วิถีกระบี่บรรลุเทพ ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา - บทที่ 180 หนิงตานขั้นสูงสุด สยบในพริบตา!
- Home
- วิถีกระบี่บรรลุเทพ ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา
- บทที่ 180 หนิงตานขั้นสูงสุด สยบในพริบตา!
ตอนที่ 180 หนิงตานขั้นสูงสุด สยบในพริบตา!
ตอนที่ 180 หนิงตานขั้นสูงสุด? สยบในพริบตา!
ความจริงแล้วตอนที่เย่หย่วนเฟิงปรากฏตัวที่นี่ เขาก็สังเกตเห็นเมิ่งฝานแล้ว
ทว่าปฏิกิริยาแรกของเขาคือการตวาดใส่เย่ชิงอวี๋ เพราะเขารู้จักเพียงหลานสาวตนเอง แต่ไม่รู้จักเมิ่งฝาน แต่ในยามนี้ เขาจำเป็นต้องหันมาให้ความสนใจกับตัวเมิ่งฝานอย่างเลี่ยงไม่ได้
การที่ค่ายกลกระบี่บนลานกว้างหยุดทำงาน เดิมทีก็ทำให้เขาสงสัยอย่างยิ่งยวดอยู่แล้ว
มาตอนนี้เจตจำนงกระบี่กลับปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง แถมยังจงใจไม่โจมตีเย่ชิงอวี๋ แต่กลับมุ่งเป้ามาที่เขาเพียงคนเดียว
เรื่องนี้มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
นั่นคือชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างรูปปั้นกระบี่ชิงหยุนผู้นี้ ได้ทำลายค่ายกลสืบทอดมรดกที่เซียนกระบี่โอสถทิ้งไว้ได้สำเร็จแล้ว
และที่ร้ายแรงกว่านั้น เจ้าหมอนี่อาจจะได้รับมรดกวิถีกระบี่ของเซียนกระบี่โอสถไปแล้วด้วย!
เย่หย่วนเฟิงรู้สึกปวดใจเหมือนถูกกรีด และโกรธแค้นจนแทบกระอักเลือด
นังเด็กเนรคุณเย่ชิงอวี๋ กล้าดีอย่างไรถึงสมรู้ร่วมคิดกับคนนอก มาหมายปองมรดกของเซียนกระบี่โอสถ
ที่สำคัญที่สุดคือ นางดันทำสำเร็จเสียด้วย!
นางไปหาคนมาทำลายค่ายกลกระบี่ที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ได้จริง ๆ
ทว่าสิ่งที่ประหลาดที่สุดก็คือคนที่ทำลายค่ายกลได้ กลับมีตบะเพียงระดับเทียนหยวนเท่านั้น
เมื่อคิดถึงตรงนี้รูม่านตาของเย่หย่วนเฟิงพลันหดเกร็ง คิ้วขมวดมุ่นจนแทบเป็นปม
ตระกูลเย่ของพวกเขา เคยเชิญยอดฝีมือวิถีกระบี่มาทำลายค่ายกลนี้มากมาย แม้แต่ผู้บำเพ็ญกระบี่ระดับหยวนเสินที่น่าสะพรึงกลัวก็ยังมี
ทว่าโดยไม่มีข้อยกเว้น คนเหล่านั้นล้วนล้มเหลวกลับไปหมด
แต่ตอนนี้เจ้าเด็กระดับเทียนหยวนคนหนึ่ง กลับทำลายค่ายกลได้สำเร็จ
เพียงคิดเล็กน้อยก็รู้ว่าเจ้าเด็กนี่ไม่ธรรมดา ย่อมต้องเป็นตัวตนที่ผิดแผกและเป็นอัจฉริยะปีศาจอย่างถึงที่สุด
พรสวรรค์ด้านกระบี่ระดับนี้ เกรงว่าจะเป็นหนึ่งเดียวที่หาไม่ได้อีกแล้วทั้งในอดีตและอนาคต
“แต่ว่าต่อให้อัจฉริยะแล้วจะอย่างไร?”
เย่หย่วนเฟิงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว พลังของเขาสลายเจตจำนงกระบี่นับสิบสายที่พุ่งเข้าหาจนสิ้นซาก
ต่อให้เป็นอัจฉริยะปีศาจเพียงใด หากยังไม่เติบโตเต็มที่ ก็ไม่ต่างอะไรกับเศษขยะ
เขาสามารถฆ่าทิ้งได้ง่ายดายเหมือนบี้มด ให้มันจบชีวิตลงกลางคัน!
ในเมื่อกล้ามาแตะต้องสมบัติสืบทอดของตระกูลเย่ ก็จงเตรียมตัวตายเสียเถอะ
“เจ้าหนู ของของตระกูลเย่ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะมีสิทธิ์มาละโมบ ของที่ไม่ควรดู หากดูแล้วข้าก็จะควักตาเจ้าออกมา! ของที่ไม่ควรกิน หากกินเข้าไปแล้วข้าก็จะคว้านกระเพาะเจ้าออกมาคืนให้หมด!”
เย่หย่วนเฟิงสะบัดมือคราหนึ่ง กระบี่ยาวเบื้องหลังพลันส่งเสียงกรีดร้อง
กระบี่พุ่งออกจากฝักเองโดยอัตโนมัติ กลายเป็นลำแสงสีรุ้งร่วงหล่นลงสู่มือเขา
ปราณกระบี่โชติช่วง เจตจำนงกระบี่แผ่ซ่าน สภาวะกระบี่พุ่งทะยานสู่สรวงสวรรค์!
วินาทีถัดมา จิตวิญญาณกระบี่สายหนึ่งก็ควบแน่นออกมา ส่งกลิ่นอายที่น่าหวาดวิตกยิ่งนัก ฟันตรงไปยังเมิ่งฝาน
เย่หย่วนเฟิงเป็นเพียงระดับหนิงตานขั้นสูงสุดยังไม่ก้าวสู่ระดับอิ๋นเสิน แต่กลับสามารถฝึกฝนจนเข้าถึงระดับจิตวิญญาณกระบี่ได้
ตัวตนระดับนี้ หากอยู่ในตระกูลเย่เล็ก ๆ ก็นับว่าถูกฝังจมอยู่กับที่จริง ๆ
ความจริงการที่เขาบรรลุจิตวิญญาณกระบี่ได้ ส่วนหนึ่งก็เพราะตบะของเขาติดอยู่ที่ขั้นสูงสุดของหนิงตานจนไม่อาจทะลวงผ่านได้
เมื่อหมดหวังในการเลื่อนระดับ เขาจึงทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดไปที่วิถีกระบี่ จนประสบความสำเร็จในการสร้างจิตวิญญาณกระบี่ขึ้นมา
แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น ก็นับได้ว่าเขาเป็นอัจฉริยะที่น่าทึ่งมากแล้ว!
เพราะหากมองไปทั่วสำนักซูซานซึ่งเป็นสำนักกระบี่ชั้นนำระดับโลก คนที่สามารถสร้างจิตวิญญาณกระบี่ได้ในระดับหนิงตานนั้นมีเพียงหยิบมือเดียว
ต้องยอมรับว่าเย่หย่วนเฟิงผู้นี้เป็นยอดคนจริง ๆ อีกทั้งการลงมือยังเฉียบขาดและรอบคอบ ไม่มีความประมาทแม้แต่น้อย
แม้ต้องเผชิญหน้ากับเมิ่งฝานที่เป็นเพียงผู้บำเพ็ญระดับเทียนหยวนขั้นสอง เขากลับทุ่มสุดตัว ถึงขั้นใช้จิตวิญญาณกระบี่ออกมา
ในสถานการณ์ปกติ คนแบบนี้ไม่มีทางพ่ายแพ้แน่นอน
ทว่า… เขาดันมาเจอกับคนที่ไม่ปกติอย่างเมิ่งฝานเข้าให้!
ในขณะที่เย่หย่วนเฟิงควบแน่นจิตวิญญาณกระบี่ออกมา เมิ่งฝานก็ขยับตัวเช่นกัน
เขาเดินพลังวิชาค่ายกลกระบี่จุลจักรวาลผสานเข้ากับพลังงานที่ยังหลงเหลืออยู่ในลานกว้างแห่งนี้ เพื่อสำแดงพลังที่เหนือขีดจำกัด
เมื่อครู่นี้ในค่ายกลสืบทอดมรดก เมิ่งฝานได้ฝึกควบแน่นจิตวิญญาณกระบี่และดวงจิตกระบี่มาหลายต่อหลายครั้งแล้ว
ยามนี้เขาอาศัยพลังแฝงของค่ายกลที่ยังหลงเหลืออยู่บนลานกว้าง เพื่อควบแน่นจิตวิญญาณกระบี่ หรือแม้แต่ดวงจิตกระบี่ออกมาอีกครั้ง!
ผลปรากฏว่าเขาสามารถควบแน่นจิตวิญญาณกระบี่ได้สำเร็จ แต่ดวงจิตกระบี่กลับล้มเหลว
เพราะค่ายกลสืบทอดมรดกนี้เริ่มสลายไปแล้ว พลังงานที่เหลืออยู่จึงเบาบางยิ่งนัก ไม่ถึงหนึ่งในสิบส่วนเสียด้วยซ้ำ
อีกทั้งการควบแน่นจิตวิญญาณกระบี่ครั้งนี้ เมิ่งฝานได้เผาผลาญพลังที่เหลืออยู่ของค่ายกลจนเหือดแห้งไปสิ้น
หากคิดจะยืมพลังจากค่ายกลบนลานกว้างอีก ย่อมเป็นไปไม่ได้แล้ว
ทว่าเพียงครั้งเดียวนี้… มันก็เกินพอแล้ว!
เพราะเมิ่งฝาน ควบแน่นจิตวิญญาณกระบี่ออกมาได้ถึงหกสายพร้อมกัน
หากเขาสามารถควบแน่นได้ถึงสิบสาย เขาย่อมสามารถสร้างดวงจิตกระบี่ออกมาได้
เย่หย่วนเฟิงที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เมื่อเห็นจิตวิญญาณกระบี่ทั้งหกสายปะทุขึ้นเบื้องหน้าเมิ่งฝาน สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างรุนแรงทันที เขาตกใจจนแทบสิ้นสติ
นี่มันจะไปสู้ได้อย่างไร?
ฉึก ฉึก ฉึก ฉึก ฉึก…
วินาทีถัดมา จิตวิญญาณกระบี่สายเดียวของเย่หย่วนเฟิงก็ถูกบดขยี้จนแหลกละเอียด
ในเวลาเดียวกัน บนร่างกายของเขาก็ปรากฏบาดแผลห้าแห่ง เลือดพุ่งกระฉูดออกมา
นี่คือเมิ่งฝานยั้งมือไว้แล้ว มิเช่นนั้นเย่หย่วนเฟิงคงกลายเป็นศพไปนานแล้ว หรืออาจจะแหลกสลายจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก!
อย่างไรเสียเขาก็ได้รับมรดกของเซียนกระบี่โอสถมา เห็นแก่หน้าท่านผู้เฒ่า จึงต้องจงใจไว้ชีวิตลูกหลานของท่านสักทาง
ทว่าเย่หย่วนเฟิงเมื่อครู่หมายจะใช้จิตวิญญาณกระบี่ปลิดชีพเขาอย่างชัดเจน
เมิ่งฝานเป็นพวกตาต่อตาฟันต่อฟัน ย่อมไม่มีทางปล่อยให้อีกฝ่ายอยู่อย่างสบายแน่นอน
บาดแผลทั้งห้าจุดบนตัวเย่หย่วนเฟิงแม้ไม่ถึงแก่ชีวิต แต่มันกลับทำลายวรยุทธ์และตบะทั้งหมดที่เขาสะสมมาทิ้งจนหมดสิ้น
นับตั้งแต่นี้ไป ประมุขตระกูลเย่ผู้นี้ จะกลายเป็นเพียงคนพิการไร้ค่าไปตลอดกาล
ในตอนนี้ ค่ายกลสืบทอดมรดกได้สลายไปอย่างสมบูรณ์แล้ว ไม่เหลือพลังงานแม้แต่นิดเดียว
เมิ่งฝานจะหวังพึ่งพลังจากค่ายกลมาช่วยอีกไม่ได้แล้ว
และหากเขาต้องใช้ความสามารถของตนเองสำแดงวิชาค่ายกลกระบี่นี้ อย่างมากที่สุดเขาก็จะมีพลังต่อสู้เทียบเท่ากับระดับหนิงตานขั้นต้นเท่านั้น
หนิงตานขั้นต้นที่ว่า คือประมาณระดับหนิงตานขั้นที่หนึ่งถึงสอง
และที่สำคัญที่สุดคือ เมิ่งฝานมีกระบี่ติดตัวอยู่เพียงสองเล่มเท่านั้น
การจะกางค่ายกลกระบี่ด้วยกระบี่แค่นี้ ช่างดูเป็นการกระทำที่ฟุ่มเฟือยและยากเข็ญเกินไป
ส่วนการจะสร้างฉากยิ่งใหญ่เหมือนค่ายกลสืบทอดมรดกนั้น…
ยากยิ่ง!!!
ในขณะนั้นเอง ฝั่งของคนตระกูลเย่ที่อยู่ตรงข้ามเมิ่งฝานพลันเกิดความวุ่นวาย
“ท่านประมุข ท่านเป็นอย่างไรบ้าง…”
หลังจากเสียงเซ็งแซ่ไร้สาระผ่านไป เย่หย่วนเฟิงประมุขตระกูลเย่ก็ถูกหามตัวออกไป
วินาทีถัดมา ก็มียอดฝีมืออีกหกคนก้าวออกมาจากกลุ่มคน
เลขหก… ช่างเป็นเลขมงคลเสียจริง!
“เมิ่งฝาน ทั้งหกคนนี้ล้วนเป็นยอดฝีมือระดับหนิงตานของตระกูลเย่ ครั้งนี้ตระกูลเย่ขนคนมาหมดเกลี้ยงแล้ว ยอดฝีมือระดับหนิงตานทุกคนอยู่ที่นี่หมดแล้ว!”
เย่ชิงอวี๋ที่อยู่ข้างหลังเอ่ยเตือนเมิ่งฝาน
ในใจของนางมีความรู้สึกที่ซับซ้อน เดิมทีนางควรจะตื่นตระหนกและหวาดกลัว แต่ยามนี้นางกลับสงบนิ่งอย่างประหลาด
ย่อมเป็นเช่นนั้น ขนาดปู่ของนางซึ่งเป็นประมุขตระกูล ยอดฝีมือระดับหนิงตานขั้นสูงสุด ยังถูกเมิ่งฝานสยบได้ในท่าเดียว
ในเวลานี้ ถ้านางยังจะตื่นเต้นอยู่อีกก็คงแปลกแล้ว ตอนนี้ไม่มีความเครียด มีเพียงความฉงนสงสัย
สงสัยว่าเหตุใดเมิ่งฝานถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้?
ก่อนหน้านี้ที่เขาฉยงหยุน นางเคยสงสัยว่าเมิ่งฝานอยู่ระดับหนิงตาน
แต่ความจริงพิสูจน์แล้วว่า ระดับหนิงตานมันจะไปสลักสำคัญอะไร?
ในยามนี้ นางเริ่มสงสัยแล้วว่าเมิ่งฝานอาจจะอยู่ระดับอิ๋นเสิน
มิเช่นนั้น ด้วยเหตุผลกลใดถึงสามารถสยบเย่หย่วนเฟิงผู้เป็นหนิงตานขั้นสูงสุดได้ในพริบตา?
นางคาดไม่ถึงว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับค่ายกลสืบทอดมรดก
เพราะในความเข้าใจของนาง มรดกก็คือมรดก
มรดกคือสิ่งที่ยกระดับศักยภาพ ยกระดับอนาคต และเส้นทางเบื้องหน้า แต่มันไม่สามารถเพิ่มพลังต่อสู้ที่อยู่ตรงหน้าได้ทันที!
เมื่อเห็นเมิ่งฝานมีพลังต่อสู้ระเบิดพลังออกมาขนาดนี้ นางจึงคิดไปเองโดยสัญชาตญาณว่าเมิ่งฝานแข็งแกร่งขนาดนี้อยู่แต่เดิมแล้ว
“ศิษย์พี่หญิงเย่ ท่านเข้าไปในตำหนักก่อนเถอะ ไปรับการสืบทอดมรดกของเซียนกระบี่โอสถเสีย เรื่องที่เหลือที่นี่ ไม่ต้องให้ท่านวุ่นวายแล้ว!”
เมิ่งฝานเอ่ยขึ้นโดยไม่ได้หันกลับมามองเย่ชิงอวี๋ที่อยู่เบื้องหลัง