Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

วิถีกระบี่บรรลุเทพ ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา - บทที่ 107 เคล็ดวิชาต้องห้ามแห่งเผ่ามาร

  1. Home
  2. วิถีกระบี่บรรลุเทพ ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา
  3. บทที่ 107 เคล็ดวิชาต้องห้ามแห่งเผ่ามาร
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บท​ที่​ 107 เคล็ด​วิชา​ต้องห้าม​แห่ง​เผ่า​มาร​

‘คัมภีร์​โลหิต​ชาด​’

อักขระ​สี่ตัว​สั้น​ ๆ ที่​แลดู​ธรรมดา​สามัญ ชื่อ​เรียกขาน​มิได้​พิสดาร​เลิศเลอ​อัน​ใด​ ทว่า​สำหรับ​เมิ่งฝาน​ใน​ยาม​นี้​ ต่อให้​เป็น​วิถี​มาร​ระดับ​ล่าง​สุด​ แต่​มัน​กลับ​เปรียบเสมือน​หยาดฝน​ทิพย์​ที่​ชโลม​ลง​บน​ผืนดิน​แห้งผาก​

ขอ​เพียง​เขา​สามารถ​ฝึกปรือ​วิชา​มาร​เพื่อ​ขัดเกลา​ไอ​พรรณ​มาร​ใน​กาย​ให้​กล้าแกร่ง​ขึ้น​ การ​จะควบคุม​ดาบ​มาร​เจ็ด​สิ้น​สูญหรือ​เพ​ลงดาบ​ราตรี​นิรันดร์​ ย่อม​จะราบรื่น​ขึ้น​เป็น​ทวีคูณ​ แม้ความเสี่ยง​ที่จะ​ถูก​ความ​มืดมิด​เข้า​ครอบงำ​จน​กลายเป็น​มาร​จะยังคง​มีอยู่​ แต่​หาก​เขา​มีพื้นฐาน​วิชา​มาร​ที่​ถูกต้อง​ เมิ่งฝาน​ย่อม​สามารถ​สะกด​ข่ม​และ​ควบคุม​สภาวะ​การกลายเป็น​มาร​นั้น​ได้​โดย​พื้นฐาน​!

ตำรา​ใน​หอ​คัมภีร์​นั้น​มีกฎ​เหล็ก​ห้าม​นำ​ออก​ภายนอก​ หาก​ปรารถนา​จะหยิบยืม​ก็​จำเป็นต้อง​ลงทะเบียน​ให้​เป็น​กิจจะลักษณะ​ แต่​เมิ่งฝาน​ล่วงรู้​ดีว่า​การศึกษา​วิถี​มาร​นั้น​เป็นเรื่อง​ต้องห้าม​ เขา​จึงมิอาจ​ยอมให้​ผู้ใด​ล่วงรู้​ร่องรอย​ได้​ การ​ลงทะเบียน​จึงเป็นไปไม่ได้​เลย​โดยสิ้นเชิง​!

เขา​จึงตัดสินใจ​ฝังตัว​และ​เริ่ม​ศึกษา​ ‘คัมภีร์​โลหิต​ชาด​’ ณ ที่​แห่ง​นั้น​ในทันที​

ทว่า​สิ่งนี้​หา​ใช่คัมภีร์​กระบี่​ที่​เขา​สามารถ​หยั่งรู้​ได้​เพียงแค่​ปรายตา​มอง​ เมิ่งฝาน​ต้อง​ทุ่มเท​เวลา​ถึงสามวัน​เต็ม​เพื่อ​เคี่ยว​กรำ​จดจำ​อักขระ​และ​ทิศทาง​พลัง​ของ​ ‘คัมภีร์​โลหิต​ชาด​’ จน​ขึ้นใจ​ทุก​ถ้อยคำ​

จวบจน​คืน​ที่สาม​ เมิ่งฝาน​หวนคืน​สู่ห้องพัก​ใน​หอ​ศาสตรา​และ​เริ่ม​ลงมือ​ฝึกปรือ​วิถี​มาร​นี้​อย่าง​จริงจัง​!

ต้อง​ทำความเข้าใจ​เสีย​ก่อน​ว่า​ แม้จะถูก​เรียก​ว่า​ ‘วิชา​มาร​’ เหมือนกัน​ แต่​สิ่งที่​สำนัก​มาร​ใน​โลก​มนุษย์​ฝึกฝน​นั้น​ โดย​แก่นแท้​ยังคง​เป็น​วรยุทธ์​ของ​มนุษย์​ที่​เพียงแต่​อิงแอบ​ไปใน​ทาง​ชั่วร้าย​ ทว่า​ ‘คัมภีร์​โลหิต​ชาด​’ เล่ม​ที่​เมิ่งฝาน​ครอบครอง​อยู่​นี้​ คือ​เคล็ด​วิชา​ต้นตำรับ​จาก​ อาณาจักร​มาร​ ที่​ถูก​รังสรรค์​ขึ้น​เพื่อ​เผ่า​มาร​โดยเฉพาะ​!

ภายใต้​ครรลอง​ปกติ​ มนุษย์​ไม่มีทาง​ฝึกปรือ​วิชา​ของ​เผ่า​มาร​ได้​เลย​ ทว่า​เมิ่งฝาน​กลับ​มีวาสนา​ปน​คราวเคราะห์​ที่​ได้​ ‘เส้น​พลัง​มาร​’ สาย​หนึ่ง​จาก​อาณาจักร​มาร​มาแฝงเร้น​อยู่​ใน​กาย​ และ​นี่​คือ​ ‘กุญแจ​’ เพียง​หนึ่งเดียว​ที่​ทำให้​เขา​มีสิทธิ์​ก้าว​เข้าสู่​มรรคา​แห่ง​มาร​ได้​!

เมิ่งฝาน​นั่งขัดสมาธิ​อยู่​บน​เตียง​ ยาม​ที่​เขา​เริ่ม​โคจร​ตาม​เคล็ด​ ‘คัมภีร์​โลหิต​ชาด​’ เส้น​พลัง​มาร​ใน​ร่าง​ก็​พลัน​ตอบสนอง​อย่าง​รุนแรง​ทันที​!

ทว่า​ปัญหา​ใหญ่​ก็​บัง​เกิดขึ้น​… พลัง​วิญญาณ​อัน​บริสุทธิ์​ที่​เขา​สั่งสมมาจาก​การกลืน​กิน​กลีบ​ดอกบัว​ทิพย์​ก่อนหน้านี้​ กลับ​ไร้ประโยชน์​โดยสิ้นเชิง​ต่อ​ ‘คัมภีร์​โลหิต​ชาด​’ มัน​มิอาจ​เสริมสร้าง​หรือ​หล่อเลี้ยง​เส้น​พลัง​มาร​ได้​เลย​แม้แต่น้อย​ ยิ่งไปกว่านั้น​ แม้แต่​พลัง​ปราณ​แห่ง​ฟ้าดิน​ที่​หนาแน่น​รอบกาย​ ก็​ยัง​มิอาจ​นำมาใช้​ฝึกปรือ​เพื่อ​ยกระดับ​พลัง​มาร​ใน​กาย​ได้​

“เฮ้อ​…” เมิ่งฝาน​ถอนหายใจ​ยาว​ คิ้ว​ทั้งสอง​ขมวด​เข้าหา​กัน​จน​แทบจะ​ชน​กัน​

เขา​ค่อย ๆ​ ก้าว​ลง​จาก​เตียง​ สีหน้า​ฉายแวว​จนปัญญา​อย่าง​ปิดไม่มิด​

มิน่าเล่า​ จึงมิเคย​ปรากฏ​มนุษย์​ผู้ใด​ฝึกปรือ​วิชา​ของ​เผ่า​มาร​ได้​สำเร็จ​!

หนึ่ง​คือ​ ยาก​นัก​ที่จะ​หา​ผู้เริ่มต้น​ก้าว​ข้าม​ธรณีประตู​แห่ง​มาร​ได้​เหมือน​เขา​

และ​สอง​คือ​ ต่อให้​โชคดี​ได้รับ​คัมภีร์​ลับ​มาครอบครอง​ แต่​หาก​ไร้​ซึ่งพลัง​ต้นกำเนิด​แห่ง​มาร​มาหล่อเลี้ยง​ ก็​เปรียบเสมือน​การ​มีเตา​หลอม​ที่​ไร้​เชื้อไฟ​ ไม่อาจ​ก้าวหน้า​ไปได้​แม้เพียง​ครึ่ง​ก้าว​

นี่​คือ​หุบเหว​ที่​มวลมนุษย์​มิอาจ​ก้าว​ผ่าน​ได้​จริง ๆ​!

กลิ่นอาย​วิญญาณ​แห่ง​ฟ้าดิน​ใน​โลก​มนุษย์​นั้น​ช่างแตกต่าง​กับ​ไอ​พลัง​ใน​แดน​มาร​โดยสิ้นเชิง​ มัน​มิอาจ​แปร​เปลี่ยนเป็น​พลัง​มาร​ตามที่​เคล็ด​วิชา​ต้องการ​ได้​เลย​แม้แต่น้อย​

เมื่อ​ตระหนัก​ได้​ถึงข้อจำกัด​นี้​ เมิ่งฝาน​ก็ได้​แต่​ลอบ​ยิ้ม​ขมขื่น​ด้วย​ความสมเพช​ตนเอง​ ความอุตสาหะ​ที่​ทุ่มเท​มาเนิ่นนาน​กลับ​กลายเป็น​เพียง​ความว่างเปล่า​อย่างนั้น​หรือ​?

ดูท่า​เขา​คง​ไม่มีทางเลือก​อื่น​ นอกจาก​ต้อง​จำใจใช้ คัมภีร์​บริสุทธิ์​หยาง​แปร​สายฟ้า​ เข้า​บดขยี้​และ​หลอมละลาย​เส้น​พลัง​มาร​สาย​นั้น​ทิ้ง​เสีย​ เพื่อ​มิให้​มัน​กลายเป็น​ภัย​มืด​ที่​คอย​กัด​กิน​ร่างกาย​ใน​ภายหลัง​ ทว่า​ใน​จังหวะ​ที่​เขา​กำลังจะ​ลงมือ​นั้น​เอง​ ประกาย​ความคิด​สาย​หนึ่ง​ก็​พลัน​แล่น​ผ่าน​วาบ​เข้ามา​ใน​หัว​

เขา​ลืม​ ‘หัวใจสำคัญ​’ ไปเสีย​สนิท​

‘ต้นกำเนิด​กระบี่​’

ยาม​ที่​เขา​สามารถ​ก่อกำเนิด​เส้น​พลัง​มาร​สาย​แรก​ขึ้น​มาได้​ ก็​ด้วย​อานุภาพ​จาก​กระบี่​ต้อง​สาปและ​พลัง​จาก​ต้นกำเนิด​กระบี่​มิใช่หรือ​? หาก​ต้นกำเนิด​กระบี่​สามารถ​เสริมส่ง​พลัง​ให้​แก่​ เคล็ด​วิชา​ลมหวน​ลี้ลับ​ และ​ คัมภีร์​บริสุทธิ์​หยาง​แปร​สายฟ้า​ ได้​ ไฉน​มัน​จะเสริมส่ง​อานุภาพ​ให้​แก่​ คัมภีร์​โลหิต​ชาด​ มิได้​เล่า​!

หาก​จะกล่าว​ให้​ถูกต้อง​ ‘ต้นกำเนิด​กระบี่​’ นั้น​เหนือ​ล้ำ​กว่า​กฎเกณฑ์​ใด​ ๆ มัน​มิใช่ของ​โลก​มนุษย์​และ​ก็​มิใช่ของ​แดน​มาร​ แต่​มัน​คือ​สัจธรรม​ที่​ดำรงอยู่​เหนือ​พิภพ​ทั้งมวล​

เมื่อ​คิดได้​ดังนั้น​ เมิ่งฝาน​ก็​มิรอ​ช้า รีบ​ขยับ​กาย​ลงมือ​ทันที​

เนื่องจาก​ช่วง​ที่ผ่านมา​เขา​มีพลัง​วิญญาณ​จาก​กลีบ​ดอกบัว​ทิพย์​คอย​หนุน​นำ​การฝึกฝน​ ต้นกำเนิด​กระบี่​ใน​กาย​จึงถูก​ใช้จน​เหือดแห้ง​ไปนาน​แล้ว​ และ​เขา​ก็​ละเลย​การ​ดูดซับ​พลัง​จาก​กระบี่​เล่ม​ใหม่​มาหลาย​วัน​

เมิ่งฝาน​ก้าว​ออกจาก​ห้อง​มุ่งตรง​ไปยัง​ชั้นหนึ่ง​ของ​หอ​ศาสตรา​ ก่อน​จะคว้า​กระบี่​ยาว​เล่ม​หนึ่ง​ที่​เขา​ยัง​มิเคย​แตะต้อง​ขึ้น​มาพินิจ​

‘กระบี่​พฤกษา​ลี้ลับ​’

ทันทีที่​เขา​ชัก​กระบี่​ออกจาก​ฝัก​ พลานุภาพ​แห่ง​ต้นกำเนิด​กระบี่​สาย​หนึ่ง​ก็​ไหล​พรั่งพรู​เข้าสู่​ร่างกาย​ดุจ​สาย​น้ำหลาก​ เมิ่งฝาน​วาง​กระบี่​คืน​ที่​อย่าง​รวดเร็ว​ ทว่า​เขา​มิได้​เดิน​กลับ​เข้า​ห้องพัก​ แต่กลับ​ทรุด​กาย​ลง​นั่งขัดสมาธิ​ ณ จุด​นั้น​เอง​ ก่อน​จะเริ่ม​โคจร​ตาม​เคล็ด​วิชา​คัมภีร์​โลหิต​ชาด​อย่าง​ตั้งมั่น​

ครา​นี้​… ผลลัพธ์​กลับตาลปัตร​จาก​ความล้มเหลว​โดยสิ้นเชิง​!

กระแส​พลัง​จาก​ต้นกำเนิด​กระบี่​ถูก​เคล็ด​วิชา​โลหิต​ชาด​หลอม​รวม​อย่าง​รวดเร็ว​ปาน​ละลาย​หิมะ​ เส้น​พลัง​มาร​ที่​เคย​สงบนิ่ง​อยู่​ภายใน​กาย​พลัน​สั่นสะเทือน​และ​เริ่ม​ขยายตัว​ขึ้น​ทีละน้อย​

สำเร็จ​แล้ว​!

ต้นกำเนิด​กระบี่​คือ​คำตอบ​ที่​ถูกต้อง​อย่าง​ที่​เขา​คาดการณ์​ไว้​ไม่มีผิด​ เมิ่งฝาน​ค่อย ๆ​ ลืมตา​ขึ้น​ช้า ๆ มุมปาก​หยัก​ลึก​เป็น​รอยยิ้ม​แห่ง​ความปิติ​ที่​ยาก​จะปิด​มิด​

พลานุภาพ​แห่ง​ ‘ต้นกำเนิด​กระบี่​’ นั้น​คือ​สิ่งที่​ปุถุชน​มิอาจเอื้อม​ถึง ทว่า​เมิ่งฝาน​ผู้ครอบครอง​พรสวรรค์​อัน​สูงสุด​อย่าง​ ‘วิถี​กระบี่​บรรลุ​เทพ​’ กลับ​กุม​ความลับ​ใน​การ​ดูดซับ​มัน​ไว้​เพียงผู้เดียว​

ทั่ว​ทั้ง​แผ่นดิน​นี้​ เห็นจะ​มีเพียง​เขา​คนเดียว​เท่านั้น​ที่​มีความสามารถ​พิสดาร​เช่นนี้​ และ​นั่น​ย่อม​หมายความว่า​ เขา​คือ​มนุษย์​เพียง​หนึ่งเดียว​ใน​ใต้​หล้า​ที่​สามารถ​ฝึกปรือ​วิชา​ลับ​ของ​เผ่า​มาร​ได้​สำเร็จ​!

ทว่า​เรื่องราว​นี้​เปรียบ​ดั่ง​ดาบสองคม​ หาก​ความลับ​รั่วไหล​ออก​ไปว่า​เขา​ลอบ​ฝึก​วิชา​มาร​ เขา​อาจ​ถูกตราหน้า​ว่า​เป็น​สายลับ​ของ​เผ่า​มาร​และ​กลายเป็น​ศัตรู​ของ​คน​ทั้งโลก​ แม้โอกาส​ที่​ใคร​จะล่วงรู้​หรือ​เชื่อ​ว่า​เป็นไปได้​นั้น​จะต่ำ​เตี้ย​เรี่ย​ดิน​เพียงใด​ แต่​เมิ่งฝาน​ผู้​รัก​ความมั่นคง​ก็​เลือก​ที่จะ​ปิดบัง​มัน​ไว้​ใน​เงามืด​อย่าง​มิดชิด​ที่สุด​

ใน​วิถี​แห่ง​อำนาจ​ ความมั่งคั่ง​มัก​มาพร้อม​ความเสี่ยง​เสมอ​!

เมิ่งฝาน​ไม่มีทาง​ยอม​ละทิ้ง​โอกาส​ทอง​ที่​สวรรค์​ประทาน​มาให้​เพียง​เพราะ​ความกังวล​อันน้อย​นิด​ หลังจาก​กลั่นกรอง​และ​ดูดซับ​ต้นกำเนิด​กระบี่​สาย​นั้น​จน​สิ้นซาก​ เขา​ก็​เริ่ม​ลงมือ​ขัด​กระบี่​ยาว​เล่ม​ต่อไป​ในทันที​

นับแต่​วันนี้​เป็นต้นไป​ เขา​จะมุ่งมั่น​ขัด​กระบี่​อย่าง​ไม่หยุดหย่อน​เพื่อ​สะสมต้นกำเนิด​กระบี่​ให้​มหาศาล​ที่สุด​ โดย​แบ่งแยก​สาย​พลัง​อย่าง​ชัดเจน​ พลัง​วิญญาณ​จาก​กลีบ​ดอกบัว​ทิพย์​จะถูก​ใช้เพื่อ​ค้ำจุน​ เคล็ด​วิชา​ลมหวน​ลี้ลับ​และ​คัมภีร์​สายฟ้า​หยาง​บริสุทธิ์​}ส่วน​ต้นกำเนิด​กระบี่​อัน​ล้ำค่า​จะถูก​อุทิศ​ให้​แก่​ คัมภีร์​โลหิต​ชาด​เพียง​อย่าง​เดียว​!

เมิ่งฝาน​ตรากตรำ​ขัด​กระบี่​ยาว​ต่อเนื่อง​ถึงสามสิบ​เล่ม​ ซึ่งใน​จำนวน​นั้น​มีกระบี่​วิญญาณ​รวม​อยู่​ถึงสี่เล่ม​ และ​มีกระบี่​อีก​แปด​เล่ม​ที่​มี ‘ไอ​สังหาร​’ สั่งสมอยู่​อย่าง​หนาแน่น​

จนกระทั่ง​กระบวน​การกลั่นกรอง​และ​ดูดซับ​ไอ​สังหาร​เหล่านั้น​เสร็จสิ้น​ เมิ่งฝาน​จึงยอม​หยุด​มือ​ลง​ด้วย​ความ​เหนื่อยล้า​ที่​เริ่ม​เข้า​จู่โจม การ​เคี่ยว​กรำ​พลังงาน​เหล่านี้​ต้อง​ใช้สมาธิและ​เรี่ยวแรง​มหาศาล​มิใช่น้อย​

ทว่า​ผลลัพธ์​ที่​ได้รับ​กลับ​คุ้มค่า​เกินคาด​!

เขา​ก็​ค้นพบ​ความลับ​สำคัญ​อีก​ประการ​ ‘ไอ​สังหาร​’ เหล่านี้​มีคุณสมบัติ​เช่นเดียวกับ​ต้นกำเนิด​กระบี่​ มัน​สามารถ​ถูก​เปลี่ยนเป็น​เชื้อไฟ​ชั้นเลิศ​ที่​ช่วย​เร่งเร้า​การ​ฝึกปรือ​คัมภีร์​โลหิต​ชาด​ได้​เป็น​อย่าง​ดี​

เมื่อ​เป็น​เช่นนี้​ เมิ่งฝาน​ก็​เบาใจ​ไปได้​เปลาะ​ใหญ่​ ต่อไป​ภายหน้า​ พลัง​มาร​ภายใน​กาย​ของ​เขา​จะไม่มีวัน​พบ​กับ​ทางตัน​ และ​พร้อม​จะเติบโต​พุ่ง​ทะยาน​อย่าง​มิอาจ​หยุดยั้ง​ได้​อีกต่อไป​!

รุ่งอรุณ​ถัดมา​ เมิ่งฝาน​ก้าว​เข้าสู่​ชั้น​ที่สี่​ของ​หอ​คัมภีร์​ตาม​กิจวัตร​

นับแต่​วันนี้​ เขา​ตั้งมั่น​จะทุ่มเท​สมาธิทั้งหมด​เพื่อ​พิชิต​คัมภีร์​กระบี่​ใน​ชั้น​ที่สี่​ให้​แตกฉาน​ และ​เมื่อใด​ที่​บรรลุเป้าหมาย​ เขา​จะมุ่งหน้า​สู่แผ่น​ศิลา​เทพ​กระบี่​อีก​ครา​ เพื่อ​ขัดเกลา​วิถี​กระบี่​ให้​ก้าว​กระโดด​ไปสู่ระดับ​ที่สูง​ล้ำ​ยิ่งกว่า​เดิม​

หาก​ใน​ยาม​ที่​รั้ง​อยู่​หน้า​แผ่น​ศิลา​ศักดิ์สิทธิ์​นั้น​ เขา​สามารถ​ทะลวง​ผ่าน​เข้าสู่​ระดับ​เทียน​หยวน​ได้​สำเร็จ​ ผลลัพธ์​ที่​ได้​ย่อม​ทวีคูณ​จน​ยาก​จะหยั่งถึง​

ใน​ห้วงเวลา​แห่ง​การศึกษา​เคล็ด​วิชา​ วัน​เวลา​คล้าย​จะติดปีก​บิน​ เพียง​ชั่วพริบตา​ตะวัน​ก็​คล้อย​ต่ำ​อาบ​แสงสีทอง​ไปทั่ว​ขอบฟ้า​ เมิ่งฝาน​จึงปิด​ตำรา​เตรียมตัว​อำลา​หอ​คัมภีร์​เพื่อ​กลับ​สู่หอ​ศาสตรา​

ทว่า​ในขณะที่​เขา​กำลัง​ก้าว​ผ่าน​ชั้น​ที่หนึ่ง​ เสียง​สนทนา​ของ​กลุ่ม​ศิษย์​กลุ่ม​หนึ่ง​ก็​ลอย​มาเข้าหู​

“เจ้าหญิง​อวี่ฉี​แห่ง​ราชวงศ์​ต้า​หลง​ กำลังจะ​เสด็จ​มายัง​สำนัก​กระบี่​ซู่ซัน​เพื่อ​ขอ​กระบี่​!”

คิ้ว​ของ​เมิ่งฝาน​เลิก​ขึ้น​ด้วย​ความประหลาดใจ​

เชื้อพระวงศ์​จาก​โลก​หล้า​เดินทาง​มาขอ​กระบี่​ถึงสำนัก​กระบี่​ซู่ซัน​อย่างนั้น​หรือ​?

แม้ใน​ครา​แรก​จะดู​น่า​ฉงน​ ทว่า​เมื่อ​ตรอง​ดู​อย่าง​ละเอียด​ก็​นับว่า​สมเหตุสมผล​ ใน​ฐานะ​ที่​ซู่ซัน​คือ​ดินแดน​ศักดิ์สิทธิ์​แห่ง​วิถี​กระบี่​ที่​ผู้คน​ทั่ว​ใต้​หล้า​ต่าง​ศรัทธา​ ต่อให้​เป็น​เจ้าหญิง​ผู้สูงศักดิ์​ การ​ได้​ครอบครอง​ศาสตรา​จาก​ที่นี่​ก็​นับ​เป็น​เกียรติยศ​อัน​สูงสุด​

“ขอ​กระบี่​อย่างนั้น​หรือ​…” เมิ่งฝาน​พึมพำ​กับ​ตนเอง​เบา​ ๆ

หาก​เป็น​เช่นนั้น​จริง​ หอ​ศาสตรา​ของ​เขา​คง​ไม่อาจ​หลีกเลี่ยง​ความวุ่นวาย​นี้​ได้​พ้น​ เพราะ​กระบี่​ล้ำค่า​ระดับ​ตำนาน​ของ​สำนัก​ส่วนใหญ่​ ล้วน​ถูก​เก็บรักษา​ไว้​ภายใน​หอ​ศาสตรา​ทั้งสิ้น​!

นาม​ของ​ ‘หอ​ศาสตรา​แห่ง​ซู่ซัน​’ นั้น​ ขจร​ขจาย​เลื่องลือ​ไปทั่ว​ทุก​ระแหง​ใต้​หล้า​ เคียงคู่​มากับ​สามขั้ว​อำนาจ​ใหญ่​

สำนัก​กระบี่​คุ​น​หลุน​, สำนัก​กระบี่​อู๋​จี๋ และ​สำนัก​กระบี่​ซู่ซัน​

สามสำนัก​กระบี่​ผู้ยิ่งใหญ่​ต่าง​มีวิถี​ที่​แตก​ต่างกัน​อย่าง​ชัดเจน​ สำนัก​อู๋​จี๋นั้น​ลุ่มหลง​ใน​การ​รวบรวม​คัมภีร์​กระบี่​จาก​ทั่ว​ทุก​มุมโลก​ ส่วน​สำนัก​คุ​น​หลุน​กลับ​มุ่งเน้น​การเสาะหา​ ‘กระดูก​กระบี่​’ ล้ำค่า​มาครอบครอง​

ทว่า​กระดูก​กระบี่​นั้น​หา​ได้​ยากเย็น​ยิ่งกว่า​อัญมณี​ใด​ ๆ เพราะ​มัน​คือ​สิ่งวิเศษ​ที่จะ​ถือกำเนิด​ขึ้น​ก็ต่อเมื่อ​ยอด​ฝีมือ​ผู้​เข้าถึง​แก่นแท้​แห่ง​กระบี่​สิ้นชีพ​ลง​เท่านั้น​ อุปมา​ได้​กับ​พระธาตุ​ศักดิ์สิทธิ์​ที่​ปรากฏ​ขึ้น​หลังจาก​พระเถระ​ผู้​ทรงธรรม​บรรลุ​ถึงซึ่งการ​นิพพาน​

เล่า​กัน​ว่า​ ‘กระดูก​กระบี่​’ นั้น​สามารถ​นำมา​ผ่าน​พิธีกรรม​ลับ​บางประการ​เพื่อ​ยกระดับ​พรสวรรค์​เชิงกระบี่​ให้​แก่​ผู้อื่น​ได้​ ทว่า​นั่น​เป็นความลับ​สุดยอด​ของ​สำนัก​คุ​น​หลุน​ที่​เมิ่งฝาน​เอง​ก็​มิอาจ​ล่วงรู้​รายละเอียด​อัน​ลึกซึ้ง​

สิ่งที่​ทำให้​สำนัก​ซู่ซัน​โดดเด่น​และ​แตกต่าง​จาก​คุ​น​หลุน​หรือ​อู๋​จี๋ ก็​คือ​ความ​คลั่งไคล้​ใน​การ​รวบรวม​ ‘ศาสตรา​ล้ำค่า​’ จาก​ทั่ว​ทุก​มุมโลก​

จำนวน​กระบี่​ที่​ถูก​เก็บรักษา​ไว้​ใน​หอ​ศาสตรา​แห่ง​ซู่ซัน​นั้น​ มีมากมาย​มหาศาล​กว่า​สำนัก​คุ​น​หลุน​และ​อู๋​จี๋รวมกัน​หลาย​เท่าตัว​นัก​ ดังนั้น​หาก​เจ้าหญิง​อวี่ฉี​แห่ง​ราชวงศ์​ต้า​หลง​เสด็จ​มาเพื่อ​ขอ​กระบี่​จริง​ จุดหมายปลายทาง​ของ​นาง​ย่อม​หนี​ไม่พ้น​หอ​ศาสตรา​ที่​เขา​พำนัก​อยู่​อย่าง​แน่นอน​

เมิ่งฝาน​ก้าว​เข้า​ไปหา​ศิษย์​พี่​จิน​ด้วย​ความสงสัย​ ก่อน​จะเอ่ย​ถาม

“ศิษย์​พี่​จิน​ ข่าว​ที่​เหล่า​ศิษย์​ร่ำ​ลือ​กัน​เมื่อ​ครู่​เป็น​ความจริง​หรือ​? ที่ว่า​เจ้าหญิง​อวี่ฉี​แห่ง​ราชวงศ์​ต้า​หลง​กำลัง​มุ่งหน้า​มายัง​ซู่ซัน​”

อันที่จริง​ ศิษย์​พี่​จิน​ผู้​นี้​ดู​อย่างไร​ก็​เป็น​เพียง​ชายหนุ่ม​ที่รัก​สันโดษ​และ​ขยาด​การ​เข้าสังคม​ ทว่า​เรื่องราว​ข่าวสาร​ของ​เขา​กลับ​ฉับไว​ล้ำหน้า​ผู้อื่น​อย่าง​น่าประหลาด​

นี่​มัน​ออกจะ​ผิดธรรมดา​ไปหน่อย​กระมัง​?

คน​ผู้​หนึ่ง​ที่​ไม่เคย​ย่างกราย​ลง​จาก​ภูเขา​ ทั้ง​ยัง​แทบ​มิเคย​ปริปาก​สนทนา​กับ​ใคร​ เหตุใด​จึงให้​ความรู้สึก​ราวกับ​เป็น​ผู้​หยั่งรู้​ทุก​สรรพสิ่ง​ใน​ใต้​หล้า​เช่นนี้​

“อืม​… ตอนนี้​นาง​อยู่​ระหว่าง​การ​เดินทาง​ คาด​ว่า​อีก​ไม่เกิน​สามวัน​ก็​น่าจะ​ถึงเชิงเขา​แล้ว​”

ศิษย์​พี่​จิน​ตอบ​โดย​ไม่แม้แต่​จะเงยหน้า​ขึ้น​มอง​ มือ​ยังคง​ขะมักเขม้น​บันทึก​ทะเบียน​ตำรา​อย่าง​ต่อเนื่อง​

ตามปกติ​แล้ว​ หาก​ผู้อื่น​มาขัดจังหวะ​ศิษย์​พี่​จิน​มักจะ​เมินเฉย​ไม่แยแส​ ทว่า​แปลก​พิลึก​ที่​ทุกครั้งที่​เมิ่งฝาน​ชวน​สนทนา​ เขา​มักจะ​ได้รับ​คำตอบ​กลับมา​เสมอ​ เมิ่งฝาน​เอง​ก็​มิอาจ​ทราบ​สาเหตุ​ที่​แน่ชัด​ บางที​อาจ​เป็น​เพราะ​ใบหน้า​ของ​เขา​ดู​ ‘ถูกชะตา​’ กับ​คนเก็บตัว​เช่นนี้​ก็​เป็นได้​

“ศิษย์​พี่​จิน​ ท่าน​ขัง​ตัวเอง​อยู่​ใน​หอ​คัมภีร์​ทั้งวันทั้งคืน​ เหตุใด​หู​ตา​จึงกว้างไกล​ถึงเพียงนี้​?” เมิ่งฝาน​อดใจ​ไม่ไหว​ต้อง​เอ่ย​ถามเคล็ดลับ​

“เพราะ​ข้า​มีสหาย​มาก​อย่างไรเล่า​” ศิษย์​พี่​จิน​ยังคง​ก้มหน้า​ตอบ​ด้วย​น้ำเสียง​เรียบ​เฉย​

เมิ่งฝาน​ได้​แต่​ยก​ยิ้มแห้ง​ ๆ ‘คำตอบ​นี้​ช่างปัด​สอย​ห้อย​ตาม​เสีย​จริง​’ หาก​กวาดสายตา​ดู​ไปทั่ว​ทั้ง​ภูเขา​เฉก​ซาน​ ผู้​ที่​พอ​จะนับว่า​เป็น​ ‘สหาย​’ ของ​ศิษย์​พี่​จิน​ได้​อย่าง​ฝืดเคือง​นั้น​ คง​มีไม่เกิน​ห้า​นิ้ว​ใน​มือ​ข้างเดียว​เสีย​ด้วยซ้ำ​ และ​แน่นอน​ว่า​ตัว​เขา​เอง​ก็​น่าจะ​ถูก​นับ​รวม​อยู่​ใน​กลุ่ม​ที่ว่า​นั้น​ด้วย​อย่าง​เลี่ยง​ไม่ได้​

เมิ่งฝาน​ส่าย​หัว​พลาง​ยิ้ม​ขื่น​ใน​ลำคอ​ ก่อน​จะปลีกตัว​ออกจาก​หอ​คัมภีร์​มุ่งหน้า​กลับ​สู่ที่พัก​

ศิษย์​พี่​จิน​ค่อย ๆ​ เงยหน้า​ขึ้น​ สายตา​จับจ้อง​ไปยัง​แผ่น​หลัง​ที่​ค่อย ๆ​ ลับตา​ไปของ​เมิ่งฝาน​พลาง​พึมพำ​กับ​ตนเอง​เบา​ ๆ

“ข้า​มิได้​เพียงแต่​มีสหาย​มาก​เท่านั้น​ ทว่า​สหาย​ของ​ข้า​แต่ละคน​ ล้วนแต่​ไม่ธรรมดา​สามัญทั้งสิ้น​!”

เมื่อ​เมิ่งฝาน​กลับ​ถึงหอ​ศาสตรา​ เขา​แวะ​สนทนา​กับ​ศิษย์​พี่​หลัว​ครู่หนึ่ง​ก่อน​จะปลีกตัว​เข้าสู่​ห้อง​ฝึกปรือ​ ใน​ใจอด​ไม่ได้​ที่จะ​ลอบ​เปรียบเทียบ​ระหว่าง​ศิษย์​พี่​หลัว​แห่ง​หอ​ศาสตรา​กับ​ศิษย์​พี่​จิน​แห่ง​หอ​คัมภีร์​ ดูท่า​ช่องว่าง​ระหว่าง​ทั้งสอง​จะห่าง​ชั้น​กัน​อยู่​โข​ทีเดียว​

นับ​เป็น​โชคดี​ของ​อาจารย์​ที่​รับ​ตน​เป็น​ศิษย์​ มิเช่นนั้น​หอ​ศาสตรา​แห่ง​นี้​คง​ไร้​ผู้สืบทอด​ที่​คู่ควร​เป็นแน่​

ด้วย​อานุภาพ​หนุน​เสริม​จาก​ต้นกำเนิด​กระบี่​ การ​เคี่ยว​กรำ​คัมภีร์​โลหิต​ชาด​ของ​เมิ่งฝาน​จึงรุดหน้า​ไปอย่าง​มั่นคง​ เส้น​พลัง​มาร​ภายใน​กาย​ค่อย ๆ​ ถัก​ทอ​จน​เข้มแข็ง​ขึ้น​ทีละน้อย​ ขอ​เพียง​ให้​เวลา​อีก​มิตัดรอน​ เขา​เชื่อมั่น​ว่า​จะสามารถ​ขับเคลื่อน​ดาบ​มาร​เจ็ด​สิ้น​สูญได้​อย่าง​สมบูรณ์​!

เมื่อ​ถึงยาม​นั้น​ เขา​จะหลอม​รวมทั้ง​วิถี​มาร​และ​กระบวนท่า​ {ดาบ​ราตรี​นิรันดร์​} เข้าสู่​มหา​ธรรม​ ‘หยวน​ซื่อ​’ และ​ผนึก​รวม​เป็นหนึ่งเดียว​กับ​หมื่น​กระบี่​คืน​สำนัก​ ยิ่งไปกว่านั้น​ หาก​เขา​สามารถ​สยบ​สภาวะ​ ‘เข้าสู่​มาร​’ ได้​สำเร็จ​ แม้แต่​เพลง​กระบี่​สูงส่งอย่าง​กระบี่​ไท่ซั่ง​ไร้​รัก​ก็​อาจ​ถูก​ผนวก​เข้า​เป็น​ส่วนหนึ่ง​ของ​วิถี​เขา​เช่นกัน​!

เสน่ห์​อัน​ล้ำลึก​ของ​มหา​ธรรม​ ‘หยวน​ซื่อ​’ นั้น​ยิ่งใหญ่​เกิน​กว่า​ที่​เมิ่งฝาน​จะจินตนาการ​ และ​หนทาง​สู่จุดสูงสุด​นั้น​ยังคง​อีก​ยาว​ไกล​นัก​ แต่​นั่น​กลับ​ทำให้​เขา​รู้สึก​ตื่นเต้น​และ​เปี่ยม​ด้วย​ความคาดหวัง​อยู่​ตลอดเวลา​

สามวัน​ให้หลัง​ เป็นจริง​ดัง​คำ​ของ​ศิษย์​พี่​จิน​ เจ้าหญิง​อวี่ฉี​แห่ง​ราชวงศ์​ต้า​หลง​เสด็จ​มาเยือน​สำนัก​กระบี่​ซู่ซัน​จริง​ดัง​คาด​

ขบวน​เสด็จ​ของ​นาง​ช่างยิ่งใหญ่​อลังการ​จน​น่า​ตระหนก​ ริ้ว​ขบวน​เกียรติยศ​ทอด​ยาว​สุดสายตา​ ประกอบด้วย​นางกำนัล​นับ​สิบ​และ​องครักษ์​เหล็ก​นับ​ร้อย​นาย​ มีแม่ทัพ​สวม​เกราะ​แวววาว​ควบม้า​นำหน้า​เปิดทาง​สร้าง​ความฮือฮา​ไปทั่ว​ทั้ง​สำนัก​ซู่ซัน​ใน​ชั่วพริบตา​

ศิษย์​ที่​รู้​ข่าว​ล่วงหน้า​ยัง​พอ​ทำใจ​ได้​บ้าง​ ทว่า​เหล่า​ศิษย์​ที่​ไม่รู้​อิ​โห​น่อิ​เห​น่​ต่าง​พา​กัน​ขมวดคิ้ว​ด้วย​ความขุ่นเคือง​ ใน​ใจลอบ​ค่อนแคะ​ว่า​ ‘จะจัด​ขบวน​โอ่อ่า​อวดอ้าง​บารมี​เช่นนี้​ให้​ผู้ใด​ชมกัน​ ช่างเป็น​สตรี​ที่​หน้าหนา​ยิ่งนัก​’

ทว่า​ทันทีที่​ทราบ​ว่า​ผู้มาเยือน​คือ​ขัตติย​นารี​แห่ง​ราชวงศ์​ต้า​หลง​ สีหน้า​ปั้นปึ่ง​เหล่านั้น​ก็​มลาย​หาย​ไป เปลี่ยนเป็น​ท่าที​ประจบสอพลอ​ขึ้น​มาทันควัน​

ใช่ว่า​ผู้​บำเพ็ญ​วิถี​อมตะ​จะละทิ้ง​กิเลส​ได้​สิ้นซาก​เสีย​เมื่อไหร่​ ศิษย์​ส่วนใหญ่​ล้วน​มีพื้นเพ​มาจาก​สามัญชน​ พอ​ได้ยิน​ว่า​เจ้าหญิง​ผู้สูงศักดิ์​เสด็จ​มาถึงที่​ ต่าง​ก็​ใจเต้น​รัว​ด้วย​ความ​อยากรู้อยากเห็น​ หวัง​จะได้​ยล​โฉมความ​ล่ม​เมือง​ของ​เจ้าหญิง​ผู้​นี้​สักครั้ง​ใน​ชีวิต​

แม้ขบวน​เสด็จ​ของ​ขัตติย​นารี​จะยิ่งใหญ่​อลังการ​เพียงใด​ ทว่า​ศักดิ์ศรี​ของ​สำนัก​กระบี่​ซู่ซัน​กลับ​มิได้​สั่นคลอน​แม้เพียง​กระผีกริ้น​

ผู้​ที่​ออกมา​รับหน้า​ต้อนรับ​เจ้าหญิง​อวี่ฉี​เป็น​เพียง​ผู้ดูแล​ลำดับ​รอง​เท่านั้น​ แม้แต่​เหล่า​ผู้อาวุโส​ก็​มิได้​ปรากฏ​กาย​ออกมา​ให้​เห็น​ นี่​เป็นการ​สำแดง​นัย​ยะ​อย่าง​ชัดแจ้ง​ว่า​ ต่อหน้า​อำนาจ​ราช​ศักดิ์​แห่ง​โลก​ฆราวาส​ สำนัก​กระบี่​ซู่ซัน​ยังคง​ยืนหยัด​อย่าง​ทะนง​ตน​ มิได้​ยอม​ก้มหัว​ให้​แก่​ผู้ใด​

ทว่า​เจ้าหญิง​อวี่ฉี​ผู้​นี้​กลับ​มิได้​รีบร้อน​มุ่งหน้า​ไปยัง​หอ​ศาสตรา​เพื่อ​ทูล​ขอ​กระบี่​ดังที่​ใคร​หลาย​คน​คาดการณ์​ นาง​กลับ​เยื้องกราย​ท่องเที่ยว​ชมทัศนียภาพ​ของ​สำนัก​อย่าง​แช่มช้าประหนึ่ง​มาพักผ่อน​ตากอากาศ​

และ​สิ่งที่​น่า​ตระหนก​ยิ่งกว่า​รูปโฉม​ของ​นาง​ก็​คือ​ ตบะ​บารมี​ที่​แฝงเร้น​อยู่​ภายใน​ นาง​ก้าว​เข้าสู่​ ระดับ​เจิน​อู่​ชั้น​ที่​เก้า​แล้ว​! เพียง​กึ่ง​ก้าว​เท่านั้น​นาง​ก็​จะสามารถ​ทะลวง​เข้าสู่​ระดับ​เทียน​หยวน​ได้​สำเร็จ​

ด้วย​วัย​เพียงเท่านี้​ แต่กลับ​มีระดับ​การ​ฝึกปรือ​ที่สูง​ล้ำ​ แม้ใน​หมู่​ศิษย์​อัจฉริยะ​ของ​ซู่ซัน​ก็​นับว่า​หาตัวจับยาก​ยิ่ง​ ทว่า​เมื่อ​ตรอง​ดู​ฐานะ​ที่​เป็น​ถึงองค์​หญิง​แห่ง​ราชวงศ์​ ผู้​พรั่งพร้อม​ไปด้วย​ทรัพยากร​ล้ำค่า​และ​โอสถ​ทิพย์​ทั่ว​แผ่นดิน​ การ​ที่​นาง​จะก้าว​มาถึงจุด​นี้​ได้​ก็​ดู​มิใช่เรื่อง​ที่​เกิน​ความคาดหมาย​นัก​

สถานที่​แรก​ที่​เจ้าหญิง​อวี่ฉี​ทรง​สนพระทัย​เสด็จ​ไปเยือน​คือ​ ‘หอ​ขัง​ปีศาจ’ อันเป็น​ตำนาน​เลื่องชื่อ​ที่​ขจร​ขจาย​ไปทั่ว​ใต้​หล้า​

แม้แต่​สามัญชน​ทั่วไป​ยัง​เคย​สดับ​รับฟัง​เรื่องราว​อัน​น่า​สะพรึง​ของ​หอคอย​แห่ง​นี้​ การ​ที่​นาง​ใคร่ครวญ​อยาก​เห็นด้วย​ตา​ตนเอง​จึงมิใช่เรื่อง​แปลก​ ทว่า​เมื่อ​นาง​ทูล​ขอ​เข้าชม​ภายใน​หอ​ขัง​ปีศาจ กลับ​ถูก​สำนัก​กระบี่​ซู่ซัน​ปฏิเสธอย่าง​ไร้​เยื่อใย​

หอ​ขัง​ปีศาจมิได้​มีเพียง​ความลึกลับ​ แต่​มัน​ยัง​อัด​แน่น​ไปด้วย​อันตราย​ที่​ไม่อาจ​หยั่งถึง​ แม้แต่​ยอด​ฝีมือ​ระดับ​อิน​เสิน​ยัง​ยาก​จะเอาตัวรอด​ได้​ นับประสาอะไร​กับ​เจ้าหญิง​ที่​มีตบะ​เพียง​ระดับ​เจิน​อู่​ หาก​ย่างกราย​เข้าไป​ก็​มิต่าง​จาก​การ​รนหาที่​ตาย​

หลังจาก​ชื่นชม​ความโอ่อ่า​ของ​หอ​ขัง​ปีศาจเพียง​ภายนอก​ เจ้าหญิง​อวี่ฉี​จึงเสด็จ​ต่อไป​ยัง​ ‘หอ​ตรัสรู้​กระบี่​’ สถานที่​แห่ง​นี้​เปรียบ​ดั่ง​ลาน​ประลอง​และ​โรง​ฝึก​อาวุธ​ใน​ครา​เดียวกัน​ เป็น​หัวใจ​หลัก​ที่​เหล่า​ศิษย์​แห่ง​ซู่ซัน​ชื่นชอบ​มาประชัน​เพลง​กระบี่​และ​ขัดเกลา​ฝีมือ​กัน​อย่าง​หนาตา​ที่สุด​!

ทันทีที่​เจ้าหญิง​อวี่ฉี​เสด็จ​ถึงหอ​ตรัสรู้​กระบี่​ นาง​ก็​สลัดทิ้ง​ซึ่งพิธีรีตอง​ทั้งมวล​ และ​เริ่ม​เปิดฉาก​ท้า​ประลอง​กับ​เหล่า​ศิษย์​ซู่ซัน​ ณ ที่​แห่ง​นั้น​อย่าง​ไม่ไว้หน้า​ ทว่า​เมื่อ​ได้​ลิ้มรส​ชัยชนะ​ นาง​กลับ​ติดใจ​จน​ไม่ยอม​จากไป​ไหน​

ตลอด​สอง​วัน​ที่ผ่านมา​ เจ้าหญิง​ผู้สูงศักดิ์​ประลอง​กับ​ศิษย์​สำนัก​กระบี่​ซู่ซัน​ติดต่อกัน​กว่า​สามสิบ​คน​ และ​ผลลัพธ์​คือ​พระนาง​กวาด​ชัยชนะ​รวด​โดย​ไร้​พ่าย​

ใน​ครา​แรก​ เหล่า​ศิษย์​ต่าง​มองว่า​เป็น​เพียง​การ​ประลอง​แลกเปลี่ยน​วิชา​ที่​น่า​รื่นเริง​ ทั้ง​การ​ได้​ประลอง​กับ​เจ้าหญิง​ก็​นับ​เป็น​เกียรติประวัติ​อย่างหนึ่ง​ ทว่า​เมื่อ​จำนวน​ผู้​ปราชัย​เพิ่มพูน​ขึ้น​เรื่อย ๆ​ กลิ่นอาย​แห่ง​ความรื่นรมย์​ก็​ถูก​แทนที่​ด้วย​ความอัปยศ​ที่​เริ่ม​แผ่ซ่าน​

ยิ่งไปกว่านั้น​ เจ้าหญิง​อวี่ฉี​พระองค์​นี้​ยัง​ทรง​เป็น​นัก​ก่อกวน​ตัวยง​! นาง​ประกาศ​กร้าว​อย่าง​โอหัง​ต่อหน้า​สาธารณชน​ว่า​

“ศิษย์​สำนัก​กระบี่​ซู่ซัน​ผู้ใด​ที่​ตบะ​ยัง​มิถึงระดับ​เทียน​หยวน​ หาก​มั่นใจ​จงก้าว​ออกมา​ประลอง​กับ​ข้า​! และ​หาก​ใคร​สามารถ​สยบ​ข้า​ลง​ได้​ ข้า​จะมอบ​โอสถ​มังกร​พิสุทธิ์​ให้​เป็น​รางวัล​หนึ่ง​เม็ด​!”

นาม​ของ​โอสถ​มังกร​พิสุทธิ์​นั้น​สั่น​สะเทือนใจ​ผู้คน​ยิ่งนัก​ เพราะ​มัน​คือ​สมบัติ​ล้ำ​ค่าที่​เหล่า​ผู้​บำเพ็ญ​ระดับ​เทียน​หยวน​ต่าง​ถวิลหา​ หาก​ได้​บริโภค​เข้าไป​จะช่วย​เพิ่ม​โอกาส​สำเร็จ​ใน​การ​ทะลวง​เข้าสู่​ระดับ​ รวม​หนิง​ตาน​ได้​ถึงห้า​ใน​สิบ​ส่วน​!

ช่างเป็น​สตรี​ที่​ร่ำรวย​ล้นฟ้า​และ​อวดดี​เหลือคณา​!

หาก​มอง​ใน​สายตา​ของ​สำนัก​กระบี่​ซู่ซัน​ นี่​มิใช่การ​มอบ​รางวัล​ แต่​คือ​การ​หยาม​เกียรติ​กัน​โดยตรง​ มัน​คือ​การ​เยาะเย้ย​อย่าง​โจ่งแจ้งว่า​ยอด​สำนัก​อันดับ​หนึ่ง​ไม่มีผู้ใด​คู่ควร​เป็น​คู่มือ​ของ​นาง​

ศักดิ์ศรี​ที่​สั่งสมมานับ​พันปี​จะยอมให้​ผู้ใด​มาเหยียบย่ำ​ได้​อย่างไร​?

แม้จะเป็น​ขัตติย​นารี​แห่ง​ราชวงศ์​ แต่​การ​ท้าทาย​เช่นนี้​ได้​จุด​เพลิง​โทสะ​ให้​ลุกโชน​ไปทั่ว​ทั้ง​ซู่ซัน​ เหล่า​ศิษย์​ที่​ระดับ​ตบะ​ยัง​ไม่ถึงเทียน​หยวน​ต่าง​ขะมักเขม้น​เตรียมตัว​ หมาย​จะ “สั่งสอน​” เจ้าหญิง​ผู้​ถือดี​พระองค์​นี้​ให้​หลาบจำ​

การ​ได้​กำราบ​เจ้าหญิง​สูงศักดิ์​… เพียงแค่​จินตนาการ​ก็​น่าตื่นเต้น​จน​เลือด​ฉีด​พล่าน​ และ​โอกาส​ทอง​เช่นนี้​อาจ​มีเพียง​ครั้ง​เดียว​ใน​ชีวิต​!

ทว่า​ความจริง​กลับ​ช่างโหดร้าย​นัก​ เมื่อ​สิ้นสุด​วัน​ที่สาม​ เหล่า​ศิษย์​ที่​ดาหน้า​กัน​เข้าไป​กลับ​พ่ายแพ้​กลับมา​อย่าง​ราบคาบ​ ใน​จำนวน​นั้น​ยังมี​อัจฉริยะ​ระดับ​ เจิน​อู่​ชั้น​ที่​เก้า​ ซึ่งมีตบะ​ทัดเทียม​กับ​เจ้าหญิง​รวม​อยู่​ด้วย​

นี่​คือ​นาม​เสีย​อัน​ยิ่งใหญ่​ ซู่ซัน​ผู้​ได้​ชื่อว่า​เป็นหนึ่ง​ใน​สามสำนัก​กระบี่​ผู้ยิ่งใหญ่​และ​เป็น​ ‘ดินแดน​ศักดิ์สิทธิ์​แห่ง​วิถี​กระบี่​’ กลับ​มิต่อกร​กับ​เจ้าหญิง​จาก​โลก​โลกีย์​ใน​ระดับ​พลัง​ที่​เท่ากัน​ได้​ ความอัปยศ​นี้​กัด​กิน​หัวใจ​ของ​ศิษย์​ทุกคน​ จน​แปร​เปลี่ยนเป็น​ความโกรธแค้น​อัน​มหาศาล​ที่รวม​ใจทุกคน​ให้​เป็นหนึ่งเดียว​

เย็น​วันนั้น​ หลังจาก​เมิ่งฝาน​ปลีกตัว​จาก​หอ​พระ​คัมภีร์​คืน​สู่หอ​ศาสตรา​ เขา​ก็​พบ​กับ​ หลิว​เยียน​ผิง​ ยืน​รอ​อยู่​หน้า​ประตู​

ดรุณี​น้อย​ผู้​สดใส​ใน​ยาม​ปกติ​ บัดนี้​กลับ​มีสีหน้า​มืดมน​หดหู่​ แววตา​แฝงไปด้วย​ความ​บอบช้ำ​ทางจิตใจ​อย่าง​เห็นได้ชัด​

“เจ้ามาทำ​อะไร​ที่นี่​ แล้ว​นั่น​… เหตุใด​สีหน้า​จึงดูไม่ได้​เช่นนั้น​เล่า​?” เมิ่งฝาน​เอ่ย​ถามด้วย​ความ​ฉงน​

“สำนัก​กระบี่​ซู่ซัน​เกิดเรื่อง​วุ่นวาย​โกลาหล​ถึงเพียงนี้​ เจ้ายัง​จะมีแก่ใจ​ไปนั่ง​อ่าน​ตำรา​ใน​หอ​คัมภีร์​ได้​อย่าง​สงบนิ่ง​อีก​หรือ​?”

หลิว​เยียน​ผิง​จ้องมอง​เมิ่งฝาน​ด้วย​สายตา​ที่​เต็มไปด้วย​ความ​ไม่อยาก​เชื่อ​

“เรื่อง​วุ่นวาย​อัน​ใด​ เรื่อง​ที่​เจ้าหญิง​อวี่ฉี​ไล่​ประลอง​กับ​ศิษย์​ใน​สำนัก​นั่น​หรือ​?”

“ก็​ใช่น่ะ​สิ!”

“ก็​แค่​การ​ประลอง​แลกเปลี่ยน​วิชา​ มีสิ่งใด​ให้​ต้อง​ตื่นตูม​กัน​”

เมิ่งฝาน​ตอบ​ด้วย​ท่าที​เฉยเมย​ราวกับ​มิใช่ธุระ​ของ​ตน​ ตลอด​หลาย​วัน​ที่ผ่านมา​ ขณะที่​ศิษย์​ซู่ซัน​จำนวนมาก​แห่​กัน​ไปรวมตัว​ที่​หอ​ตรัสรู้​กระบี่​เพื่อ​กู้​คืน​ชื่อเสียง​ แต่​เมิ่งฝาน​กลับ​เลือก​จมดิ่ง​อยู่​กับ​กอง​ตำรา​อย่าง​ไม่ไหวติง​

อันที่จริง​ เขา​ก็​มีความ​อยากรู้อยากเห็น​ใน​ตัว​ขัตติย​นารี​พระองค์​นี้​อยู่​บ้าง​ ทว่า​ใน​วันที่​นาง​เสด็จ​ชมสำนัก​และ​ผ่านหน้า​หอ​คัมภีร์​ เมิ่งฝาน​ก็ได้​ยล​โฉมนาง​ไปแล้ว​ครั้งหนึ่ง​ ความสงสัย​ที่​มีจึงมลาย​หาย​ไปจน​สิ้น​

เจ้าหญิง​พระองค์​นี้​แม้จะมิได้​ขี้ริ้วขี้เหร่​ ทว่า​กลับ​แผ่ซ่าน​กลิ่นอาย​ความ​องอาจ​แกล้วกล้า​เยี่ยง​บุรุษ​ ซึ่งมิใช่รสนิยม​ที่​เขา​พึงใจ​แม้แต่น้อย​

ดังนั้น​เพียงแค่​ปรายตา​ดู​ให้​รู้​ว่า​ใคร​เป็น​ใคร​ก็​นับว่า​เพียง​พอแล้ว​ ส่วน​เรื่อง​การ​ประลอง​นั้น​ เมิ่งฝาน​มิเคย​มีความคิด​ที่จะ​สอด​มือ​เข้าไป​ยุ่งเกี่ยว​

แม้ตาม​ระดับ​บำเพ็ญ​ยาม​นี้​เขา​จะรั้ง​อยู่​เพียง​ เจิน​อู่​ชั้น​ที่​เจ็ด​ ซึ่งดู​ด้อย​กว่า​เจ้าหญิง​อยู่​สอง​ขั้น​ แต่​หาก​เขา​ตัดสินใจ​ลงมือ​จริง ๆ​ นั่น​มิต่าง​จาก​การ​รังแก​ผู้อื่น​เกินไป​หรอก​หรือ​? เพราะ​ขีดความสามารถ​ที่​แท้จริง​ของ​เขา​นั้น​ ทัดเทียม​กับ​ยอด​ฝีมือ​ใน​ระดับ​ เทียน​หยวน​ ไปแล้ว​!

“ต่อให้​เป็นการ​ประลอง​ แต่​วาจา​และ​ท่าที​ของ​นาง​ก็​นับว่า​สามหาว​นัก​ แทบ​มิเห็น​สำนัก​กระบี่​ซู่ซัน​อยู่​ใน​สายตา​เลย​!” หลิว​เยียน​ผิง​เอ่ย​ด้วย​น้ำเสียง​สั่นเครือ​จาก​ความขุ่นเคือง​

เมิ่งฝาน​กลับ​มิได้​รู้สึก​เช่นนั้น​ ใน​สายตา​ของ​เขา​ หาก​ผู้ใด​มีฝีมือ​เหนือชั้นกว่า​แล้ว​ถูกตราหน้า​ว่า​หยิ่งยโส​ นั่น​มิใช่อะไร​อื่น​นอกจาก​เสียง​ตัดพ้อ​ของ​ ‘ผู้แพ้​’ ที่​อ่อนแอ​เท่านั้น​!

ทว่า​เมื่อ​เห็น​หลิว​เยียน​ผิง​ดูท่าทาง​เดือดเนื้อร้อนใจ​ผิดปกติ​ เมิ่งฝาน​จึงเอ่ย​ถามด้วย​ความประหลาดใจ​ “เจ้า… อย่า​บอก​นะ​ว่า​ไปร่วมวง​ประลอง​กับ​นาง​มาด้วย​?”

สิ้น​คำถาม​ หลิว​เยียน​ผิง​พลัน​สะดุ้ง​เล็กน้อย​ ใบ​หน้านวล​แดง​ซ่าน​ขึ้น​มาทันควัน​ด้วย​ความ​ขัดเขิน​

อาการ​ของ​นาง​บ่งบอก​ชัดเจน​ว่า​สิ่งที่​เขา​คาดเดา​นั้น​ถูกต้อง​ และ​นั่น​คือ​สาเหตุ​ของ​ความ​อับอาย​ครั้ง​ใหญ่​ เพราะ​ใน​ครานั้น​ นาง​พ่ายแพ้​ราบคาบ​ตั้งแต่​กระบวนท่า​แรก​ที่​ปะทะ​กัน​!

เมิ่งฝาน​ยิ้ม​ขื่น​พลาง​ส่าย​หัว​ “เจ้ามีตบะ​เพียง​ระดับ​เจิน​อู่​ชั้น​สี่ เหตุใด​จึงขวัญ​กล้า​เทียมฟ้า​ไปท้า​ประลอง​กับ​ยอด​ฝีมือ​ชั้น​เก้า​เช่นนั้น​เล่า​? ขนาด​ศิษย์​พี่​ชั้น​เก้า​บางคน​ยัง​ต้อง​ปราชัย​ให้​แก่​นาง​ แล้ว​เจ้าจะรนหาที่​ไปร่วมวง​ให้​ตัวเอง​ต้อง​อับอาย​ทำไม​กัน​?”

นี่​มิใช่อะไร​อื่น​ นอกจาก​ความไม่รู้​จัก​ประมาณตน​แท้ ๆ​!

หลิว​เยียน​ผิง​ยังคง​เชิดหน้า​โต้แย้ง​ “ก็​แค่​การ​ประลอง​แลกเปลี่ยน​วิชา​ เหตุใด​ข้า​จะขึ้นไป​ร่วม​มิได้​เล่า​?”

เมิ่งฝาน​หัวเราะเยาะ​เบา​ ๆ “เอาเถิด​ เจ้านับว่า​มีความกล้าหาญ​ชาญชัย​ยิ่งนัก​!”

น้ำเสียง​เย้ยหยัน​นั้น​ชัดเจน​จน​ไม่ต้อง​ตีความ​ ทว่า​หลิว​เยียน​ผิง​กลับ​ทำ​ใจดี​สู้เสือ​ พยายาม​โน้มน้าว​ต่อ​อย่าง​ไม่ลดละ​ “อย่างไร​เสีย​เจ้าก็​ยัง​มิได้​บรรลุ​ระดับ​เทียน​หยวน​ ด้วย​พรสวรรค์​ของ​เจ้า หาก​ยอม​ออกโรง​สักครั้ง​ ย่อม​ต้อง​สั่งสอน​นาง​ให้​หลาบ​จำได้​แน่​”

“นี่​เจ้ามาเพื่อ​ลาก​ข้า​ไปลงสนาม​อย่างนั้น​หรือ​? หา​กว่าง​นัก​ก็​ไปพักผ่อน​เสียเถิด​ ข้า​มิใช่คน​ประเภท​ที่​ชอบ​สอด​มือ​ยุ่ง​เรื่อง​ของ​ชาวบ้าน​”

“เจ้าไม่มีจิตวิญญาณ​รัก​สำนัก​ หรือ​คิด​จะกู้​ศักดิ์ศรี​ให้​ซู่ซัน​บ้าง​เลย​หรือ​?”

“ไม่แม้แต่น้อย​!” เมิ่งฝาน​ส่าย​หัว​อย่าง​หนักแน่น​ “ในทางกลับกัน​ ข้า​ว่า​พวก​เจ้านั่นแหละ​ที่​ตีโพยตีพาย​เกิน​เหตุ​ คน​เขา​มาประลอง​แลกเปลี่ยน​วิชา​ แพ้ชนะ​นับ​เป็นเรื่อง​สามัญ มีแต่​พวก​เจ้าที่​ยึด​ติดกับ​เกียรติยศ​จอมปลอม​จน​เกิน​พอดี​”

หลิว​เยียน​ผิง​ได้​ฟังก็​ถึงกับ​ไปไม่เป็น​ นาง​รู้ซึ้ง​ถึงนิสัย​อัน​แข็งกร้าว​ของ​เมิ่งฝาน​ดี​ว่า​ หาก​ไร้​ซึ่งผลประโยชน์​หรือ​เงินตรา​มาล่อใจ​ ย่อม​ยาก​ที่จะ​ขยับ​กาย​ชาย​ผู้​นี้​ได้​ ทว่า​นาง​ก็​มิได้​โง่เขลา​ถึงขั้น​จะยอม​สละ​ทรัพย์​ส่วนตัว​เพียง​เพื่อ​เรื่อง​ประลอง​ขำ​ ๆ เช่นนี้​

“หาก​เจ้าไม่อยาก​ลงมือ​ด้วย​ตนเอง​ อย่าง​น้อย​ก็​ช่วย​ไปสังเกต​กระบวนท่า​ของ​นาง​หน่อย​ได้​หรือไม่​? หา​จุดอ่อน​ของ​นาง​มาบอก​ข้า​ แล้ว​ชี้แนะ​ข้า​สักนิด​ เผื่อว่า​ข้า​จะสามาร​ถ…”

“หยุด​ความคิด​นั้น​เสียเถิด​!” เมิ่งฝาน​ตัดบท​อย่าง​ระอา​ “ข้า​เริ่ม​สงสัย​แล้ว​ว่า​สมอง​ของ​เจ้านับวัน​จะยิ่ง​เลอะเลือน​ขึ้น​หรือไม่​? ต่อให้​กระบวนท่า​ของ​นาง​จะมีช่องโหว่​มากมาย​ปาน​ตาข่าย​ดัก​ปลา​ และ​ต่อให้​ข้า​ชี้แนะ​เจ้าจน​บรรลุ​ทาง​สว่าง​เพียงใด​ เจ้าก็​ไม่มีวัน​เอาชนะ​นาง​ได้​อยู่ดี​ เลิก​เพ้อเจ้อ​เสียเถอะ​!”

ในที่สุด​เมิ่งฝาน​ก็​ใช้วาจา​ ‘กล่อม​’ จน​สามารถ​ส่งหลิว​เยียน​ผิง​กลับ​ไปได้​สำเร็จ​

เขา​ลอบ​ถอนหายใจ​พลาง​นึก​ขำ​ใน​ใจ ‘แม่สาวน้อย​คน​นี้​ ไม่รู้​ว่า​นาง​มั่นใจ​ใน​ตัวเอง​ หรือ​มั่นใจ​ใน​ตัว​ข้า​กัน​แน่​?’ ต่อให้​มั่นใจ​ใน​ตัว​เขา​เพียงใด​ แต่​นาง​ลืม​ไปแล้ว​หรือว่า​ช่องว่าง​ระหว่าง​ชั้น​ที่สี่​กับ​ชั้น​ที่​เก้า​นั้น​ห่าง​ชั้น​กัน​เพียงใด​? ใน​ระดับ​เจิน​อู่​ พลัง​ปราณ​ที่​สั่งสมมานั้น​ต่างกัน​ราว​ฟ้ากับ​เหว​ มิใช่สิ่งที่จะ​ใช้เพียง​เคล็ด​วิชา​มาชดเชย​ได้​โดยง่าย​

ช่างน่าขัน​สิ้นดี​!

เมิ่งฝาน​หวนคืน​สู่ห้องพัก​ใน​หอ​ศาสตรา​เพื่อ​เริ่ม​การ​เคี่ยว​กรำ​วิถี​กระบี่​ต่อ​

ใน​ยาม​นี้​ พลัง​วิญญาณ​จาก​กลีบ​ดอกบัว​ทิพย์​ที่​เคย​ตกค้าง​อยู่​ใน​กาย​ถูก​หลอม​รวม​จน​เกือบ​สิ้นซาก​ เมิ่งฝาน​จึงหยิบ​ขวด​หยก​วิเศษ​ออกมา​อีกครั้ง​ เด็ด​กลีบ​ดอกบัว​กลีบ​ใหม่​แล้ว​ส่งเข้า​ปาก​อย่าง​แช่มช้า

ทันทีที่​กลิ่นอาย​ของ​ดอกบัว​ทิพย์​ขจร​ขจาย​ เจ้า ‘สีเขียว​น้อย​’ ก็​มุด​หัวออก​มาจาก​กระเป๋าเสื้อ​ของ​เมิ่งฝาน​ มัน​จ้องมอง​เขา​ด้วย​แววตา​ออดอ้อน​วิงวอน​ ดู​น่าเวทนา​เป็น​อย่างยิ่ง​ ทว่า​หัวใจ​ของ​เมิ่งฝาน​กลับ​แข็งแกร่ง​ดุจ​หิน​ผา​ มิได้​สั่นคลอน​ไปกับ​ท่าที​เหล่านั้น​แม้แต่น้อย​

“เจ้าจะแสร้ง​ทำตัว​น่าสงสาร​ไปก็​ไร้ประโยชน์​ ข้า​เคย​บอก​เจ้าแล้ว​ว่า​ดอกบัว​นี้​สำคัญ​ต่อ​ข้า​เพียงใด​ ยาม​นี้​ยัง​มิใช่เวลา​ที่จะ​แบ่งปัน​ให้​เจ้า รอ​จนกว่า​ข้า​จะทะลวง​เข้าสู่​ระดับ​เทียน​หยวน​ได้​สำเร็จ​ และ​อานุภาพ​ของ​ดอกบัว​นี้​เริ่ม​เบาบาง​ลง​สำหรับ​ข้า​ เมื่อนั้น​ข้า​จึงจะพิจารณา​แบ่ง​ให้​เจ้าสัก​กลีบ​ แต่​สำหรับ​ตอนนี้​… อย่า​ได้​แม้แต่​จะฝัน​!”

สีเขียว​น้อย​พยักหน้า​หงึก ๆ​ ด้วย​ท่าทาง​เศร้าสร้อย​ กิริยาอาการ​ช่างคล้ายคลึง​กับ​มนุษย์​จน​น่าอัศจรรย์​ เมิ่งฝาน​ลอบ​ยิ้ม​บาง​ ๆ ตลอด​ระยะเวลา​ที่​ร่วมทาง​กัน​มา เขา​และ​มัน​แทบจะ​ตัว​ติดกัน​ตลอดเวลา​ ความผูกพัน​ดุจ​คน​กับ​สัตว์เลี้ยง​จึงก่อตัว​ขึ้น​อย่าง​เลี่ยง​มิได้​

เขา​ใช้นิ้ว​ลูบ​ปุ่มนูน​บน​หัว​ของ​มัน​เบา​ ๆ ก่อน​จะเอ่ย​ด้วย​น้ำเสียง​กลั้ว​หัวเราะ​ว่า​ “พึ่งพา​ผู้อื่น​ มิสู้พึ่งพา​ตนเอง​ เจ้าเอง​ก็​ต้อง​พากเพียร​ด้วย​กำลัง​ของ​ตนเอง​ให้ได้​!”

“เอา​อย่างนี้​ก็แล้วกัน​ เพื่อ​มิให้​เจ้าหาว่า​นาย​ท่าน​ผู้​นี้​ใจจืดใจดำ​นัก​ ยาม​นี้​เจ้าเอง​ก็​อยู่​มิทัน​ห่าง​จาก​ระดับ​ ‘อสูร​ใหญ่​’ แล้ว​ หาก​วันใด​ที่​เจ้าก้าว​ข้าม​ธรณีประตู​สู่ระดับ​อสูร​ใหญ่​ได้​สำเร็จ​ ข้า​จะมอบ​กลีบ​ดอกบัว​ให้​เจ้าหนึ่ง​กลีบ​เป็น​รางวัล​!”

สำหรับ​เผ่า​อสูร​แล้ว​ การ​บรรลุ​สู่ระดับ​อสูร​ใหญ่​คือ​จุดเริ่มต้น​ของ​การ​ ‘แปลงกาย​’ เข้าสู่​มรรคา​แห่ง​มนุษย์​

กระบวน​การผลัดเปลี่ยน​สรีระ​นี้​ถือเป็น​ช่วงเวลา​ที่​สำคัญ​และ​ยาวนาน​ที่สุด​ใน​ชีวิต​อสูร​ หาก​เปรียบเปรย​กับ​วิถี​บำเพ็ญ​ของ​มนุษย์​ ขั้น​ตอนนี้​จะครอบคลุม​ตั้งแต่​ระดับ​ รวม​หนิง​ตาน​ไปจนถึง​ระดับ​อิง​เสิน​เลย​ทีเดียว​

และ​เมื่อใด​ที่​การ​แปลงกาย​เสร็จ​สมบูรณ์​จน​กลายเป็น​ร่าง​มนุษย์​โดย​ไร้ราคี​ เมื่อนั้น​พวก​มัน​จะถูก​ขนานนาม​ว่า​ ‘ราชา​อสูร​’ ซึ่งมีอานุภาพ​สะท้าน​ฟ้าเทียม​เท่ากับ​ยอด​ฝีมือ​ระดับ​หยวน​เสิน​ของ​มวลมนุษย์​โดย​ไม่มีข้อกังขา​!

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 107 เคล็ดวิชาต้องห้ามแห่งเผ่ามาร"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย