ยอดอาจารย์ผู้มองเห็นอัจฉริยะ - ตอนที่ 87
บทที่ 87 จิตตกค้างมังกรวัยเยาว์กับปราณคืนกำไร
บทที่ 87 จิตตกค้างมังกรวัยเยาว์กับปราณคืนกำไร
【แก่นผลึกเจียวมังกรวารี】
ระดับ: หยวนอิง
สถานะ: สมบูรณ์
พลังงาน: เหลือเพียงแปดส่วน
【เปลือกหอยรวมวิญญาณ】
สถานะ: 1/1 (เปลือกหอยนี้สามารถเก็บกักดวงจิตได้สูงสุดหนึ่งดวง ปัจจุบันมีจิตตกค้างมังกรวัยเยาว์สถิตอยู่)
สถานะจิตตกค้างมังกรวัยเยาว์: จำศีล (จะตื่นขึ้นเมื่อเปิดเปลือกหอย)
……
มองดูข้อมูลที่เด้งขึ้นมาตรงหน้า จางอวิ๋นจัดการเก็บแก่นผลึกใส่กล่องหยกเก็บรักษาอย่างดี ก่อนจะเบนสายตามาให้ความสนใจกับเจ้าเปลือกหอยปริศนาชิ้นนี้
“จิตตกค้างมังกรวัยเยาว์? หน้าตามันจะเป็นยังไงกันนะ?”
ด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่พุ่งพล่าน เขาจึงเอื้อมมือไปงัดเปลือกหอยดู
ฝาหอยปิดสนิทแน่นหนาราวกับถูกผนึก หากเป็นคนธรรมดาคงไม่มีทางงัดออกแม้แต่มิลลิเมตรเดียว แต่ด้วยพละกำลังของผู้ฝึกตน จางอวิ๋นออกแรงเกร็งข้อมือเพียงเล็กน้อย ฝาหอยก็เปิดออกได้สำเร็จ
ฟุ่บ!
ทันทีที่ฝาหอยแง้มออก ลำแสงสีทองเรียวยาวสายหนึ่งก็พุ่งสวนออกมาด้วยความเร็วสูง!
ทว่าจางอวิ๋นระวังตัวอยู่ก่อนแล้ว ปฏิกิริยาตอบสนองฉับไวคว้าหมับเข้ากลางอากาศ จับกุมลำแสงนั้นไว้ได้ทันควัน
เมื่อเพ่งมองดูชัดๆ เขาก็ต้องเลิกคิ้ว
รูปร่างของมันช่างดูพิกล… เหมือน ‘หนังสติ๊ก’ เส้นหนึ่งที่มีความยาวเกือบครึ่งเมตร
แต่ทว่าเป็นหนังสติ๊กที่หรูหราอลังการ ตามลำตัวปกคลุมด้วยเกล็ดสีทองละเอียดระยิบระยับ มีกรงเล็บเล็กจิ๋วห้าอันงอกออกมา และส่วนหัวที่ดูเหมือนมังกรย่อส่วน ทว่าแฝงไว้ด้วยความดุดันน่าเกรงขามเกินขนาดตัว
“ปล่อยข้านะโว้ย!!”
จางอวิ๋นยังไม่ทันจะได้พิจารณาละเอียด ก็ได้ยินเสียงเด็กน้อยตะโกนโวยวายออกมาจากไอ้เจ้า ‘หนังสติ๊ก’ ในมือ
เขาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะจ้องมองจิตตกค้างมังกรวัยเยาว์ด้วยความแปลกใจ “เจ้าพูดภาษามนุษย์ได้ด้วย?”
เจ้ามังกรจิ๋วถลึงตาใส่ ทำท่าทางยโสโอหังประมาณว่า ‘เจ้ามนุษย์หน้าโง่ บังอาจดูถูกข้า!’
จางอวิ๋นประหลาดใจยิ่งนัก
ตอนแรกที่เห็นข้อมูลจากเนตรสวรรค์ เขานึกว่ามันจะเป็นแค่จิตตกค้างที่ไร้สติสัมปชัญญะเหมือนวิญญาณทั่วไป ไม่นึกว่านอกจากจะสติสัมปชัญญะครบถ้วนแล้ว ยังมีสติปัญญารู้จักพูดจาโต้ตอบอีกด้วย
“เจ้าเป็นมังกรจริงๆ งั้นรึ?”
จางอวิ๋นอดถามย้ำไม่ได้
“ถามอะไรโง่ๆ! แหกตาดูให้ดี… ข้าคือมังกรทองห้าเล็บผู้ยิ่งใหญ่เชียวนะเว้ย!”
เจ้ามังกรจิ๋วแค่นเสียงฮึดฮัด เชิดหน้าขึ้นสูงอย่างถือดี
“แล้วทำไมมังกรผู้ยิ่งใหญ่อย่างเจ้า ถึงมาตกอับอยู่ในเปลือกหอยรวมวิญญาณนี่ได้ล่ะ?”
จางอวิ๋นถามจี้จุดด้วยความสงสัย
“จำไม่ได้แล้ว… เหมือนจะโดนใครฆ่าตายนี่แหละ แล้วก็มีใครอีกคนช่วยไว้ เก็บจิตที่เหลือรอดใส่เข้ามาในนี้…”
หัวมังกรเล็กจิ๋วนั้นแสดงสีหน้าครุ่นคิดแบบมนุษย์ คิ้วขมวดมุ่น แต่ไม่นานก็ยกกรงเล็บขึ้นมากุมหัว ทำหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด “จำไม่ได้… โอ๊ย! ปวดหัวชะมัด!!”
จางอวิ๋นขมวดคิ้วตาม
มังกรความจำเสื่อม?
แต่พอลองตรึกตรองดูอีกทีก็สมเหตุสมผล เหลือสถานะแค่จิตตกค้าง ความทรงจำเลือนรางหรือหายไปบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
ก่อนหน้านี้ตอนเจอวิญญาณที่เหลืออยู่ของจั่วชิวเป่ยในถ้ำสวรรค์ใต้ดิน รายนั้นก็จำอะไรไม่ค่อยได้เหมือนกัน อาจจะเป็นเพราะตั้งใจลบความทรงจำบางส่วนทิ้ง หรือไม่ก็เลือนหายไปตามกาลเวลา สรุปคือวิญญาณนั้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนมีชีวิตอยู่ตัวเองซ่อนสมุดบันทึกกับมรดกวิชาไว้ที่ไหน
เรื่องนี้จางอวิ๋นก็เพิ่งมานึกเอะใจทีหลัง
ตอนที่เค้นคอถาม วิญญาณนั่นยืนยันเสียงแข็งว่าไม่ได้ทิ้งมรดกอะไรไว้ ถ้ามันรู้ว่ามีจริงๆ ในสภาพที่โดนขู่กรรโชกขนาดนั้นคงไม่กล้าปิดบัง
ดังนั้นเขาเลยอนุมานเอาเองว่า พวกวิญญาณตกค้างหรือจิตตกค้างพวกนี้ น่าจะสูญเสียความทรงจำไปพอสมควรเมื่อเวลาผ่านไปนานๆ
“ไม่ต้องคิดแล้ว ข้าก็ไม่ได้อยากรู้ประวัติชีวิตเจ้าขนาดนั้น!”
จางอวิ๋นเอ่ยตัดบทอย่างไม่ไยดี
เจ้ามังกรจิ๋วได้ยินดังนั้นก็เลิกคิด อาการปวดหัวหายไปเป็นปลิดทิ้ง มันแหงนหน้าตะโกนใส่เขาด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด “งั้นก็รีบปล่อยข้าสิวะ เจ้ามนุษย์!”
“ปล่อย?”
จางอวิ๋นหัวเราะ หึๆ ในลำคอ สายตามองเจ้ามังกรจิ๋วราวกับมองเหยื่อ “เจ้าเป็นสมบัติที่ข้าอุตส่าห์หามาได้ จะปล่อยให้โง่รึ?”
“ไอ้บ้า! ใครเป็นสมบัติของเจ้าฟะ? ข้าคือมังกรทองห้าเล็บ! รีบปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะโว้ย!!”
เจ้ามังกรจิ๋วตะเบ็งเสียงเด็กน้อยแหลมปรี๊ด ดิ้นพล่านไปมาในอุ้งมือ
จางอวิ๋นไม่สนใจเสียงโวยวายหนวกหู จ้องมองมันแล้วพึมพำกับตัวเองว่า “เจ้าว่า… ถ้าข้าจับเจ้ามาหลอมรวมเพื่อดูดซับ พลังวิญญาณข้าจะเพิ่มขึ้นเยอะไหมนะ?”
“หลอมรวมดูดซับ?”
เจ้ามังกรจิ๋วทำหน้าเหมือนได้ยินเรื่องตลกที่สุดในโลก เผยรอยยิ้มเหยียดหยามแบบมนุษย์ออกมา “น้ำหน้าอย่างเจ้าเนี่ยนะจะมาหลอมรวมข้า? ฝันไปเถอะ!”
จางอวิ๋นไม่พูดพร่ำทำเพลง โคจร ‘กายาคืนกำไรยอดเซียน’ ดึงพลังปราณสีทองจางๆ ออกมาจากจินตานขนาดเท่ากำปั้น ส่งไปรวมศูนย์ที่ปลายนิ้วชี้ แล้วค่อยๆ จิ้มลงไปบนร่างวิญญาณของมันเบาๆ
ฉ่าาา…
ทันทีที่สัมผัส ราวกับเนื้อสดโดนเหล็กร้อนนาบ ร่างวิญญาณของมันเริ่มส่งเสียงฉ่าและถูกกัดกร่อนทันที!
“อ๊ากกก!”
เจ้ามังกรจิ๋วกรีดร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส “หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้นะ! เจ็บโว้ยยย อ๊ากกก!!”
จางอวิ๋นยกนิ้วออก สลายพลังงานทิ้ง แล้วมองมันด้วยสายตาเรียบเฉย “ตอนนี้ยังคิดว่าข้าหลอมรวมเจ้าไม่ได้อยู่ไหม?”
เจ้ามังกรจิ๋วหอบหายใจแฮกๆ ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว มองพลังปราณสีทองจางๆ บนนิ้วของจางอวิ๋นด้วยใบหน้าซีดเผือด “นะ… นั่นมันพลังบ้าอะไรกัน?”
“เรียกว่า ‘ปราณคืนกำไร’ ก็แล้วกัน!”
จางอวิ๋นยิ้มบางๆ
นี่คือความเปลี่ยนแปลงหลังจากเขาบรรลุระดับจินตาน พลังปราณในร่างของเขาเปลี่ยนสถานะเป็นสีทองจางๆ คล้ายคลึงกับปราณมังกรทองของสวีหมิง หรือปราณแท้จริงราชันย์ของอู๋เสี่ยวพั่ง
เขารู้ว่ามันเกี่ยวข้องกับ ‘กายาคืนกำไรยอดเซียน’ ของเขาโดยตรง เลยตั้งชื่อให้มันง่ายๆ ว่า ‘ปราณคืนกำไร’
ปราณคืนกำไรนี้เหนือล้ำกว่าปราณวิญญาณทั่วไปหลายขุม มันจัดอยู่ในประเภทพลังงานพิเศษ ที่สามารถสร้างความเสียหายให้กับพวกกายทิพย์ วิญญาณ หรือจิตตกค้างได้โดยตรง!
“ปราณคืนกำไร?”
เจ้ามังกรจิ๋วทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก ไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน แต่ดวงตาเล็กจิ๋วเท่าเมล็ดถั่วนั้นฉายแววหวาดกลัวชัดเจน
มันรู้ซึ้งแล้วว่า พลังงานประหลาดนี้ฆ่ามันให้ตายดับสูญได้จริงๆ!
“เกิดมายังไม่เคยลองหลอมรวมวิญญาณมังกรดูสักที… พลังงานวิญญาณน่าจะเยอะน่าดู!”
จางอวิ๋นจ้องมองร่างของเจ้ามังกรจิ๋ว แล้วแลบลิ้นเลียริมฝีปาก พึมพำกับตัวเองเสียงเบา “จะเริ่มกินจากตรงไหนดีนะ? หัวหรือหางดี?”
เจ้ามังกรจิ๋วหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด รีบตะโกนลั่น “อย่านะ! อย่าหลอมรวมข้า! ข้าไม่มีพลังงานอะไรหรอก เนื้อก็ไม่อร่อย เชื่อข้าสิ!!”
“ไม่เป็นไร ถึงพลังงานไม่เยอะก็ถือซะว่าลองของแปลก เกิดมาทั้งทีคงมีโอกาสได้กินมังกรแค่ครั้งเดียวนี่แหละ!”
จางอวิ๋นทำท่าไม่ใส่ใจ ที่ปลายนิ้วเริ่มมีเส้นสายของปราณคืนกำไรไหลเวียนขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมจะจิ้มลงไปทุกเมื่อ
หน้าของเจ้ามังกรจิ๋วเปลี่ยนสีไปโดยสิ้นเชิง คราวนี้มันเบะปากร้องไห้จ้าด้วยเสียงเด็กน้อย ขี้มูกโป่งน้ำตานองหน้า “ปล่อยข้าไปเถอะ! ข้าเพิ่งจะได้ออกมาจากเปลือกหอย ยังไม่ได้ใช้ชีวิตมังกรให้คุ้มเลย เจ้าปล่อยข้าไปเถอะนะ แล้ววันหน้าข้าจะตอบแทนเจ้าอย่างงาม!!”
“ตอบแทน? ข้าไม่ค่อยชอบรออะไรนานๆ ซะด้วยสิ… แต่ถ้าจะให้ปล่อย…”
จางอวิ๋นแสร้งทำเป็นลูบคางครุ่นคิด “ก็ใช่ว่าจะไม่ได้!”
เจ้ามังกรจิ๋วหยุดร้องไห้ทันควัน ตาลุกวาวด้วยความหวัง
“แต่ข้าเป็นคนมองโลกตามความเป็นจริง!”
จางอวิ๋นโน้มหน้าลงไปจ้องตามัน แล้วเอ่ยเสียงเรียบเย็นชา “ถ้าอยากรอด เจ้าต้องแสดงคุณค่าที่ทำให้ข้ารู้สึกว่า ‘การเก็บเจ้าไว้’ มีประโยชน์กว่า ‘การกินเจ้า’!”
“คุณค่า?”
เจ้ามังกรจิ๋วชะงักกึก
มองดูนิ้วมือที่อาบย้อมด้วยปราณคืนกำไรของจางอวิ๋นที่ขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ หน้ามันถอดสี สมองประมวลผลเร็วรี่ดุจสายฟ้า ทันใดนั้นก็นึกอะไรออก รีบตะโกนลั่น “มีค่า! ข้ามีค่าต่อเจ้าแน่นอน! เจ้ามีศาสตราวิญญาณไหม?”
“ศาสตราวิญญาณ?”
“ใช่! ข้าสามารถเป็น ‘จิตศาสตรา’ ให้อาวุธของเจ้าได้! ข้าคือมังกรทองห้าเล็บนะเว้ย ถ้าเอาข้าไปสิงสถิตเป็นจิตศาสตรา รับรองว่าอานุภาพอาวุธเจ้าจะเพิ่มขึ้นมหาศาล!”
จางอวิ๋นเลิกคิ้ว นึกสนุกขึ้นมา จึงหยิบ ‘พู่กันบัญชาการ’ ออกมาทันที “พู่กันนี่เป็นศาสตราวิญญาณ เจ้าลองดูซิ!”
“เจ้าปล่อยข้าก่อนสิ!” เจ้ามังกรจิ๋วท้วง
จางอวิ๋นคลายมือออกปล่อยมันเป็นอิสระ
เจ้ามังกรจิ๋วพุ่งวูบเข้าไปในพู่กันบัญชาการทันทีด้วยความกระหายอิสรภาพ
“จ๊ากกก!”
แต่ผ่านไปไม่ถึงสองวินาที ก็มีเสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้น
ตุบ!
ร่างของเจ้ามังกรจิ๋วถูกดีดกระเด็นออกมาอย่างแรงเหมือนโดนถีบ กลิ้งหลุนๆ ไปกับพื้นหลายตลบ
จางอวิ๋นทำหน้างง “เกิดอะไรขึ้น?”
เจ้ามังกรจิ๋วตะเกียกตะกายลุกขึ้น มองพู่กันด้วยสายตาหวาดผวา ตัวสั่นงันงก “มีจิตศาสตรา! พู่กันด้ามนี่มีจิตศาสตราสิงอยู่แล้ว!!”
“มีจิตศาสตรา?”
จางอวิ๋นชะงัก
เขามองพู่กันในมืออย่างพินิจพิเคราะห์ นึกย้อนไปตอนที่ได้มันมาในโลกปรมาจารย์เซียน พู่กันด้ามนี้เคยทิ่มนิ้วเขาเพื่อดูดเลือดทำพันธสัญญาเองโดยที่เขายังไม่ได้ทำอะไร
แต่อดขมวดคิ้วไม่ได้
เพราะเขาไม่เคยสัมผัสถึงตัวตนของจิตศาสตราในพู่กันนี้ได้เลยแม้แต่น้อย ปกติถ้ามีจิตศาสตรา หลังทำพันธสัญญาเจ้าของต้องสื่อสารกับมันได้สิ แต่นี่เขาเงียบสนิทมาตลอด เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ขาน
จึงหรี่ตามองเจ้ามังกรจิ๋วด้วยสายตาเคลือบแคลง “เจ้ามั่วหรือเปล่า?”
“มีจริงๆ นะ! ข้าไม่ได้โกหก!”
เจ้ามังกรจิ๋วเห็นเขาไม่เชื่อก็ร้อนรน ชี้ไม้ชี้มือไปที่พู่กัน “มันน่ากลัวมาก ถ้าไม่ใช่เพราะมันจำศีลอยู่ ข้าเข้าไปเมื่อกี้คงโดนมันงับหัวขาดไปแล้ว!”
“เจ้าบอกว่ามันจำศีลอยู่?”
จางอวิ๋นแปลกใจ
“ใช่!”
เจ้ามังกรจิ๋วพยักหน้ารัวๆ “มันน่าจะหลับลึกอยู่!”
“แล้วมันเป็นตัวอะไร? มังกรเหมือนเจ้าหรือเปล่า?”
“ไม่ใช่มังกร…” เจ้ามังกรจิ๋วทำหน้าสยองขวัญเมื่อนึกถึงสิ่งที่เห็น “ดูเหมือนจะเป็น… แพะ… หรือแกะนี่แหละ ตัวโคตรใหญ่! ใหญ่แบบมหึมา! ข้าว่าต่อให้เจ้าไปยืนตรงหน้ามัน ตัวเจ้ายังใหญ่ไม่เท่าเล็บเท้ามันเลยมั้ง!”
“แพะตัวใหญ่? ข้าตัวเล็กไม่เท่าเล็บเท้ามัน?”
จางอวิ๋นพยายามนึกถึงสัตว์วิญญาณตระกูลแพะหรือแกะในความทรงจำ แต่นึกไม่ออกว่ามีตัวไหนใหญ่โตมโหฬารขนาดนั้น
ช่างเถอะ เลิกคิด…
เอาเป็นว่ารู้แค่พู่กันบัญชาการมีจิตศาสตราจำศีลอยู่ก็พอ
เรื่องนี้ทำให้เขาแอบคาดหวังลึกๆ
เพราะศาสตราวิญญาณที่มีกับไม่มีจิตศาสตรา อานุภาพต่างกันราวฟ้ากับเหว ถ้าวันไหนจิตศาสตราของพู่กันบัญชาการตื่นขึ้น พู่กันด้ามนี้คงแสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมาได้โหดกว่านี้แน่!
เจ้ามังกรจิ๋วเห็นจางอวิ๋นเงียบไปก็กลัวจะโดนกิน จึงรีบเอ่ยถามเสียงสั่น “เจ้า… เจ้ามีศาสตราวิญญาณชิ้นอื่นอีกไหม? เอาแบบที่ไม่มีจิตศาสตรา หรือตัวที่จิตศาสตรามันอ่อนๆ หน่อย ข้าจะได้เข้าไปไล่มันออกมาแล้วยึดบ้านแทน!”
“……”
จางอวิ๋นพูดไม่ออก สรุปคือเอ็งจะไปแย่งบ้านเขาอยู่หน้าด้านๆ ว่างั้นเถอะ
แต่นึกขึ้นได้ เขาจึงหยิบของสิ่งหนึ่งออกมาจากแหวนมิติ…