Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ยอดอาจารย์ผู้มองเห็นอัจฉริยะ - ตอนที่ 88

  1. Home
  2. ยอดอาจารย์ผู้มองเห็นอัจฉริยะ
  3. ตอนที่ 88
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 88 ถูกลอบโจมตีกลางดึก

บทที่ 88 ถูกลอบโจมตีกลางดึก

เบื้องหน้าของจางอวิ๋นคือ กระบี่เมฆาเวหา ที่ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ

“กระบี่เล่มนี้เคยเป็นศาสตราวิญญาณระดับกลางมาก่อน แต่มันเคยได้รับความเสียหายอย่างหนักจนจิตศาสตราแตกดับ ตัวกระบี่เองก็บอบช้ำไปไม่น้อย…”

จางอวิ๋นเปรยขึ้นเรียบๆ ก่อนจะหันไปมองจิตวิญญาณมังกรจิ๋วที่ลอยอยู่ข้างกาย “เจ้าเข้าไปสิงสถิตในกระบี่เล่มนี้ได้หรือไม่?”

“ข้าจะลองดู!”

สิ้นคำกล่าว จิตวิญญาณมังกรจิ๋วก็พุ่งวูบเข้าไปในกระบี่เมฆาเวหาทันที ทว่าคราวนี้ความเร็วกลับช้าลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ดูท่าทางเมื่อครู่คงจะตกใจกลัวไม่น้อย

เพียงไม่กี่อึดใจ เสียงของมังกรจิ๋วก็ดังก้องออกมาจากตัวกระบี่

“กระบี่เล่มนี้ไร้ซึ่งจิตศาสตรา ข้าย่อมเข้าไปอยู่ได้สบายมาก เพียงแต่วัสดุที่ใช้สร้างมันค่อนข้างพิเศษ ไม่ค่อยจะถูกโฉลกกับธาตุของข้าสักเท่าไหร่ หากให้ข้าทำหน้าที่เป็นจิตศาสตราของกระบี่เล่มนี้ เกรงว่าจะรีดเร้นพลังออกมาได้ไม่เต็มร้อย!”

จางอวิ๋นฟังแล้วก็ไม่ได้มีท่าทีแปลกใจแต่อย่างใด

ข้อมูลจากเนตรสวรรค์ระบุชัดเจนว่า กระบี่เมฆาเวหาตีขึ้นจาก ‘เหล็กยอดเมฆา’ ซึ่งเป็นวัสดุที่เอื้อต่อสัตว์วิญญาณจำพวกวิหคเหินเวหามากกว่า สัตว์วิญญาณเผ่าพันธุ์อื่นย่อมยากที่จะผสานพลังได้อย่างสมบูรณ์

“หากสำแดงพลังได้ไม่หมด… แล้วจะใช้ได้สักกี่ส่วน?” จางอวิ๋นเอ่ยถามกลับไป

“ราวๆ เจ็ดส่วนน่าจะไหวอยู่!”

จิตวิญญาณมังกรจิ๋วตอบกลับ น้ำเสียงแฝงความหยิ่งทะนงในสายเลือด “แต่อย่าลืมว่าข้าเป็นถึงเผ่ามังกร! หากผสานเข้ากับกระบี่เล่มนี้ ข้าจะทำให้มันมีทักษะศาสตราพิเศษเพิ่มขึ้นมาด้วยนะ!”

คิ้วเรียวของจางอวิ๋นเลิกขึ้นเล็กน้อย

เจ็ดส่วนของศาสตราวิญญาณระดับกลาง… เพียงแค่นั้นก็นับว่าไม่เลวแล้ว!

“หลังจากผสานไปแล้ว ในอนาคตยังเปลี่ยนเจ้าออกมาได้ไหม?” เขาถามย้ำเพื่อความมั่นใจ

“ย่อมได้!”

“งั้นก็เริ่มผสานเลย!”

“จัดไป!”

สิ้นเสียงตอบรับของมังกรจิ๋ว กระบี่เมฆาเวหาเบื้องหน้าก็พลันสั่นสะท้าน ส่งเสียงคำรามต่ำ วูมมม พร้อมกับแสงสีทองอร่ามที่สว่างวาบขึ้นมาโอบล้อมตัวกระบี่

เพียงชั่วพริบตา กระบี่เมฆาเวหารูปลักษณ์ใหม่ก็ปรากฏแก่สายตาจางอวิ๋น ตัวกระบี่ที่เคยดูธรรมดา บัดนี้กลับมีลวดลายขอบสีทองตัดเส้นเพิ่มความน่าเกรงขาม ประหนึ่งศาสตราแห่งราชันย์

【กระบี่เมฆาเวหาวิญญาณมังกร】

ระดับ: ศาสตราวิญญาณระดับกลาง

คำอธิบาย: ใช้จิตตกค้างของลูกมังกรทองห้าเล็บเป็นจิตศาสตรา ช่วยซ่อมแซมความคมของคมดาบชั่วคราว ผสานจนเกิดทักษะการต่อสู้ใหม่ แต่ทักษะดั้งเดิมของตัวกระบี่ไม่สามารถใช้งานได้

ทักษะศาสตรา:

หนึ่ง: คำรามมังกรทอง — เสียงกระบี่แปรเปลี่ยนเป็นเสียงคำรามแห่งมังกร ปลดปล่อยแรงกดดันแห่งมังกรที่ทำให้สรรพสัตว์ต้องสั่นสะท้าน

สอง: เงามายามังกรทอง — ปลดปล่อยจิตตกค้างของลูกมังกรทองห้าเล็บออกมาช่วยต่อสู้ชั่วคราว

……

“ทักษะศาสตราสองอย่างเชียวรึ?”

ดวงตาของจางอวิ๋นทอประกายวาวโรจน์

สมกับที่เป็นจิตวิญญาณของมังกรแท้จริง! เพียงแค่เข้าไปสิงสถิตในกระบี่ธรรมดาๆ เล่มหนึ่ง ยังสามารถให้กำเนิดทักษะได้ถึงสองอย่าง

ต้องรู้ก่อนว่า แม้แต่ศาสตราวิญญาณระดับสูงหลายชิ้น ยังมีทักษะติดตัวเพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้น!

ฟุ่บ! ฟุ่บ!

เขาลองตวัดกระบี่กวัดแกว่งดูสองสามครา คมกระบี่ที่วาดผ่านความว่างเปล่าถึงกับตัดอากาศจนเกิดรอยแยกจางๆ ที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

จางอวิ๋นพยักหน้าเบาๆ อย่างพึงพอใจ

ถึงจะไม่ใช่ศาสตราวิญญาณระดับกลางในสภาพสมบูรณ์ที่สุด แต่ความคมระดับเจ็ดส่วนนี้… ก็เหลือเฟือแล้ว!

ด้วยอานุภาพระดับนี้ เขาประเมินว่าต่อให้เป็นเกราะป้องกันกายของผู้ฝึกตนระดับหยวนอิง หากพลาดท่าโดนเข้าไป ก็คงเปราะบางไม่ต่างอะไรกับเต้าหู้

“ยังพูดได้อยู่ไหม?”

จางอวิ๋นเพ่งมองไปที่ตัวกระบี่ สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของจิตวิญญาณมังกรจิ๋วที่แฝงเร้นอยู่ภายใน

“แน่นอน!”

เสียงเล็กๆ ของเจ้ามังกรดังลอดออกมา “แต่ตอนนี้ข้าเริ่มเพลียแล้ว ต้องของีบสักหน่อย เวลาเจ้าจะสู้ก็แค่อัดลมปราณเข้ามาในกระบี่ เดี๋ยวข้าก็ตื่นเองแหละ…”

พูดจบ จางอวิ๋นก็สัมผัสได้ว่ากลิ่นอายของอีกฝ่ายค่อยๆ เลือนหายไป เห็นชัดว่าเริ่มเข้าสู่ห้วงนิทราภายในกระบี่เรียบร้อยแล้ว

เขาส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนจะลองร่ายรำเพลงกระบี่อีกหลายกระบวนท่า เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับน้ำหนักและความคมกริบใหม่นี้ จนเมื่อพอใจแล้วจึงเก็บมันลงไป

จางอวิ๋นเดินออกจากห้องพักมายังลานกว้างด้านนอก

เวลานี้สวีหมิงและศิษย์อีกสองคนได้ทำการเลือกหินไข่และผ่ามันออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ท่านอาจารย์! ข้าผ่าได้หยกม่วงระดับสุดยอดขอรับ!”

