ระบบเช็กอินรับศิษย์ ปลดล็อกสกิลเทพ - บทที่ 169 ถ้ากล้าดุข้า ข้าจะตีให้ตายเลย!
เหล่าพญางูยักษ์รอบด้าน บ้างก็ถูกสังหาร บ้างก็หนีตายกระเจิดกระเจิง
หลงหลง พาพวกเราข้ามไปฝั่งตรงข้ามทีหลิงหลงกระทืบเท้าเล็ก ๆ ลงบนหัวของมังกรทองเบา ๆ
โฮกกก!
สิ้นเสียงคำสั่ง มังกรทองยักษ์ก็บิดลำตัวอันมหึมา เคลื่อนกายผ่านหมอกขาวหนาทึบ มุ่งหน้าไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
เสียงเมื่อกี้นั่นมันอะไรเหล่าผู้ฝึกตนรอบบริเวณต่างได้ยินเสียงมังกรคำราม
และพวกเขาก็สังเกตเห็นว่า งูยักษ์ที่เคยไล่ล่าพวกตนอย่างบ้าคลั่ง จู่ ๆ ก็เกิดความหวาดกลัวและหนีหายไปจนหมดสิ้น
ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่สิ่งที่ทำให้สัตว์เดรัจฉานพวกนี้กลัวจนหัวหดได้ ต้องเป็นตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวมากแน่ ๆ เราอยู่ที่นี่นานไม่ได้แล้ว
บนซากเรือเหาะที่พังเสียหายลำหนึ่ง กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งกำลังปรึกษาหารือกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ผู้พูดคือชายชราผมขาว ข้างกายเขามียอดฝีมือระดับเทพปฐพีหลายคน และยังมีเด็กหนุ่มอายุราวสิบเจ็ดสิบแปดยืนอยู่ด้วย
ในขณะที่พวกเขากำลังเตรียมตัวจะรีบหนี หมอกขาวเบื้องหน้าก็เกิดความผันผวนอย่างรุนแรง
แย่แล้ว!ชายชราและพรรคพวกหน้าถอดสี รีบเตรียมพร้อมรับมือ
ครืนนน...
วินาทีต่อมา หัวมังกรทองขนาดมหึมาก็ค่อย ๆ โผล่พ้นหมอกขาวออกมาตรงหน้าพวกเขา
เมื่อเห็นหัวมังกรที่ชูชันขึ้นสูงเสียดฟ้า เหงื่อกาฬของทุกคนก็ไหลพราก มือที่กำอาวุธสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว
น... นั่นมัน…ชายชราเบิกตากว้าง แหงนหน้ามองหัวมังกรยักษ์ด้วยความตื่นตะลึง
แม้บนร่างของมังกรทองจะไม่มีกลิ่นอายของระดับพลังที่ชัดเจน แต่คลื่นพลังงานที่แผ่ออกมาจากร่างกายของมันนั้น น่าสยดสยองเกินบรรยาย
ชายชรารู้ดีว่า หากสัตว์ยักษ์ตรงหน้าคิดจะลงมือ การบดขยี้พวกเขาให้ตายก็ง่ายดายเหมือนบี้มด
ทะ… ท่านผู้อาวุโส พวกข้าน้อยไม่ทราบว่าที่นี่คืออาณาเขตของท่าน โปรดละเว้นชีวิตพวกเราด้วยเถิด!ชายชรารีบทิ้งตัวลงคุกเข่าโขกศีรษะ ด้วยเข้าใจผิดว่ามังกรทองตรงหน้าคือสัตว์อสูรบรรพกาลผู้ปกครองพื้นที่
เห็นผู้นำคุกเข่า คนอื่น ๆ ก็รีบคุกเข่าตามเพื่อขอขมา
คุณปู่ พวกท่านทำอะไรกันน่ะหลิงหลงชะโงกหน้าลงมามองกลุ่มคนที่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องล่างด้วยความสงสัย
ได้ยินเสียงพูด ชายชราและพรรคพวกยิ่งตัวสั่นงันงก
พวกเขานึกไม่ถึงว่าสัตว์อสูรยักษ์ตัวนี้จะสามารถพูดภาษามนุษย์ได้
เพียงแต่… ทำไมเสียงถึงได้ฟังดูแปลก ๆ ไม่เหมือนเสียงสัตว์อสูรทรงพลัง แต่เหมือนเสียงเด็กสาว
ด้วยความกลัว ไม่มีใครกล้าเงยหน้าขึ้นมอง มีเพียงเด็กหนุ่มข้างกายชายชราที่รวบรวมความกล้า เงยหน้าขึ้นมองแวบหนึ่ง
แต่ภาพที่เห็นทำให้เขาต้องตกตะลึงจนตาค้าง
เพราะบนหัวมังกรทองอันน่าเกรงขาม มีเด็กสาวตัวเล็ก ๆ กำลังจ้องมองลงมาที่พวกเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ท่านปู่…เด็กหนุ่มสะกิดชายเสื้อชายชราเบา ๆ
อย่าเสียมารยาทกับท่านผู้อาวุโส! คุกเข่าดี ๆ!ชายชราดุหลานชายเสียงเขียว โดยไม่กล้าเงยหน้า
เด็กหนุ่มจนปัญญา ได้แต่เอ่ยถามเสียงสั่นน้องสาว… เมื่อกี้เจ้าเป็นคนพูดหรือ
คำถามของเด็กหนุ่มทำให้ชายชราและคนอื่น ๆ สะดุ้งโหยง เตรียมจะหันไปดุเพื่อขอขมาแทน
แต่เสียงใสแจ๋วของหลิงหลงก็ดังขึ้นเสียก่อนใช่ ข้าพูดเอง มีอะไรเหรอ พวกท่านหาทางออกไม่เจอใช่ไหม
เมื่อยืนยันได้ว่าเสียงนั้นไม่ได้มาจากมังกร ชายชราและทุกคนต่างตกใจ
คราวนี้ทุกคนค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองไปยังหัวมังกรทองที่อยู่สูงลิบ
ภาพที่ปรากฏทำเอาพวกเขาขนลุกซู่ยิ่งกว่าเดิม
พวกเขามองเห็นชัดเจนว่า มีสตรีสองนาง หนึ่งโตหนึ่งเล็ก ยืนตระหง่านอยู่บนหัวมังกร
นี่คือตัวตนระดับใดกัน… ถึงสามารถควบคุมสัตว์อสูรที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ได้หัวใจของชายชราเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก
เขาไม่กล้าแม้แต่จะใช้สัมผัสวิญญาณตรวจสอบระดับพลังของหลิงหลงและอวี้เซียน กลัวว่าจะไปล่วงเกินจนทำให้พวกนางไม่พอใจ
เรือเหาะของพวกเราพังเสียหายเกือบหมดแล้วขอรับ ของวิเศษหลายอย่างก็ใช้การไม่ได้ การจะออกไปจากที่นี่… คงยากลำบากเด็กหนุ่มตอบตามตรงอย่างซื่อสัตย์
งั้นเหรอ งั้นพวกท่านก็ขึ้นมาสิ เดี๋ยวข้าจะพาออกไปเองหลิงหลงกล่าวอย่างใจกว้างหลังจากครุ่นคิดครู่หนึ่ง
หลิงหลง เราไปกันเองเถอะ ถ้าพวกเขาเป็นคนไม่ดีจะทำยังไงอวี้เซียนรีบกระซิบห้าม
ไม่กลัวหรอก! ถ้าพวกเขากล้าดุข้า ข้าจะตีให้ตายเลย! พี่ชายหนานสอนข้ามาหลิงหลงชูกำปั้นเล็ก ๆ ขึ้นทำท่าขึงขัง
ได้ยินหลิงหลงพูดเช่นนั้น อวี้เซียนก็ได้แต่จำยอม นางทำได้เพียงเพิ่มความระมัดระวังตัวให้มากขึ้น
คำพูดของหลิงหลงที่ลอยลงมา ทำให้ชายชราและพรรคพวกใจหายวาบ
แต่ดูจากน้ำเสียงแล้ว นางไม่ได้ล้อเล่น และพวกเขาก็จำเป็นต้องรีบออกไปจากที่นี่จริง ๆ ก่อนที่จะเกิดเหตุร้ายอื่น
ชายชราและพรรคพวกมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่มีใครกล้าก้าวเท้าออกไป
เพราะมังกรทองตรงหน้าแผ่กลิ่นอายที่แข็งแกร่งและทรงอำนาจเกินไป เพียงแค่มองก็ขาสั่นแล้ว ใครจะกล้าขึ้นไปขี่หลังมันเล่า
หลงหลง รับพวกเขาขึ้นมาหลิงหลงกระทืบเท้าสั่งอีกครั้ง
ฟึ่บ!
หางมังกรขนาดยักษ์ตวัดวูบเดียว ม้วนเอาร่างของกลุ่มชายชราขึ้นมา
ยังไม่ทันที่พวกเขาจะตั้งตัว ก็มายืนอยู่บนหลังมังกรเสียแล้ว
ขอบพระคุณท่านเซียนทั้งสองขอรับชายชรารีบระงับความตื่นเต้น นำพรรคพวกคารวะหลิงหลงและอวี้เซียนด้วยความนอบน้อม
ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร!หลิงหลงโบกมืออย่างสบายอารมณ์ ดูภูมิใจในตัวเองไม่น้อย
เมื่อมังกรทองเคลื่อนตัวออกไป ทะเลสาบเบื้องล่างก็กลับมาวุ่นวายอีกครั้ง ผู้ฝึกตนที่หนีไม่ทันต้องต่อสู้กับฝูงงูยักษ์อย่างดุเดือด
ระหว่างทางขึ้นฝั่ง เพื่อความปลอดภัย อวี้เซียนจึงสอบถามความเป็นมาของกลุ่มคนเหล่านี้
ชายชราผู้นี้คือเจ้าสำนักดาบ หรือสำนักเตาจงซึ่งเป็นสำนักระดับเดียวกับสำนักเหมียวอิน ส่วนเด็กหนุ่มคือหลานชายของเขา และคนที่เหลือคือผู้อาวุโสในสำนัก
ณ ริมฝั่งอีกด้านหนึ่งของทะเลสาบ คนสองกลุ่มกำลังเผชิญหน้ากันอย่างตึงเครียด
สำนักโลหิตมาร คิดจะลงมือกับพวกเราจริง ๆ หรือหญิงชรานางหนึ่งจ้องมองกลุ่มชายชุดแดงนับสิบคนที่ดูชั่วร้ายตรงหน้าด้วยสายตาเคียดแค้น ข้างกายหญิงชรามีเด็กสาวชุดดำอายุราวสิบเจ็ดสิบแปดปี ยืนคุมเชิงอยู่
ยายเฒ่า! ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าฉวยโอกาสฆ่าคนของข้าไปตั้งเยอะในทะเลสาบ ข้าจะมาเสียเวลาลงมือกับเจ้าทำไมชายชุดแดงที่เป็นหัวหน้าตะคอกกลับด้วยความโกรธ
หญิงชราและเด็กสาวชุดดำแค่นเสียงอย่างดูแคลน
แล้วไง สำนักโลหิตมารทำชั่วช้าสารเลวมามาก ฆ่าไปก็สมควรแล้ว ข้าต้องกลัวพวกเจ้าด้วยรึหญิงชรากล่าวอย่างไม่เกรงกลัว
ฮึ! พวกที่อ้างตัวเป็นฝ่ายธรรมะนี่มันน่ารังเกียจจริง ๆหัวหน้าชายชุดแดงกัดฟันกรอด
ถูกต้อง! ฆ่าก็คือฆ่า รอให้ข้ากลับไปได้ ข้าจะส่งคนมากวาดล้างสำนักโลหิตมารของพวกเจ้าให้สิ้นซาก จะได้ไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้ใครอีก!เด็กสาวชุดดำข้างกายหญิงชราตะโกนด่าอย่างเหลืออด
รอบ ๆ บริเวณยังมีกลุ่มอิทธิพลอื่น ๆ อีกหลายกลุ่ม แต่ไม่มีใครสนใจความขัดแย้งของทั้งสองฝ่าย พวกเขามองดูครู่หนึ่งแล้วรีบมุ่งหน้าเข้าสู่ป่าหมอกปีศาจไป
เหลือเพียงหญิงชราและเด็กสาวที่ถูกสำนักโลหิตมารปิดล้อม สถานการณ์ตึงเครียดจนแทบระเบิด
โดยเฉพาะคำพูดจาบจ้วงของเด็กสาวชุดดำ ทำให้คนของสำนักโลหิตมารโกรธจัด ระเบิดพลังปราณออกมาเตรียมจะรุมสังหารทั้งคู่
หญิงชราเองก็ไม่ยอมถอย เร่งพลังปราณขึ้นมาเตรียมสู้ตาย
โฮกกก!!!
แต่ทว่าในวินาทีนั้น เสียงมังกรคำรามกึกก้องก็ดังสนั่น ขัดจังหวะการต่อสู้ พลังที่พวกเขารวบรวมมาถูกคลื่นเสียงกระแทกจนแตกซ่าน
ตัวอะไรหญิงชราหันขวับไปมองกลุ่มหมอกที่กำลังม้วนตัวอย่างรุนแรงไม่ไกลออกไป
คนของสำนักโลหิตมารเองก็จ้องมองไปทางนั้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ทันใดนั้น เมื่อพวกเขาเห็นหัวมังกรทองขนาดมหึมาโผล่พ้นหมอกออกมา ทุกคนต่างยืนตัวแข็งทื่อด้วยความตกตะลึง!