ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 48 โอสถระดับตำนาน
ตอนที่ 48 โอสถระดับตำนาน
ตอนที่ 48: โอสถระดับตำนาน
บรรยากาศเหนือลานประลองหอโอสถบัดนี้แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากท้องฟ้าสีครามสดใสในยามบ่าย จู่ๆ หมู่เมฆก็เริ่มเคลื่อนตัวเข้าหากันอย่างผิดธรรมชาติ เหนือศีรษะของหลงเฉิน กระแสลมปราณปั่นป่วนหมุนวนเป็นเกลียวคลื่น ราวกับสวรรค์กำลังจับจ้องมองลงมายังจุดเล็กๆ บนพื้นโลก
ครืนนนน…
เสียงคำรามต่ำๆ ดังมาจากก้อนเมฆ ไม่ใช่เสียงฟ้าร้องของพายุฝน แต่เป็นเสียง “สั่นพ้องของฟ้าดิน” ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นยากยิ่งในโลกแห่งการฝึกตน จะปรากฏขึ้นก็ต่อเมื่อมีสมบัติวิเศษระดับสวรรค์กำเนิดขึ้น หรือมียอดคนบรรลุธรรม
“นะ… นั่นมันอะไรกัน!?”
“เมฆเจ็ดสี? อย่าบอกนะว่า…”
ผู้อาวุโสคุมการประลองมือสั่นระริก แหงนหน้ามองท้องฟ้าด้วยดวงตาเบิกโพลง “เมฆามงคล! สวรรค์เบิกเนตร! นี่คือสัญญาณของการกำเนิด ‘โอสถระดับตำนาน’!”
วูบ!
ทันใดนั้น ลำแสงสีรุ้งพุ่งทะลุชั้นเมฆลงมาอาบไล้เม็ดยาสีเขียวมรกตสามเม็ดที่ลอยอยู่เหนือฝ่ามือของหลงเฉิน แสงสีทองจาก ‘เพลิงวิญญาณแก่นพสุธา’ ค่อยๆ ซึมซาบเข้าไปในเนื้อยา ผสานเข้ากับพลังชีวิตของสมุนไพรที่ถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุด
กลิ่นหอมของสมุนไพรระเบิดออกเป็นระลอกคลื่น รุนแรงและเข้มข้นยิ่งกว่าเดิมนับพันเท่า เพียงแค่สูดดมเข้าไป กลิ่นหอมนั้นก็ซึมลึกเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ที่ติดคอขวดพลังปราณรู้สึกว่ากำแพงพลังกำลังสั่นคลอน!
“หอม! หอมเหลือเกิน!”
“แค่ดมกลิ่น ข้าก็รู้สึกเหมือนจะเลื่อนระดับแล้ว!”
“นี่มันยาเทวดาชัดๆ!”
เหล่าศิษย์รอบสนามต่างพากันสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างบ้าคลั่ง บางคนถึงกับนั่งขัดสมาธิเดินลมปราณกลางลานประลองเพื่อฉวยโอกาสนี้
บนเวที หลงเฉินสะบัดข้อมือเบาๆ
“เก็บ!”
เม็ดยาทั้งสามพุ่งลงสู่ขวดหยกในมือของเขาอย่างเชื่อฟัง ฝาขวดถูกปิดลง เสียงวิ้งๆ ในอากาศเงียบหายไป เมฆามงคลบนท้องฟ้าค่อยๆ สลายตัว แต่ความตื่นตะลึงยังคงค้างคาอยู่ในใจผู้คน
“กรรมการ… ตรวจสอบ!” หลงเฉินโยนขวดหยกไปให้หัวหน้าผู้ตัดสินที่นั่งอยู่บนแท่นสูง
หัวหน้าผู้ตัดสิน ซึ่งเป็นนักปรุงยาระดับ 3 มือสั่นเทาขณะรับขวดหยก เขาค่อยๆ เปิดจุกขวดออก แล้วเทเม็ดยาลงบนจานรองสีขาว
กริ๊ก!
เสียงเม็ดยากระทบจานดังกังวานใสราวกับไข่มุกกระทบหยก
ภาพที่ปรากฏทำเอาหัวหน้าผู้ตัดสินและเหล่าผู้อาวุโสที่เข้ามารุมล้อมถึงกับหยุดหายใจ
เม็ดยาสีเขียวมรกตใสกระจ่างดุจอัญมณี ผิวของมันเรียบเนียนไร้ที่ติ แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนช็อกตาตั้งคือ… บนผิวของเม็ดยานั้น มีลวดลายสีทองพาดผ่านสามเส้น ลวดลายนั้นขดตัวคล้ายรูปมังกรเล็กๆ ที่ดูมีชีวิตชีวา
“ละ… ลวดลายมังกร… ‘เส้นชีพจรโอสถ’!”
หัวหน้าผู้ตัดสินตะโกนลั่นเสียงหลง “นี่ไม่ใช่แค่ความบริสุทธิ์ 10 ส่วน! แต่มันคือโอสถที่ก้าวข้ามขีดจำกัดจนเกิดจิตวิญญาณ! ‘โอสถรวมปราณ ระดับตำนาน’ ที่มีเส้นชีพจรโอสถ 3 เส้น!”
“ในรอบร้อยปี… ไม่สิ ในประวัติศาสตร์สำนักกระบี่สวรรค์ ไม่เคยมีใครปรุงยาพื้นฐานให้กลายเป็นระดับตำนานได้มาก่อน!”
คำประกาศนั้นเหมือนค้อนปอนด์ทุบเข้าที่หัวใจของทุกคน
สมุนไพรเน่าเสีย… เตาหลอมพังๆ… แต่กลับปรุงออกมาได้เป็นยาระดับตำนานที่แม้แต่เจ้าสำนักก็อาจจะทำไม่ได้! นี่มันตบหน้าคนทั้งสำนักฉาดใหญ่!
หลงเฉินยืนกอดอก มุมปากยกยิ้มเหยียดหยาม เขาหันไปมองฮันเฟิง
ฮันเฟิงยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าเตาหลอมของตนเอง ไฟหมาป่าครามในมือดับมอดไปนานแล้ว ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาจ้องมองไปที่จานรองยาด้วยความว่างเปล่า
“ไม่จริง… เป็นไปไม่ได้…” ฮันเฟิงพึมพำเหมือนคนเสียสติ “ขยะนั่น… สมุนไพรเน่าพวกนั้น… มันจะเป็นยาระดับตำนานได้ยังไง! เจ้าเล่นกล! เจ้าโกง!”
ฮันเฟิงตะโกนลั่น ชี้หน้าหลงเฉิน “เจ้าใช้วิชามาร! ข้าไม่เชื่อ! ข้าฮันเฟิงคืออัจฉริยะ! ข้าใช้สมุนไพรระดับสวรรค์! ยาของข้าต้องดีกว่า!”
ฮันเฟิงรีบเปิดเตาหลอมของตัวเองด้วยความร้อนรน หวังจะเอายาของตนออกมาโชว์ข่ม
แต่ทว่า…
ฟุ่บ…
ทันทีที่ฝาเตาเปิดออก มีเพียงควันสีดำเหม็นไหม้ลอยออกมา ก้นเตามีก้อนถ่านสีดำมะเมื่อมแข็งโป๊กติดอยู่สามก้อน… มันคือซากสมุนไพรที่ไหม้เกรียมเพราะจิตใจที่ไม่มั่นคงของฮันเฟิงตอนเห็นหลงเฉินปรุงยา
“ถ่าน?” ฮันเฟิงมองก้อนดำๆ ในมือ มือไม้สั่นระริก “ข้า… ข้าปรุงออกมาเป็นถ่าน?”
หลงเฉินเดินเข้ามาใกล้ ยื่นหน้าเข้าไปมองก้อนถ่านในมือฮันเฟิง
“โอ้โห…” หลงเฉินแสร้งทำเสียงตื่นเต้น “ยอดเยี่ยมมากศิษย์พี่ฮัน! ท่านปรุง ‘ถ่านกัมมันต์’ ออกมาได้บริสุทธิ์มาก! เอาไว้แก้ท้องเสียได้ดีนักแล!”
“อุ๊บ…”
เสียงกลั้นขำดังมาจากผู้ชมด้านล่าง ก่อนจะระเบิดออกมาเป็นเสียงหัวเราะเยาะเย้ยถากถาง
“ฮ่าๆๆ! ถ่านแก้ท้องเสีย!”
“อัจฉริยะอันดับหนึ่ง ปรุงถ่านโชว์!”
“เทียบกับหลงเฉินแล้ว ฮันเฟิงก็เหมือนเด็กเล่นขายของเลยว่ะ!”
คำพูดเยาะเย้ยเหล่านั้นเหมือนมีดนับพันเล่มทิ่มแทงหัวใจที่หยิ่งยโสของฮันเฟิง เขาผู้ซึ่งไม่เคยพ่ายแพ้ ผู้ซึ่งถูกยกย่องมาตลอดชีวิต บัดนี้กลับถูกคนที่เป็นเพียงศิษย์แรงงานเหยียบย่ำจนจมดินต่อหน้าธารกำนัล
ความอับอาย ความริษยา และความโกรธแค้น ตีตื้นขึ้นมาจุกที่อก
“แก… แก…” ฮันเฟิงจ้องหลงเฉินด้วยดวงตาแดงก่ำ เส้นเลือดในตาแตกกระจาย “ไอ้สวะ! แกกล้าทำลายอนาคตข้า!”
“ข้าไม่ได้ทำลาย…” หลงเฉินตอบเสียงเย็น “ความหยิ่งยโสของเจ้าต่างหากที่ทำลายตัวเจ้าเอง”
“จำไว้… กระบี่ที่คมกล้า หากอยู่ในมือคนขลาดเขลา ก็เป็นได้แค่เศษเหล็ก… ไฟที่ร้อนแรง หากไร้ซึ่งการควบคุม ก็เผาได้แต่ตัวเอง!”
คำสอนของหลงเฉินกระแทกใจกลางจุดอ่อนของฮันเฟิงอย่างจัง
“อึก…”
ฮันเฟิงตาเหลือกลาน ลมปราณในร่างตีกลับอย่างรุนแรง ธาตุไฟเข้าแทรกฉับพลัน
พรวด!!!
เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดออกจากปากฮันเฟิงราวกับน้ำพุ ร่างของเขาสั่นกระตุกอย่างรุนแรง ก่อนจะหงายหลังล้มตึงลงกับพื้น ตึง! หมดสติไปทั้งที่ตายังเบิกโพลงด้วยความอาฆาต
“ศิษย์พี่ฮัน!” เหล่าลูกสมุนรีบวิ่งเข้ามาหามร่างที่ไร้สติออกไปอย่างทุลักทุเล
ความเงียบกลับคืนสู่ลานประลองอีกครั้ง ทุกสายตาจับจ้องมาที่ผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว
หัวหน้าผู้ตัดสินสูดหายใจลึก พยายามข่มความตื่นเต้น ก่อนจะประกาศก้อง
“ผู้ชนะเลิศในการประลองโอสถประจำปีนี้… ได้แก่…”
“หลงเฉิน! ตัวแทนจากหอโอสถฝ่ายผู้อาวุโสหลิว!”
เสียงเฮดังสนั่นหวั่นไหว ผู้อาวุโสหลิวกระโดดตัวลอยด้วยความดีใจจนลืมวัย น้ำตาไหลพราก “อาจารย์ข้า! นั่นอาจารย์ข้า!”
หลงเฉินยิ้มบางๆ เดินไปที่แท่นรางวัล เบื้องหน้าของเขาคือ “เตาหลอมมังกรคะนอง” เตาหลอมสีแดงเพลิงขนาดใหญ่ที่สลักลวดลายมังกรเก้าตัวพันรอบตัวเตา กลิ่นอายความร้อนแรงของมันแผ่ออกมา
“ของดี…” หลงเฉินลูบไล้ผิวเตา สัมผัสได้ถึงพลังงานธาตุไฟที่อัดแน่นอยู่ภายใน “ด้วยเตานี้ บวกกับเพลิงวิญญาณ… การปรุงยาแก้อาการบาดเจ็บเรื้อรังให้ท่านพ่อ และยาเสริมพลังให้กองทัพตระกูลหลง ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป”
“เฮ้ๆๆ! อย่าลืมส่วนของข้านะ!” เสี่ยวเฮยโผล่หัวออกมาจากอกเสื้อ ตาเป็นประกาย “ยาเม็ดเมื่อกี้! ข้าขอนะ! กลิ่นมันหอมยั่วน้ำลายชะมัด!”
หลงเฉินหยิบขวดหยกออกมา เทเม็ดยาระดับตำนานหนึ่งเม็ดใส่ปากเสี่ยวเฮยอย่างไม่เสียดาย
“กินซะ… ถือเป็นรางวัลที่เจ้าช่วยข้าขโมยไฟมา”
เสี่ยวเฮยเคี้ยวยา กรุบๆ แล้วทำหน้าฟินสุดขีด “อาห์… สวรรค์… ข้ารู้สึกว่าเกราะข้ากำลังจะหนาขึ้นอีกแล้ว!”
หลงเฉินเก็บเตาหลอมเข้าแหวนมิติ แล้วหันไปมองยอดเขาสูงเสียดฟ้าที่ซึ่ง “เฟิงหยุน” อาศัยอยู่
ชัยชนะครั้งนี้เป็นเพียงก้าวแรก… การตบหน้าฮันเฟิง ก็เหมือนกับการตบหน้าเฟิงหยุนทางอ้อม
“เตรียมตัวให้ดีเฟิงหยุน…” หลงเฉินพึมพำแผ่วเบา แต่หนักแน่น
“วันใดที่ข้าก้าวขึ้นไปบนยอดเขานั้น… วันนั้นจะเป็นวันที่ชื่อของเจ้าถูกลบออกจากยุทธภพ!”
ทว่า ในขณะที่หลงเฉินกำลังดื่มด่ำกับชัยชนะ เขาไม่รู้เลยว่า… ภัยร้ายที่ยิ่งใหญ่กว่ากำลังคืบคลานเข้ามาหา “หลินหลาน” ในเงามืด ท่ามกลางความวุ่นวายของงานประลองนี้เอง!
(จบบทที่ 48)