ทันทีที่เห็นร่างของอาจารย์เดินออกมา อู๋เสี่ยวพั่งก็รีบวิ่งโร่เข้ามาหาดุจเด็กน้อยเห่อของเล่นใหม่ ในมือยื่นหยกสีม่วงเนื้อใสกระจ่างขนาดเท่าฝ่ามือมาตรงหน้าเขา

จางอวิ๋นยิ้มมุมปาก “ดวงดีไม่เบานี่นา หยกม่วงระดับสุดยอดก้อนนี้ราคาค่างวดในตลาดอย่างต่ำๆ ก็ปาเข้าไปสามสี่พันหินวิญญาณเชียวนะ!”

อู๋เสี่ยวพั่งฟังแล้วถึงกับตาโตด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจ แต่ครู่หนึ่งกลับมีสีหน้าลังเลเจือความเกรงใจปรากฏขึ้น “ท่านอาจารย์… ของล้ำค่าขนาดนี้จะให้พวกข้าจริงๆ หรือขอรับ? หรือว่า… ท่านเก็บคืนไปดีกว่าไหม?”

“คืนอะไรกัน?”

จางอวิ๋นใช้นิ้วดีดหน้าผากเจ้าศิษย์อ้วนไปหนึ่งทีดัง เปาะ!

“อาจารย์บอกแล้วว่าเลือกอะไรได้ สิ่งนั้นก็เป็นของพวกเจ้า! แน่นอน… ถ้าพวกเจ้าดื้อดึงจะคืนให้อาจารย์ อาจารย์ก็ไม่รังเกียจที่จะรับไว้หรอกนะ!”

พูดจบเขาก็แสร้งทำสายตาเจ้าเล่ห์มองไปที่หยกม่วง

“มะ… ไม่เอาดีกว่าขอรับอาจารย์ ข้าขอเก็บไว้เองดีกว่า!”

อู๋เสี่ยวพั่งรีบกอดหยกม่วงไว้แนบอกราวกับกลัวใครจะมาแย่งชิงไป

จางอวิ๋นหัวเราะในลำคอพลางส่ายหน้า ก่อนจะจัดการเก็บกวาดหินไข่ที่เหลือบนพื้นเข้าสู่กระเป๋ามิติ

เขากวาดตามองศิษย์ทั้งสามแล้วเอ่ยเสียงขรึม “เอาล่ะ อีกสามวันก็จะถึงงานประลองสำนักแล้ว เตรียมตัวให้พร้อมกันซะ!”

“ขอรับ/เจ้าค่ะ ท่านอาจารย์!”

สวีหมิงและศิษย์น้องทั้งสองประสานเสียงรับคำอย่างแข็งขัน

“สุ่ยเอ๋อร์ เจ้ามานี่หน่อย!” จางอวิ๋นกวักมือเรียก

อวี๋สุ่ยเอ๋อร์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบก้าวเท้าเดินตามเข้าไป

เมื่อเข้ามาในห้องส่วนตัว จางอวิ๋นหยิบ ‘หยกฉลามผลึกวิญญาณ’ ที่ได้มาก่อนหน้านี้ยื่นส่งให้นาง

“ใช้เวลาสามวันสุดท้ายนี้ ดูดซับและหลอมรวมเจ้าสิ่งนี้ซะ มันสามารถช่วยขัดเกลาปราณวารีของเจ้าให้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น!”

“ทำให้ปราณบริสุทธิ์?”

ดวงตากลมโตของอวี๋สุ่ยเอ๋อร์เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ริมฝีปากเผยอค้าง “ท่านอาจารย์…”

ทว่านางยังไม่ทันจะได้เอ่ยอะไรต่อ จางอวิ๋นก็โบกมือขัดจังหวะ

“ไม่ต้องพูดมาก รับไปแล้วตั้งใจฝึกฝน! ในเมื่อกราบข้าเป็นอาจารย์แล้ว ข้าก็จะรับผิดชอบเรื่องทรัพยากรการฝึกของพวกเจ้าเอง!”

อวี๋สุ่ยเอ๋อร์กลืนคำพูดลงคอ นางไม่เอ่ยสิ่งใดอีก เพียงแค่พยักหน้าให้จางอวิ๋นอย่างหนักแน่น นัยน์ตาฉายแววซาบซึ้งสุดหัวใจ

แม้จะใช้ชีวิตอยู่ใต้ทะเลมาตลอด แต่นางย่อมรู้ดีว่าสมบัติสวรรค์ที่สามารถขัดเกลาลมปราณให้บริสุทธิ์ขึ้นได้นั้น ล้ำค่าและหายากเพียงใด ความรู้สึกตื้นตันที่มีต่อจางอวิ๋นในยามนี้ท่วมท้นจนยากจะบรรยาย

การได้กราบจางอวิ๋นเป็นอาจารย์… อาจจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในชีวิตของนางเลยก็ว่าได้!

……

ราตรีมาเยือน หมู่ดาวระยิบระยับประดับผืนนภา

ภายในห้องพักที่ส่องสว่างด้วยโคมไฟวิญญาณสลัวๆ จางอวิ๋นนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงริมหน้าต่าง ปรับลมหายใจเข้าออกอย่างเงียบสงบ

นับตั้งแต่ทะลุมิติมายังดินแดนแห่งนี้ เขาเริ่มคุ้นชินกับการเดินลมปราณในยามดึกสงัดเช่นนี้ไปเสียแล้ว ความรู้สึกยามที่พลังปราณไหลเวียนไปทั่วเส้นชีพจร มันช่างผ่อนคลายราวกับได้รับการนวดเฟ้น โดยเฉพาะเมื่อมีสายลมเย็นยะเยือกยามค่ำคืนพัดโชยมาปะทะผิว ยิ่งทำให้รู้สึกสบายตัวเป็นพิเศษ!

“หือ?”

ทันใดนั้น สัมผัสแห่งจิตก็จับความผิดปกติบางอย่างได้

ดวงตาของจางอวิ๋นเบิกโพลง เขามองลอดหน้าต่างออกไปนอกลานบ้าน พลันเห็นเงาร่างในชุดดำผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นอย่างปริศนา และกำลังซัดฝ่ามือปะทะกับ ‘อวิ๋นหมายเลขหนึ่ง’ จนเกิดเสียงดัง ปัง! สนั่นหวั่นไหว

นัยน์ตาของจางอวิ๋นทอประกายอำมหิต ร่างของเขาพุ่งทะยานทะลุหน้าต่างออกไปดุจลูกธนู

เงาร่างชุดดำนั้นไหวตัวทัน ทันทีที่เห็นเขาปรากฏตัว มันก็รีบหมุนตัวหันหลังวิ่งหนีหายไปในความมืดอย่างรวดเร็ว

จางอวิ๋นขมวดคิ้วมุ่น ตวาดสั่งการหุ่นเชิดเสียงเข้ม “อวิ๋นหมายเลขหนึ่ง เฝ้าที่นี่ให้ดี!”

สิ้นคำสั่ง เขาก็ระเบิดพลังฝีเท้าไล่กวดตามไปติดๆ

ผู้บุกรุกรายนี้มีความเร็วที่ไม่ธรรมดา ซ้ำยังดูจะเชี่ยวชาญเส้นทางแถบนี้เป็นอย่างดี จางอวิ๋นพุ่งทะยานออกจากลานบ้านไล่กวดสุดกำลัง แต่ระยะห่างกลับยังคงถูกทิ้งห่างออกไปเรื่อยๆ

เมื่อเห็นว่าศัตรูกำลังจะคลาดสายตา จางอวิ๋นไม่รอช้า รีบเรียก ‘พู่กันบัญชาการ’ ออกมา ตวัดปลายพู่กันเขียนอักษร ‘เร็ว’ กลางอากาศอย่างฉับไว

วิ้ง!

อักษรแสงสีทองซึมซับเข้าสู่ร่างกาย พลันร่างกายของเขาก็สั่นสะท้าน ฝีเท้าเหยียบย่างสายลม เสียงแหวกอากาศ ฟุ่บ ดังขึ้น ร่างของเขาพุ่งทะยานราวกับสายฟ้าแลบ ฉีกกระชากความมืดมิดไล่หลังศัตรูไปอย่างบ้าคลั่ง

“คิดจะแข่งความเร็วกับข้า? เจ้ายังหัดเดินอยู่เลยไอ้หนู!”

เงาร่างชุดดำด้านหน้าเหลือบเห็นว่าทิ้งห่างจางอวิ๋นได้ระยะหนึ่งแล้ว ก็แอบแสยะยิ้มเย็นชาใต้หน้ากาก

“เฮ้ย!!”

แต่วินาทีถัดมา รอยยิ้มนั้นก็ต้องแข็งค้าง เมื่อเห็นร่างของจางอวิ๋นเร่งความเร็วพุ่งจี๋เข้ามาประดุจดาวตก! สีหน้าของมันเปลี่ยนไปทันที กัดฟันเร่งพลังเฮือกสุดท้ายหนีตายสุดชีวิต

ทว่าความเร็วของจางอวิ๋นในยามนี้รวดเร็วปานภูตผี ระยะห่างที่เคยถูกทิ้งไปเมื่อครู่ ถูกย่นเข้ามาเหลือเพียงไม่กี่เมตรในพริบตา

จางอวิ๋นรวบสองนิ้ว ลมปราณสายหนึ่งหมุนวนที่ปลายนิ้ว ก่อนจะชี้กราดไปข้างหน้า

ฟิ้ว!

กระบี่บินเล่มหนึ่งพุ่งแหวกอากาศออกจากแหวนมิติ ตรงดิ่งเข้าใส่แผ่นหลังของคนชุดดำอย่างแม่นยำ

คนชุดดำสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่พุ่งเข้ามา สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความตื่นตระหนก จำต้องดีดตัวกระโดดหลบวิถีกระบี่อย่างทุลักทุเล

จังหวะที่มันกระโดดลอยตัวเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ จางอวิ๋นเรียกกระบี่เมฆาเวหามาอยู่ในมือ อัดลมปราณเข้มข้นเข้าสู่ตัวกระบี่ แล้วตวัดฟันออกไปสุดแรง

คลื่นปราณกระบี่คมกริบแหวกอากาศ กวาดขวางกลางเวหาหมายบั่นคอ!

“!!”

ร่างที่ลอยอยู่กลางอากาศไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะมีไม้นี้ สีหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด รีบคว้าดาบยาวออกมาตั้งรับอย่างตื่นตระหนก

เคร้ง! เพล้ง!

ภายใต้คลื่นปราณกระบี่อันทรงพลัง ดาบยาวเล่มนั้นหักสะบั้นลงราวกับกิ่งไม้แห้ง! ร่างกลางอากาศทำได้เพียงเอียงตัวหลบจุดตายตามสัญชาตญาณ แต่ก็ไม่อาจหลบพ้นรัศมีทำลายล้าง

“อ๊ากกก!”

เสียงร้องโหยหวนดังระงม หนังหน้าครึ่งซีกและหูข้างหนึ่งของมันถูกคลื่นกระบี่เฉือนกระเด็น เลือดสดๆ สาดกระเซ็น ร่างกายเสียหลักร่วงหล่นกระแทกพื้น

จางอวิ๋นเหยียบย่างสายลมพุ่งตามเข้าไปดั่งพญามัจจุราช ง้างกระบี่เมฆาเวหาเตรียมฟันซ้ำเพื่อปลิดชีพอย่างไร้ความปรานี

กล้าบุกรุกเข้ามาในถิ่นของเขากลางดึกเยี่ยงนี้ ไม่ว่ามันจะเป็นใครหน้าไหน เขาก็มีเหตุผลเพียงพอที่จะส่งมันไปลงนรก!

วูบ!

ในเสี้ยววินาทีที่คมกระบี่กำลังจะบั่นคอ สัมผัสอันตรายอันเฉียบคมก็พุ่งวาบเข้ามาจากด้านข้าง

เคร้ง!

สีหน้าของจางอวิ๋นเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาจำต้องชักกระบี่กลับมาปัดป้องลูกธนูที่พุ่งเข้ามาอย่างกะทันหัน

ลูกธนูดอกนั้นอัดแน่นไปด้วยพลังปราณที่มิอาจดูแคลน จางอวิ๋นต้องเกร็งข้อมือใช้แรงพอสมควรกว่าจะฟันมันร่วงลงได้

ฟุ่บ!

และในจังหวะที่เขาเสียสมาธิไปกับลูกธนู ก็มีคนชุดดำอีกคนปรากฏตัวขึ้น คว้าตัวผู้บาดเจ็บแล้วพาทะยานหนีไปอย่างรวดเร็ว

ยังมีพวกมันอีกงั้นรึ?

จางอวิ๋นขมวดคิ้วแน่น ใช้เคล็ดวิชา ‘ย่างก้าวชิงหยวน’ เต็มกำลัง ผสานกับผลของพู่กันบัญชาการ กลายเป็นสายฟ้าแลบไล่กวดตามไปติดๆ ชนิดไม่ให้หายใจหายคอ

ไม่ถึงสองวินาที เขาก็ร่นระยะเข้าประชิดพวกมันอีกครั้ง

“เป็นไปได้ยังไง!?”

คนชุดดำที่หิ้วร่างเพื่อนหนีเหลือบเห็นจางอวิ๋นตามมาทันเร็วขนาดนี้ ในดวงตาฉายแววไม่อยากจะเชื่อ

แต่พอเห็นว่าด้านหน้าคือชายหาดแล้ว สีหน้าก็พลันยินดีขึ้นมา กัดฟันเร่งความเร็วเฮือกสุดท้ายพุ่งไปข้างหน้า

ชวิ้ง!

แต่จางอวิ๋นไม่มีทางปล่อยให้พวกมันหนีลงทะเลไปได้ ‘ปราณคืนกำไร’ ทะลักเข้าสู่กระบี่เมฆาเวหาในมือจนตัวดาบสั่นสะท้าน ตวัดคลื่นปราณกระบี่กวาดออกไปอีกคำรบ

คนชุดดำหน้าถอดสี หลบไม่ทันแน่ๆ จึงทำได้เพียงยกคันธนูยาวขึ้นมาต่างโล่กำบังไว้เบื้องหน้า

กร๊อบ!

เมื่อเผชิญกับคลื่นปราณกระบี่ที่เสริมพลังเต็มพิกัด คันธนูยาวก็ถูกตัดขาดเสมอเรียบในพริบตา พร้อมกับมือขวาที่ถือคันธนูของมันก็ถูกตัดกระเด็นลอยเคว้งกลางอากาศ!

“อ๊ากกก!”

คนชุดดำร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส

จางอวิ๋นเตรียมจะซ้ำดาบสองเพื่อเผด็จศึก แต่ทันใดนั้น สันหลังของเขาก็พลันเย็นวาบ สัมผัสได้ถึงภัยคุกคามอันน่าสะพรึงกลัวจากด้านหลัง!

เขาหน้าเปลี่ยนสี รีบหมุนตัวกลับไปยกกระบี่ขึ้นต้านรับตามสัญชาตญาณ

ตูม!!

หอกสีดำทมิฬพุ่งเข้ามาแทงปะทะกับตัวกระบี่ของเขาอย่างจัง แรงอัดกระแทกมหาศาลที่แฝงมากับตัวหอกระเบิดออก ร่างของจางอวิ๋นต้านทานไม่อยู่ ถูกซัดกระเด็นถอยกรูดไปไกลจนถึงชายหาด สองเท้าจมลึกลงไปในผืนทราย ลากเป็นทางยาวกว่าจะทรงตัวอยู่

เขารีบเงยหน้ามองดูชายชุดดำอีกคนที่ปรากฏตัวขึ้นพร้อมหอกทมิฬในมือ

รูม่านตาของจางอวิ๋นหดเกร็งลงเท่ารูเข็ม

“ระดับ หยวนอิง!!”

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 88"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย