ยอดอาจารย์ผู้มองเห็นอัจฉริยะ - ตอนที่ 110
บทที่ 110: แย่งชิงมรดก
ดวงตาของจางอวิ๋นเบิกกว้างแทบถลน จ้องมองตัวอักษรแสงที่ปรากฏวูบวาบบนป้ายคำสั่งในมือด้วยความตกตะลึงจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง
ประกาศพิกัดให้ผู้เข้าทดสอบทุกคนได้รับรู้?
นี่มันต่างอะไรกับการตะโกนป่าวร้องบอกศัตรูทั่วสารทิศว่า “เฮ้! ข้าอยู่นี่… ข้ามีของดี รีบมาปล้นข้าสิ!” หรือไม่?
“บัดซบเอ๊ย!”
เขาอดไม่ได้ที่จะสบถคำหยาบออกมาเสียงดังด้วยโทสะ เงื้อแขนเตรียมจะขว้างเจ้าป้ายคำสั่งอาถรรพ์นี้ทิ้งลงทะเลให้รู้แล้วรู้รอด
แต่ทว่า… ข้อความใหม่ที่เด้งขึ้นมาขัดจังหวะ ทำให้มือของเขาต้องชะงักค้างกลางอากาศ
【ป้ายคำสั่งนี้ได้ทำการเชื่อมต่อพันธสัญญาโลหิตกับมรดกสืบทอดไห่อูแล้ว ต้องใช้เวลา 2 วันจึงจะสามารถยกเลิกพันธสัญญาได้ หากในระหว่างนี้ป้ายคำสั่งอยู่ห่างจากโลหิตมรดกไห่อูเกิน 100 เมตร พลังเวทย์ที่ใช้รักษาสภาพโลหิตจะเสื่อมสลายไป พร้อมกับโลหิตมรดกที่จะสูญสลายไปด้วย!】
“ข้า…”
จางอวิ๋นอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ความรู้สึกอยากจะก้มลงไปกระชากคอวิญญาณมหาปุโรหิตในเงาตัวเองออกมาเคี้ยวกลืนกินให้รู้แล้วรู้รอดพุ่งพล่านไปทั่วอก
เจ้าแก่สารเลวเอ๊ย… นี่เอ็งตั้งกฎบ้าบอคอแตกอะไรของเอ็งเนี่ย?
มีระบบบังคับผูกมัดไอดีด้วย!
นี่มันจงใจวางกับดักแกล้งกันชัดๆ กะจะให้ผู้สืบทอดฆ่ากันเองให้ตายไปข้างหนึ่งเลยสินะ!
แต่พอลองสงบสติอารมณ์ไตร่ตรองดูดีๆ… เจ้าสำนักหลิงเซียนและคนอื่นๆ น่าจะเข้ามาในแดนลับนี้ก่อนหน้าเขานานแล้ว มิใช่ว่าควรจะมีแจ้งเตือนของคนพวกนั้นเด้งขึ้นมาบนป้ายของเขาบ้างหรือ?
จางอวิ๋นฉุกคิดขึ้นมาได้
หรือว่า… ผ่านไปเนิ่นนานปานนี้ ท่านเจ้าสำนักและยอดฝีมือเหล่านั้น ยังหาหนทางเอามรดกมาครอบครองไม่ได้สักชิ้น?
คิดไปคิดมาก็มีความเป็นไปได้สูงลิบ เพราะคนอื่นไม่มี ‘เนตรสวรรค์’ ดุจดั่งเขา พอไปเจอรูปปั้นหินโบราณก็คงได้แต่งมโข่ง ไม่รู้วิธีปลดผนึกที่ถูกต้อง
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้… งั้นก็จัดหนักไปเลยแล้วกัน!”
สีหน้าของจางอวิ๋นเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมจริงจัง แววตาฉายประกายอำมหิตและเจ้าเล่ห์
ไหนๆ พิกัดก็โดนแฉไปทั่วแดนลับแล้ว งั้นก็เล่นใหญ่ไปเลย กวาดมรดกมาให้เกลี้ยงแดนลับก่อนพวกมันจะรู้ตัว!
เขาสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดลึกลับจากป้ายคำสั่งจอมเวทย์อูในมือ
จางอวิ๋นไม่รอช้า พุ่งทะยานแหวกอากาศไปตามทิศทางที่ป้ายนำทางทันทีด้วยความเร็วสูงสุดของกระบี่บิน
…
ในขณะที่เขาเริ่มออกตัวเคลื่อนไหว ณ สถานที่ต่างๆ ภายในแดนลับอาณาจักรเซียนไห่อูอันกว้างใหญ่ไพศาล
“ผู้ผ่านทางหมายเลข 39 ได้รับมรดกสืบทอดไห่อูระดับแปลงเทพ พิกัดของเขาอยู่ที่…”
ข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานเด้งขึ้นมาบนป้ายคำสั่งจอมเวทย์อูของผู้เข้าทดสอบทุกคนพร้อมกัน
“มรดกระดับแปลงเทพ?”
“บ้าไปแล้ว! เจ้าหมายเลข 39 นี่มันเป็นใครกัน? วาสนาสูงส่งปานนี้เชียวรึ! แต่เดี๋ยวนะ… มีบอกพิกัดด้วย…”
“หึๆ ดูท่าคงต้องแวะไป ‘เยี่ยมเยียน’ สหายผู้โชคดีท่านนี้ตามพิกัดสักหน่อยแล้ว!”
…
ผู้คนในแดนลับที่ถือป้ายคำสั่งต่างแตกตื่นโกลาหลกันถ้วนหน้า หลายคนตาเป็นประกายด้วยความโลภที่ปิดไม่มิด เริ่มออกตัวมุ่งหน้าไปยังพิกัดของจางอวิ๋นทันทีหวังจะชุบมือเปิบ
แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีคนจำนวนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้ารูปปั้นพอดี พอเห็นข้อความแจ้งเตือน ก็เริ่มครุ่นคิดเชื่อมโยงเรื่องราวบางอย่างได้
เช่นที่เกาะเล็กๆ แห่งหนึ่งกลางทะเลสาบสีครามในแดนลับ… เจ้าสำนักหลิงเซียนจ้องมองข้อความบนป้ายพลางขมวดคิ้วใช้ความคิด
“มรดกไห่อูระดับแปลงเทพ… อู… จอมเวทย์อู…”
เขาเงยหน้ามองรูปปั้นจอมเวทย์หินที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า แววตาพลันฉายแววรู้แจ้ง
เขาตัดสินใจเอาป้ายคำสั่งในมือไปแตะที่ส่วนต่างๆ ของรูปปั้นทันที
แตะศีรษะ… เงียบกริบ
แตะลำตัว… นิ่งสนิท
แตะขา… ไร้ปฏิกิริยา
…
หลังจากลองไล่แตะตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
สายตาอันเฉียบคมของเจ้าสำนักหลิงเซียนก็ไปหยุดอยู่ที่ ‘คทาเวทย์’ ในมือรูปปั้น ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่ยังไม่ได้แตะ เขาจึงวางป้ายคำสั่งทาบทับลงไป
วิ้งงง!!
พริบตานั้น ป้ายคำสั่งกับคทาเวทย์ก็เชื่อมต่อพลังเวทย์เข้าด้วยกัน แสงสว่างเจิดจ้าสาดส่องออกมาอาบย้อมไปทั่วเกาะ
“เป็นอย่างที่คิดจริงๆ ด้วย!”
เจ้าสำนักหลิงเซียนเลิกคิ้วสูง มองดูข้อความบนป้ายที่ระบุชื่อ ‘ผู้ผ่านทางหมายเลข 39’ ด้วยความชื่นชมระคนขบขัน
งานนี้ต้องขอบคุณคนผู้นี้จริงๆ ถ้าไม่ได้ข้อความแจ้งเตือนการได้รับมรดกมาจุดประกายความคิด เขาคงเตรียมจะใช้กำลังทุบทำลายรูปปั้นเพื่อดูข้างในแล้ว
หากทำเช่นนั้น มีหวังมรดกล้ำค่าคงพังพินาศไปพร้อมกับซากรูปปั้นเป็นแน่แท้!
มองดูรูปปั้นที่แตกออกกลายเป็นก้อนเลือดบริสุทธิ์ลอยเด่น เขาก็ยกยิ้มมุมปาก
สัมผัสได้ถึงพลังเวทย์อันเข้มข้นในเลือด และคลื่นข้อมูลมหาศาลที่แฝงอยู่
“ความทรงจำ?”
ปฏิกิริยาของระดับหยวนอิงนั้นรวดเร็วปานสายฟ้า เจ้าสำนักหลิงเซียนตาเป็นประกายวาวโรจน์ กวาดตามองไปรอบทิศด้วยความตื่นเต้นระคนยินดี “นี่ข้าหลุดเข้ามาในขุมทรัพย์สวรรค์ชัดๆ!”
เขาหยิบภาชนะมาเก็บเลือดมรดกอย่างรวดเร็ว
จากนั้นก็กำชับป้ายคำสั่ง พุ่งตัวไปตามแรงดึงดูดสู่เป้าหมายถัดไปทันทีโดยไม่รีรอ
…
อีกด้านหนึ่ง ณ ป่าทึบดึกดำบรรพ์ หน้ารูปปั้นมอซอแห่งหนึ่ง
วิ้งงง!!
“มิน่าเล่า… คลำหาตั้งนานไม่เจออะไร ที่แท้ต้องปลดผนึกด้วยวิธีนี้นี่เอง…”
ชายลึกลับสวมหน้ากากสีน้ำเงินยืนมองดูรูปปั้นที่เปล่งแสงเมื่อเอาป้ายไปแตะคทา มุมปากยกยิ้มเจ้าเล่ห์ภายใต้หน้ากาก พึมพำกับตัวเอง “น่าจะฉุกคิดได้ตั้งนานแล้ว ในเมื่อเป็นมรดกจอมเวทย์อู ก็ต้องใช้ของของจอมเวทย์อูในการเข้าถึง…”
มองดูรูปปั้นที่แตกออกจนเผยให้เห็นเลือดมรดก ชายหน้ากากน้ำเงินหยิบภาชนะมาเก็บกวาดเรียบวุธ สายตาหรี่ลงมองไปรอบๆ พลางจับสัมผัสแรงดึงดูดจากป้าย
“ดูท่ารอบนี้… คงจะมีรายได้พิเศษเข้ากระเป๋าไม่น้อยเลยแฮะ!”
สิ้นคำ ร่างของเขาก็กลายเป็นแสงสีน้ำเงินพุ่งทะยานออกไปตามทิศที่ป้ายชี้ดุจดาวตก
…
ในเวลาเดียวกัน ณ ลานกว้างโบราณแห่งหนึ่งภายในแดนลับ หน้ารูปปั้นสูงตระหง่านเสียดฟ้า
ตู้ม!!
เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหวสะเทือนเลื่อนลั่น คลื่นพลังลมปราณระเบิดออกกระแทกอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิวบาดหู ร่างสองร่างกระเด็นถอยหลังออกจากกันไปคนละหลายสิบเมตร
หนึ่งในนั้น คือเจ้าสำนักหนานไห่ ผู้มีใบหน้าเคร่งเครียด
ส่วนอีกคน คือชายวัยกลางคนร่างกำยำสวมชุดคลุมสีเขียวมรกต เขาคือหนึ่งในสองขาใหญ่แห่งทะเลสีคราม ผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีงานประลองครั้งนี้ หัวหน้ากลุ่มโจรสลัดหยกศิลา… ‘กู่หงเหวิน’!
“มรดกระดับแปลงเทพโผล่ออกมาแล้ว เจ้าแน่ใจนะว่าจะมัวเสียเวลากับ ‘ตัวข้า’ อยู่ตรงนี้?”
กู่หงเหวินหยิบป้ายคำสั่งจอมเวทย์อูขึ้นมาดูข้อความ แล้วเงยหน้ามองเจ้าสำนักหนานไห่ด้วยสายตาเย้ยหยัน
เจ้าสำนักหนานไห่เองก็เห็นข้อความนั้นแล้วเช่นกัน คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันจนแทบผูกโบว์
“เอาไว้ทีหลัง ‘ตัวข้า’ จะกลับมาบั่นคอเจ้า!”
สัมผัสได้ถึงความเสียเปรียบและโอกาสที่กำลังจะหลุดลอย เจ้าสำนักหนานไห่แค่นเสียงเย็น แล้วแปลงร่างเป็นแสงพุ่งจากไปทันที
กู่หงเหวินยกยิ้มมุมปากอย่างดูแคลน
เขาไม่ได้ตามไป แต่หันกลับมามองรูปปั้นบนลานกว้าง แล้วเดินเข้าไปหาอย่างใจเย็น
“จอมเวทย์อู… ป้ายคำสั่ง…”
มองดูลักษณะของรูปปั้นจอมเวทย์ แล้วดูคำว่า ‘มรดกไห่อู’ บนป้าย กู่หงเหวินเลิกคิ้วเล็กน้อย ลองเอาป้ายไปแตะที่รูปปั้นดู
วิ้งงง!!
พอแตะโดนคทาเวทย์ รูปปั้นก็ส่องแสงสว่างวาบ
กู่หงเหวินยิ้มกว้างขึ้นจนเห็นฟันขาว
มองดูรูปปั้นที่แตกออกและก้อนเลือดมรดกที่ลอยออกมา เขายิ้มอย่างพึงพอใจ “น่าสนุกดีนี่!”
จากนั้นเขาก็พุ่งตัวไปตามทิศทางที่ป้ายชี้ทันที…
ทางด้านเจ้าสำนักหนานไห่ที่เพิ่งล่าถอยออกมา บินมาได้ไม่กี่ลี้ก็ร่อนลงเกาะบนกิ่งไม้ใหญ่ในป่าแห่งหนึ่ง
พรวด!
ทันทีที่เท้าแตะกิ่งไม้ เขาก็กระอักเลือดสดๆ ออกมาคำโต ใบหน้าซีดเผือดลงถนัดตา
“ทำไมเจ้านั่นถึงแข็งแกร่งขึ้นเร็วขนาดนี้?”
มือกุมหน้าอกที่เจ็บปวดรวดร้าวราวกับถูกฉีกกระชาก เจ้าสำนักหนานไห่มองไปยังทิศทางที่กู่หงเหวินอยู่ด้วยสีหน้ามืดมน
เมื่อไม่กี่ปีก่อนตอนที่เจอกัน กู่หงเหวินยังไม่ถึงระดับหยวนอิงขั้นกลางเลยด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ไม่เพียงแค่บรรลุหยวนอิงขั้นสูงแล้ว ระดับพลังยังดูเหมือนจะเหนือกว่าเขาไปก้าวหนึ่งด้วยซ้ำ!
“ผู้ผ่านทางหมายเลข 6 ได้รับมรดกสืบทอดไห่อู (สายดำ) ระดับแปลงเทพ พิกัดของเขาอยู่ที่…”
กลืนยาวิเศษลงคอ พลางมองข้อความใหม่ที่เด้งขึ้นมา เจ้าสำนักหนานไห่หน้าถอดสี
“บัดซบ!”
รูปปั้นที่ลานกว้างเมื่อกี้… ก็ซ่อนมรดกระดับแปลงเทพไว้เหมือนกันเรอะ!
มองดูพิกัดของกู่หงเหวินที่กำลังเคลื่อนที่ห่างออกไป แม้จะเจ็บใจแค่ไหน แต่เขาก็ไม่คิดจะกลับไปไล่ล่าอีกฝ่ายในตอนนี้ เพราะสภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวย
สายตาของเขาเบนไปจับจ้องที่พิกัดแรกสุด… ‘ผู้ผ่านทางหมายเลข 39’
“งั้นก็เอาเจ้ามาชดเชยค่าเสียหายให้ข้าก่อนแล้วกัน!”
พึมพำกับตัวเองจบด้วยน้ำเสียงอาฆาตมาดร้าย เขาก็พุ่งตัวมุ่งหน้าไปยังทิศทางตามพิกัดนั้นทันที
…
ท่ามกลางเทือกเขาสลับซับซ้อน
“ผู้ผ่านทางหมายเลข 2 ได้รับมรดกสืบทอดไห่อู (สายวิญญาณ) ระดับแปลงเทพ พิกัดของเขาอยู่ที่ทิศตะวันออก…”
“ผู้ผ่านทางหมายเลข 5 ได้รับมรดกสืบทอดไห่อู (สายขาว) ระดับแปลงเทพ พิกัดของเขาอยู่ที่ทิศตะวันตก…”
“ผู้ผ่านทางหมายเลข 6 ได้รับมรดกสืบทอดไห่อู (สายดำ) ระดับแปลงเทพ…”
…
จางอวิ๋นที่กำลังขี่กระบี่บินมุ่งหน้าไปยังรูปปั้นถัดไปตามแรงดึงดูด ถึงกับเหวออ้าปากค้างเมื่อเห็นข้อความเด้งรัวๆ บนป้ายคำสั่งราวดอกเห็ด
เกิดอะไรขึ้น?
ทำไมจู่ๆ ทุกคนถึงพากันได้รับมรดกระดับแปลงเทพกันหมดเลยวะ?
“เวรเอ๊ย! อย่าบอกนะว่าเป็นเพราะแจ้งเตือนของข้า ไปจุดประกายบอกวิธีให้พวกมันรู้?”
พอเดาทางได้ มุมปากของจางอวิ๋นก็กระตุกยิกๆ ด้วยความเจ็บใจ
ซวยบรม! อุตส่าห์เปิดทางให้คนอื่นเดินตามแท้ๆ กลายเป็นชาวนาผู้โง่เขลากับงูเห่าชัดๆ!
เขาไม่มีเวลามานั่งบ่นก่นด่าโชคชะตาแล้ว มือเรียวรีบหยิบพู่กันบัญชาการออกมา ตวัดเขียนคำว่า ‘เร็ว’ กลางอากาศ เร่งความเร็วสูงสุดพุ่งทะยานไปตามทิศทางที่ป้ายชี้ทันที
ข้อมูลที่เด้งขึ้นมาแจ้งเตือนว่าเป็นมรดกระดับแปลงเทพล้วนๆ ทำให้จางอวิ๋นมั่นใจแล้วว่า รูปปั้นทั้ง 36 รูปในแดนลับนี้ ล้วนซ่อนความทรงจำและเลือดมรดกของจอมเวทย์ระดับแปลงเทพเอาไว้ทั้งสิ้น!
เวลานี้เขาไม่สนใจจะตามหาเจ้าหอสามบ้าบออะไรนั่นแล้ว ภารกิจเร่งด่วนที่สุดในชีวิตตอนนี้คือ… แย่ง!
มรดกความทรงจำระดับแปลงเทพเชียวนะโว้ย!
ต่อให้เขาไม่ได้ใช้เอง แต่ถ้าเอาออกไปประมูลขาย แค่ชิ้นเดียวก็น่าจะทำเงินได้หลายแสนหินวิญญาณเป็นอย่างต่ำ
นี่มันภูเขาทองคำเคลื่อนที่ชัดๆ!
คิดแล้วนัยน์ตาของจางอวิ๋นก็แดงก่ำด้วยความโลภราวกับปีศาจหิวโซ
ไม่ได้การละ… ถ้าแย่งจากรูปปั้นไม่ทัน
งั้นก็บินตามพิกัดไปแย่งจากมือคนที่ได้ไปเลยแล้วกัน!
ข้างในนั้นอาจจะมีระดับหยวนอิงอยู่หลายคน แต่แล้วไง?
ระดับหยวนอิง… พ่อก็จะปล้นให้หมด!
…