Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ยอดอาจารย์ผู้มองเห็นอัจฉริยะ - ตอนที่ 95

  1. Home
  2. ยอดอาจารย์ผู้มองเห็นอัจฉริยะ
  3. ตอนที่ 95
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 95 ศิษย์พี่ อัดมันเลย!

ณ จุดพักของสำนักหลิงเซียน เหล่าศิษย์ทั้งห้าสิบชีวิตยืนรวมกลุ่มกันด้วยบรรยากาศเคร่งขรึม

สวีหมิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ศิษย์พี่ลู่เล่ย รอบแรกฝากท่านเปิดทางด้วยครับ!”

ลู่เล่ยพยักหน้าเล็กน้อย สะบัดชายเสื้อคลุมสีขาวพลิ้วไหว ก้าวเดินขึ้นสู่สังเวียนประลองด้วยฝีเท้าที่มั่นคงดุจขุนเขา

ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งสำนักหนานซานเองก็มีความเคลื่อนไหว เงาร่างหนึ่งเดินออกมาจากกลุ่ม

ทว่า… ทันทีที่เห็นโฉมหน้าของคู่ต่อสู้ สีหน้าของสวีหมิงและเหล่าศิษย์สำนักหลิงเซียนก็พลันเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

เพราะผู้ที่ก้าวออกมาจากฝั่งสำนักหนานซาน คือชายหนุ่มร่างเตี้ยผู้เป็น ‘ศิษย์ตัวแทน’ คนนั้น!

“สวรรค์ช่วย! หนานไคอวี่ถึงกับลงมาประเดิมสนามด้วยตัวเองเลยรึ!”

“ศิษย์อันดับหนึ่งของสำนักหนานซาน ปะทะ ลู่เล่ย ศิษย์เอกผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักหลิงเซียน… คู่เอกตั้งแต่เปิดสนาม!”

เสียงอื้ออึงดังกระหึ่มไปทั่วลานประลอง ภาพที่เกิดขึ้นทำให้ดวงตาของผู้ชมในสนามเป็นประกายวาววับด้วยความตื่นเต้น

หนานไคอวี่ หรือชายหนุ่มร่างเตี้ยผู้นั้น คือศิษย์มือหนึ่งที่ไร้คู่ต่อกรของสำนักหนานซาน เขาผ่านสังเวียนงานประลองสำนักมาแล้วถึงสามสมัย ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้ฝึกตนระดับ ‘สร้างรากฐานขั้นสูงสุด’ ที่แข็งแกร่งที่สุดในแคว้นหนานอวิ๋น เป็นรองเพียงระดับจินตานเท่านั้น!

ส่วนลู่เล่ย ในฐานะศิษย์เอกของผู้อาวุโสใหญ่สำนักหลิงเซียน ก็เจนจัดสนามรบ ผ่านงานประลองมาแล้วสองสมัย ชื่อชั้นถือว่าพอฟัดพอเหวี่ยง

การเผชิญหน้าของสองยอดฝีมือ ย่อมดึงดูดความสนใจของทุกคนในทันที

แม้แต่เหล่าเจ้าสำนักบนแท่นประธาน ต่างก็เบนสายตามาจับจ้องที่เวทีของคู่หลิงเซียนและหนานซานเป็นตาเดียว

บนที่นั่งกิตติมศักดิ์

จางอวิ๋นทอดสายตามองภาพเบื้องล่างแล้วส่ายหน้าเบาๆ

ยามที่หนานไคอวี่เปิดตัวก่อนหน้านี้ เขาใช้เนตรสวรรค์ตรวจสอบดูแล้ว ชายผู้นี้มีความแข็งแกร่งติดสิบอันดับแรกในบรรดาศิษย์ทั้งหมดของงานนี้อย่างแน่นอน

เมื่อเทียบสเกลพลังกันแล้ว ลู่เล่ยยังเป็นรองอยู่หลายขุม ศึกนี้… ยากจะคว้าชัย!

ปัง!

ราวกับตอกย้ำความคิดของเขา ทันทีที่สัญญาณเริ่มการประลองดังขึ้น หนานไคอวี่ก็พุ่งตัวออกไปราวกับภูตพราย รวดเร็วปานสายฟ้าแลบจนลู่เล่ยตั้งตัวไม่ติด ก่อนจะประเคนลูกเตะเข้าที่กลางลำตัวอย่างจัง จนลู่เล่ยกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว ลมหายใจติดขัด

ยังไม่ทันที่ลู่เล่ยจะตั้งหลักได้มั่นคง หนานไคอวี่ก็พุ่งตามมาติดๆ ราวกับเงาตามตัว พร้อมกระบี่สีดำทมิฬในมือที่ฟาดฟันลงมาหมายชีวิต

ลู่เล่ยหน้าถอดสี รีบยกกระบี่ขึ้นต้านรับตามสัญชาตญาณ

เคร้ง!

แต่ด้วยฐานการยืนที่ไม่มั่นคง บวกกับแรงปะทะที่รุนแรงหนักหน่วงเกินต้านทาน กระบี่คู่กายของลู่เล่ยจึงถูกกระแทกจนหลุดมือปลิวว่อนไปกลางอากาศ

เมื่อเห็นคู่ต่อสู้ไร้อาวุธ รอยยิ้มอำมหิตก็ผุดขึ้นที่มุมปากของหนานไคอวี่

ฉึก!

คมกระบี่สีดำเสียบทะลุหน้าท้องของลู่เล่ยอย่างจัง!

“อ๊ากกก!”

เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังลั่นสนาม เลือดสีแดงฉานไหลทะลักออกจากบาดแผลที่หน้าท้องราวกับเขื่อนแตก ก้อนพลังลมปราณภายในจุดตันเถียนถูกกระแทกจนเสียหายอย่างหนัก

“ศิษย์พี่ลู่เล่ย!!”

ศิษย์สำนักหลิงเซียนด้านล่างต่างหน้าซีดเผือด ร้องเรียกด้วยความตื่นตระหนก

แม้จะรู้ว่าลู่เล่ยเป็นรองหนานไคอวี่ แต่ไม่คิดว่าจะพ่ายแพ้หมดรูปได้รวดเร็วเพียงไม่กี่ลมหายใจเช่นนี้

ยังไม่ทันที่ใครจะได้ตั้งสติ หนานไคอวี่ก็กระชากกระบี่สีดำออกมาอย่างแรง สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสะใจอันบิดเบี้ยว

“แย่แล้ว!”

สวีหมิงเห็นท่าไม่ดี สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้อง เขาตะโกนลั่น “ศิษย์พี่ลู่เล่ย รีบหลบเร็วเข้า!!”

บนเวที ลู่เล่ยได้ยินเสียงเตือนก็พยายามจะตะเกียกตะกายหนี แต่ร่างกายที่บาดเจ็บสาหัสกลับไม่ตอบสนองดั่งใจ ช้าไปเพียงเสี้ยววินาที

ฉัวะ!

หนานไคอวี่ตวัดกระบี่ฟันลงมาเป็นแนวตั้งอย่างโหดเหี้ยม

“อ๊าก!” ลู่เล่ยร้องโหยหวนปานจะขาดใจ แขนขวาครึ่งท่อนถูกฟันจนขาดกระเด็นลอยละลิ่ว เลือดพุ่งกระฉูดราวกับน้ำพุโลหิต!

ศิษย์สำนักหลิงเซียนหน้าซีดเป็นไก่ต้ม ความโกรธแค้นพุ่งพล่านขึ้นมาสุมอก “เจ้าสารเลว! ศิษย์พี่ลู่เล่ยหมดสภาพต่อสู้แล้ว เหตุใดเจ้ายังลงมืออำมหิตเช่นนี้!?”

หนานไคอวี่แค่นเสียงหัวเราะเย็นชา ไม่นำพาต่อเสียงด่าทอ ขยับกระบี่เปื้อนเลือดในมือเตรียมจะซ้ำอีกครั้งให้ตายคาที่

สวีหมิงเห็นดังนั้นจึงรีบตะโกนสุดเสียงจนคอแทบแตก “ศิษย์พี่ลู่เล่ย รีบขอยอมแพ้!!”

ลู่เล่ยที่กำลังเจ็บปวดเจียนตายจากแขนที่ขาด ได้สติกลับมาจึงรีบรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายตะโกนลั่น “ข้ายอมแพ้!”

สิ้นเสียงประกาศยอมแพ้… กฎย่อมต้องเป็นกฎ

ทว่า…

“ตายซะเถอะ!”

หนานไคอวี่กลับไม่หยุดมือ! คมกระบี่ถูกฟันลงมาอีกครั้งหมายจะบั่นคอให้ขาดสะบั้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียม ไม่มีเจตนาจะยั้งมือแม้แต่น้อย

“ไม่นะ!!”

ทุกคนหน้าถอดสี หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม

ผู้ชมหลายคนถึงกับหลับตาปี๋ ไม่อยากเห็นภาพศีรษะหลุดกระเด็นในวินาทีถัดไป!

ฟุ่บ!

ชั่วพริบตานั้นเอง เงาร่างสายหนึ่งก็พุ่งทะยานขึ้นไปบนเวทีราวกับสายฟ้าฟาด!

เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้องกัมปนาท ประกายไฟแลบแปลบปลาบกระจายไปทั่วทิศ ปัดป้องคมกระบี่สีดำของหนานไคอวี่เอาไว้ได้ทันเส้นยาแดงผ่าแปด

เสียงปะทะอันหนักหน่วงนั้น ปลุกให้ผู้ชมที่หลับตาอยู่ต้องลืมตาขึ้นดู

ภาพที่ปรากฏแก่สายตา คือแผ่นหลังกว้างของสวีหมิงที่ยืนขวางอยู่เบื้องหน้าลู่เล่ย ใช้กระบี่ของตนต้านรับการโจมตีสังหารของหนานไคอวี่เอาไว้อย่างมั่นคง

คนของสำนักหลิงเซียนต่างถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอกราวกับยกภูเขาออกจากอก

ลู่เล่ยเมื่อเห็นสวีหมิงมายืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า ก็เผยรอยยิ้มวางใจออกมา ก่อนจะทนพิษบาดแผลไม่ไหว สติดับวูบสลบเหมือดไปทันที

“หืม?”

หนานไคอวี่สัมผัสได้ถึงแรงต้านมหาศาลที่ส่งผ่านมาทางปลายกระบี่ คิ้วของเขากระตุกเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ

“ไสหัวไป!”

ยังไม่ทันจะได้ขบคิดสิ่งใดต่อ แรงระเบิดขุมหนึ่งก็พุ่งออกมาจากกระบี่ของสวีหมิง กระแทกจนหนานไคอวี่ทั้งคนทั้งกระบี่เซถอยหลังไปหลายก้าว

หลังจากทรงตัวได้ เขาสะบัดมือที่ชาหนึบเล็กน้อย จ้องมองไปยังสวีหมิงด้วยแววตาประหลาดใจ

พละกำลังมหาศาลขนาดนี้เชียว?

เจ้าเด็กใหม่ที่เป็นศิษย์ตัวแทนคนนี้ ดูเหมือนจะมีดีกว่าที่คิด!

แต่ไม่นานเขาก็แสยะยิ้มเย็นชา จ้องมองสวีหมิงด้วยสายตาดูแคลน “ขึ้นมาบนเวทีเช่นนี้ แสดงว่าคนที่จะลงแข่งเป็นคนที่สองของสำนักหลิงเซียน… ก็คือเจ้าสินะ?”

คำพูดนี้เรียกสติของผู้ชมให้กลับคืนมา

แม้จะเป็นการขึ้นมาเพื่อช่วยชีวิตคน แต่ตามกฎกติกาการแข่งแบบแพ้คัดออก หากมีศิษย์คนอื่นก้าวขึ้นมาบนเวทีหลังจากเพื่อนร่วมทีมพ่ายแพ้ ก็จะถือว่าเป็นการรับไม้ต่อเพื่อประลองในรอบถัดไปทันที

สวีหมิงไม่ได้ตอบโต้คำยั่วยุ เขาเพียงแค่อุ้มร่างของลู่เล่ยที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด เดินไปส่งที่ขอบเวทีอย่างเงียบเชียบ

อู๋เสี่ยวพั่งรีบวิ่งหน้าตื่นเข้ามารับช่วงต่อทันที เขาประคองร่างศิษย์พี่ลู่เล่ยไว้ด้วยความสั่นเทา พร้อมกับกำหมัดแน่น จ้องมองหนานไคอวี่บนเวทีด้วยความโกรธแค้นจนตาแดงก่ำ แล้วหันไปตะโกนบอกสวีหมิงเสียงดังลั่น

“ศิษย์พี่! อัดมันให้เละเลยนะขอรับ!”

“ได้!”

สวีหมิงตอบสั้นๆ น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงความเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจ เขาหมุนตัวเดินกลับไปกลางเวทีอย่างช้าๆ สะบัดกระบี่ในมือเบาๆ

ชัดเจนแล้วว่า เขาคือผู้ที่จะลงสู้กับหนานไคอวี่เป็นคนถัดไป!

ฮือฮา!

ทันทีที่เห็นว่าสวีหมิงจะสู้กับหนานไคอวี่จริงๆ เสียงฮือฮาก็ดังกระหึ่มไปทั่วสนามจนอัฒจันทร์แทบสั่นสะเทือน

ทุกคนต่างอยากรู้อยากเห็นในตัวของสวีหมิง เด็กหนุ่มผู้มีค่าหัวจากตระกูลหลิน

ก่อนหน้านี้แม้สำนักหลิงเซียนจะชนะมาหลายรอบ แต่สวีหมิงเอาแต่ยืนสั่งการอยู่เบื้องหลัง ไม่เคยลงมือเองเลยสักครั้ง ทำให้ไม่มีใครล่วงรู้ฝีมือที่แท้จริงของเขา

แต่การต้องมาเจอกับหนานไคอวี่…

เซียนมุงหลายคนอดส่ายหน้าไม่ได้

ไม่ว่าสวีหมิงจะจับพลัดจับผลูมาเป็นศิษย์ตัวแทนได้อย่างไร แต่ในฐานะเด็กใหม่ที่ต้องมาเผชิญหน้ากับอัจฉริยะรุ่นเก๋าอย่างหนานไคอวี่ โอกาสที่จะโดนบดขยี้จนแหลกเหลวมีสูงยิ่งนัก!

ฝั่งสำนักหนานซานต่างพากันแสยะยิ้มเยาะเย้ยถากถาง

พวกเขารู้ข้อมูลของสวีหมิงดี เด็กนี่เพิ่งจะเข้าร่วมงานประลองแลกเปลี่ยนเมื่อเดือนก่อนตอนยังเป็นแค่ระดับกลั่นลมปราณ แม้จะมีรากวิญญาณระดับตำนานอย่างรากวิญญาณมังกร แต่เวลาเพิ่งผ่านไปเพียงเดือนเดียว อย่างมากก็คงเพิ่งจะทะลวงระดับสร้างรากฐานมาได้หมาดๆ!

จะเอาอะไรมาต่อกรกับศิษย์พี่หนานไคอวี่ที่เป็นสร้างรากฐานขั้นสูงสุด?

รนหาที่ตายชัดๆ!

บนเวทีประลอง

“นึกว่าจะมุดหัวอยู่ในกระดองเป็นคนสุดท้ายเสียอีก ไม่นึกว่าจะรีบเสนอหน้าออกมาเร็วปานนี้…”

หนานไคอวี่เลียริมฝีปาก จ้องมองสวีหมิงราวกับนักล่าจ้องมองเหยื่ออันโอชะ “ไอ้หนู เตรียมร้องไห้น้ำตาเช็ดหัวเข่าหรือยัง?”

สวีหมิงไม่ตอบวาจา เพียงแค่ก้มหน้าลงเล็กน้อย ปอยผมตกลงมาบดบังแววตา

“อะไรกัน? ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสู้ตารึ? กลัวจนหัวหดแล้วสินะ?”

หนานไคอวี่เห็นท่าทางนั้นก็ระเบิดเสียงหัวเราะร่าด้วยความลำพองใจ “วางใจเถอะ ข้าจะ…”

“ข้าจะทำให้เจ้าไม่มีปัญญาเดินลงจากเวที!”

ทว่ายังพูดไม่ทันจบประโยค สวีหมิงก็สวนกลับมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก พร้อมกับเงยหน้าขึ้นอย่างฉับพลัน

หนานไคอวี่ชะงักกึก รอยยิ้มค้างอยู่บนใบหน้า

โฮก——!!

วินาทีถัดมา เสียงคำรามของมังกรที่ดังกึกก้องกัมปนาทก็ระเบิดขึ้นจากร่างของสวีหมิง สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งสนามประลองจนแก้วหูแทบดับ!

แรงกดดันแห่งราชันย์มังกรแผ่พุ่งออกมาปกคลุมไปทั่วเวทีในพริบตา ราวกับเทพมังกรจุติลงมาเยือนโลกมนุษย์

หนานไคอวี่ที่อยู่ใจกลางแรงกดดันนั้นถึงกับตัวสั่นสะท้าน เข่าแทบทรุด รู้สึกเหมือนมีขุนเขาลูกย่อมๆ กดทับลงมาบนร่าง ลมปราณในกายถึงกับชะงักงันไปชั่วขณะ ยังไม่ทันจะได้ตั้งสติ เขาก็รู้สึกถึงแสงสีทองเจิดจ้าบาดตาที่สาดส่องเข้าใส่ใบหน้า

เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาของเขาก็ต้องเบิกโพลงด้วยความตื่นตะลึงสุดขีด

“พระเจ้าช่วย! นั่น… นั่นมัน!?”

และในเวลาเดียวกัน ดวงตาของผู้ชมทั่วทั้งสนามก็นับหมื่นคู่ ก็เบิกกว้างจนแทบถลนออกมาด้วยความตกตะลึงเช่นกัน!

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 95"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย