ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 35 หอโอสถ
ตอนที่ 35 หอโอสถ
ตอนที่ 35: หอโอสถ
กลิ่นหอมของสมุนไพรนานาชนิดลอยอบอวลไปทั่วบริเวณหุบเขาทางทิศตะวันออกของสำนักกระบี่สวรรค์ กลิ่นนี้ช่างแตกต่างจากกลิ่นอับชื้นและความตายที่ท้ายเขาร้างอย่างสิ้นเชิง มันเป็นกลิ่นของความมั่งคั่ง พลังอำนาจ และความหวังของผู้ฝึกยุทธ์นับหมื่น
เบื้องหน้าของหลงเฉินคืออาคารทรงจีนโบราณขนาดมหึมาสูงห้าชั้น หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบสีเขียวมรกต ป้ายชื่อขนาดใหญ่เขียนคำว่า “หอโอสถ” ด้วยตัวอักษรสีทองอร่าม ที่หน้าประตูมีศิษย์ในชุดขาวเดินขวักไขว่ ส่วนใหญ่มีสีหน้าหยิ่งยโสและเชิดหน้าสูง ราวกับว่าการเป็นนักปรุงยาทำให้พวกเขาสูงส่งกว่าคนทั่วไป
“หอม… หอมมาก!”
เสี่ยวเฮยที่เกาะอยู่บนบ่าของหลงเฉินยืดคอยาวเหยียด จมูกฟุดฟิดสูดดมกลิ่นสมุนไพรอย่างบ้าคลั่ง น้ำลายไหลย้อยลงมาเปื้อนเสื้อของหลงเฉิน
“หลงเฉิน! ในนั้นต้องมีของอร่อยแน่ๆ! ข้าได้กลิ่น ‘หญ้าวิญญาณม่วง’ ข้าได้กลิ่น ‘โสมหิมะ’! เข้าไปกันเถอะ! ไปปล้น… เอ้ย ไปซื้อกันเถอะ!”
“เช็ดน้ำลายหน่อย เจ้าตัวตะกละ” หลงเฉินดีดปากเสี่ยวเฮยเบาๆ “เราไม่ได้มาปล้น เรามาหาซื้อวัตถุดิบ… อย่างน้อยก็ในตอนนี้”
หลงเฉินเดินตรงเข้าไปที่ประตูใหญ่หอโอสถด้วยท่าทีสง่าผ่าเผย แม้ชุดที่สวมใส่จะเป็นชุดผ้าเนื้อหยาบสีเทาของศิษย์ฝ่ายแรงงาน (ที่เขาเพิ่งได้รับแจกมาเมื่อเช้า) แต่ท่วงท่าการเดินกลับดูภูมิฐานราวกับปรมาจารย์
เมื่อก้าวเข้าสู่โถงชั้นล่าง บรรยากาศภายในคึกคักไปด้วยผู้คน มีเคาน์เตอร์ยาวเรียงรายสำหรับซื้อขายแลกเปลี่ยนสมุนไพรและเม็ดยา หลงเฉินเดินตรงไปที่ช่อง “ซื้อวัตถุดิบ” ที่ดูว่างที่สุด
พนักงานประจำช่องเป็นศิษย์สายนอกของหอโอสถ หน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพรา แต่นางกำลังนั่งตะไบเล็บและคุยเล่นกับเพื่อนสาวข้างๆ โดยไม่สนใจลูกค้า
“ข้าต้องการซื้อ ‘หญ้าดารา’ 10 ต้น ‘รากไม้วายุ’ 5 หัว และ ‘เลือดสัตว์อสูรธาตุไฟ’ 1 ขวด” หลงเฉินเอ่ยสั่งเสียงเรียบ
ศิษย์สาวคนนั้นชะงักมือที่ตะไบเล็บ นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองหลงเฉิน กวาดสายตาดูชุดสีเทาซอมซ่อ แล้วขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจ
“ศิษย์ฝ่ายแรงงาน?” นางแค่นเสียง “เจ้าหลงทางมารึเปล่า? ที่นี่หอโอสถ ไม่ใช่โรงครัว ถ้าจะมาขอเศษสมุนไพรไปต้มซุปก็ไปขอที่หลังร้านนู่น อย่ามาเกะกะหน้าร้าน!”
“ข้ามาซื้อ ไม่ได้มาขอ” หลงเฉินวางถุงเงิน (ที่รีดไถมาจากโก่วลี่) ลงบนเคาน์เตอร์ เสียงเหรียญทองและหินปราณกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง
ศิษย์สาวเหลือบมองถุงเงิน แววตาเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ความหยิ่งยโสในฐานะคนของหอโอสถยังคงอยู่
“เชอะ! ก็แค่เศษเงิน…” นางหยิบรายการสั่งของหลงเฉินมาดูแล้วโยนทิ้งลงพื้น “ของที่เจ้าสั่งมันเกรดต่ำเกินไป เราไม่ขายปลีก ถ้าจะซื้อต้องซื้อยกมัด ราคา 50 หินปราณ! มีปัญญาจ่ายไหมล่ะ?”
นี่คือการกลั่นแกล้งชัดเจน ราคาตลาดของสมุนไพรพวกนี้รวมกันไม่ถึง 10 หินปราณด้วยซ้ำ
หลงเฉินหรี่ตาลง “หอโอสถอันทรงเกียรติ รังแกศิษย์ระดับล่างด้วยการโก่งราคาเช่นนี้รึ? ข้าสงสัยจังว่าถ้าเรื่องนี้ถึงหูผู้อาวุโสคุมกฎ…”
“เจ้ากล้าขู่ข้ารึ!” นางตวาดแว้ดขึ้นมา “ยาม! มาลากไอ้ขยะนี่ออกไป!”
ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียด เสียงระเบิดเบาๆ ก็ดังขึ้นจากห้องปรุงยาด้านหลัง ตามมาด้วยกลุ่มควันสีเทาและเสียงหัวเราะแสดงความยินดี
ปัง!
ประตูห้องปรุงยาห้องหนึ่งเปิดออก ชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลาแต่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง เดินออกมาพร้อมกับเขม่าควันเปื้อนหน้าเล็กน้อย ในมือของเขาถือถาดไม้ที่มีเม็ดยาสีดำมะเมื่อมวางอยู่สามเม็ด
“ศิษย์พี่ ‘เฉินเฟิง’!”
ศิษย์สาวที่เคาน์เตอร์รีบเปลี่ยนสีหน้าจากนางมารร้ายเป็นนางแมวยั่วสวาท นางวิ่งปรี่เข้าไปหาชายหนุ่มคนนั้นทันที
“ท่านปรุง ‘โอสถรวมปราณ’ สำเร็จแล้วหรือเจ้าคะ!?”
เฉินเฟิงยืดอกอย่างภาคภูมิใจ “แน่นอน… แม้จะยากลำบาก แต่ด้วยพรสวรรค์ของข้า ในที่สุดก็ทำสำเร็จ โอสถรวมปราณระดับมนุษย์ขั้นกลาง ความบริสุทธิ์ 3 ส่วน!”
“โอ้โห! 3 ส่วน!” เหล่าศิษย์รอบๆ ต่างพากันฮือฮาและเข้ามารุมล้อมเลียแข้งเลียขา
“สุดยอดไปเลยศิษย์พี่เฉิน! ปกติศิษย์สายนอกทำได้แค่ 1-2 ส่วนก็เก่งแล้ว นี่ท่านทำได้ถึง 3 ส่วน! อนาคตศิษย์สายในของหอโอสถคงหนีไม่พ้นท่านแน่!”
“ขอดูหน่อยขอรับ! เป็นบุญตาจริงๆ!”
เฉินเฟิงชูถาดยาขึ้นสูง ให้ทุกคนได้ชื่นชมเม็ดยาผิวขรุขระที่มีสีดำคล้ำและส่งกลิ่นไหม้จางๆ
“เชิญชมได้… นี่คือผลงานชิ้นเอกของข้า” เฉินเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงถือตัว “ใครต้องการซื้อ ข้าจะขายให้ในราคาพิเศษ เม็ดละ 20 หินปราณ!”
ท่ามกลางเสียงชื่นชมสรรเสริญ เสียงหัวเราะขลุกขลักดังกวนประสาทก็แทรกขึ้นมา
“คิก… คิกๆๆ…”
เฉินเฟิงหุบยิ้ม หันขวับไปมองต้นเสียง พบว่าเป็นเด็กหนุ่มชุดเทาที่มีเต่าเกาะไหล่ ยืนเอามือปิดปากกลั้นขำจนตัวงอ
“เจ้าขำอะไร!” เฉินเฟิงตวาดลั่น “เจ้าขยะฝ่ายแรงงาน! เจ้ากล้าดูแคลนโอสถของข้ารึ!”
หลงเฉินพยายามกลั้นหัวเราะ แล้วเงยหน้าขึ้นมองเฉินเฟิงด้วยแววตาขบขัน
“ขออภัย… ข้าไม่ได้ตั้งใจจะขำท่าน” หลงเฉินโบกมือปฏิเสธ “ข้าแค่ขำเต่าของข้า มันเพิ่งเล่าเรื่องตลกให้ฟัง”
“เรื่องตลก?”
