหา​เศรษฐินี​หลิว​เยียน​ผิง​นั้น​ เมิ่งฝาน​มิได้​รีบร้อน​จะนำ​ออกมา​ใช้ แม้หิน​วิญญาณ​จำนวน​นี้​จะเพียง​พอให้​เขา​ไปนั่งสมาธิ​ซึมซับ​ความรู้​จาก​ศิลาจารึก​เทพ​กระบี่​ได้​นาน​ถึงสอง​ยาม​ แต่​ยาม​นี้​เขา​มิได้​รู้สึก​โหยหา​การ​ไปที่นั่น​เหมือน​แต่ก่อน​อีกต่อไป​แล้ว​

นั่น​เป็น​เพราะ​ก่อนหน้านี้​ ผู้อาวุโส​หลิน​ได้​มอบ​รางวัล​พิเศษ​ให้​เขา​สามารถ​เข้าถึง​ศิลาจารึก​เทพ​กระบี่​ได้​เป็นเวลา​หนึ่ง​วันหนึ่ง​คืน​เต็ม​ ทว่า​เมิ่งฝาน​กลับ​ตัดสินใจ​รอ​ให้​ตนเอง​อ่าน​คัมภีร์​กระบี่​ใน​ชั้นแรก​ให้​จบ​เสีย​ก่อน​ เพื่อ​สร้าง​รากฐาน​ให้​แน่นแฟ้น​ที่สุด​ เมื่อ​ถึงยาม​ที่​ไปนั่งสมาธิ​หน้า​ศิลาจารึก​ เขา​จึงจะได้​รับประโยชน์​สูงสุด​อย่าง​แท้จริง​!

ด้วยเหตุนี้​ เมิ่งฝาน​จึงยังคง​ใช้เวลา​ทุกวัน​จมดิ่ง​อยู่​ใน​หอ​คัมภีร์​ด้วย​จิตใจ​ที่​สงบนิ่ง​และ​มั่นคง​

กาลเวลา​หมุนเวียน​เปลี่ยน​ผ่าน​ไปเพียง​ชั่วพริบตา​ บัดนี้​ย่าง​เข้าสู่​เดือน​ที่หก​แล้ว​นับตั้งแต่​เมิ่งฝาน​กราบ​ตัว​เป็น​ศิษย์​ของ​ผู้อาวุโส​หลิน​

ครึ่ง​ปีที่ผ่านมา​นั้น​ช่างรวดเร็ว​ราวกับ​สายลม​พัดผ่าน​

เมิ่งฝาน​ใน​ยาม​นี้​ได้​ก้าว​ขึ้น​สู่ระดับ​ วรยุทธ์​แท้จริง​ขั้น​ที่​ห้า​ เป็นที่​เรียบร้อย​แล้ว​!

ศิษย์​พี่​หลัว​เฝ้ามองดู​ความก้าวหน้า​อัน​น่า​พรั่นพรึง​ของ​เมิ่งฝาน​ใน​ทุกเมื่อเชื่อวัน​ จน​ในที่สุด​เขา​ก็​ตัดสินใจ​ ‘ยอมแพ้​’ ต่อสัญญา​ประลอง​หนึ่ง​ปีที่​เคย​ตกลง​กัน​ไว้​โดย​ดุษฎี​

เมื่อ​ครึ่ง​ปีก่อน​ เมิ่งฝาน​ยัง​เป็น​เพียง​ศิษย์​ระดับ​ฝึกปรือ​ขั้น​ที่สาม​ ในขณะที่​ตัว​เขา​อยู่​ใน​ระดับ​วรยุทธ์​แท้จริง​ขั้น​ที่​แปด​ ทว่า​เพียง​เวลา​หก​เดือน​ผ่าน​ไป เมิ่งฝาน​กลับ​พุ่ง​ทะยาน​ขึ้น​มาถึงขั้น​ที่​ห้า​ ในขณะที่​ตัว​ศิษย์​พี่​หลัว​เอง​ยังคง​ย่ำ​อยู่​ ณ ขั้น​ที่​แปด​เหมือนเดิม​ไม่เปลี่ยนแปลง​

เขา​สามารถ​จินตนาการ​ได้​เลย​ว่า​ เมื่อ​ครบกำหนด​หนึ่ง​ปี อย่าง​มาก​เขา​ก็​คง​ไปได้​ถึงเพียง​ขั้น​ที่​เก้า​ และ​มิอาจ​ก้าว​ข้าม​สู่ระดับ​เทียน​หยวน​ได้​ทันเวลา​ ทว่า​ใน​ตอนนั้น​ ระดับ​พลัง​ของ​เมิ่งฝาน​คง​ตามทัน​เขา​จน​ทัน​กัน​ หรือ​อาจจะ​ทะลวง​ผ่าน​สู่ระดับ​เทียน​หยวน​แซงหน้า​เขา​ไปก่อน​เสีย​ด้วยซ้ำ​!

ยิ่ง​เมื่อ​นึกถึง​ความสามารถ​ใน​การต่อสู้​ข้าม​ระดับ​อย่าง​น่าอัศจรรย์​ของ​ศิษย์​น้อง​ผู้​นี้​แล้ว​ ศิษย์​พี่​หลัว​ก็ได้​แต่​ถามตนเอง​ใน​ใจว่า​ แล้ว​ข้า​จะเอา​อะไร​ไปสู้กับ​เจ้าเด็ก​ปีศาจคน​นี้​ได้​อีก​?

“ศิษย์​น้อง​เมิ่งฝาน​ เจ้าขลุก​ตัว​อยู่​ใน​หอ​คัมภีร์​ทุกวี่ทุกวัน​มาหลาย​เดือน​แล้ว​นะ​ เจ้าวางแผน​จะ ‘จำศีล​’ อยู่​ใน​นั้น​ไปถึงเมื่อไหร่​กัน​รึ​?” ศิษย์​พี่​หลัว​เอ่ย​ถามด้วย​น้ำเสียง​ที่​เต็มไปด้วย​ความรู้สึก​อัน​ยาก​จะบรรยาย​

ทุกวันนี้​เมิ่งฝาน​ใช้เวลากลางวัน​ทั้งหมด​สิงสถิต​อยู่​ใน​หอ​คัมภีร์​ จะกลับมา​ที่​หอ​ศาสตรา​ก็ต่อเมื่อ​ยาม​ราตรี​มาเยือน​ จน​ดูเหมือนว่า​เขา​จะเป็น​ศิษย์​ของ​หอ​คัมภีร์​มากกว่า​ศิษย์​หอ​ศาสตรา​ไปเสียแล้ว​

เมื่อ​ได้ยิน​คำตอบ​ที่​ได้รับ​ ศิษย์​พี่​หลัว​ถึงกับ​ยืน​ตะลึงงัน​ด้วย​ความ​ตกตะลึง​ใน​ความ​ทุ่มเท​อัน​บ้าคลั่ง​ของ​ศิษย์​น้อง​ผู้​นี้​อย่าง​ที่สุด​

“ศิษย์​พี่​หลัว​ อีก​ประมาณ​หนึ่ง​สัปดาห์​ ข้า​ก็​น่าจะ​อ่าน​คัมภีร์​กระบี่​ชั้นแรก​ของ​หอ​คัมภีร์​ได้​ครบถ้วน​ทุก​เล่ม​แล้ว​ หลังจากนั้น​ข้า​คงจะ​มาที่นี่​น้อยลง​ขอรับ​” เมิ่งฝาน​กล่าว​พลาง​คลี่​ยิ้ม​บาง​

หอ​คัมภีร์​นั้น​ยิ่งใหญ่​เพียงใด​ และ​คัมภีร์​กระบี่​มีมหาศาล​เพียง​ไหน​ ทุก​คนใน​ซู่ซัน​ต่าง​รู้ดี​ ทว่า​เมิ่งฝาน​กลับ​ตั้ง​ปณิธาน​จะอ่าน​ให้​ครบ​ทุก​เล่ม​ และ​ที่​สำคัญ​คือ​เขา​มิได้​เพียงแค่​คิด​ แต่​นี่​เขา​กำลังจะ​ทำ​มัน​ให้​สำเร็จ​จริง ๆ​! นี่​คือ​สิ่งที่​เกิน​กว่า​สามัญสำนึก​ของ​คนธรรมดา​จะจินตนาการ​ไปถึงได้​

“การ​ที่​มีศิษย์​น้อง​เช่น​เจ้า คง​เพียง​พอให้​ข้า​เอา​ไปคุยโว​ได้​ตราบ​จน​บั้นปลาย​ชีวิต​เลย​เชียว​ล่ะ​” ศิษย์​พี่​หลัว​เอ่ย​ด้วย​สีหน้า​อัศจรรย์​ใจ

“ศิษย์​พี่​หลัว​ ท่าน​ก็​ยกยอ​ข้า​เกินไป​แล้ว​ขอรับ​!” เมิ่งฝาน​ส่าย​หัว​พลาง​ยิ้ม​ขมขื่น​

เช้าวัน​ต่อมา​ เมิ่งฝาน​เดินทาง​มายัง​หอ​คัมภีร์​ตามปกติ​ ทว่า​เขา​กลับ​พบ​ความผิดปกติ​บางอย่าง​ เมื่อ​ผู้คน​ภายใน​หอ​วันนี้​ดูเบา​บางตา​อย่าง​ประหลาด​

“ศิษย์​พี่​จิน​ เหตุใด​วันนี้​หอ​คัมภีร์​ถึงเงียบเหงา​ปานนี้​เล่า​ขอรับ​?” เมิ่งฝาน​เอ่ย​ถามศิษย์​พี่​จิน​ด้วย​ความสงสัย​ เพราะ​โดยปกติ​หอ​คัมภีร์​มักจะ​เนืองแน่น​ไปด้วย​ศิษย์​ที่มา​แสวง​หาความ​รู้อยู่​เสมอ​

ศิษย์​พี่​จิน​ผู้​นี้​ เดิมที​เป็น​คน​เงียบขรึม​มิตระหนก​ต่อ​โลก​และ​พูดน้อย​ยิ่งนัก​ ทว่า​นั่น​เป็น​เพียง​เปลือกนอก​ที่​แสดงออก​ต่อ​คนแปลกหน้า​เท่านั้น​ หลังจากที่​เมิ่งฝาน​มาขลุก​อยู่​ที่นี่​จน​สนิทสนม​กัน​ เขา​ก็​พบ​ว่า​แท้จริง​แล้ว​ศิษย์​พี่​จิน​เป็น​คน​ช่างเจรจา​มิใช่น้อย​ เพียงแต่​ดูเหมือน​จะเป็นโรค​กลัว​สังคม​และ​ไม่ชอบ​คบหา​กับ​คน​ที่​ไม่คุ้นเคย​เท่านั้นเอง​

“วันนี้​เป็น​วัน​ ‘ประลอง​กระบี่​ซู่ซัน​’ อย่างไรเล่า​ ทุกคน​ต่าง​พา​กัน​ไปรุมล้อม​ชมความคึกคัก​กัน​หมด​แล้ว​” ศิษย์​พี่​จิน​เอ่ย​ตอบ​

การ​ประลอง​กระบี่​ซู่ซัน​รึ​?

เมิ่งฝาน​เลิกคิ้ว​ขึ้น​ด้วย​ความสนใจ​ เขา​เคย​ได้ยิน​ชื่อเสียง​ของ​งาน​นี้​มาบ้าง​ แต่​ยัง​มิเคย​ได้​เห็นด้วย​ตา​ตนเอง​สักครั้ง​ นั่น​เป็น​เพราะ​การ​ประลอง​กระบี่​ซู่ซัน​จะจัด​ขึ้น​เพียง​ครั้ง​เดียว​ใน​ทุก ๆ​ สามปี เมื่อ​สามปีก่อน​เขา​ยัง​เป็น​เพียง​ศิษย์​รับใช้​ตัว​จ้อย​ งานการ​ใน​มือ​ยัง​ล้น​ตัว​จน​แทบจะ​มิมีเวลา​กินนอน​ ไย​จะมีวาสนา​ได้​ไปร่วม​ชมงานใหญ่​เช่นนี้​ได้​เล่า​

การ​ประลอง​กระบี่​ซู่ซัน​ มิใช่การ​ประลอง​ภายใน​ของ​คนกันเอง​ ทว่า​เป็น​การประชัน​ฝีมือ​ระหว่าง​สามสำนัก​กระบี่​ที่​ยิ่งใหญ่​ที่สุด​ ได้แก่​ สำนัก​กระบี่​คุ​น​หลุน​ สำนัก​กระบี่​อู๋​จี๋ และ​สำนัก​กระบี่​ซู่ซัน​ หาก​สำนัก​ใด​คว้า​ชัยชนะ​ไปได้​ การ​ประลอง​ใน​ครั้ง​ถัดไป​ใน​อีก​สามปีข้างหน้า​ก็​จะถูก​จัด​ขึ้น​ที่​สำนัก​นั้น​ และ​ใช้ชื่อ​สำนัก​ผู้ชนะ​นำหน้า​งาน​

เช่นเดียวกับ​การ​ประลอง​ใน​ครั้งนี้​ หาก​สำนัก​กระบี่​คุ​น​หลุน​เป็น​ฝ่าย​ชนะ​ สามปีต่อจากนี้​ชื่อ​ของ​งาน​ ‘ประลอง​กระบี่​ซู่ซัน​’ ก็​จะมลาย​หาย​ไป และ​ถูก​แทนที่​ด้วย​ชื่อ​ ‘ประลอง​กระบี่​คุ​น​หลุน​’ แทน​

“ศึก​ประลอง​สามสำนัก​ครา​ที่แล้ว​ ซู่ซัน​เรา​เป็น​ฝ่าย​ชนะเลิศ​ มิรู้​ว่า​ครา​นี้​ผล​จะออกมา​เป็น​เช่นไร​นะ​ขอรับ​” เมิ่งฝาน​พึมพำ​กับ​ตนเอง​เบา​ ๆ

“ครา​นี้​ สำนัก​กระบี่​ซู่ซัน​ของ​พวกเรา​ คง​แทบ​มิมีโอกาส​คว้า​ชัย​อีกแล้ว​ล่ะ​!” ศิษย์​พี่​จิน​เอ่ย​แทรก​ขึ้น​มา

“เหตุใด​ถึงกล่าว​เช่นนั้น​เล่า​ขอรับ​?” เมิ่งฝาน​มอง​ศิษย์​พี่​จิน​ด้วย​ความประหลาดใจ​ มิตระหนัก​ว่า​เหตุใด​เขา​ถึงได้​ยกย่อง​คนนอก​และ​กด​สำนัก​ของ​ตนเอง​เช่นนี้​

“นั่น​เป็น​เพราะ​การ​ประลอง​ครั้งก่อน​ เรา​มีอัจฉริยะ​อย่าง​ กวง​เทียน​โห​ย่ว​ อยู่​ แต่​ครั้งนี้​ซู่ซัน​ไร้​ซึ่งเงาของ​เขา​แล้ว​ ในขณะที่​สำนัก​กระบี่​คุ​น​หลุน​กลับ​มี เจียง​ผ่อ​เย​ว่​ ผงาด​ขึ้น​มาท้าทาย​ฟ้าดิน​ ใน​หมู่คน​รุ่นเยาว์​ยาม​นี้​ หา​ผู้​ที่จะ​ต้านทาน​เขา​ได้​ยาก​ยิ่งนัก​!” ศิษย์​พี่​จิน​กล่าว​ด้วย​น้ำเสียง​ที่​เจือ​ไปด้วย​ความหมดหวัง​ ดูท่า​เขา​จะปักใจ​เชื่อ​ไปแล้ว​ว่า​คุ​น​หลุน​จะคว้า​ชัย​ใน​ครั้งนี้​แน่นอน​

ศิษย์​พี่​กวง​เทียน​โห​ย่ว​รึ​

เมื่อ​สามปีก่อน​ยาม​ที่​เมิ่งฝาน​เพิ่ง​ก้าว​เข้าสู่​รั้ว​ซู่ซัน​ ชื่อ​ของ​กวง​เทียน​โห​ย่ว​นั้น​เปรียบเสมือน​ดวงตะวัน​อัน​โชติช่วง​ที่สุด​ของ​สำนัก​ ทว่า​มินาน​หลังจากนั้น​ เขา​ก็​พลัน​หายสาบสูญ​ไปอย่าง​ไร้​ร่องรอย​ ประดุจ​ดาวตก​ที่​ดับ​แสงลง​กลางคัน​

“ศิษย์​พี่​กวง​ ข้า​เคย​ได้ยิน​มาว่า​ท่าน​ออก​ไปฝึกฝน​วิชา​ภายนอก​แล้ว​ประสบ​เคราะห์ร้าย​จน​สิ้นชีพ​ ช่างน่ายกย่อง​และ​น่าเสียดาย​ยิ่งนัก​ขอรับ​!”

“เหอะ​! ท่าน​ผู้​นั้น​น่ะ​หรือ​จะตาย​? เขา​ยัง​มีชีวิต​อยู่​อย่าง​เสวยสุข​สำราญกาย​สบาย​ใจเสีย​ด้วยซ้ำ​!”

เมื่อ​ได้ยิน​คำกล่าว​ของ​ศิษย์​พี่​จิน​ โดยเฉพาะ​เมื่อ​สังเกตเห็น​กระแส​อารมณ์​อัน​แปลกประหลาด​ที่​เจือ​อยู่​ใน​น้ำเสียง​ เมิ่งฝาน​ก็​อด​มิได้​ที่จะ​รู้สึก​ประหลาดใจ​เป็น​ล้นพ้น​

“ศิษย์​พี่​จิน​ ท่า​นก​วง​ยัง​มีชีวิต​อยู่​งั้น​รึ​? แล้ว​เหตุใด​เขา​จึงมิยอม​กลับคืน​สู่สำนัก​กระบี่​ซู่ซัน​เล่า​ขอรับ​?”

ขณะที่​เอ่ย​ถาม เมิ่งฝาน​สัมผัส​ได้​ถึงกลิ่นอาย​ของ​เรื่องอื้อฉาว​อัน​เข้มข้น​ที่​กำลังจะ​ถูก​เปิดเผย​

“ก็​เพราะ​เขา​ ‘สุข​จน​ลืม​บ้าน​’ อย่างไรเล่า​!” ศิษย์​พี่​จิน​เอ่ย​พลาง​เหยียด​เบะ​มุมปาก​ด้วย​ความ​เยาะ​หยัน​

คำ​ว่า​ ‘สุข​จน​ลืม​บ้าน​’ นี้​ ช่างฟังดู​ประชดประชัน​ได้​อย่าง​แสบ​สัน​ยิ่งนัก​ เมื่อ​บ้าน​ที่ว่า​นั้น​หมายถึง​สำนัก​กระบี่​ซู่ซัน​อัน​ยิ่งใหญ่​!

“ศิษย์​พี่​จิน​ พอ​จะช่วย​คลาย​ข้อสงสัย​ให้​ศิษย์​น้อง​ผู้​นี้​หาย​ข้องใจ​หน่อย​ได้​ไหม​ขอรับ​?” เมิ่งฝาน​ถามด้วย​ความอยากรู้​เต็มกำลัง​

“กวง​เทียน​โห​ย่ว​ผู้​นั้น​ เขา​ไปหลงรัก​ศิษย์​สตรี​แห่ง​นิกาย​มาร​เมฆาคลั่ง​ ถูก​นาง​ใช้เสน่ห์​มาร​ล่อลวง​จน​หลง​จน​ปักใจ​ มัวเมา​จน​จิตวิญญาณ​กระเจิดกระเจิง​ ถึงขั้น​ยอม​ทิ้ง​เกียรติยศ​แล้ว​ติดตาม​นาง​กลับ​ไปพำนัก​อยู่​ใน​รัง​มาร​!”

“อดีต​ศิษย์​รัก​ผู้​เป็น​ความหวัง​แห่ง​ซู่ซัน​ กลับ​ยอม​ ‘แต่ง​เข้า​บ้าน​ฝ่าย​หญิง​’ ใน​นิกาย​มาร​ นี่​มิใช่ความ​อัปยศอดสู​ครั้ง​ใหญ่​ที่สุด​ของ​สำนัก​เรา​หรอก​รึ​?”

เมื่อ​เอ่ยถึง​ตรงนี้​ สีหน้า​ของ​ศิษย์​พี่​จิน​ก็​เต็มไปด้วย​ความ​ดูถูก​เหยียดหยาม​ มุมปาก​ของ​เขา​สั่น​ระริก​ด้วย​ความ​โกรธา​ที่​ข่ม​ไว้​ไม่อยู่​

เมิ่งฝาน​ลอบ​สังเกต​ปฏิกิริยา​ของ​ศิษย์​พี่​จิน​แล้ว​ก็ได้​แต่​ทอดถอนใจ​ พลาง​เดา​ใน​ใจว่า​

“ศิษย์​พี่​จิน​ ท่าน​กับ​กวง​เทียน​โห​ย่ว​ผู้​นี้​ เคย​มีความสัมพันธ์​ที่​สนิทสนม​กัน​มาก่อน​ใช่หรือไม่​ขอรับ​?”

เพราะ​หาก​มิได้​มีความผูกพัน​เป็นพิเศษ​ คง​มิมีทาง​ที่​เวลา​จะล่วงเลย​มานาน​ปานนี้​ ทว่า​เขา​ยังคง​รู้สึก​ ‘แค้นเคือง​ที่​อีก​ฝ่าย​มิรัก​ดี​’ ได้​อย่าง​ฝังจิต​ฝังใจเช่นนี้​

“คนพรรค์นั้น​น่ะ​รึ​ มีค่า​พอให้​ข้า​ใส่ใจปาน​นั้น​เชียว​?” ศิษย์​พี่​จิน​แค่น​หัวเราะ​เย็นชา​

เมิ่งฝาน​เห็น​ดังนั้น​ก็​มิเอ่ย​ความ​ต่อ​ หาก​ยังคง​ซักไซ้ไล่เลียง​ก็​คงจะ​เป็น​คน​ไม่รู้จัก​กาลเทศะ​เสียแล้ว​ เขา​จึงรีบ​เปลี่ยน​ประเด็น​สนทนา​ทันที​

“ศิษย์​พี่​จิน​ เช่นนั้น​เรา​ไปชมการ​ประลอง​กระบี่​ซู่ซัน​ด้วยกัน​ดี​ไหม​ขอรับ​?”

“ข้า​มิชอบ​ที่​ที่​มีคน​พลุกพล่าน​ เจ้าไปเถิด​” ศิษย์​พี่​จิน​ตอบ​ด้วย​น้ำเสียง​เรียบ​เฉย​

อา​… สุดท้าย​ศิษย์​พี่​ผู้​นี้​ก็​ยังคง​เป็น​คนรัก​สันโดษ​และ​กลัว​การ​เข้าสังคม​เหมือนเดิม​สินะ​

เมิ่งฝาน​ตัดใจ​ล้มเลิก​ความคิด​ที่จะ​ชวน​ศิษย์​พี่​จิน​ แล้วจึง​ก้าวเดิน​ออกจาก​หอ​คัมภีร์​เพียงลำพัง​

การ​ประลอง​กระบี่​แห่ง​ซู่ซัน​ใน​ครา​นี้​ เช่นเดียวกับ​ทุกครั้ง​ที่ผ่านมา​ ผู้​ที่​มีสิทธิ์​ลงสนาม​ประชัน​ฝีมือ​ได้​มีเพียง​เหล่า​ ‘ศิษย์​แกน​หลัก​’ จาก​ทั้ง​สามสำนัก​เท่านั้น​ ศิษย์​ประตู​นอก​และ​ศิษย์​ประตู​ใน​มิได้รับอนุญาต​ให้​เข้าร่วม​ แม้แต่​ผู้อาวุโส​ฝ่ายบริหาร​ทั่วไป​ก็​มิมีสิทธิ์​เข้า​ก้าวก่าย​

“ดูเหมือน​น้องสาว​ห​ลี่​เสวี่ย​โหร​ว​เพิ่งจะ​ได้รับ​เลื่อนขั้น​เป็น​ศิษย์​แกน​หลัก​เมื่อ​ไม่กี่​วันก่อน​ มิรู้​ว่า​นาง​จะต้อง​เข้าร่วม​การ​ประ​ลองใน​ครั้งนี้​ด้วย​หรือไม่​”

เมิ่งฝาน​พึมพำ​กับ​ตนเอง​ ขณะ​ที่สอง​เท้า​ก้าวเดิน​มุ่งหน้า​ขึ้น​สู่ยอดเขา​ซู่ซัน​อันเป็น​สถานที่​จัดงาน​

ก่อนหน้านี้​ห​ลี่​เสวี่ย​โหร​ว​ได้​ลั่นวาจา​ไว้​อย่าง​มั่นใจ​ว่า​จะบรรลุ​ระดับ​เทียน​หยวน​ให้ได้​ภายใน​สอง​เดือน​ และ​ในที่สุด​นาง​ก็​ทำได้​สำเร็จ​ตาม​สัญญา จน​ได้รับ​การ​เลื่อน​ฐานะ​เป็น​ศิษย์​แกน​หลัก​อย่าง​สมเกียรติ​

ทว่า​ใน​ฐานะ​ศิษย์​แกน​หลัก​หน้าใหม่​ นาง​จะถูก​ส่งลงสนาม​ประลอง​ครั้ง​ยิ่งใหญ่​นี้​เลย​หรือไม่​นั้น​ เมิ่งฝาน​เอง​ก็​มิอาจ​ทราบ​ได้​

แต่​อย่างไรก็ตาม​ ต่อให้​ห​ลี่​เสวี่ย​โหร​ว​มิได้​ลง​แข่ง​ เมิ่งฝาน​ก็​ตั้งใจ​แน่วแน่​ว่า​จะมิยอม​พลาด​งาน​นี้​เป็นอันขาด​ เพราะ​นี่​คือ​โอกาส​ทอง​ที่จะ​ได้​ยล​โฉมวิชา​กระบี่​ชั้นยอด​ มิเพียงแค่​ของ​ศิษย์​พี่​ศิษย์​น้อง​ใน​ซู่ซัน​เท่านั้น​ แต่​ยัง​รวมถึง​กระบวนท่า​ลึกลับ​จาก​สำนัก​กระบี่​คุ​น​หลุน​และ​สำนัก​กระบี่​อู๋​จี๋อีกด้วย​!

โอกาส​ทอง​เช่นนี้​มีค่า​ยิ่งกว่า​การ​นั่ง​ตีความ​ตัวอักษร​อยู่​ใน​หอ​คัมภีร์​เป็นไหน ๆ​

สถานที่​จัดงาน​ประลอง​กระบี่​แห่ง​ซู่ซัน​ใน​ครา​นี้​คือ​ ‘แท่น​ทงเทียน​’ บน​ยอด​สูงสุด​ของ​เขา​ซู่ซัน​ มินาน​นัก​เมิ่งฝาน​ก็​ฝ่าไอ​ร้อน​มาถึงบริเวณ​โดยรอบ​ แม้ชื่อ​จะเรียก​ว่า​แท่น​ ทว่า​พื้นที่​จริง ๆ​ กลับ​กว้างขวาง​สุดลูกหูลูกตา​ ประหนึ่ง​ลาน​ประลองยุทธ์​อัน​โอ่อ่า​ที่​สลักเสลา​ขึ้น​จาก​ขุนเขา​

ยาม​นี้​ยอดเขา​ซู่ซัน​คลาคล่ำ​ไปด้วย​ศิษย์​สำนัก​นับไม่ถ้วน​ที่มา​ห้อมล้อม​กัน​แน่นขนัด​จน​แทบ​มิมีช่องว่าง​ให้​ลม​พัดผ่าน​ เมิ่งฝาน​ต้อง​ออกแรง​เบียดเสียด​ฝูงชน​ด้วย​ความยากลำบาก​ จน​ในที่สุด​ก็​สามารถ​แทรกตัว​เข้าไป​อยู่​ใน​ตำแหน่ง​ที่​ใกล้​กับ​ลาน​ประลอง​ เพื่อ​จะได้​เห็น​วิชา​กระบี่​ของ​ยอด​ฝีมือ​แต่ละ​สำนัก​ได้​อย่าง​ถนัดตา​

บน​แท่​นท​งเทียน​ถูก​แบ่ง​ออก​เป็น​สามเขต​อย่าง​ชัดเจน​ ได้แก่​ สำนัก​กระบี่​ซู่ซัน​, สำนัก​กระบี่​อู๋​จี๋ และ​ สำนัก​กระบี่​คุ​น​หลุน​ เหล่า​ศิษย์​แกน​หลัก​จาก​สามขั้ว​อำนาจ​ต่าง​มารวมตัวกัน​ ณ ที่​แห่ง​นี้​ นับ​เป็นการ​ชุมนุม​ของ​ยอด​เยาวชน​ผู้​จะเป็นกำลัง​สำคัญ​ของ​แผ่นดิน​ในอนาคต​

เมิ่งฝาน​กวาดสายตา​ไปจน​พบ​ห​ลี่​เสวี่ย​โหร​ว​ใน​เขต​พื้นที่​ของ​ซู่ซัน​ นาง​มีสีหน้า​ตื่นเต้น​ แววตา​มุ่งมั่น​เปี่ยม​ไปด้วย​พลัง​อย่าง​เห็นได้ชัด​ ดูท่า​การ​ประลอง​ครา​นี้​นาง​คง​มีชื่อ​เข้าร่วม​ด้วย​เป็นแน่​ ทว่า​ใน​สายตา​ของ​เมิ่งฝาน​ ด้วย​ฐานะ​และ​พลัง​ที่​เพิ่ง​ทะลวง​เข้าสู่​ระดับ​ศิษย์​แกน​หลัก​ได้​มินาน​ ผลลัพธ์​ที่​ได้​คง​มิพ้น​การ​เป็น​ ‘หมาก​ใช้แล้ว​ทิ้ง​’ เพื่อ​หยั่งเชิง​คู่ต่อสู้​เท่านั้น​

หาก​พูด​ตามตรง​ มิเข้าร่วม​เสีย​ยัง​จะดีกว่า​ ทว่า​การ​สะสมประสบการณ์​สนาม​จริง​เช่นนี้​ ก็​นับว่า​เป็น​ทางเลือก​ที่​ไม่เลว​นัก​

เขา​ได้ยิน​เสียง​สนทนา​รอบข้าง​จน​ทราบ​ว่า​ ผู้​ที่​สวม​ชุด​ขาวสะอาด​ตา​นั้น​คือ​ศิษย์​สำนัก​คุ​น​หลุน​ ส่วน​ผู้​ที่​สวม​ชุด​ดำทะมึน​คือ​ศิษย์​สำนัก​อู๋​จี๋ ขณะที่​สำนัก​ซู่ซัน​ของ​เขา​ยังคง​เอกลักษณ์​ใน​ชุด​สีเขียว​มรกต​มาโดยตลอด​

ณ ขณะนั้น​ บน​แท่น​ประลอง​กำลัง​มีการปะทะ​กัน​อย่าง​ดุเดือด​ระหว่าง​ศิษย์​แกน​หลัก​ของ​ซู่ซัน​และ​คุ​น​หลุน​ ศิษย์​ฝ่าย​ซู่ซัน​วาด​กระบี่​ด้วย​ท่วงท่า​ ‘กระบี่​อัสนี​วายุ​’ ซึ่งเมิ่งฝาน​เคย​ผ่าน​ตา​ใน​หอ​คัมภีร์​หอ​ศาสตรา​มาบ้าง​แล้ว​ เมื่อ​ได้​เห็น​การร่ายรำ​จาก​ยอด​ฝีมือ​ระดับ​แกน​หลัก​เช่นนี้​ ความเข้าใจ​ใน​ท่วงท่า​ของ​เขา​ก็​ยิ่ง​ลึกซึ้ง​แตกฉาน​ขึ้น​เป็น​ทวีคูณ​ นี่​คือ​เหตุผล​ที่​เมิ่งฝาน​มักจะ​ชอบ​ไปแฝงตัว​อยู่​ตา​มลาน​ฝึก​ยุทธ์​เพื่อ​แอบดู​ผู้อื่น​ฝึก​กระบี่​นั่นเอง​

ส่วน​กระบวนท่า​ที่​ศิษย์​คุ​น​หลุน​ใช้นั้น​ เมิ่งฝาน​มิเคย​เห็น​มาก่อน​ ทว่า​เพียงแค่​จับจ้อง​การ​วาด​กระบี่​มิกี่​กระบวนท่า​ เขา​ก็​สามารถ​มอง​ทะลุ​เห็น​จุดเด่น​และ​ช่องโหว่​ของ​ฝ่ายตรงข้าม​ได้​อย่าง​รวดเร็ว​… มิน่าเชื่อ​ว่า​จะมีใคร​ใน​โลก​หล้า​ที่​เพียงแค่​ยืน​ชมการ​ประลอง​เพียง​ครั้ง​เดียว​ ก็​สามารถ​ชำแหละ​ความลับ​ใน​วิชา​กระบี่​ของ​ผู้อื่น​ได้​ละเอียดยิบ​เช่น​เมิ่งฝาน​ผู้​นี้​

ชั่วครู่​ต่อมา​ ศิษย์​ซู่ซัน​เป็น​ฝ่าย​คว้า​ชัยชนะ​ไปได้​ ทว่า​มิทัน​ได้​พัก​หายใจ​ ศิษย์​สำนัก​อู๋​จี๋ก็​พุ่ง​ทะยาน​ขึ้น​สู่เวที​เพื่อ​ท้า​ประลอง​กับ​ผู้ชนะ​ทันที​ นี่​คือ​การต่อสู้​แบบ​ ‘รักษา​ฐาน​’ ซึ่งหา​ความยุติธรรม​ได้​ยาก​ยิ่ง​ เพราะ​ผู้​ที่​ขึ้น​เวที​ทีหลัง​ย่อม​ได้เปรียบ​เรื่อง​กำลังกาย​ที่​ยัง​เต็มเปี่ยม​ ส่วน​ผู้​ที่อยู่​บน​เวที​นาน​เข้า​ย่อม​ถึงขีดจำกัด​และ​เพลี่ยงพล้ำ​ในที่สุด​ ดังนั้น​แต่ละ​สำนัก​ย่อม​เก็บ​ ‘ไพ่ตาย​’ ที่​เก่งกาจ​ที่สุด​ไว้​ลงสนาม​ใน​ช่วง​ท้าย​เป็นธรรมดา​

“เมิ่งฝาน​! ข้า​เห็น​เงาคน​ไกล​ ๆ นึก​ว่า​ใคร​ที่ไหน​ พอ​เดิน​เข้ามา​ดู​ใกล้​ ๆ กลับเป็น​เจ้าจริง ๆ​ ด้วย​!”

เสียง​ใสแว่ว​หวาน​ดัง​ขึ้น​ข้าง​หู​ เรียก​ให้​เมิ่งฝาน​ต้อง​ละสายตา​จาก​สนาม​ประลอง​

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 58 การประลองกระบี่แห่งซู่ซัน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย