Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ยอดอาจารย์ผู้มองเห็นอัจฉริยะ - ตอนที่ 94

  1. Home
  2. ยอดอาจารย์ผู้มองเห็นอัจฉริยะ
  3. ตอนที่ 94
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 94 วิกฤต? หนอนบ่อนไส้?

บทที่ 94 วิกฤต? หนอนบ่อนไส้?

“สำนักหลิงเซียนตกต่ำถึงเพียงนี้แล้วหรือ? ถึงได้ส่งศิษย์หน้าใหม่ไร้ชื่อเสียงเช่นเจ้าขึ้นมา มู่เซิ่งมุดหัวไปอยู่ที่ใดเสียแล้วเล่า?”

ทันทีที่สวีหมิงก้าวเท้าขึ้นสู่แท่นจับฉลาก น้ำเสียงเย้ยหยันบาดหูก็ลอยกระแทกโสตประสาท

เมื่อปรายตามองไป ก็พบชายหนุ่มร่างเตี้ยสวมชุดคลุมยาวสีน้ำตาลเหลือง กำลังจ้องมองเขาด้วยแววตาดูแคลนปานมองมดปลวก

สวีหมิงกวาดตามองตราสัญลักษณ์ที่อกเสื้อของอีกฝ่าย เห็นคำว่า ‘หนานซาน’ สลักไว้อย่างชัดเจน เขาจึงเบือนหน้าหนีทันทีราวกับอีกฝ่ายเป็นเพียงธาตุอากาศ

คนของสำนักหนานซาน… ไร้ค่าเกินกว่าจะชายตาแล!

“เหอะ! อายุน้อยเพียงนี้กลับทำตัวหยิ่งผยองไม่เห็นหัวผู้ใด ระวังจะร้องไห้น้ำตาเช็ดหัวเข่าตอนประลองก็แล้วกัน!”

ชายหนุ่มร่างเตี้ยแค่นเสียงเย็นชาด้วยความขัดใจ

เหล่าศิษย์ตัวแทนจากสามขั้วอำนาจใหญ่อย่างสำนักหนานไห่ ถ้ำจี๋หั่ว และหอก่วนชิง ที่ยืนอยู่รายรอบ ต่างพากันปรายตามองสวีหมิงเป็นตาเดียว

แม้จะไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของสำนักหลิงเซียนในยามนี้ แต่การที่มู่เซิ่งไม่ปรากฏตัว ก็เท่ากับว่าศัตรูตัวฉกาจหายไปหนึ่งคน… บางทีสำนักหลิงเซียนในปีนี้ อาจเป็นเพียงแมลงหวี่แมลงวันที่พวกเขามองข้ามได้โดยสิ้นเชิง!

“เอาล่ะ บัดนี้ข้าจะขอประกาศกติกาของงานประลองสำนักในครั้งนี้!”

ทันใดนั้น สุรเสียงทรงอำนาจก็ดังกึกก้อง ผู้อาวุโสสำนักหนานไห่ยืนตระหง่านอยู่บนหลังอินทรีขาวตัวยักษ์กลางเวหา รังสีความแข็งแกร่งแผ่ซ่าน

“งานประลองสำนักครานี้แบ่งออกเป็นสามรอบ สองรอบแรกจะเป็นการประลองแบบทีม รอบแรกคือรอบแบ่งกลุ่ม ทั้งสามสิบหกสำนักจะถูกจับฉลากแบ่งออกเป็นสามกลุ่ม กลุ่มละสิบสองสำนัก ในท้ายที่สุด สิบสองสำนักที่ติดสี่อันดับแรกของแต่ละกลุ่ม จะได้รับสิทธิ์ผ่านเข้าสู่รอบที่สอง”

“ส่วนยี่สิบสี่สำนักที่ตกรอบ จะหมดสิทธิ์ในการแข่งประเภททีมทันที แต่ละสำนักจะสามารถเหลือศิษย์ไว้ได้เพียงห้าคน เพื่อเข้าร่วมการชิงโควตาสุดท้ายในรอบที่สาม… ส่วนศิษย์ที่เหลือ คัดออกทั้งหมด!”

“สำหรับสิบสองสำนักที่ผ่านเข้ารอบสอง จะทำการประลองแบบทีมต่อไปเพื่อจัดอันดับรวม”

“สำนักที่คว้าอันดับหนึ่งประเภททีม จะได้รับโควตาเข้าสู่ ‘แดนลับเซียน’ ทันทีห้าที่นั่ง และศิษย์ที่เหลือทั้งหมดจะมีสิทธิ์เข้าร่วมชิงโควตาสุดท้ายในรอบที่สาม… ส่วนอันดับสองและสาม จะได้รับโควตาเข้าแดนลับเซียนสามที่นั่งและสองที่นั่งตามลำดับ ส่วนศิษย์ที่เหลือสามารถเก็บไว้ได้สามสิบคน เพื่อไปลุยต่อในรอบชิงโควตาสุดท้าย!”

“อันดับสี่ถึงหก สามารถเก็บศิษย์ไว้ได้ยี่สิบคนเพื่อชิงโควตา… ส่วนอันดับเจ็ดถึงสิบสอง จะเหลือศิษย์ไว้ได้เพียงสิบคนเท่านั้น!”

เมื่อสดับฟังกติกานี้ จางอวิ๋นก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

สรุปให้เข้าใจง่ายก็คือ… สามอันดับแรกของการแข่งทีม จะการันตีโควตาแดนลับเซียนไปเลยสิบที่นั่ง ส่วนอีกสี่สิบที่นั่งที่เหลือ ต้องไปฟาดฟันแย่งชิงกันเองในรอบสุดท้ายสินะ

เท่ากับว่าสามสำนักที่แข็งแกร่งที่สุด จะมีศิษย์สิบคนที่ได้จบงานเร็วกว่าผู้อื่น

ผู้อาวุโสสำนักหนานไห่กล่าวสืบต่อ “บัดนี้ ขอเชิญศิษย์ตัวแทนทั้งสามสิบหกท่าน ขึ้นมาจับฉลากตามลำดับการเปิดตัวก่อนหน้านี้!”

บนแท่นจับฉลาก

ชายหนุ่มผมดำขลับจากสำนักหนานไห่ก้าวขึ้นไปเป็นคนแรก เขาล้วงมือลงไปในถังก่อนจะดึงไม้ฉลากออกมาอย่างมั่นใจ

ที่ปลายไม้ฉลาก ปรากฏตัวอักษรคำว่า ‘หนึ่ง’ เด่นหรา

สำนักหนานไห่อยู่กลุ่มหนึ่ง!

ถัดมาเป็นศิษย์จากถ้ำจี๋หั่ว ปลายไม้ฉลากปรากฏเลข ‘สอง’ ได้ไปอยู่กลุ่มสอง

ศิษย์ตัวแทนจากหอก่วนชิงก้าวขึ้นมาเป็นคนที่สาม ไม่ทราบว่านัดแนะกันมาหรือสวรรค์ลิขิต ไม้ฉลากดันปรากฏเลข ‘สาม’ ได้ไปอยู่กลุ่มสาม

สามขั้วอำนาจที่แข็งแกร่งที่สุดในหน้าฉากของแคว้นหนานอวิ๋น ต่างแยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทางอย่างน่าอัศจรรย์

ส่วนสำนักหนานซานและสำนักหลิงเซียนนั้นรั้งอันดับสี่และห้า ลำดับการขึ้นจับฉลากก่อนหน้านี้ได้บ่งบอกสถานะทุกอย่างแล้ว

สาเหตุที่สำนักหลิงเซียนรั้งท้ายในกลุ่มห้าสำนักใหญ่ ก็เพราะในระดับผู้ฝึกตนขั้น ‘จินตานสูงสุด’ นั้น พวกเขามีจำนวนน้อยกว่าขั้วอำนาจอื่นอย่างเห็นได้ชัด สำนักหลิงเซียนมีผู้อาวุโสขั้นจินตานสูงสุดเพียงแค่สองคน คือผู้อาวุโสใหญ่และผู้อาวุโสสาม… ในขณะที่สำนักหนานไห่ ถ้ำจี๋หั่ว และหอก่วนชิง ต่างมีเกินสามคนทั้งสิ้น

แม้แต่สำนักหนานซาน ในหน้าฉากก็ยังมีถึงสามคน

ผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานซานที่มาร่วมงานประลองแลกเปลี่ยนครั้งก่อน ผนวกกับอีกสองผู้อาวุโสพิทักษ์สำนักที่เป็นขั้นจินตานสูงสุด แม้สองคนหลังจะเฝ้าสำนักตลอดปีแทบไม่ออกมาให้ใครเห็น แต่ความแข็งแกร่งนั้นเป็นที่ประจักษ์ชัดแจ้งทั่วแผ่นดิน

ดังนั้นในสายตาคนภายนอก สำนักหลิงเซียนจึงถือว่าอ่อนด้อยที่สุด

เมื่อถึงคราวศิษย์สำนักหนานซาน เขาจับได้เลข ‘หนึ่ง’ ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย

สำนักหนานซานอยู่กลุ่มหนึ่ง หมายความว่าจะต้องปะทะกับสำนักหนานไห่… การห้ำหั่นกันของสำนักระดับยอดพีระมิด ย่อมเป็นที่จับตามองเสมอ

และแล้ว… ก็ถึงคราวของสวีหมิง

สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่เขาราวกับจะทะลุร่าง ผู้คนต่างสงสัยใคร่รู้ในตัวเด็กหนุ่มผู้มีค่าหัวนำจับจากตระกูลหลิน แต่กลับกลายมาเป็นศิษย์ตัวแทนของสำนักหลิงเซียนได้อย่างไร

เนื่องจากการประลองภายในของสำนักหลิงเซียนมิได้เปิดให้คนนอกเข้าชม โลกภายนอกจึงมืดแปดด้านเกี่ยวกับฝีมือที่แท้จริงของเขา

แต่สิ่งที่ยืนยันได้คือ สวีหมิงต้องมีเขี้ยวเล็บไม่ธรรมดาแน่ มิเช่นนั้นคงไม่มีวาสนามายืนในจุดนี้!

สวีหมิงสูดหายใจลึก ยื่นมือลงไปคว้าไม้ฉลากแล้วดึงขึ้นมา ตัวเลขที่ปลายไม้ปรากฏแก่สายตาธารกำนัล…

ฮือฮา!

เสียงอื้ออึงระเบิดขึ้นทั่วทั้งลานประลองราวกับผึ้งแตกรัง

หนึ่ง!

ตัวเลข ‘หนึ่ง’ ขนาดใหญ่กระแทกตา นั่นหมายความว่าสำนักหลิงเซียน จะต้องไปกองรวมอยู่กับสำนักหนานไห่และสำนักหนานซานในกลุ่มที่หนึ่ง!

สามสำนักระดับท็อปแห่งแคว้นหนานอวิ๋น ต้องมาฆ่าฟันกันเองในกลุ่มเดียวกัน ตั้งแต่รอบแรก… สถานการณ์วิกฤตเช่นนี้แทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในหน้าประวัติศาสตร์งานประลอง

คนของสำนักหลิงเซียนหลายคนถึงกับคิ้วขมวดมุ่น ใบหน้าเคร่งเครียดลงถนัดตา นี่มิใช่เรื่องดีเลยสักนิด

การต้องปะทะกับสำนักหนานไห่และสำนักหนานซาน ไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องแพ้ชนะ เพียงแค่คิดถึงพลังงานที่ต้องผลาญไปก็มหาศาลจนน่าใจหาย ซึ่งจะส่งผลเสียอย่างยิ่งต่อการกรำศึกในรอบต่อๆ ไป!

ฝั่งถ้ำจี๋หั่วและหอก่วนชิงนั้นยิ้มกริ่มจนแก้มแทบปริ

นี่มันโชคหล่นทับชัดๆ! หากสามสำนักนั้นตัดกำลังกันเองจนสะบักสะบอม ในรอบสองพวกเขาก็เท่ากับลดคู่แข่งตัวฉกาจไปได้ถึงสามราย!

ส่วนอีกสามสิบเอ็ดสำนักขนาดกลางและเล็กที่ยังไม่ได้จับฉลาก ผลลัพธ์นี้ทำให้ความรู้สึกแตกออกเป็นสองขั้ว… ไม่ดีใจจนเนื้อเต้น ก็ทุกข์ระทมจนอยากเอาหัวโขกกำแพง สรุปสั้นๆ คือ…

ห้ามจับได้กลุ่มหนึ่งเด็ดขาด!

กลุ่มหนึ่งกลายเป็น “กลุ่มแห่งความตาย” ไปโดยปริยาย โควตาเข้ารอบมีแค่สี่ที่นั่ง แต่สามสำนักยักษ์ใหญ่จองสัมปทานไปแล้วสาม…

หากหลุดเข้าไปในกลุ่มนี้ หนทางเข้ารอบแทบจะริบหรี่จนมองไม่เห็นแสงสว่าง

แต่ในทางกลับกัน ขอเพียงไม่โดนกลุ่มหนึ่ง โอกาสเข้ารอบก็จะพุ่งกระฉูดทันที

ในชั่วพริบตา ศิษย์ตัวแทนจากสำนักเล็กๆ ต่างกดดันจนเหงื่อกาฬไหลอาบแผ่นหลัง

พวกที่จับได้กลุ่มสองและสามต่างโห่ร้องด้วยความปิติยินดี ส่วนผู้ที่โชคร้ายจับได้กลุ่มหนึ่ง ใบหน้าถอดสีซีดเผือดราวกับศพเดินได้

ไม่นานนัก การจับฉลากของสำนักที่เหลือก็เสร็จสิ้น

“เอาล่ะ เราจะเปิดฉากการประลองของกลุ่มที่หนึ่ง ณ บัดนี้!”

บนหลังอินทรีขาว ผู้อาวุโสสำนักหนานไห่ประกาศเสียงกัมปนาท “สิบสองสำนัก จะทำการจับคู่ประลองกัน โดยต้องวนไปเจอให้ครบทั้งสิบเอ็ดสำนักที่เหลือ ผู้ชนะหนึ่งครั้งได้หนึ่งแต้ม สุดท้ายสี่สำนักที่มีคะแนนสูงสุดจะผ่านเข้ารอบ… เริ่มการจับคู่ได้!”

ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว! …

สิ้นเสียงประกาศ ศิษย์สำนักหนานไห่สิบสองคนก็เดินออกมาจากช่องทาง จุดพลุสัญญาณที่เตรียมไว้พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภา

ผู้อาวุโสสำนักหนานไห่สะบัดมือวูบหนึ่ง คลื่นพลังปราณอันกล้าแข็งก็ห่อหุ้มพลุเหล่านั้น ให้หมุนวนกลางอากาศรอบหนึ่ง ก่อนจะพุ่งทยอยขึ้นสู่ท้องฟ้า แล้วระเบิดออกเป็นชื่อสำนักคู่ประลองที่จับคู่กัน

“คู่แรก… สำนักหนานซาน ปะทะ สำนักเสวียนหยวน!”

“คู่ที่สอง… สำนักหนานไห่ ปะทะ สำนักเล่ยเฟิง!”

“คู่ที่สาม… สำนักหลิงเซียน ปะทะ หอหยวนหยาง!”

…

ผู้อาวุโสสำนักหนานไห่ประกาศผลการจับคู่ตามลำดับที่พลุระเบิด

ณ ที่นั่งกิตติมศักดิ์

เหล่าผู้อาวุโสสำนักหลิงเซียนต่างมีสีหน้าผ่อนคลายลง คู่แข่งรายแรกอย่างหอหยวนหยาง ถือว่าเป็นพวกปลายแถวในบรรดาสามสิบหกสำนัก

เคี้ยวหมูได้ง่ายๆ แน่นอน!

จางอวิ๋นมิได้สนใจผลการจับคู่นัก สายตาคมกริบของเขาจับจ้องไปยังสวีหมิงที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องล่าง

เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตาเขาพอดี

สายตาประสานกัน

สัมผัสได้ถึงความลังเลวูบหนึ่งในแววตาของสวีหมิง จางอวิ๋นจึงส่งกระแสเสียงผ่านลมปราณไปว่า

“ในฐานะศิษย์ตัวแทน เจ้าก็เปรียบเสมือนศิษย์พี่ใหญ่ของศิษย์ทุกคน อย่าได้มีความกดดันใดๆ… จงบัญชาการศิษย์คนอื่น แสดงความเป็นผู้นำให้อาจารย์ดูหน่อย!”

เมื่อสดับฟังคำพูดนี้ เลือดในกายของสวีหมิงก็เดือดพล่านด้วยความฮึกเหิม

หลังจากจับฉลากเสร็จ เขาก็มีความคิดอยากจะทำเช่นนั้นอยู่แล้ว เพียงแต่ยังลังเล… เพราะศิษย์ที่มาร่วมงานประลอง ล้วนแต่เป็นศิษย์พี่ของเขาทั้งสิ้น พวกเขาจะยอมก้มหัวฟังคำสั่งเขาหรือ?

แต่เมื่อได้รับคำบัญชาจากจางอวิ๋น เขาก็ไม่รีรออีกต่อไป สองเท้าก้าวเดินแหวกฝูงชนเข้าไปกลางวงศิษย์สำนักหลิงเซียนทันที

“ทุกคนฟังข้า!”

เขาสูดหายใจลึก ปรบมือเรียกความสนใจแล้วตวาดเสียงดังฟังชัด

เหล่าศิษย์สำนักหลิงเซียนชะงักกึก หันมามองเป็นตาเดียว

“การแข่งทีมครานี้เป็นระบบแพ้คัดออก สู้จนกว่าคนของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะหมดสิ้น เปิดฉากนัดแรกเราต้องคว้าชัยชนะเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้เกรียงไกร… ศิษย์พี่ลู่เล่ย รอบแรกท่านขึ้นไปก่อน ข้าหวังว่าท่านจะบดขยี้คู่ต่อสู้ได้อย่างน้อยสามคน!”

สวีหมิงหันขวับไปมองชายหนุ่มชุดขาว ผู้เป็นศิษย์เอกของผู้อาวุโสใหญ่

เมื่อเจอกับการสั่งการอันเด็ดขาดเช่นนี้ ลู่เล่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็พยักหน้าตอบรับ

“ตกลง!”

แต่กาลก่อนเรื่องพรรค์นี้มักเป็นหน้าที่ของมู่เซิ่ง แต่ในเมื่อยามนี้สวีหมิงรับตำแหน่งศิษย์ตัวแทน การให้เขาเป็นผู้กุมบังเหียนก็สมเหตุสมผล

และที่สำคัญที่สุด… เขาเชื่อมั่นในฝีมือของสวีหมิง!

เมื่อเห็นลู่เล่ยพยักหน้ายอมรับอำนาจ ศิษย์คนอื่นๆ ต่างก็ประหลาดใจจนตาค้าง

สวีหมิงลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก แม้จะไม่มีประสบการณ์ภาคสนาม แต่เขาอ่านตำราพิชัยสงครามมามาก ย่อมรู้หลักการบริหารคน… หากต้องการบัญชาการกลุ่มคนที่ไม่เคยสั่งการมาก่อน ต้องเริ่มจากสยบผู้ที่มีอิทธิพลสูงสุดในกลุ่มให้ได้ก่อน แล้วคนอื่นจะยอมสยบตามเอง

ลู่เล่ยในฐานะศิษย์เอกของผู้อาวุโสใหญ่ เป็นรองเพียงมู่เซิ่ง ย่อมเป็นผู้ที่มีบารมีสูงสุดในกลุ่มนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

ขอเพียงสั่งเขาได้ ก็เท่ากับสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง!

สวีหมิงหันไปมองกลุ่มคนที่มีระดับพลังรองลงมา “ศิษย์พี่ชิวลี่, ศิษย์พี่ฟ่านนี่, ศิษย์พี่อวิ๋นไป๋เซี่ยว… พวกท่านเตรียมตัวรอรับไม้ต่อจากศิษย์พี่ลู่เล่ย”

คนกลุ่มนั้นรีบพยักหน้ารับคำสั่งทันที

พวกเขาตระหนักดีว่าฝีมือตนด้อยกว่า หากปรารถนาจะได้สิทธิ์ไปต่อในรอบสาม ก็ต้องพึ่งพาผลงานรวมของทีม ดังนั้นพวกเขาจึงเป็นกลุ่มที่หัวอ่อนและไม่ต่อต้านคำสั่งที่สุด

เมื่อเห็นว่าลู่เล่ยยอมฟัง และคนกลุ่มนี้ก็ยอมทำตาม คนอื่นๆ ที่อาจจะมีความคิดแข็งขืน ก็จำต้องสงบปากสงบคำและทำตามน้ำไปโดยดุษณี

แม้แต่ลูกศิษย์ของเมิ่งจง ก็ยังมีท่าทีอึกอัก สายตาเหลือบมองไปทางเมิ่งจงบนที่นั่งกิตติมศักดิ์อย่างขอความช่วยเหลือ

เมิ่งจงสัมผัสได้ถึงสายตาของลูกศิษย์ คิ้วขมวดมุ่นด้วยความหงุดหงิด แต่เมื่อเหลือบไปเห็นท่านเจ้าสำนักที่กำลังจ้องเขม็งลงไปยังกลุ่มศิษย์ เขาก็เลือกที่จะปิดปากเงียบ

ขืนเขายุแยงให้ศิษย์แตกแถวทำลายทีมในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ เจ้าสำนักคงเป็นคนแรกที่ไม่เอาหัวเขาไว้แน่!

“ทั้งหกสนามพร้อมแล้ว ขอเชิญทั้งหกคู่ส่งตัวแทนคนแรกขึ้นมา!”

เสียงผู้อาวุโสสำนักหนานไห่ประกาศก้องกังวาน

บนลานกว้างปรากฏเวทีประลองขึ้นมาหกเวที ศิษย์ทั้งสิบสองสำนักต่างเดินไปรวมตัวกันที่ข้างเวทีของตนด้วยจิตสังหารที่เริ่มก่อตัว

“ศิษย์พี่ลู่เล่ย จัดการให้เด็ดขาดเลยครับ!”

สวีหมิงมองลู่เล่ยที่กำลังเดินขึ้นเวที พร้อมกำหมัดให้กำลังใจ

อีกฝ่ายพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะดีดตัวกระโจนขึ้นไปบนเวทีอย่างปราดเปรียว

คู่ต่อสู้อย่างหอหยวนหยาง ส่งชายหนุ่มชุดแดงขึ้นมา ซึ่งคนผู้นี้คือ ‘ศิษย์ตัวแทน’ ของทางฝั่งนั้นเลยทีเดียว

เล่นส่ง ‘ตัวท็อป’ มาประเดิมสนามเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าหอหยวนหยางก็หวังจะสร้างขวัญกำลังใจและข่มขวัญคู่ต่อสู้ตั้งแต่เริ่ม

แต่ถึงจะเป็นศิษย์ตัวแทน ชายหนุ่มชุดแดงของหอหยวนหยางก็มีระดับพลังเพียงสร้างรากฐานขั้นเจ็ด เมื่อเผชิญหน้ากับลู่เล่ย แทบจะไม่ได้แสดงฝีมืออันใด ก็ถูกซัดร่วงปลิวละลิ่วตกเวทีไปอย่างง่ายดายราวกับใบไม้ร่วง!

ตู้ม!

วินาทีที่ตัวท็อปโดนเก็บเรียบ ขวัญกำลังใจของหอหยวนหยางก็แตกกระเจิงไม่เป็นท่า

การประลองหลังจากนั้น ลู่เล่ยไล่เก็บศิษย์หอหยวนหยางคนแล้วคนเล่าราวกับหั่นผักปลา การโจมตีของเขาดุดันและไร้ความปรานี

ภาพนี้เหนือความคาดหมายของสวีหมิงไปพอสมควร

เมื่อเห็นลู่เล่ยชนะติดต่อกันถึงสิบตา แม้จะยังดูหน้าไม่แดงแรงไม่ตก แต่สวีหมิงก็ตะโกนสั่งการ: “ศิษย์พี่ลู่เล่ย เปลี่ยนตัวเถอะครับ ลงมาพักถนอมแรงก่อน!”

ลู่เล่ยหันมามองสวีหมิงแวบหนึ่ง นึกขึ้นได้ว่ายังต้องเจอศึกหนักเลือดตากระเด็นกับสำนักหนานซานและหนานไห่อีก จึงพยักหน้าแล้วเดินลงจากเวทีอย่างว่าง่าย

สวีหมิงหันไปสั่งการคนข้างๆ ทันทีอย่างไม่รอช้า “ศิษย์พี่ชิวลี่, ศิษย์พี่ฟ่านนี่, ศิษย์พี่อวิ๋นไป๋เซี่ยว… พวกท่านขึ้นไปตามลำดับ หากรู้สึกไม่ไหวให้รีบลงมาเปลี่ยนตัวทันที ห้ามฝืนเด็ดขาด!”

“รับทราบ!”

พวกเขารับคำเสียงดังฟังชัด

นอกจากศิษย์ตัวแทนแล้ว คนอื่นของหอหยวนหยางส่วนใหญ่เป็นแค่สร้างรากฐานขั้นกลางถึงต่ำ ตัวเก่งสุดก็แค่พอฟัดพอเหวี่ยงกับพวกเขา ส่วนใหญ่จะอ่อนกว่าด้วยซ้ำ… พวกเขาคันไม้คันมืออยากขึ้นไปบดขยี้มดปลวกจะแย่อยู่แล้ว

ในเวทีระดับนี้ ใครบ้างไม่อยากขึ้นไปสำแดงเดช!

ไม่นานนัก การดวลทั้งห้าสิบยกของสำนักหลิงเซียนและหอหยวนหยางก็จบลง สำนักหลิงเซียนชนะขาดลอยชนิดม้วนเดียวจบ ไม่พ่ายแพ้แม้แต่ตาเดียว! แม้จะมีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นนับสิบคน แต่ทุกคนก็ลงจากเวทีอย่างผู้ชนะทั้งสิ้น

ผลลัพธ์นี้ทำให้ผู้คนในสนามตกตะลึงจนอ้าปากค้าง

แม้จะรู้ว่าสำนักหลิงเซียนเหนือกว่าหอหยวนหยางมาก แต่ไม่คิดว่าจะชนะได้ง่ายดายปานพลิกฝ่ามือเช่นนี้

ที่สำคัญที่สุดคือ… การบัญชาการของสวีหมิง

เด็กหนุ่มผู้ถูกตระกูลหลินออกหมายจับ ได้กลายมาเป็นเสาหลักทางจิตวิญญาณของสำนักหลิงเซียนไปโดยปริยาย การสับเปลี่ยนตัวผู้เล่นทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาแต่เพียงผู้เดียว

แม้สวีหมิงจะมิได้ลงมือเอง แต่ความสามารถในการสั่งการเยี่ยงแม่ทัพนี้ ทำให้หลายคนต้องทึ่งในความสุขุมลุ่มลึก

แม้แต่เจ้าสำนักหลิงเซียนเองก็ยังประหลาดใจ

สายตาอดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองจางอวิ๋นบนที่นั่งกิตติมศักดิ์

เขาคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าลูกศิษย์ของจางอวิ๋นคนนี้ นอกจากจะมีศักยภาพและฝีมือน่าทึ่งแล้ว ยังมีพรสวรรค์ด้านการเป็นผู้นำที่หาตัวจับยากเช่นนี้ด้วย!

จางอวิ๋นเผยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ไม่ได้แปลกใจกับสิ่งที่สวีหมิงทำได้นัก

อาจเป็นเพราะการเห็นบิดามารดาถูกสังหารโหดต่อหน้าต่อตา และสมาคมการค้าของตระกูลถูกทำลายย่อยยับ ทำให้สวีหมิงมีนิสัยสุขุมเยือกเย็นกว่าเด็กวัยเดียวกันหลายเท่า แม้บางคราจะมีความคิดสุดโต่งหรือลังเลไปบ้าง แต่เนื้อแท้แล้วเขามีสติมั่นคงดั่งขุนเขา

และเมื่อใดที่ปักใจแน่วแน่แล้ว สวีหมิงจะลงมือทำโดยไร้ซึ่งความลังเล!

สำหรับสวีหมิง สิ่งที่คนเป็นอาจารย์อย่างเขาต้องทำ คือการสนับสนุนและชี้แนะให้เขาค้นพบความมุ่งมั่นนั้นก็เพียงพอ!

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 94"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย