ระบบเช็กอินรับศิษย์ ปลดล็อกสกิลเทพ - บทที่ 107 โอรสสวรรค์ผู้เป็นคู่แท้
บุรุษผู้ถือดาบใหญ่ที่กระเด็นออกไปนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเสวี่ยหนู่
ก่อนหน้านี้เขาปะทะกับผู้เฒ่าค่ายกลอยู่นานสองนานแต่ก็ไม่รู้ผลแพ้ชนะ จนในที่สุดจำต้องล่าถอยเข้ามาเสาะหาโชคลาภภายในสุสานแทน
ทว่าในยามนี้ โทสะของเสวี่ยหนู่ได้ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง รุนแรงเสียยิ่งกว่าลาวาที่กำลังเดือดพล่าน
เขาจ้องมองด้ามดาบหักๆ ในมือด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวจนน่าเกลียด
เขาไม่อาจยอมรับความจริงได้ว่าจะมีอัจฉริยะคนใดแข็งแกร่งไปกว่าตัวเขา กู้เฉินสมควรตาย เขาต้องฆ่ามันให้ได้
ฉากการต่อสู้เมื่อครู่อยู่ในสายตาของเหล่าศิษย์เอกจากสำนักต่างๆ ที่เพิ่งตามเข้ามาถึง ทุกคนต่างจ้องมองกู้เฉินด้วยความตกตะลึง
ในขณะที่กู้เฉินยังคงยืนนิ่งด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับคนที่เพิ่งซัดปลิวไปเมื่อครู่เป็นเพียงแมลงหวี่แมลงวันตัวหนึ่ง ไม่ใช่ยอดฝีมือระดับ ผสานแก่นแท้ ขั้นเก้า
ตายซะ เสวี่ยหนู่คำรามก้อง พุ่งทะยานเข้าใส่กู้เฉินอีกครั้ง ร่างกายของเขาถูกห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงโลหิตที่ลุกโชน
หมอนั่นบ้าไปแล้วรึ ถึงขั้นยอมเผาผลาญโลหิตบริสุทธิ์ของตัวเอง นายน้อยสำนักอัคคีอุทานด้วยความตื่นตระหนก
แต่ทว่าความโกรธแค้นได้บดบังศติปัญญาของเสวี่ยหนู่ไปจนสิ้น นับตั้งแต่ย่างเท้าเข้ามาในสุสานแห่งนี้ ไม่มีสิ่งใดเป็นไปดั่งใจเขาเลยแม้แต่อย่างเดียว
สมกับสมญานามเสวี่ยหนู่ เอะอะก็พร้อมจะแลกชีวิตได้ทุกเมื่อ
ฮวาเหลียนเห็นท่าไม่ดีจึงรีบถอยฉากออกมา นางไม่มีเจตนาจะยื่นมือเข้าไปช่วย และคิดว่าการยืนดูเรื่องสนุกๆ น่าจะบันเทิงกว่า
อย่างไรก็ตาม การลงมือของนางเมื่อครู่ก็เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาฝูงชน ไม่มีใครกล้าดูแคลนนางอีกต่อไป
หืม ตกลงเขาอยู่ที่ไหนกันแน่ หลวงจีนเฒ่านั่นคงไม่ได้โกหกข้าหรอกนะ หรือจะเป็นหมอนี่
ซูเม่ยเอ๋อร์ที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ไม่ไกล พึมพำกับตนเองสายตาจดจ้องไปที่กู้เฉิน
ในมือนางปรากฏลูกแก้วสีขาวขนาดเท่าหัวแม่มือ ซึ่งกำลังเปล่งแสงเรืองรองออกมาจางๆ
ก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่หน้าแปลงสมุนไพรวิญญาณ ลูกแก้วลูกนี้ก็เคยส่องแสงวูบวาบมาแล้วครั้งหนึ่ง
แต่ตอนนั้นคนเยอะเกินไปแถมสถานการณ์ยังวุ่นวาย นางจึงระบุตัวเป้าหมายไม่ได้
สำหรับซูเม่ยเอ๋อร์แล้ว สมบัติล้ำค่าในสุสานแห่งนี้ไม่ได้อยู่ในสายตา สิ่งเดียวที่นางต้องการตามหาคือโอรสสวรรค์ผู้เป็นคู่แท้ตามคำทำนาย
นางแค่อยากจะมาพิสูจน์ด้วยตาตัวเองว่า ในดินแดนอันกันดารเช่นนี้ จะมีบุรุษใดที่มีคุณสมบัติคู่ควรกับนาง
และไม่น่าเชื่อว่าเพิ่งมาถึงได้ไม่นาน ลูกแก้วปริศนาที่ได้รับมาจากหลวงจีนเฒ่าก็เกิดปฏิกิริยาขึ้นจริงๆ
ลูกแก้วสั่นไหวสองครั้ง และทั้งสองครั้งล้วนมีกู้เฉินอยู่ในเหตุการณ์ นางจึงอดสงสัยในตัวเขาไม่ได้
อืม ฝีมือไม่เลว หน้าตาก็ใช้ได้ แต่ก็แค่นั้นแหละ สำหรับคนในพื้นที่บ้านนอกแบบนี้ ดีไม่ดีอาจจะสู้ข้าไม่ได้ด้วยซ้ำ ซูเม่ยเอ๋อร์วิจารณ์กู้เฉินพลางเบ้ปากเล็กน้อย
ทางด้านกู้เฉิน เมื่อเห็นเสวี่ยหนู่พุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง เขาก็เริ่มเอาจริงขึ้นมาบ้าง
แสงสีทองที่หมุนวนรอบแขนของกู้เฉินเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม
ไปลงนรกซะ
เสวี่ยหนู่รวบรวมเปลวเพลิงโลหิตทั่วร่างสร้างเป็นดาบเพลิงยักษ์ ฟาดฟันใส่กู้เฉินด้วยพลังทำลายล้างมหาศาล
ฮึ รนหาที่ตาย กู้เฉินคำรามต่ำ สวนหมัดออกไปตรงๆ
ตูม
แรงปะทะส่งคลื่นกระแทกกระจายไปทั่วทิศจนอากาศสั่นสะเทือน
แต่ผลลัพธ์ยังคงเป็นเช่นเดิม ร่างของเสวี่ยหนู่ปลิวละลิ่วราวกับกระสุนปืนใหญ่ กระแทกอัดเข้ากับผนังถ้ำจนเกิดเป็นหลุมลึก
ภาพที่เห็นทำเอาผู้ชมโดยรอบสูดหายใจเฮือกใหญ่ แม้แต่เหล่าผู้เฒ่าระดับ กายาบริสุทธิ์ ที่ตั้งใจจะมาหาของต่ออายุขัยยังต้องขวัญผวา
แม้จะไม่มีส่วนร่วมในการแย่งชิง แต่พลังหมัดของกู้เฉินก็ทำให้หัวใจของพวกเขาเต้นรัวด้วยความหวาดหวั่น
พี่หนาน ศิษย์น้องเก่งกาจจริงๆ ไม่รู้ว่าข้าจะสู้เขาได้ไหมนะ หลิงหลงที่นั่งแทะเม็ดแตงอยู่ไกลๆ เอ่ยขึ้น
ไม่รู้สิ หรือพวกเจ้าจะลองประมือกันดู เย่หนานยิ้มกรุ้มกริ่มพลางมองไปที่หลิงหลง
เอ่อ ช่างมันเถอะ ข้าไม่อยากสู้กับท่าน เดี๋ยวท่านจะเจ็บตัวเปล่าๆ หลิงหลงทำปากแข็งแก้เก้อ
เย่หนาน:
กลับมาที่เสวี่ยหนู่ ในหลุมลึกร่างของเขาเต็มไปด้วยบาดแผล ผมเผ้ายุ่งเหยิง สภาพดูไม่ได้
เจ้า เจ้าเป็นใคร เสวี่ยหนู่พยุงร่างอันสั่นเทาขึ้นมา จ้องมองกู้เฉินด้วยความหวาดกลัว
กู้เฉินไม่ได้ไล่ตามไปซ้ำเติม เขาไม่ต้องการสร้างปัญหาให้เย่หนานต้องตามแก้ โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่าอาจารย์ของเสวี่ยหนู่เป็นถึงระดับ นภาเร้นลับ
อืม ใช้ได้ มีพลังสักห้าส่วนของข้าได้กระมัง ซูเม่ยเอ๋อร์ประเมินกู้เฉินในใจ
ส่วนกุ่ยหมิงจากสำนักภูตคร่ำครวญและนายน้อยสำนักอัคคี ต่างมองกู้เฉินด้วยความตกตะลึง
ฝีมือของพวกเขาพอฟัดพอเหวี่ยงกับเสวี่ยหนู่ จึงอยากรู้เหลือเกินว่าเด็กหนุ่มนิรนามผู้นี้เป็นใครมาจากไหน
ในรัศมีหลายพันลี้ อัจฉริยะที่มีชื่อเสียงล้วนเป็นที่รู้จัก แต่ชื่อเสียงเรียงนามของกู้เฉินกลับไม่เคยผ่านหูพวกเขามาก่อน
ข้าก็แค่ผู้ฝึกตนธรรมดาๆ คนหนึ่ง ไม่ควรค่าแก่การเอ่ยถึง กู้เฉินตอบกลับเสวี่ยหนู่เสียงเรียบ
คำตอบนั้นทำเอาทุกคนแทบสำลัก
ผู้ฝึกตนธรรมดาบ้านบิดาเจ้าสิที่ต่อยคนเกือบตายด้วยหมัดเดียว
ฮึ่ม ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร กล้าล่วงเกินข้า เจ้าไม่ตายดีแน่ เสวี่ยหนู่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
แต่เขาก็ไม่กล้าบุ่มบ่ามเข้าไปอีก ช่องว่างของพลังมันชัดเจนเกินไป ขืนเข้าไปอีกก็มีแต่ตายเปล่า
ทำได้แค่รอออกไปข้างนอก แล้วให้เสวี่ยขวางผู้เป็นอาจารย์จัดการล้างแค้นให้
กุ่ยหมิงและคนอื่นๆ ต่างเลือกที่จะดูท่าทีอยู่ห่างๆ ไม่มีใครกล้าขยับตัว
และแน่นอนว่า ไม่มีใครกล้าแย่งชิงกระบี่ในบ่อลาวานั้นอีก
กู้เฉินแสดงพลังข่มขวัญจนเสวี่ยหนู่หมดสภาพ แถมตัวเองยังยืนชิลเหมือนไม่เสียแรงสักหยด เห็นได้ชัดว่ายังออมมือไว้อีกมาก
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครคัดค้าน กู้เฉินจึงเดินไปดึงกระบี่ขึ้นมาจากบ่อลาวา
หลังจากพิจารณาดูครู่หนึ่ง เขาก็พบว่ามันเป็นเพียงศาสตราวุธระดับต่ำกว่าชั้นฟ้า แถมยังมีรอยแตกร้าว กู้เฉินหมดความสนใจในทันที
ถ้าเจ้าไม่เอา ขายต่อให้ข้าก็ได้นะ ฮวาเหลียนเอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นท่าทีของกู้เฉิน
เอาสิ เอาหินวิญญาณมาแลก กู้เฉินตอบตกลงง่ายๆ
จริงรึ ฮวาเหลียนตาเป็นประกาย
ของจริงแท้แน่นอน หนึ่งหมื่นหินวิญญาณระดับต่ำ ถือว่าขายให้ถูกๆ แล้วนะ กู้เฉินพยักหน้า
ตกลง ฮวาเหลียนรีบควักแหวนมิติส่งให้ทันที กลัวว่ากู้เฉินจะเปลี่ยนใจ ราคานี้ถือว่าถูกเหมือนได้เปล่าสำหรับนาง
กู้เฉินรับแหวนมิติมาตรวจสอบความถูกต้อง แล้วจึงส่งกระบี่ให้
ในขณะที่เขากำลังจะเดินกลับไปหาเย่หนาน เสียงหวานหยดย้อยของสตรีผู้หนึ่งก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
พ่อรูปหล่อ สนใจจะคุยกับข้าสักหน่อยไหม
ซูเม่ยเอ๋อร์เดินนวยนาดเข้ามาด้วยท่วงท่าเย้ายวน มือหนึ่งเท้าสะเอว อีกมือถือแส้โบกสะบัด
ในขณะเดียวกัน ที่ฝั่งเย่หนานซึ่งกำลังนั่งแทะเม็ดแตงอยู่ จู่ๆ เสียงระบบก็ดังขึ้นในหัว
[ติ้ง]
แล้วทุกอย่างก็เงียบกริบ
อะไรวะเนี่ย ระบบ เจ้าไฟช็อตหรือไง เย่หนานทำหน้ามึนงง
น่าเสียดายที่ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากระบบอีกตามเคย
แม่นางคือ กู้เฉินหันไปมองซูเม่ยเอ๋อร์ด้วยความสงสัย
ข้าชื่อซูเม่ยเอ๋อร์ เรียกข้าว่าเม่ยเอ๋อร์เฉยๆ ก็ได้นะจ๊ะ ซูเม่ยเอ๋อร์ส่งสายตาหวานเชื่อมให้กู้เฉิน
ในขณะที่เข้าใกล้ ยิ่งนางสัมผัสได้ว่าลูกแก้วในอกเสื้อสั่นแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มร้อนผ่าว
สิ่งนี้ยืนยันชัดเจนแล้วว่า กู้เฉินคือโอรสสวรรค์ผู้เป็นคู่แท้ที่นางตามหา
ไม่นึกเลยว่าจะเจอง่ายดายปานนี้
แต่จะใช่คู่แท้จริงหรือไม่ นางต้องขอพิสูจน์ด้วยตัวเองก่อน หากนิสัยใจคอไม่ผ่าน ต่อให้เป็นโอรสสวรรค์ลงมาจุติ นางก็ไม่เอาด้วยหรอก
แม่นางซู มีธุระอะไรกับข้าหรือ กู้เฉินประสานมือถามตามมารยาท
เจ้าชื่อเสียงเรียงนามว่ากระไร เมื่อครู่ข้าเห็นความกล้าหาญของเจ้าแล้วประทับใจยิ่งนัก คิกคิกคิก เสียงหัวเราะของซูเม่ยเอ๋อร์ช่างยั่วยวนชวนฝัน
นางเมินเฉยต่อฮวาเหลียนที่ยืนอยู่ข้างๆ ราวกับไร้ตัวตน
ฝ่ายฮวาเหลียนมองดูซูเม่ยเอ๋อร์ด้วยความประหลาดใจ
เพราะนางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายบางอย่างจากตัวซูเม่ยเอ๋อร์ที่ดึงดูดนางอย่างประหลาด กลิ่นอายของผู้ที่มีกายเนื้อพิเศษเช่นเดียวกับนาง