ระบบเช็กอินรับศิษย์ ปลดล็อกสกิลเทพ - บทที่ 170 เข้าสู่ป่าหมอกปีศาจ
พระเจ้าช่วย… นั่น… นั่นมันตัวอะไรกันเด็กสาวชุดดำที่ยืนอยู่ข้างหญิงชราเบิกตากว้าง จ้องมองหัวมังกรสีทองขนาดมหึมาด้วยความตกตะลึง
ไม่ใช่แค่นาง หญิงชราและคนของสำนักโลหิตมารต่างก็จ้องมองหัวมังกรที่ชูชันเสียดฟ้าด้วยดวงตาแทบถลนออกจากเบ้า
โฮกกก!
มังกรทองคำรามกึกก้องอีกครา
เสียงคำรามนี้แม้จะไม่ได้แฝงแรงกดดันเพื่อทำลายล้าง แต่กลับเปี่ยมไปด้วยอำนาจบารมีอันลึกลับที่ทำให้หญิงชราและคนของสำนักโลหิตมารที่กำลังคิดจะวิ่งหนี ก้าวขาไม่ออกราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น
ดูนั่น! ข้างบนมีคนอยู่ด้วย!เด็กสาวชุดดำร้องอุทานชี้มือขึ้นไป
ไม่ต้องให้นางเตือน คนอื่น ๆ ก็สังเกตเห็นเงาร่างคนบนหัวมังกรแล้วเช่นกัน
ครืนนน...
ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่โตมโหฬาร ทุกการเคลื่อนไหวของมังกรทองทำให้หมอกขาวรอบด้านสั่นสะเทือนเกิดเสียงดังสนั่น
ในขณะเดียวกัน บนหลังมังกร กลุ่มคนจากสำนักดาบยืนตัวตรงแหน็วไม่กล้าขยับเขยื้อน ราวกับเด็กนักเรียนถูกทำโทษให้ยืนหน้าชั้น เหงื่อเย็นไหลอาบหน้าผากไม่หยุดหย่อน
ว้าว! พวกเราออกมาได้แล้ว!เสียงใสแจ๋วของหลิงหลงดังขึ้นมาจากบนหัวมังกร
เมื่อเห็นว่าถึงฝั่งแล้ว คนของสำนักดาบก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้ตั้งตัว มังกรทองก็สะบัดหางวูบหนึ่ง
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
คนของสำนักดาบทั้งหมดถูกดีดกระเด็นลงมาจากหลังมังกร ลงไปกองกับพื้นอย่างไม่ทันตั้งตัว
แม้จะมึนงง แต่ก็ไม่มีใครกล้าปริปากบ่น
หลังจากส่งผู้โดยสารลงหมดแล้ว มังกรทองค่อย ๆ ก้มหัวอันน่าเกรงขามลงมา
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน หลิงหลงและอวี้เซียนเดินลงมาจากหัวมังกรอย่างสง่างาม
เอาล่ะ ขอบใจมากนะเจ้าหลงหลงหลิงหลงลูบหัวมังกรเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู
วินาทีต่อมา
วิ้ง!
แสงสีทองสว่างวาบ ร่างมหึมาของมังกรทองหดเล็กลงอย่างรวดเร็ว จนกลับกลายเป็นตุ๊กตาไม้แกะสลักตัวเล็ก ๆ
หลิงหลงจับมันยัดใส่กระเป๋าสะพายใบเล็กสีชมพูของนางอย่างไม่ใส่ใจ ใบหน้าเปื้อนยิ้มร่าเริง
ทว่าบนตุ๊กตาไม้นั้น ปรากฏรอยร้าวเล็ก ๆ เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ภาพเหตุการณ์นี้ทำเอาคนที่ยืนกลั้นหายใจอยู่รอบ ๆ ถึงกับอ้าปากค้าง สติหลุดลอยไปชั่วขณะ
พวกเขาเห็นอะไร
สัตว์อสูรที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกร น่าเกรงขามจนสั่นสะเทือนสวรรค์ แท้จริงแล้วเป็นเพียงตุ๊กตาไม้แกะสลัก นั่นมันสมบัติวิเศษชนิดใดกัน หรือจะเป็นของล้ำค่าระดับตำนานที่พวกเขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน
เมื่อคิดได้ดังนั้น สายตาของทุกคนต่างจับจ้องไปที่กระเป๋าสะพายสีชมพูของหลิงหลงเป็นตาเดียว
แววตาเหล่านั้นเต็มไปด้วยความโลภ ความตกตะลึง และอารมณ์ที่หลากหลาย
เมื่อครู่พวกเขาสัมผัสได้ถึงพลานุภาพของมังกรทองชัดเจน เพียงแค่เสียงคำรามก็ทำลายพลังของพวกเขาจนแตกซ่าน
นึกว่าจะเป็นสัตว์อสูรลึกลับ ที่ไหนได้กลับเป็นตุ๊กตาไม้แปลงร่างมา
โดยเฉพาะเด็กสาวชุดดำ ดวงตาของนางเป็นประกายวาววับ จ้องมองกระเป๋าของหลิงหลงตาไม่กระพริบ
ท่านย่า…เด็กสาวกระตุกชายเสื้อหญิงชรา เตรียมจะเอ่ยปากขอ
แต่ถูกหญิงชราส่งสายตาดุ ๆ ปรามไว้ จนต้องกลืนคำพูดลงคอ
แม้แต่คนของสำนักโลหิตมาร ก็มองสำรวจหลิงหลงและอวี้เซียนด้วยสายตาที่มีความหมายแฝงเร้น ไม่รู้ว่ากำลังวางแผนชั่วร้ายอันใดอยู่
เมื่อเห็นหลิงหลงเก็บตุ๊กตาไม้ไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ อวี้เซียนก็ได้แต่ถอนหายใจ
นังหนูนี่… ไม่ดูสถานการณ์บ้างเลย เก็บเร็วขนาดนี้ ตอนนี้เลยตกเป็นเป้าสายตาซะแล้วอวี้เซียนบ่นในใจ
หากมังกรทองเป็นสัตว์อสูรที่มีชีวิตจริง ๆ คงไม่มีใครกล้าแหยม แต่พอรู้ว่าเป็นสมบัติวิเศษ ความโลภย่อมบังตาผู้คนได้ง่าย
หลิงหลง ไปกันเถอะอวี้เซียนรู้สึกไม่สบายใจกับสายตาที่จ้องมองมา จึงรีบจูงมือหลิงหลงเดินหนี
อื้อ!หลิงหลงขานรับอย่างว่าง่าย
ทว่าเพิ่งก้าวเท้าออกไปได้เพียงก้าวเดียว ชายชุดแดงที่เป็นหัวหน้าสำนักโลหิตมารก็เอ่ยขัดขึ้น
แม่นางทั้งสอง โปรดช้าก่อน!
มีธุระอะไรอวี้เซียนหันกลับไปมองกลุ่มคนสำนักโลหิตมารด้วยสายตาไม่เป็นมิตร
กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากคนกลุ่มนี้ ดูยังไงก็ไม่ใช่คนดี
เซวี่ยกู่ หัวหน้ากลุ่มสำนักโลหิตมาร ทำเป็นมองไม่เห็นสายตาอำมหิตของอวี้เซียน
เขายังคงยิ้มแย้มแนะนำตัวสวัสดี ข้าชื่อเซวี่ยกู่ข้าเห็นว่าพวกท่านมีระดับพลังไม่สูงนัก แม้จะมีสมบัติวิเศษคอยคุ้มครอง แต่ป่าหมอกปีศาจนี้อันตรายยิ่งนัก ทำไมไม่…
พอได้แล้ว เลิกพล่ามน้ำลายแตกฟองสักที เจ้าต้องการจะพูดอะไรกันแน่อวี้เซียนตัดบทอย่างรำคาญ ไม่รอให้เซวี่ยกู่พูดจบ
ข้าเพียงอยากเสนอให้พวกเราร่วมมือกัน หากมีอันตรายจะได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้ ตามข่าวลือ อันตรายบางอย่างในป่านี้ ไม่ใช่สิ่งที่สมบัติวิเศษเพียงชิ้นเดียวจะแก้ไขได้นะเซวี่ยกู่ยังคงรักษารอยยิ้มการค้าเอาไว้
ได้ยินเช่นนั้น อวี้เซียนก็ขมวดคิ้ว
จากเหตุการณ์ในทะเลสาบเมื่อครู่ นางตระหนักดีว่าป่าหมอกปีศาจแห่งนี้ไม่ธรรมดา ขนาดแค่น้ำจิ้มด้านนอกยังเจอยอดฝีมือและสัตว์อสูรระดับสูงมากมาย
ข้างในย่อมต้องอันตรายกว่าร้อยเท่าพันทวี
หากเป็นเมื่อก่อน ข้อเสนอของเซวี่ยกู่อาจจะน่าสนใจ
แต่ตอนนี้มีหลิงหลงอยู่ด้วย แถมหลิงหลงยังมีสมบัติวิเศษมากมาย น่าจะพอเอาตัวรอดได้
ทว่าคำพูดของเซวี่ยกู่ที่ว่าอันตรายบางอย่างใช้สมบัติแก้ไม่ได้ทำให้สงสัย
เจ้าหมายความว่าอย่างไรเพื่อความแน่ใจ อวี้เซียนจึงเอ่ยถาม
เจ้าถามมัน มันก็ตอบไม่ได้หรอก มันก็แค่ข่าวลือ อยากรู้ความจริงก็ต้องเข้าไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง
ทันใดนั้น หญิงชราที่ยืนเงียบมาตลอดก็พูดแทรกขึ้นมา
ขณะที่เด็กสาวชุดดำข้างกายหญิงชรายังคงจ้องกระเป๋าเป้สีชมพูของหลิงหลงตาเป็นมัน
ยายเฒ่า! เจ้าหมายความว่าไงถูกขัดจังหวะ เซวี่ยกู่หันไปตวาดด้วยความไม่พอใจ
ไม่ได้หมายความว่าไง ข้าแค่หวังดีเตือนแม่นางทั้งสอง ไม่ให้หลงเชื่อคำลวงของคนชั่วบางคนหญิงชราปรายตามองเซวี่ยกู่ด้วยสายตาเหยียดหยาม
เจ้า…เซวี่ยกู่กัดฟันกรอด จิตสังหารพุ่งพล่าน จ้องหญิงชราตาขวาง
ช่างเถอะ ขอบคุณในความหวังดีของพวกท่าน แต่เราไม่ต้องการร่วมทางกับใครอวี้เซียนประสานมือตัดบท นางไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น
หลิงหลง ไปกันเถอะว่าแล้วนางก็จูงมือหลิงหลงเดินดุ่ม ๆ เข้าไปในป่าหมอกปีศาจทันที
เมื่อเห็นว่าถูกหญิงชราขัดลาภ เซวี่ยกู่ส่งสายตาอาฆาตให้หญิงชราแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบนำพรรคพวกสะกดรอยตามสองสาวไปห่าง ๆ โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
เห็นเซวี่ยกู่ตามไป เด็กสาวชุดดำก็เริ่มร้อนรน
ท่านย่า รีบตามไปเร็วเข้า น้องสาวคนนั้นจะหายไปแล้วนะ!เด็กสาวเร่งเร้าหญิงชรา
นังหนู ข้าขอเตือนเจ้าไว้ก่อน อย่าได้คิดร้ายกับเด็กคนนั้นเชียว คนที่ครอบครองสมบัติระดับที่แม้แต่ข้ายังไม่เคยได้ยินชื่อ ย่อมต้องมีขุมกำลังหรือยอดคนที่แข็งแกร่งมหาศาลหนุนหลังอยู่แน่นอนหญิงชราถอนหายใจ เตือนสติหลานสาวจอมเอาแต่ใจ
ท่านย่า ท่านคิดไปไกลถึงไหนแล้วเนี่ย ข้าแค่จะตามไปขอซื้อสมบัติชิ้นนั้นจากน้องสาวต่างหาก ถ้าข้าได้ขี่สัตว์อสูรเท่ ๆ แบบนั้น ข้าคงดูเจ๋งสุด ๆ ไปเลยไม่ใช่เหรอเด็กสาวชุดดำตาเป็นประกายวาดฝันหวาน
เฮ้อ! ทำไมเจ้าถึงได้มีแต่หน้าตากับความสูง แต่ไม่มีสมองเลยนะ ของวิเศษพรรค์นั้น เจ้าคิดว่าเขาจะยอมขายให้เจ้ารึ อีกอย่าง… ต่อให้เขาขายจริง เจ้าขายตระกูลเราทั้งตระกูลทิ้ง ยังไม่รู้เลยว่าจะหาเงินมาซื้อได้หรือเปล่า!หญิงชราเอานิ้วจิ้มหน้าผากหลานสาวอย่างระอาใจ
หา! ขนาดนั้นเลยเหรอท่านย่า แล้วจะทำยังไงดีล่ะทีนี้เด็กสาวชุดดำหน้ามุ่ย คอตกด้วยความผิดหวัง