Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

วิถีกระบี่บรรลุเทพ ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา - บทที่ 137 ปรมาจารย์แห่งสำนักซู่ซัน ‘หลินจิงหง’

  1. Home
  2. วิถีกระบี่บรรลุเทพ ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา
  3. บทที่ 137 ปรมาจารย์แห่งสำนักซู่ซัน ‘หลินจิงหง’
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บท​ที่​ 137 ปรมาจารย์​แห่ง​สำนัก​ซู่ซัน​ ‘หลิน​จิงหง​’

หยั่งรู้​รวดเดียว​สิบ​วัน​สิบ​คืน​เชียว​หรือ​?

เมื่อ​ได้ยิน​คำยืนยัน​ของ​เมิ่งฝาน​ ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ก็​บังเกิด​ความประหลาดใจ​จน​ยาก​จะเก็บงำ​

ใน​มุมมอง​ของ​ท่าน​ ท่าน​มิอาจ​เข้าใจ​ได้​เลย​ว่า​เมิ่งฝาน​กำลัง​วางแผน​อัน​ใด​อยู่​ การ​จมดิ่ง​ลง​สู่ภวังค์​แห่ง​การ​หยั่งรู้​นาน​ต่อเนื่อง​ถึงสิบ​วัน​สิบ​คืน​ ร่างกาย​และ​จิตวิญญาณ​จะแบก​รับภาระ​ที่​หนักอึ้ง​ขนาด​นั้น​ไหว​จริง​หรือ​ และ​ที่​สำคัญ​ที่สุด​ ปุถุชน​ทั่วไป​จะสามารถ​คง​สภาวะ​สมาธิที่​ล้ำลึก​ขนาด​นั้น​ได้​นาน​เพียงนั้น​เชียว​หรือ​?

ทว่า​ เมื่อ​เห็น​ว่า​เมิ่งฝาน​ใช้เวลา​เตรียมตัว​มาอย่าง​ยาวนาน​ก่อน​จะตัดสินใจ​เอ่ยปาก​ ท่าน​จึงเลือก​ที่จะ​วาง​ความกังขา​ลง​แล้ว​มอบ​ความเชื่อมั่น​ให้​แก่​ศิษย์​รัก​

สิ่งที่​ท่าน​ทำ​มิได้​ สิ่งที่​ท่าน​มิอาจ​หยั่งถึง​… บางที​ศิษย์​ผู้​นี้​อาจ​สร้าง​ปาฏิหาริย์​ให้​เป็นจริง​ได้​

สำหรับ​เมิ่งฝาน​แล้ว​ ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​มิเคย​คลางแคลงใจ​ใน​ตัว​เขา​เลย​แม้แต่​ครั้ง​เดียว​!

“ตกลง​ ใน​เมื่อ​เจ้าเตรียม​ใจมาพร้อมสรรพ​ อาจารย์​ย่อม​มิขัดศรัทธา​ บัดนี้​ข้า​จะพา​เจ้ามุ่งหน้า​ไปยัง​วิหาร​เทพ​กระบี่​ด้วย​ตนเอง​” ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​เอ่ย​โดย​ไร้​ซึ่งความลังเล​

การ​เข้าถึง​ศิลาจารึก​เทพ​กระบี่​เป็นเวลา​สิบ​วัน​สิบ​คืน​นั้น​ แม้แต่​ด้วย​บารมี​และ​สายสัมพันธ์​อัน​กว้างขวาง​ของ​ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ ก็​ยัง​ต้อง​จ่าย​ค่าตอบแทน​เป็น​หิน​วิญญาณ​เกือบ​ห้า​พัน​ก้อน​

ทว่า​ท่าน​กลับ​ยินดี​จะสละ​มัน​เพื่อ​ศิษย์​ผู้สืบทอด​เพียง​คนเดียว​ของ​ท่าน​อย่าง​เต็มใจ​ ท่าน​เชื่อมั่น​อย่าง​สุด​หัวใจ​ว่า​สิ่งที่​ได้รับ​กลับมา​นั้น​คุ้มค่า​เกิน​กว่า​หิน​วิญญาณ​พวก​นี้​เป็นไหน ๆ​

ครู่​ต่อมา​ ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ก็​นำพา​เมิ่งฝาน​ทะยาน​ออกจาก​หอ​ศาสตรา​ มุ่งตรง​ไปยัง​วิหาร​เทพ​กระบี่​ ทว่า​ในขณะที่​ยัง​เหลือ​ระยะห่าง​จาก​หอ​ขัง​อสูร​อีก​พอสมควร​ ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​กลับ​หยุดชะงัก​ฝีเท้า​ลง​กะทันหัน​

“อาจารย์​ เกิดเรื่อง​อัน​ใด​ขึ้น​หรือ​ขอรับ​?”

เมิ่งฝาน​เอ่ย​ถามด้วย​ความ​ฉงน​ เมื่อ​เห็น​ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ยืน​นิ่ง​ประดุจ​รูป​สลัก​ ใบหน้า​พลัน​แปร​เปลี่ยนเป็น​เคร่งขรึม​หนักอึ้ง​อย่าง​ที่​ไม่เคย​เป็นมา​ก่อน​

ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​มิได้​เอื้อนเอ่ย​คำ​ใด​ สายตา​จดจ้อง​ไปยัง​เบื้องหน้า​อย่าง​ไม่วางตา​ สีหน้า​ของ​ท่าน​มิใช่เพียงแค่​ความเคร่งเครียด​ ทว่า​ใน​แววตา​นั้น​กลับ​ซ่อนเร้น​ความหวาดระแวง​ หรือ​หาก​จะกล่าว​ให้​ตรง​กว่า​นั้น​ มัน​คือ​ความ​ตื่นตระหนก​ที่​ปนเป​ไปด้วย​ความหวาดหวั่น​

เมิ่งฝาน​ขมวดคิ้ว​มุ่น​ ใน​ใจบังเกิด​ความ​ตระหนก​ยิ่งนัก​ เขา​ไม่เคย​เห็น​ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​สำแดง​ท่าที​ที่​เสีย​อาการ​ถึงเพียงนี้​มาก่อน​เลย​

เขา​จึงกวาดสายตา​มองตาม​ทิศทาง​ที่​อาจารย์​จ้องมอง​ไปเบื้องหน้า​

เบื้องหน้า​นั้น​คือ​หอ​ขัง​อสูร​

และ​ที่​หน้า​ประตู​ชั้นหนึ่ง​ของ​หอ​ขัง​อสูร​ กลับ​มีร่าง​ของ​คน​สอง​ร่าง​ยืนหยัด​อยู่​

คน​ทั้งคู่​ยืน​ประจันหน้า​กัน​อย่าง​เงียบงัน​ เมิ่งฝาน​กวาดตา​มอง​อย่าง​ถ้วนถี่​ทว่า​กลับ​มิจดจำ​คน​ทั้งคู่​ได้​เลย​แม้แต่​คนเดียว​

มิต้องสงสัย​เลย​ว่า​ ท่าที​ที่​สั่นคลอน​ของ​ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ย่อม​ต้อง​มีต้นเหตุ​มาจาก​คน​คน​หนึ่ง​ใน​ที่​นั้น​ หรือ​บางที​อาจจะ​เป็น​เพราะ​พลัง​อำนาจ​ของ​ทั้งคู่​รวมกัน​

การ​ที่​คน​สอง​คน​สามารถ​ยืน​เผชิญหน้า​กัน​ได้​อย่าง​ทัดเทียม​เช่นนี้​ ย่อม​พิสูจน์​ได้​ว่า​ทั้งคู่​คือ​ยอด​คน​ที่​สถิต​อยู่​ใน​ระดับ​สูงสุด​ที่​ยาก​จะหยั่งถึง​!

“ท่าน​อาจารย์​ ยอด​คน​สอง​ท่าน​นั้น​คือ​ใคร​กัน​หรือ​ขอรับ​?” เมิ่งฝาน​เอ่ย​ถามซ้ำด้วย​ความกระหาย​รู้​

การ​ที่​ยอด​ฝีมือ​ผู้​ผ่าน​โลก​มาอย่าง​โชกโชน​เช่น​ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ ถึงกับ​หลุด​สีหน้า​และ​แสดง​ความ​หวั่นเกรง​ออก​มาถึงเพียงนี้​ ย่อม​เป็น​ข้อพิสูจน์​ที่​ประจักษ์ชัด​ว่า​ พลัง​ตบะ​ของ​คน​ทั้งคู่​นั้น​อยู่​เหนือกว่า​ท่าน​อาจารย์​ไปไกลโพ้น​

แม้เมิ่งฝาน​จะมิทราบ​ว่า​แท้จริง​แล้ว​ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​มีระดับ​พลัง​ที่แท้​จริงอยู่​ที่​ขอบเขต​ใด​ แต่​ใน​สำนัก​กระบี่​ซู่ซัน​อัน​กว้างใหญ่​ ท่าน​อาจารย์​ย่อม​ต้อง​มีชื่อเสียง​และ​ตำแหน่ง​ที่​มิธรรมดา​อย่าง​แน่นอน​ หาก​แม้แต่​ท่าน​ยัง​สั่นคลอน​ เช่นนั้น​ยอด​คน​เบื้องหน้า​ย่อม​มิใช่ปุถุชน​นิรนาม​เป็นแน่​

ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ค่อย ๆ​ ละสายตา​กลับมา​ แววตา​นั้น​ยังคง​เต็มไปด้วย​ความ​สับสนวุ่นวาย​ เห็นได้ชัด​ว่า​ภายในใจ​ยัง​มิอาจ​สงบ​ระงับ​ลง​ได้​ง่าย ๆ​ ท่าน​สูด​ลม​หายใจเข้า​ปอด​ลึก​ ๆ ก่อน​จะผ่อน​ออกมา​อย่าง​ช้า ๆ แล้ว​หันมา​กล่าว​กับ​ศิษย์​รัก​ด้วย​น้ำเสียง​แผ่วเบา​

“ลูกศิษย์​เอ๋ย​ เจ้ามาพำนัก​อยู่​ที่​ซู่ซัน​ก็​นานโข​ ทว่า​ยัง​มิเคย​มีวาสนา​ได้​พบ​หน้า​ท่าน​จ้าว​สำนัก​เลย​ใช่ไหม​? วันนี้​ล่ะ​ที่​เจ้าจะได้​ประจักษ์​แก่​สายตา​!”

จ้าว​สำนัก​?

เมิ่งฝาน​นิ่งงัน​ไปอึดใจหนึ่ง​ ดวงตา​พลัน​เบิก​กว้าง​ด้วย​ความ​โหยหา​พลาง​จับจ้อง​ไปยัง​สอง​เงาร่าง​ที่​ยืน​เด่น​ตระหง่าน​หน้า​หอ​ขัง​อสูร​อีกครั้ง​

คำพูด​ของ​ท่าน​อาจารย์​ย่อม​หมายความว่า​ หนึ่ง​ใน​สอง​คน​นั้น​ก็​คือ​ประมุข​ผู้​เกรียงไกร​แห่ง​สำนัก​กระบี่​ซู่ซัน​… หลิน​จิงหง​!

จ้าว​สำนัก​ซู่ซัน​ หลิน​จิงหง​ผู้​นี้​ขึ้น​ชื่อเรื่อง​ความลึกลับ​ประหนึ่ง​มังกร​ที่ซ่อน​กาย​ใน​มวล​เมฆ ศิษย์​ใน​สำนัก​น้อย​คน​นัก​ที่จะ​มีโอกาส​ได้​เข้าพบ​ ท่าน​แทบ​มิเคย​ปรากฏ​กาย​ให้​เห็น​และ​มิเคย​ลงมา​ข้องแวะ​กับ​กิจการ​น้อย​ใหญ่​ของ​สำนัก​เลย​แม้แต่น้อย​ ภาระหน้าที่​ทั้งหมด​ใน​ที่แจ้ง​ล้วน​ตก​อยู่​ใน​ความดูแล​ของ​เหล่า​ผู้อาวุโส​สูงสุด​ทั้งสิ้น​

เมิ่งฝาน​บังเกิด​ความตื่นเต้น​จน​หัวใจ​พอง​โต​ ใคร​จะคาดคิด​ว่าการ​เดินทาง​ไปวิหาร​เทพ​กระบี่​ใน​วันนี้​ จะทำให้​เขา​ได้​พบ​กับ​จ้าว​สำนัก​ผู้​ลึกลับ​ราวกับ​ภูตผี​ตน​นี้​เข้า​

ทว่า​เพียง​ชั่ว​อึดใจ​ ความตื่นเต้น​บน​ใบหน้า​ของ​เขา​ก็​พลัน​เลือนหาย​ไป แทนที่​ด้วย​ความเคร่งเครียด​หนักอึ้ง​ เมื่อ​เขา​นึกถึง​ข่าว​สำคัญ​เรื่อง​หนึ่ง​ขึ้น​มาได้​

มินาน​มานี้​ ศิษย์​พี่​จิน​เคย​แจ้งข่าว​แก่​เขา​ว่า​ห​ลี่​ฟาน​เฉิน​ จ้าว​สำนัก​มาร​กุ้ย​หวา​งจง มีเจตจำนง​จะบุก​ขึ้น​เขา​ซู่ซัน​เพื่อ​ชิงกระบี่​เลือด​วิญญาณ​ที่​ถูก​ผนึก​ไว้​ใน​หอ​ขัง​อสูร​

ใน​ใต้​หล้า​นี้​ คน​ที่​สามารถ​บีบ​ให้​จ้าว​สำนัก​ซู่ซัน​ต้อง​ออกมา​ต้อนรับ​ด้วย​ตนเอง​ถึงหน้า​หอ​ขัง​อสูร​ได้​ ย่อม​มีเพียง​จ้าว​สำนัก​มาร​ ห​ลี่​ฟาน​เฉิน​ เท่านั้น​!

เมิ่งฝาน​แทบ​มิกล้า​ฝัน​เลย​ว่า​ ใน​วันที่​เขา​ตั้งใจ​จะไปซึมซับ​เจตจำนง​จาก​ศิลาจารึก​เทพ​กระบี่​ เขา​จะบังเอิญ​มาติด​อยู่​ท่ามกลาง​การ​เผชิญหน้า​ของ​สอง​ยักษ์​ใหญ่​ที่​สั่นสะเทือน​ปฐพี​ถึงเพียงนี้​

จ้าว​สำนัก​กระบี่​ซู่ซัน​ หลิน​จิงหง​!

จ้าว​สำนัก​มาร​กุ้ย​หวา​งจง ห​ลี่​ฟาน​เฉิน!​

ยอด​คน​ทั้งสอง​ท่าน​นี้​เปรียบ​ได้​กับ​ผู้ยิ่งใหญ่​อันดับ​ต้น​ ๆ ของ​แผ่นดิน​ ใน​ยุคสมัย​ที่​เหล่า​นาม​เซียน​เร้น​กาย​ไปจาก​โลก​ พวก​ท่าน​คือ​กลุ่ม​ผู้​ทรงพลัง​สูงสุด​ใน​โลก​มนุษย์​ แม้จะมิกล้า​อ้างว่า​เป็น​ที่หนึ่ง​ใน​ใต้​หล้า​ แต่​ก็​มีคุณสมบัติ​เพียบพร้อม​พอที่จะ​ท้า​ชิงตำแหน่ง​นั้น​อย่าง​เต็ม​ภาคภูมิ​…

นี่​คือ​ขีดสุด​ของ​มรรคา​ที่​ปุถุชน​จะไปถึง!

เมิ่งฝาน​สัมผัส​ได้​ว่า​เลือด​ใน​กาย​เริ่ม​เดือด​พล่าน​ด้วย​ความ​ระทึกใจ​ การ​ได้​เห็น​บุคคล​ระดับ​นี้​ประลองยุทธ์​กัน​ด้วย​ตา​ตนเอง​ คือ​วาสนา​ที่​หา​ได้​ยาก​ยิ่งกว่า​การ​พบพาน​ใน​รอบ​ร้อย​ปี

“อาจารย์​ ท่าน​คิด​ว่า​จ้าว​สำนัก​มาร​ผู้​นี้​ จะเป็น​คู่ปรับ​ที่​สมน้ำสมเนื้อ​กับ​ท่าน​จ้าว​สำนัก​ของ​พวกเรา​หรือไม่​ขอรับ​?” เมิ่งฝาน​เอ่ย​ถามด้วย​ความตื่นเต้น​ที่​ปิดไม่มิด​

การ​ได้​ชมการต่อสู้​ที่​สั่นสะเทือน​ฟ้าดิน​โดย​มิต้อง​กังวล​ถึงภัยพิบัติ​ที่จะ​ตามมา​ ย่อม​เป็น​ความปรารถนา​ลึก​ ๆ ของ​มนุษย์​มาแต่​โบราณกาล​ แม้เมิ่งฝาน​จะเป็น​ศิษย์​ของ​ซู่ซัน​ ทว่า​สัญชาตญาณ​ความ​อยากรู้อยากเห็น​กลับ​มีมากกว่า​ความกังวล​ เพราะ​มหกรรม​ความสนุก​ระดับ​ร้อย​ปีมีครั้ง​เช่นนี้​

หาก​พลาด​ไป… คง​ต้อง​เสียใจ​ไปตลอดชีวิต​!

ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ปรายตา​มอง​เมิ่งฝาน​ด้วย​ความประหลาดใจ​พลาง​เอ่ย​ว่า​

“เจ้าเด็กน้อย​ สายตา​เจ้าไม่เลว​นัก​ ถึงกับ​คาดเดา​ได้​ว่า​นั่น​คือ​เจ้าสำนัก​มาร​กุ้ย​หวา​งจง”

เมิ่งฝาน​ยิ้มแห้ง​ ๆ ด้วย​ความเกรงใจ​ก่อน​ตอบ​ว่า​ “ก่อนหน้านี้​ศิษย์​เคย​ได้ยิน​ศิษย์​พี่​จิน​แห่ง​หอ​พระไตรปิฎก​เปรย​ให้​ฟังว่า​ เจ้าสำนัก​มาร​ผู้​นี้​หมายตา​ ‘กระบี่​เสวียน​หยิน​’ ใน​หอ​ขัง​อสูร​ และ​ใน​เมื่อ​เรื่อง​นี้​สั่นสะเทือน​จน​ท่าน​จ้าว​สำนัก​ต้อง​ออกมา​รับมือ​ด้วย​ตนเอง​ ผู้​นั้น​ย่อม​มิมิใช่ใคร​อื่น​นอก​จากห​ลี่​ฟาน​เฉิน​แน่นอน​ขอรับ​”

ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​พยักหน้า​พลาง​กล่าว​ต่อ​ “ถูกต้อง​ ผู้​นี้​คือ​ห​ลี่​ฟาน​เฉิน​ จอม​มาร​ผู้​เลื่องชื่อ​ด้าน​ความเหี้ยมโหด​อำมหิต​ไปทั่ว​ทั้ง​แผ่นดิน​ ส่วน​คำถาม​ที่ว่า​เขา​กับ​ท่าน​จ้าว​สำนัก​ใคร​จะเหนือกว่า​ใคร​นั้น​ เรื่อง​นี้​ข้า​เอง​ก็​มิอาจ​หยั่งรู้​ได้​ จึงมิกล้า​ตัดสินใจ​โดยพลการ​”

ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​หยุดชะงัก​ไปครู่หนึ่ง​ ราวกับ​เพิ่ง​นึกได้​ว่า​คำพูด​เมื่อ​ครู่​ดูจะ​บั่นทอน​บารมี​สำนัก​เกินไป​ จึงรีบ​กระแอม​ไอ​แล้ว​แก้ไข​ทันควัน​

“แต่​ข้า​มั่นใจ​ว่า​ท่าน​จ้าว​สำนัก​ย่อม​ต้อง​เป็น​ฝ่าย​กำ​ชัยชนะ​แน่นอน​ เพราะ​ธรรมะ​ย่อม​ชนะ​อธรรม​เสมอ​!”

เห็นได้ชัด​ว่า​ประโยค​แรก​คือ​ความสัตย์จริง​จาก​ใจ ส่วน​ประโยค​หลัง​เป็น​เพียง​การ​กู้หน้า​ตามมารยาท​ ใน​ฐานะ​คน​ของ​ซู่ซัน​ อย่าง​น้อย​ต่อหน้า​สาธารณชน​ย่อม​ต้อง​เชื่อมั่น​ว่า​ผู้นำ​ของ​ตน​เก่งกาจ​ที่สุด​

“ศิษย์​ก็​คิดเห็น​เช่นเดียวกับ​ท่าน​อาจารย์​ขอรับ​! เจ้าสำนัก​กุ้ย​หวา​งจงผู้​นั้น​ย่อม​มิใช่คู่มือ​ของ​ท่าน​จ้าว​สำนัก​เรา​ แค่​ดู​จาก​สง่าราศี​ก็​น่าจะ​รู้​ผล​แล้ว​ ท่าน​จ้าว​สำนัก​ของ​พวกเรา​สวม​ชุด​ขาวสะอาด​ดุจ​หิมะ​ ดู​สง่างามราวกับ​เซียน​ที่​จุติ​ลง​มาจาก​สรวงสวรรค์​ จะเอา​อะไร​ไปเปรียบกับ​จอม​มาร​นั่น​ที่​สวม​ชุด​ดำทะมึน​ แฝงไปด้วย​กลิ่นอาย​หม่นหมอง​อึดอัด​เช่นนั้น​ได้​?”

เมิ่งฝาน​รีบ​รับ​ลูกจาก​ท่าน​อาจารย์​ทันที​ เพื่อ​แสดง​จุดยืน​อัน​มั่นคง​และ​จิตสำนึก​อัน​แรงกล้า​ที่​ศิษย์​ซู่ซัน​พึงมี​

ทว่า​เมื่อ​ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ได้ยิน​เช่นนั้น​ กลับ​ขมวดคิ้ว​จ้องมอง​ศิษย์​รัก​ด้วย​สายตา​ว่างเปล่า​ ก่อน​จะถอนหายใจ​ออกมา​อย่าง​อ่อนแรง​

“วันหน้า​หาก​เจ้าไม่รู้​อะไร​ ก็​จงสงบปากสงบคำ​ไว้​เสียเถิด​ คน​ที่​สวม​ชุด​ดำ​นั่นแหละ​คือ​ท่าน​จ้าว​สำนัก​ซู่ซัน​ของ​เรา​ ส่วน​ไอ้​คน​ชุด​ขาว​นั่น​น่ะ​คือ​เจ้าสำนัก​มาร​ห​ลี่​ฟาน​เฉิน!”​

เมิ่งฝาน​ถึงกับ​ยืน​เซ่อ​ ยืน​นิ่งงัน​ดุจ​ไก่​ตา​แตก​ทันที​

นี่​มัน​… อะไร​กัน​เนี่ย​!

หน้า​หอ​ขัง​อสูร​ที่​เคร่งขรึม​ บุรุษ​ใน​ชุด​ขาว​ผู้​นั้น​ดู​สง่างามดั่ง​เทพบุตร​เปี่ยม​ด้วย​ราศี​อัน​สูงส่ง เมิ่งฝาน​จึงปักใจ​เชื่อ​ไปตาม​สัญชาตญาณ​ว่า​นั่น​คือ​ตัวแทน​แห่ง​ความถูกต้อง​จาก​ซู่ซัน​ ส่วน​บุรุษ​ชุด​ดำ​กลับ​ดู​ซึมเซาหม่นหมอง​ มอง​ปราด​เดียว​ก็​เหมือน​พวก​ดาว​ร้าย​ชัด​ ๆ

ใน​สถานการณ์​ที่​ไม่เคย​เห็น​หน้า​ค่า​ตาม​าก่อน​เช่นนี้​ จะโทษ​ว่า​เมิ่งฝาน​ตาถั่ว​ก็​ดูจะ​ใจร้าย​เกินไป​นัก​ คง​ต้องโทษ​ที่​ทั้ง​ท่าน​จ้าว​สำนัก​ซู่ซัน​และ​จอม​สำนัก​มาร​ ต่าง​ก็​เป็นยอด​คน​ที่​ ‘ไม่เล่น​ตาม​บท​’ เอา​เสีย​เลย​

เมื่อ​ต้อง​เผชิญ​กับ​สถานการณ์​อัน​แสน​กระอัก​กระ​อ่วง​ เมิ่งฝาน​จึงรีบ​พยายาม​ “เยียวยา​” หน้าแตก​ของ​ตนเอง​อย่าง​สุดกำลัง​

“เอ่อ​… หาก​มอง​ให้​ละเอียดถี่ถ้วน​อีกที​ ท่าน​จ้าว​สำนัก​ใน​ชุด​ดำ​ช่างดู​สุขุม​นุ่ม​ลึก​ปาน​มหาสมุทร​ ท่าทาง​ที่​เรียบ​เฉย​นั้น​แฝงไปด้วย​ความมั่นใจ​ว่า​ชัยชนะ​อยู่​ใน​กำมือ​แล้ว​! ส่วน​เจ้าสำนัก​มาร​นั่น​… สวม​ชุด​ขาว​โอ้อวด​ฉูดฉาด​เกินพิกัด​ ท่าดีทีเหลว​แท้ ๆ​ ดู​อย่างไร​ก็​ไม่มีทาง​เป็น​คู่​ต่อกร​ของ​ท่าน​จ้าว​สำนัก​เรา​ได้​แน่นอน​ขอรับ​!”

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 137 ปรมาจารย์แห่งสำนักซู่ซัน ‘หลินจิงหง’"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย