วิถีกระบี่บรรลุเทพ ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา - บทที่ 179 มรดกสืบทอดเซียนกระบี่ ‘ค่ายกลกระบี่จุลจักรวาล’
- Home
- วิถีกระบี่บรรลุเทพ ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา
- บทที่ 179 มรดกสืบทอดเซียนกระบี่ ‘ค่ายกลกระบี่จุลจักรวาล’
บทที่ 179 มรดกสืบทอดเซียนกระบี่ ‘ค่ายกลกระบี่จุลจักรวาล’
เรื่องนี้ช่วยไม่ได้จริง ๆ วาสนาก็คือวาสนา พรหมลิขิตของเขาคงสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้
แต่ถึงกระนั้น สิ่งที่เมิ่งฝานได้รับก็นับว่าน่าตกใจยิ่งนัก!
เมิ่งฝานสูดหายใจเข้าลึก ๆ จากนั้นจึงเดินมุ่งหน้าไปยังตำหนักใหญ่ที่อยู่อีกฟากของลานกว้างต่อไป
คราวนี้ ไม่มีเจตจำนงกระบี่สายใดออกมาขัดขวางเขาอีกเลย
ไม่นานนักเขาก็มาถึงสุดปลายลานกว้าง ซึ่งก็คือหน้าประตูตำหนักใหญ่แห่งนั้น
ที่หน้าตำหนักมีรูปปั้นกระบี่ยักษ์ตั้งตระหง่านอยู่เล่มหนึ่ง รูปปั้นกระบี่ยักษ์นี้ใหญ่โตมาก ตัวกระบี่สูงเท่ากับตึกหลังเล็ก ๆ หลังหนึ่งเลยทีเดียว
ส่วนความกว้างนั้นก็กว้างถึงสองเมตร!
เมิ่งฝานที่ยืนอยู่หน้ารูปปั้นนี้ดูตัวเล็กไปถนัดตา ที่นี่ไม่วางรูปปั้นของเซียนกระบี่โอสถ แต่กลับวางรูปปั้นกระบี่ยักษ์แทน ทำให้เมิ่งฝานรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง เขาเอื้อมมือไปสัมผัสรูปปั้นกระบี่ยักษ์ตามสัญชาตญาณ
วินาทีถัดมา ความเจ็บปวดแล่นแปลบเข้าสู่สมองของเขา
ข้อมูลชุดหนึ่งถูกยัดเยียดเข้ามาในหัวอย่างรุนแรง มันรวดเร็วมากจนไม่เปิดโอกาสให้เมิ่งฝานได้ปฏิเสธ
เมิ่งฝานพยายามใช้พลังจิตวิญญาณเข้าขัดขวางเพื่อตรวจสอบดูก่อนว่ามันคืออะไร
ทว่าพลังจิตวิญญาณของเขากลับเปราะบางเหมือนกระดาษ ถูกทลวงผ่านไปในพริบตา
เพียงชั่วพริบตาเดียว เมิ่งฝานก็ได้รับข้อมูลนั้นมาทั้งหมด
ไม่มีเหตุร้ายอันใด ข้อมูลชุดนี้ก็คือมรดกสืบทอดวิถีกระบี่ของเซียนกระบี่โอสถนั่นเอง
เมิ่งฝานลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ยังดีที่มันไม่ใช่การโจมตีทางจิต มิเช่นนั้นเขาคงม้วยมรณาไปแล้ว
เพราะความเร็วเมื่อครู่นั้นมันไวเกินไป ต่อให้เขาอยากจะขอให้หงฉี่ช่วยก็คงไม่ทันการณ์!
โชคดีที่เซียนกระบี่โอสถมิใช่พวกโฉดชั่วอำมหิต
หลังจากเมิ่งฝานได้รับข้อมูลมรดกนี้แล้ว ผลประโยชน์ที่ได้ก็นับว่าน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก
อย่างแรก คือวิชาค่ายกลกระบี่ที่เซียนกระบี่โอสถใช้สร้างชื่อจนโด่งดังไปทั่วใต้หล้า
‘ค่ายกลกระบี่จุลจักรวาล’
เพียงแค่เห็นชื่อค่ายกล เมิ่งฝานก็มองออกว่าเซียนกระบี่โอสถมิใช่คนพองตัวหรือโอหัง
เมื่อแปดร้อยปีก่อนเขาโลดแล่นไปทั่วปฐพี แทบไร้คู่ต่อกร นับเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งในยุคนั้น
แต่เขากลับตั้งชื่อค่ายกลของตนเองว่า ‘จุลจักรวาล’ แทนที่จะเป็น ‘มหาจักรวาล’
เพียงจุดนี้จุดเดียว ก็พิสูจน์ได้ว่าเซียนกระบี่โอสถเป็นคนถ่อมตัวอย่างยิ่ง
เมิ่งฝานเพิ่งจะได้สัมผัสกับค่ายกลกระบี่จุลจักรวาลนี้ด้วยตนเองมาหยก ๆ เมื่อได้รับมรดกสืบทอดมาจึงราวกับเป็นการบรรลุแจ้งในชั่วข้ามคืน ความเข้าใจหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย
นอกจากวิชาค่ายกลกระบี่แล้ว มรดกวิถีกระบี่ของเซียนกระบี่โอสถยังมีอีกหนึ่งวิชาคือจิตกระบี่
ชื่อจิตกระบี่นี้ฟังดูธรรมดาสามัญ ไร้ซึ่งความหวือหวา ทว่าในความเป็นจริงมันคือวิชาพลังจิตวิญญาณที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
และมันเป็นวิชาพลังจิตที่สร้างขึ้นมาเพื่อการควบคุมกระบี่โดยเฉพาะ
ผู้บำเพ็ญทั่วไปอาจทำได้เพียงหลอมรวมคนกับกระบี่เป็นหนึ่งเดียว
แต่หากฝึกฝนจิตกระบี่ถึงระดับหนึ่ง จะสามารถหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับกระบี่ร้อยเล่ม พันเล่ม หรือแม้แต่หมื่นเล่มได้
การที่เซียนกระบี่โอสถสามารถฝึกวิชาค่ายกลกระบี่จนถึงขั้นเข้าขั้นสูงสุดได้นั้น วิชาจิตกระบี่นี้ถือเป็นกุญแจสำคัญอันดับหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย!
“มรดกวิถีกระบี่ของเซียนกระบี่โอสถ มีเพียงวิชาค่ายกลกระบี่จริง ๆ ด้วย”
เมิ่งฝานพึมพำ “แต่นี่ก็ปกติเมื่อเทียบกับวิชาค่ายกลกระบี่แล้ว วิชาศิลปะกระบี่อื่น ๆ ย่อมไม่ควรค่าแก่การเอ่ยถึง เซียนกระบี่โอสถเองก็คงไม่ลดตัวทิ้งมรดกวิชากระบี่เหล่านั้นไว้ให้เสียชื่อ”
เพียงค่ายกลกระบี่นี้เพียงอย่างเดียว ก็เพียงพอจะท่องไปทั่วใต้หล้า!
ไม่จำเป็นต้องมีสิ่งอื่นใดอีก
เมื่อจัดระเบียบข้อมูลมรดกเสร็จสิ้น เมิ่งฝานก็ตะโกนบอกเย่ชิงอวี๋ที่อยู่ด้านนอกว่า
“ศิษย์พี่หญิงเย่ ท่านเข้ามาได้แล้ว!”
เย่ชิงอวี๋ที่รออยู่หน้าประตู ยามนี้ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและปลาบปลื้มใจอย่างถึงที่สุด
แม้นางจะจินตนาการไม่ได้ว่าเมื่อครู่เมิ่งฝานเผชิญกับอะไรมาบ้าง แต่นางเห็นว่าเมิ่งฝานข้ามผ่านลานกว้างไปได้แล้ว
ตามทฤษฎี การข้ามผ่านลานกว้างได้เท่ากับการผ่านการทดสอบของค่ายกลสืบทอดมรดก
ทว่าหลังจากเมิ่งฝานผ่านไปได้ เขากลับยืนนิ่งอยู่หน้ารูปปั้นกระบี่ยักษ์ไม่ไหวติง ทำให้นางไม่แน่ใจว่าเขาสำเร็จหรือไม่จนในใจว้าวุ่นกระวนกระวายไปหมด
บัดนี้เมื่อได้ยินเสียงเรียกของเมิ่งฝาน นางจึงมั่นใจเสียทีว่าเมิ่งฝานทำสำเร็จแล้ว
เมิ่งฝานสำเร็จแล้ว นั่นหมายความว่านางสามารถเดินผ่านลานกว้างแห่งนี้เพื่อเข้าสู่ตำหนักใหญ่ไปรับการสืบทอดมรดกวิถีโอสถของเซียนกระบี่โอสถได้
ความปรารถนาที่สั่งสมมานานปี กำลังจะกลายเป็นความจริง
เย่ชิงอวี๋ผู้มักจะแสดงสีหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึก ยามนี้กลับอดไม่ได้ที่จะเผยยิ้มออกมาเล็กน้อย
ว่ากันตามตรง แม่นางงามน้ำแข็งคนนี้เวลายิ้มก็นับว่าดูดีไม่น้อยเลยทีเดียว
เย่ชิงอวี๋ก้าวเท้าเข้าสู่ลานกว้าง เดินมุ่งหน้าไปยังตำหนักใหญ่ ค่ายกลกระบี่บนลานกว้างไม่ได้เริ่มทำงานอีกจริง ๆ มันไม่ได้พุ่งเป้ามาที่นาง
หลังจากเมิ่งฝานได้รับมรดกสืบทอดไปแล้ว ค่ายกลกระบี่ ณ ที่แห่งนี้ก็ได้สลายตัวไปอย่างสมบูรณ์
หน้าที่ของมันสิ้นสุดลงแล้ว และจากไปอย่างสงบ
เย่ชิงอวี๋เดินมุ่งหน้าสู่ตำหนักด้วยความตื่นเต้น ทว่าขณะที่นางเดินมาถึงจุดกึ่งกลางลานกว้าง ทันใดนั้นก็มีเสียงคำรามดังมาจากเบื้องหลัง
“หยุดเดี๋ยวนี้!!!”
เสียงนั้นแหบพร่าและแก่ชรา ทว่าในความแก่ชรานั้นกลับแฝงไว้ด้วยความโอหังและเฉียบคมอย่างไม่มีที่เปรียบ
เย่ชิงอวี๋สั่นสะท้านไปทั้งตัว สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นตึงเครียดขึ้นมาทันที แม้แต่ในความตึงเครียดนั้นยังแฝงไปด้วยความหวาดกลัว
เพราะนางจำได้ดีว่าเจ้าของเสียงนี้คือใคร
นั่นคือปู่ของนาง ประมุขตระกูลเย่ เย่หย่วนเฟิง!
ในรุ่นพ่อของเย่ชิงอวี๋นั้นไม่มีใครเอาไหนเลยสักคน ไม่มีใครสามารถขึ้นมาเป็นเสาหลักของตระกูลเย่ได้
แต่เย่หย่วนเฟิงผู้เป็นปู่นั้นกลับเป็นบุคคลที่ไม่ควรดูเบา เขามีเล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิงแพรวพราว
ที่สำคัญที่สุด เย่หย่วนเฟิงคือตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในตระกูลเย่ ตบะบารมีของเขาอยู่ในระดับหนิงตานขั้นสูงสุด
หากมิใช่เพราะติดอยู่ในระดับหนิงตานขั้นสูงสุดจนไม่สามารถทะลวงผ่านได้ เขาคงไม่ยอมทนอุดอู้อยู่ในตระกูลเย่เพียงซีกมุมเล็ก ๆ แห่งนี้หรอก
ยามนี้ เย่ชิงอวี๋ซึ่งอยู่ใจกลางลานกว้าง เมื่อได้ยินเสียงตวาดของปู่เย่หย่วนเฟิง นางนอกจากจะไม่หยุดตามคำสั่งแล้ว กลับยิ่งวิ่งให้เร็วขึ้น มุ่งตรงไปยังตำหนักใหญ่!
ธนูอยู่บนสายแล้วมิอาจไม่ยิง ในตอนนี้ใครก็ขัดขวางนางไม่ได้ นางตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าจะเดิมพันในครั้งนี้ให้ถึงที่สุด
“เจ้าลูกสารเลว! นังลูกเนรคุณ!!!”
เย่หย่วนเฟิงโกรธจนตัวสั่น เขาทะยานร่างขึ้นกลางอากาศ พุ่งตามเย่ชิงอวี๋ไปราวกับสายฟ้าแลบ
แม้เย่หย่วนเฟิงจะไม่รู้รายละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อเห็นว่าค่ายกลกระบี่ในลานกว้างใช้การไม่ได้ และเย่ชิงอวี๋กำลังมุ่งหน้าสู่ตำหนักใหญ่ เขาย่อมต้องลงมือขัดขวางเป็นธรรมดา!
เพราะหากจะมีใครสักคนที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในตำหนักใหญ่ได้ คนผู้นั้นต้องเป็นเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น
ทั้งตระกูลเย่ มีเพียงเขา เย่หย่วนเฟิง เท่านั้นที่คู่ควรจะรับมรดกของบรรพบุรุษเซียนกระบี่โอสถ!
น่าเสียดายที่เย่ชิงอวี๋ไม่คิดเช่นนั้น
และที่สำคัญที่สุด เมิ่งฝานก็ไม่คิดเช่นนั้นด้วย
“ศิษย์พี่หญิงเย่ ไม่ต้องกลัว เข้ามานี่!” เมิ่งฝานเอ่ยกับเย่ชิงอวี๋ด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง
ในยามนี้ใครพวกเราใครพวกเขา เมิ่งฝานย่อมแยกแยะได้อย่างกระจ่างแจ้ง
เขาเลือกที่จะช่วยเย่ชิงอวี๋แน่นอน!
เหนือสิ่งอื่นใด เย่ชิงอวี๋เคยรับปากเขาไว้ว่า ในวันหน้าขอเพียงเมิ่งฝานเอ่ยปาก นางจะช่วยปรุงโอสถให้โดยไม่มีเงื่อนไข
ดังนั้นมรดกวิถีโอสถของเซียนกระบี่โอสถ เมิ่งฝานย่อมต้องสนับสนุนให้เย่ชิงอวี๋ได้รับไปแน่นอน
ยิ่งวิชาปรุงยาของเย่ชิงอวี๋แข็งแกร่งเท่าไหร่ ในอนาคตนางก็จะยิ่งช่วยเขาได้มากเท่านั้น!
ในขณะที่เย่หย่วนเฟิงไล่ตามเย่ชิงอวี๋จนเพิ่งจะก้าวเท้าเข้าสู่ลานกว้างแห่งนั้น เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
เจตจำนงกระบี่สายแล้วสายเล่าปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า พุ่งเข้าจู่โจมเย่หย่วนเฟิงทันที
คิ้วของเย่หย่วนเฟิงขมวดมุ่นทันใด เจตจำนงกระบี่เหล่านี้จงใจหลบเลี่ยงเย่ชิงอวี๋ แต่กลับพุ่งเป้ามาที่เขาเพียงคนเดียว
ต่อให้เป็นคนโง่ก็รู้ว่าเรื่องนี้มีเงื่อนงำ
เขาสาดสายตาไปที่ร่างอีกร่างหนึ่งซึ่งยืนอยู่หน้าตำหนัก ร่างนั้นยืนนิ่งอยู่ข้างรูปปั้นกระบี่ยักษ์ ดูแปลกแยกและไม่เข้ากับสภาพแวดล้อมที่นี่เลยแม้แต่นิดเดียว!