“ใช่! ตลกมาก!” เสี่ยวเฮยตะโกนขึ้น (ซึ่งคนอื่นได้ยินเป็นเสียงร้อง จี๊ดๆ) “มันบอกว่า… ก้อนถ่านสีดำๆ ในมือเจ้านั่น ถ้าเอาไปให้หมูกิน หมูยังคายทิ้งเลย!”
หลงเฉินยิ้มมุมปาก แปลความหมายให้ฟัง “เต่าข้าบอกว่า… ยาในมือท่าน กลิ่นมันเหมือนของเสียที่เพิ่งขับถ่ายออกมาเมื่อเช้า”
“สามหาว!” เฉินเฟิงหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด “เจ้ากล้าดูถูกโอสถรวมปราณความบริสุทธิ์ 3 ส่วนของข้าว่าเป็นขี้งั้นรึ! เจ้ามันคนชั้นต่ำ จะไปรู้อะไรเรื่องศิลปะการปรุงยา!”
“ศิลปะ?”
หลงเฉินเลิกคิ้ว เดินเข้าไปใกล้เฉินเฟิง แล้วใช้นิ้วคีบเม็ดยาขึ้นมาหนึ่งเม็ด ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน
“ผิวหยาบกร้านเหมือนเปลือกไม้… แสดงว่าควบคุมไฟไม่นิ่ง เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวเย็น”
“กลิ่นไหม้ฉุนกึก… แสดงว่าใส่ ‘หญ้าเพลิง’ ลงไปก่อนกำหนด ทำให้ตัวยาหลักถูกเผาจนเสียสรรพคุณ”
“และที่สำคัญ…” หลงเฉินบีบเม็ดยาเบาๆ มันก็แตกละเอียดเป็นผงสีดำร่วงกราวลงพื้น
“โครงสร้างภายในกลวงโบ๋ เพราะเจ้าใช้พลังปราณกระแทกเม็ดยาแรงเกินไปตอนขึ้นรูป… สรุปแล้ว ยานี้มีความบริสุทธิ์ไม่ถึง 1 ส่วนด้วยซ้ำ ที่เห็นเป็น 3 ส่วนนั่นมันแค่เปลือกนอกที่เจ้าเอาขี้ผึ้งมาเคลือบหลอกตา”
หลงเฉินปัดฝุ่นยาออกจากมือ แล้วมองหน้าเฉินเฟิงที่ตอนนี้ซีดเผือดเหมือนไก่ต้ม
“ข้าถามจริงๆ เถอะศิษย์พี่… ท่านกำลังปรุงยาให้คนกิน หรือกำลัง ‘ต้มอาหารหมู’ กันแน่?”
ความเงียบเข้าปกคลุมหอโอสถทันที ไม่มีใครกล้าส่งเสียง แม้แต่เข็มตกก็ได้ยิน
เฉินเฟิงตัวสั่นเทิ้มด้วยความอับอายและความโกรธ การถูกวิจารณ์จุดผิดพลาดอย่างละเอียดและแม่นยำต่อหน้าธารกำนัล โดยศิษย์แรงงานต่ำต้อย มันคือการตบหน้าฉาดใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา
“เจ้า… เจ้า…” เฉินเฟิงชี้หน้าหลงเฉิน นิ้วสั่นระริก “เจ้ากล้ากล่าวหาข้า! หลักฐาน! ไหนล่ะหลักฐานว่าข้าทำผิดขั้นตอน!”
“หลักฐานก็อยู่ที่พื้นนั่นไง” หลงเฉินชี้ไปที่ผงยา “ถ้าเจ้าผสมถูกสัดส่วน ผงยาที่แตกออกมาต้องเป็นสีเขียวอ่อน ไม่ใช่สีดำสนิทเหมือนถ่านแบบนี้”
“โกหก! แกมันมั่ว!” เฉินเฟิงตะโกนลั่น “ยาม! จับมัน! ไอ้เด็กนี่มันมาก่อกวนหอโอสถ! ทำลายชื่อเสียงข้า! โบยมันให้ตาย!”
ศิษย์สาวที่เคาน์เตอร์ได้ทีรีบตะโกนเสริม “ใช่! ข้าเห็นมันเข้ามาหาเรื่องตั้งแต่แรกแล้ว! มันเป็นพวกสติไม่ดี!”
ยามร่างยักษ์ของหอโอสถสี่นายวิ่งเข้ามาล้อมกรอบหลงเฉินทันที พร้อมกระบองเหล็กในมือ
หลงเฉินถอนหายใจยาว
“พูดความจริงก็รับไม่ได้… หอโอสถสำนักกระบี่สวรรค์ตกต่ำลงขนาดนี้เชียวหรือ?”
เขายืนนิ่ง ไม่ได้ตั้งท่าต่อสู้ แต่แววตากลับคมกริบ พร้อมจะหักกระดูกยามพวกนี้ทิ้งหากพวกมันกล้าแตะต้องตัวเขา
“เอาเลย! ลุยเลยหลงเฉิน!” เสี่ยวเฮยยุยง “เผาร้านมันเลย! แล้วเราจะได้ขโมยสมุนไพรไปให้หมด!”
ทันใดนั้น เสียงทุ้มลึกและทรงอำนาจก็ดังมาจากบันไดชั้นสอง หยุดทุกการเคลื่อนไหวในห้องโถง
“หยุดเดี๋ยวนี้! ใครกล้าส่งเสียงดังรบกวนการปรุงยาของข้า!”
ชายชราผมขาวโพลน สวมชุดคลุมนักปรุงยาระดับ 2 เดินลงบันไดมาด้วยสีหน้าหงุดหงิด เขาคือ “ผู้อาวุโสหลิว” รองเจ้าหอโอสถ ผู้มีนิสัยเข้มงวดและเกลียดความวุ่นวายที่สุด
เฉินเฟิงเห็นดังนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปฟ้องทันที “ท่านอาจารย์! ท่านอาจารย์ช่วยข้าด้วย! ไอ้เด็กแรงงานคนนี้มันบุกเข้ามาทำลายยาของข้า แถมยังด่าว่าวิชาปรุงยาของสำนักเราเป็นแค่วิธีต้มอาหารหมูขอรับ!”
ผู้อาวุโสหลิวหันขวับมามองหลงเฉิน นัยน์ตาคมกริบจ้องเขม็ง แรงกดดันระดับ ‘แก่นแท้’ แผ่ออกมากดทับหลงเฉินทันที
“เจ้าเด็กสามหาว… เจ้ากล้าพูดเช่นนั้นจริงรึ?”
หลงเฉินยืนหยัดต้านแรงกดดัน หลังตรงแน่ว เขาสบตาผู้อาวุโสหลิวอย่างไม่เกรงกลัว
“ข้าไม่ได้ว่าวิชาของสำนัก… ข้าว่าแค่วิชาของ ‘เขา'” หลงเฉินชี้ไปที่เฉินเฟิง “การนำขยะมาหลอกขายว่าเป็นโอสถชั้นเลิศ นั่นต่างหากที่ทำลายชื่อเสียงสำนัก”
“ปากดี!” ผู้อาวุโสหลิวตวาด “เจ้ามีความรู้อะไรเรื่องยา ถึงกล้ามาตัดสินศิษย์ของข้า!”
“ความรู้?” หลงเฉินยิ้มบางๆ
เขามองไปที่มือของผู้อาวุโสหลิว ซึ่งมีรอยไหม้สีม่วงจางๆ ที่ปลายนิ้ว และกลิ่นสมุนไพรบางอย่างที่ติดตัวมา
“ข้าไม่รู้ว่าข้ามีความรู้แค่ไหน… แต่ข้ารู้ว่าท่านเพิ่งล้มเหลวในการปรุง ‘โอสถทลายกำแพง’ มาหมาดๆ ใช่หรือไม่?”
“และสาเหตุที่ท่านล้มเหลว… เพราะท่านใส่ ‘หญ้าเกล็ดมังกร’ มากเกินไปครึ่งตำลึง ทำให้ธาตุไฟในเตาเสียสมดุลจนระเบิดใส่หน้าท่าน”
ผู้อาวุโสหลิวชะงักกึก ดวงตาเบิกโพลงกว้างยิ่งกว่าไข่ห่าน
“จะ… เจ้า… เจ้ารู้ได้อย่างไร!?”
ความเงียบในห้องโถงเปลี่ยนจากความตึงเครียด เป็นความตกตะลึงสุดขีด
หลงเฉินยิ้มกริ่ม
“ถ้าอยากรู้ว่าข้ารู้ได้ไง… และจะแก้ปัญหานั้นยังไง… ก็ไล่ไอ้พวกสุนัขพวกนี้ออกไปให้พ้นหน้าข้า แล้วเชิญข้าขึ้นไปจิบชาดีๆ สักถ้วยสิ”
(จบบทที่ 35)