มหาศึกสามภพ World of Cultivation (Rerun) - บทที่ 915 ตอนจบ
บทที่ 915 ตอนจบ
เหวยเสิ้งกับหลินเชียนเผชิญหน้ากันบนท้องฟ้า
แทบจะในทันทีที่หลินเชียนส่งคำท้าทายมาถึง เหวยเสิ้งก็เหินลิ่วออก
จากค่าย สำหรับเหวยเสิ้งแล้ว ภารกิจหลักของมันคือรับประกันความ
ปลอดภัยของกงซุนชา เปี๋ยหาน หยางหย่วนฮ่าวและเหล่าแม่ทัพนายกอง
ทั้งหลาย ซึ่งภัยคุกคามที่แท้จริงสำหรับกงซุนชากับพวกมีเพียงหนึ่งเดียว
นั่นคือหลินเชียน
สองเทพยุทธ์เผชิญหน้ากันในอาณาจักรว่างเปล่าแห่งหนึ่ง
“ช่างเป็นสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับศึกตัดสินระหว่างเรา” เหวยเสิ้ง
กล่าวอย่างเคร่งขรึม
หลินเชียนแย้มยิ้ม “การต่อสู้ระหว่างเราท่าน ไม่จำเป็นต้องทำร้ายผู้
บริสุทธิ์ไป สถานที่ไร้ผู้คนเช่นนี้นับว่าเป็นสมรภูมิที่ดีจริง ๆ”
“เจ้าไฉนเลยจะเคยสนใจว่าทำร้ายผู้บริสุทธิ์หรือไม่?” เหวยเสิ้งแค่น
หัวร่ออย่างเย็นชา
“ตราบใดที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อคุนหลุน ข้าก็ไม่ได้มีความสนใจที่จะ
ฆ่าคน” หลินเชียนกล่าวอย่างเปิดเผย
เหวยเสิ้งตากระจ่างวูบ “เป็นไปตามคาด เจ้ามีฝีมือรุดหน้าจริง ๆ”
“ยังคงล่าช้ากว่าเจ้าก้าวหนึ่ง” หลินเชียนสั่นศีรษะ สีหน้าไม่เหลือเค้า
ทระนงถือดีอีก “ความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคุนหลุน สมควรเป็น
วิธีการที่เราใช้จัดการกับสำนักกระบี่สุญตา”
เหวยเสิ้งกล่าว “ความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคุนหลุน คือใน
สายตาพวกเจ้ามีแต่พวกเจ้าเอง คงมิใช่ว่ามีแต่พวกเราที่ต่อต้านคุนหลุน
กระมัง?”
หลินเชียนนิ่งงันไป
จากนั้นมันหัวร่ออย่างปลอดโปร่ง งอนิ้วดีดใส่กระบี่เทพไท่กู่คราหนึ่ง
ติง!
เสียงกระบี่คำรามกังวานใส ได้ยินชัดเจนทั่วทั้งอาณาจักร
“ท้ายที่สุดแล้ว ไหนเลยมีถูกผิดมากมายถึงเพียงนั้น!” หลินเชียนยืด
ร่างเหยียดตรงดุจกระบี่ รอยยิ้มเลือนหายไปจากใบหน้า ดวงตาสาด
ประกายคมกล้า “มีแต่ชัยชนะหรือพ่ายแพ้เท่านั้น!”
เหวยเสิ้งยังคงสั่นศีรษะ “หลายสิ่งหลายอย่างไม่เกี่ยวข้องกับชัยชนะ
หรือพ่ายแพ้”
“เช่นนั้นยังจะมีสิ่งใดอีก?” หลินเชียนแย้มยิ้มไม่ยี่หระ
เหวยเสิ้งดวงตาทอแววหวนรำลึก จิตใจสงบราบเรียบราวกับบ่อน้า
โบราณ “ศรัทธาความเชื่อ!”
หลินเชียนกลับไม่โต้แย้ง เพียงผงกศีรษะ “นั่นก็ใช่แล้ว เพียงแต่เจ้ามี
ศรัทธาความเชื่อของเจ้า ข้าก็มีศรัทธาความเชื่อของข้า! เช่นนั้นผู้ใดถูก
ผู้ใดผิด ผู้ใดแพ้ผู้ใดชนะ ก็ให้กระบี่ตัดสินเถอะ!”
หลินเชียนยกกระบี่เทพในมือ จ่อจี้ใส่เหวยเสิ้งแต่ไกล
“ประเสริฐ!” เหวยเสิ้งยกกระบี่เทพในมือขึ้นเช่นกัน
เหลียงเวยมีฝีมือมากที่สุดในการซุ่มโจมตี แต่การซุ่มโจมตีอันยิ่งใหญ่
ถึงเพียงนี้สมควรไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์
ซึ่งความจริงหากบอกว่านี่เป็นการซุ่มโจมตี เกรงว่าเทพเจ้าแห่งการ
ซุ่มโจมตีบนสวรรค์คงต้องตีอกชกหัวแล้ว
เมื่อกองทัพพันธมิตรอสูรปิศาจปรากฏตัวในดินแดนคุนหลุน ทั่วทั้ง
คุนหลุนตกอยู่ในความประหวั่นพรั่นพรึงสุดขั้วหัวใจ
เหลียงเวยในใจลอบสั่นศีรษะ คุนหลุนหากทราบว่าราชาปิศาจองค์
ใหม่ซึ่งเพิ่งจะรวมเผ่าอสูรและเผ่าปิศาจเข้าด้วยกัน แท้จริงแล้วคือจั่วม่อ
ต่อให้ตีพวกมันจนตาย พวกมันก็คงไม่กล้าทุ่มเดิมพันจนหมดตัวเช่นนี้
ขุมกำลังทั้งสองฝ่ายเป็นคนละระดับชั้นกันตั้งแต่แรก
เทียบกันแล้ว ไพ่ในมือของราชาดีกว่าหลินเชียนมาก
แต่เมื่อลองคิดทบทวนดู เหลียงเวยอดงงงันไม่ได้ มันยิ่งขบคิด
ใคร่ครวญยิ่งไม่เข้าใจ ไพ่ในมือราชากลับกลายเป็นไพ่ดีถึงเพียงนี้ตั้งแต่
เมื่อใดโดยที่มันไม่ทันรู้ตัว?
แต่แล้วมันสะบัดศีรษะแรง ๆ สลัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากใจ เรื่อง
เช่นนี้จะเป็นอย่างไรหาได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับมันไม่
ศึกนี้ไม่มีสิ่งใดยากเย็นสำหรับมัน การตีโต้ของหลินเชียนดึงกำลังคน
ของคุนหลุนไปแทบทั้งหมด ระหว่างทางพวกมันไม่พบการต่อต้านใด มี
เพียงฝูงชนที่แตกตื่นและสิ้นหวัง
“อย่าหยุด อย่าหยุด! เร่งความเร็วขึ้นอีก! บุกทะลวงไปข้างหน้าด้วย
ความเร็วสูงสุด!” เหลียงเวยสั่งการไม่ขาดสาย
ทัพอสูรปิศาจราวกับมหาวาตภัย กวาดทำลายคุนหลุนโดยไม่มีผู้ใด
ต้านติด
“ว่ากระไร!” เสวียตงใบหน้าซีดขาวราวคนตาย เย็นเฉียบไปถึงขั้ว
หัวใจ ปากพึมพำปานละเมอ “ทัพพันธมิตรอสูรปิศาจ! พวกมัน… …พวก
มันไม่ใช่ว่ากำลังจะเริ่มสู้รบกันหรอกหรือ?”
มันสุ้มเสียงสั่นสะท้านสุดระงับ
ในกระโจมแม่ทัพ ทุกผู้คนสีหน้าซีดเผือด พวกมันทราบว่าเรื่องนี้
หมายความว่าอย่างไร
พวกมันไม่กลัวว่าม่ออวิ๋นไห่จะลอบโจมตีด้านหลังพวกมัน เจ้าบุก
โจมตีแนวหลังข้า ข้าจะบุกโจมตีให้ถึงแนวหลังของเจ้า ย่อมไม่มีผู้ใดหลบ
หลีกรอดพ้น แต่การรุกรานของทัพพันธมิตรอสูรปิศาจ เท่ากับว่าคุนหลุน
เผชิญศัตรูกล้าแข็งรุมกระหนาบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
กองกำลังท้องถิ่นของคุนหลุนมีกำลังรบอ่อนด้อย ย่อมไม่มีปัญญา
หยุดยั้งการรุกคืบขอทัพพันธมิตรอสูรปิศาจ
ที่ย่าแย่ไปกว่านั้น ข่าวการรุกรานของพันธมิตรอสูรปิศาจจะทำลาย
ขวัญกำลังใจในทัพใหญ่ของคุนหลุนอย่างสิ้นเชิง
คนเหล่านี้อย่าว่าแต่จะเทียบได้กับกองพันชั้นยอด พวกมันไม่เคยผ่าน
การฝึกอบรมของกองทัพด้วยซ้า ส่วนใหญ่เป็นพลเมืองที่ถูกกะเกณฑ์มา
ซึ่งหากเป็นเมื่อครึ่งเดือนก่อน พวกมันกระทั่งยังไม่เคยเหยียบย่างเข้าสู่
สมรภูมิแม้แต่ก้าวเดียว ทันทีที่พวกมันทราบข่าวว่าครอบครัวที่ด้านหลัง
กำลังตกอยู่ในอันตรายจากการรุกรานของอสูรปิศาจ หลังจากนั้น… …
นึกถึงผลกระทบอันน่ากลัวที่จะตามมา เสวียตงสะท้านขึ้นทั้งร่าง มัน
ตอบสนองทันที รีบกระชากเสียงสั่งการอย่างดุดัน “ถ่ายทอดคำสั่งลงไป
ให้กำจัดอินกุยทั้งหมด! ไม่อนุญาตให้ผู้ใดซุกซ่อนอินกุยเอาไว้! ไม่อนุญาต
ให้ผู้ใดติดต่อสื่อสารกับภายนอก… …”
กล่าวยังไม่ทันจะจบคำ ร่างหนึ่งโซซัดโซเซเข้ามา
“แย่แล้ว! แย่แล้ว… …”
ฉากเหตุการณ์ที่นอกกระโจมตกอยู่ในความโกลาหลอลหม่านไปแล้ว
เหล่าแม่ทัพนายกองใบหน้าที่ซีดขาวอยู่แล้ว บัดนี้ปราศจากสีเลือด
โดนสิ้นเชิง
“ฟ้าต้องการพิฆาตคุนหลุนเราแล้ว!” เฉาซิงพึมพำอย่างเลื่อนลอย
จากนั้นกระอักโลหิตกองโต สิ้นสติไปในบัดดล
… …
“ประชาชนชาวคุนหลุน พวกเจ้าหากยอมจำนน หากคิดเดินทางกลับ
บ้าน พวกเราให้คำมั่นว่าจะไม่ทำร้ายพวกเจ้าและครอบครัว ทั้งยัง
รับประกันความปลอดภัยของทรัพย์สิน… …”
เสียงประกาศผ่านอินกุยเน้นย้าประโยคเหล่านี้ซ้าแล้วซ้าเล่า กระตุ้น
เตือนให้ยอมจำนน
เนื้อความเช่นเดียวกันนี้ ออกอากาศไปทั่วสวรรค์สี่ดินแดน
แม้แต่ม่ออวิ๋นไห่ยังตื่นตะลึงต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันนี้ เรื่อง
ที่จั่วม่อคือหมิงอ๋องถือเป็นความลับสุดยอด ในม่ออวิ๋นไห่ผู้ที่ล่วงรู้ความ
จริงมีอยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น คนส่วนใหญ่เพียงทราบกันว่าจั่วม่อจะ
กลับมาในไม่ช้า
ในเวลานี้การเปิดเผยตัวตนของจั่วม่อ เปรียบประดุจกระบี่สุดท้ายที่
ปักใส่ขั้วหัวใจของกองทัพคุนหลุนอย่างถนัดถนี่
เดิมทีทัพคุนหลุนยังพยายามรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้าย เพื่อต่อสู้
ตัดสินกับม่ออวิ๋นไห่ เนื่องเพราะพวกมันเชื่อมั่นว่าขอเพียงคุนหลุนต่อสู้
โดยไม่เสียดายชีวิต พวกมันสามารถจัดการกับม่ออวิ๋นไห่ ก่อนที่จะหันไป
รับมือกับอสูรปิศาจ
แต่หมิงอ๋องผู้เกรียงไกรถึงกับเป็นจั่วม่อศัตรูเก่าของพวกมันเอง
ความลับนี้เมื่อประกาศออกมา ทั่วทั้งคุนหลุนเหลือเพียงความสิ้นหวังจาก
ก้นบึ้งหัวใจ!
ไม่ว่าผู้ใดก็ทราบว่าพวกมันไม่มีโอกาสอีกแล้ว
ไม่มีแม้สักส่วนเสี้ยว
กองทัพของพวกมันสูญสิ้นเป้าหมายไปแล้ว ต่อให้พวกมันรบชนะม่อ
อวิ๋นไห่ ก็ไม่มีคุณค่าความหมายใดอีกแล้ว!
ขุมกำลังของทั้งสองฝ่ายไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันอีกต่อไป
ไพ่ตายที่จั่วม่อเพียรปิดซ่อนเป็นเวลานาน พลันสำแดงอานุภาพอย่าง
เกริกไกร เรื่องนี้หากจั่วม่อเปิดเผยไม่ถูกเวลา สิ่งที่มันจะต้องเผชิญคือคุน
หลุนที่ซ่อนตัวอยู่ในกระดองเต่า
ถึงยามนั้นหากจั่วม่อคิดขบกัดพวกมันสักคำ เกรงว่าต้องเตรียมใจ
สละฟันสักหลายซี่
ทว่ามันกลับดำเนินอุบาย ทิ้งความหวังแห่งชัยชนะให้แก่คุนหลุน
ปล่อยให้คุนหลุนรวบรวมกำลังขวัญเพื่อทุ่มเดิมพันจนหมดตัว แล้วในชั่ว
วินาทีสุดท้าย ก็เปิดเผยกระบวนท่าปลิดชีพในคราวเดียว
คุนหลุนกระทั่งโอกาสจะโต้กลับยังไม่มี
สับสนอลหม่าน!
เป็นความสับสนอลหม่านอย่างสิ้นเชิง!
ด้านหลังถูกทัพพันธมิตรอสูรปิศาจกวาดทำลาย ทัพใหญ่สองร้อยสี่
สิบหมื่นกลายเป็นโกลาหลวุ่นวาย ศักดิ์ศรีแห่งคุนหลุนในเวลานี้คล้ายสูญ
สลายไปอย่างสมบูรณ์ แม้ว่าเสวียตงจะพยายามสั่งให้ทหารลาดตระเวน
เข่นฆ่าทหารหนีทัพเพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่าง แต่พวกมันไม่อาจหยุดยั้งผู้คน
จำนวนมหาศาลถึงเพียงนี้ได้
เกือบทั้งกองทัพ หากมิใช่หลบหนีเอาตัวรอดก็ยอมจำนนแต่โดยดี
พวกมันเพียงอยากกลับบ้าน พวกมันแค่ต้องการพบหน้าครอบครัว
ความหวาดกลัวแพร่กระจายราวกับโรคระบาด
ทะเลมนุษย์ที่สามารถปล้นความหวังของผู้คน ยามนี้ทัพแตกพ่ายดั่ง
ภูผาทลาย
ภายในกระโจมแม่ทัพ เหล่าแม่ทัพนายกองที่ยืนนิ่งขึงเหมือนไก่ไม้
ค่อย ๆ ได้สติกลับคืนมา
เสวียตงแม้ใบหน้ายังคงขาวซีด แต่ดวงตาทอประกายแหลมคม ราว
กับสามารถแทงทะลุร่างคน “พวกเราแพ้แล้ว คุนหลุนแพ้แล้ว ไม่มีโอกาส
ชนะแม้แต่น้อย ผู้ใดคิดยอมจำนนก็ปล่อยพวกมันไปเถอะ”
มันลุกขึ้นยืน ตรวจดูความเรียบร้อยของยุทโธปกรณ์เทพบนร่าง สี
หน้าเคร่งขรึมสำรวม
“หากปล่อยให้การยอมจำนนกลายเป็นภาพจำในช่วงเวลาสุดท้าย
ของคุนหลุน ไยมิใช่เป็นความอัปยศเสื่อมเสียอย่างใหญ่หลวง”
“คุนหลุนเอย! ต่อให้เจ้าต้องลาลับไปจากโลก ยังคงสำแดงความ
องอาจห้าวหาญให้เป็นที่ประจักษ์ จึงจะคู่ควรกับนามคุนหลุน!”
มู่เซวียนผุดลุกขึ้น เหล่าทัพนายกองทั้งหมดลุกขึ้นยืนอย่างเงียบงัน
พวกมันเดินออกจากกระโจมแม่ทัพ ด้านนอกกระโจม ผู้ที่ยังคงยืนรอ
อยู่นอกกระโจมอย่างสงบนิ่งเหลืออยู่ไม่มากนัก
เมื่อเห็นเสวียตงและเหล่าแม่ทัพนายกองเดินออกมา ซิวเจ่อเหล่านั้น
พลันเริ่มจัดกระบวนทัพอย่างเงียบเชียบ ปราศจากสุ้มเสียงสำเนียงใด
นับตั้งแต่ต้นจนจบไม่มีผู้ใดปริปากแม้สักครึ่งคำ
พวกมันยืนเป็นระเบียบเรียบร้อย ร่างตั้งตรงและอาจหาญประหนึ่ง
คันทวน
ที่ขอบฟ้าอันห่างไกล ทัพใหญ่ที่คึกคักเข้มแข็งมุ่งตรงเข้าหาพวกมัน
อย่างเร่งร้อน
ปราณกระบี่สองสายยังคงปะทะหักหาญกลางอากาศอย่างดุเดือด!
คลื่นพลังเทพอันเกรี้ยวกราดถล่มฟ้าทลายปฐพี ไม่ว่ากวาดผ่านไปยัง
ที่ใด ฟ้าดินล้วนปรากฏรอยแตกร้าวอันน่ากลัว
พวกมันผ่าแยกปฐพี ฟาดฟันทำลายท้องฟ้า บนพื้นเต็มไปด้วยรอย
แยกขนาดใหญ่นับไม่ถ้วน เพลิงพิภพแตกปะทุออกมาอย่างบ้าคลั่ง
ทั้งสองฝ่ายไม่คิดออมรั้งสิ่งใดไว้
สองเทพยุทธ์ทั่วร่างปกคลุมไปด้วยบาดแผลน้อยใหญ่นับไม่ถ้วน แต่
พวกมันคล้ายไม่มีความรู้สึกเจ็บปวด
พวกมันต่อสู้กันสิบวันสิบคืนโดยไม่ได้หยุดพักแม้แต่ชั่ววูบ
ทันใดนั้นเอง ทั้งสองพลันหยุดกึก
คนทั้งสองหันไปจ้องมองในที่ห่างไกลเป็นตาเดียว
มีคนกำลังมา!
ทั้งสองฝ่ายทราบแน่แก่ใจ ผู้มาเป็นคนของฝ่ายใด ฝ่ายนั้นก็คือผู้ชนะ
มีเพียงผู้ชนะเท่านั้นจึงมีเวลาว่างมาช่วยเหลือทางด้านนี้
หลินเชียนเมื่อเห็นจั่วม่อที่นำอยู่ด้านหน้าสุด ใบหน้าพลันกลับ
กลายเป็นเผือดขาว พลังสภาวะทั่วร่างสลายหายไปทันที
พวกมันพ่ายแพ้!
คุนหลุนพ่ายแพ้แล้ว!
มันฝืนบังคับร่างกายที่สั่นระริกให้สงบนิ่งมั่นคง หลังจากต่อสู้เดิมพัน
ชีวิตติดต่อกันนานกว่าสิบวันสิบคืน ไม่ว่ามันหรือเหวยเสิ้งล้วนอยู่ในสภาพ
ตะเกียงใกล้สิ้นแสง
พวกมันทั้งสองเพียงพึ่งพาลมหายใจอึดสุดท้ายเท่านั้น
ด้านหลังจั่วม่อยังมีผู้คนอีกหลายคน อากุ่ย จงหยู เขิงเหลียนเอ๋อร์
หลัวหลี หว่อหลี หลัน รวมไปถึงตาเฒ่าประหลาด พวกมันแต่ละคนล้วนมี
พลังฝีมือระดับกึ่งเทพยุทธ์
จั่วม่อถึงกับนำชนชั้นกึ่งเทพยุทธ์ทั้งหมดของม่ออวิ๋นไห่ร่วมทางมา
ด้วย
หลินเชียนได้แต่ฝืนยิ้มขมขื่น เยาะหยันในความไร้พลังอำนาจของตน
นี่ย่อมหมายความว่าศึกที่เบื้องนอกจบลงแล้ว จบลงอย่างสมบูรณ์ มี
แต่เป็นเช่นนั้น จั่วม่อจึงกล้านำยอดยุทธ์ทั้งหมดร่วมทางมาที่นี่
คุนหลุน… …ในมือของข้าเอง… …
หลินเชียนก้มหน้า เหม่อมองกระบี่เทพไท่กู่ด้วยดวงตาเลื่อนลอย… …
ติง! น้าตาหยดหนึ่งตกกระทบกระบี่ แล้วกลายเป็นละอองน้าหยดเล็ก
ๆ กระเซ็นซ่าน
“ท่านอาจารย์ ขออภัยด้วย… …”
น้าตาพรั่งพรูลงบนกระบี่ รินไหลไปตามตัวกระบี่
“ท่านอาจารย์ ศิษย์ขอโทษ… …ศิษย์ขอโทษ… …”
มันร่าไห้ราวกับเด็กน้อยผู้หนึ่ง
อาณาจักรนภาจันทร์
ภูเขาสุญตา
ภูเขาสุญตารกร้างไปด้วยวัชพืช เต็มไปด้วยซากสิ่งปลูกสร้างที่
พังทลายไปนานปี
จั่วม่อและเหวยเสิ้งมองดูต้นหญ้า พุ่มไม้และเถาวัลย์ที่สูงท่วมหัวพวก
มัน โดยไม่เอ่ยคำใด ต่างคนต่างเริ่มทำความสะอาดอย่างขะมักเขม้น
ในไม่ช้าสองศิษย์พี่ศิษย์น้องก็ช่วยกันจัดการภูเขาสุญตาจนสะอาด
สะอ้าน
ขุนเขายังคง แต่ผู้คนจากไปแล้ว
“ศิษย์น้อง!” เหวยเสิ้งกล่าวขึ้นอย่างกะทันหัน
“อืมม์?” จั่วม่อหันไปมอง
“ข้าตั้งใจว่าจะสร้างกระท่อมสักหลัง ลงหลักปักฐานอยู่ที่นี่” เหวยเสิ้ง
มีสีหน้าหวนรำลึก “เรียกมันว่ากระท่อมกระบี่เถอะ!”
“เข้าใจแล้ว” จั่วม่อพยักหน้า “อย่าลืมมาร่วมงานวิวาห์ของข้ากับ
อากุ่ยด้วย”
“ฮ่าฮ่า! เตรียมสุราดีไว้รอข้าด้วย!” เหวยเสิ้งหัวร่ออย่างเบิกบานใจ
ทั้งสองศิษย์พี่ศิษย์น้องสบตาวูบ แย้มยิ้มให้แก่กัน
– จบ –
แฟนฟิค – ราชันสามภพ!
ค่ำคืนนั้นม่ออวิ๋นไห่ครึกครื้นรื่นเริงอย่ำงที่ไม่เคยมีก่อน เนื่องเพรำะ
ในยำมอรุณรุ่งจะเป็นพิธีวิวำห์ของรำชำสำมภพจั่วม่อ บรรดำแขกเหรื่อเร่ง
รุดมำร่วมงำนอย่ำงคับคั่ง ไม่ว่ำจะเป็นซิวเจ่อหรืออสูรปิศำจ จำก
อำณำจักรซิวเจ่อทั้งใกล้ไกล จำกภพอสูรและภพปิศำจที่ห่ำงไกลสุดหล้ำ
ฟ้ำเขียว ล้วนพำกันหลั่งไหลมำอย่ำงกระตือรือร้นและสุขส ำรำญใจ นคร
หลวงดั้งเดิมของม่ออวิ๋นไห่แทบไม่อำจรองรับผู้คนจ ำนวนมหำศำลถึงปำน
นี้ได้
ไม่ว่ำผู้ใดก็ไม่อยำกพลำดงำนสยุมพรครั้งยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมำ
ก่อนในประวัติศำสตร์หนนี้
เดือดร้อนถึงกองทัพของม่ออวิ๋นไห่ต้องคอยดูแลควำมสงบเรียบร้อย
อย่ำงขยันขันแข็ง ต้องกระจำยก ำลังออกไปควบคุมสถำนกำรณ์อย่ำงเหน็ด
เหนื่อยจนสำยตัวแทบตำย
นับตั้งแต่ศึกสุดท้ำยที่ปรำบพิชิตคุนหลุนโดยรำบคำบ ห้ำมหำนิกำย
พุทธซึ่งยืนอยู่ฝ่ำยคุนหลุนเป็นพวกแรกที่เข้ำสวำมิภักดิ์โดยไม่มีเงื่อนไข
แต่ควำมนัยเบื้องหลังมีเพียงไม่กี่คนที่ล่วงรู้ว่ำนี่เป็นผลงำนของอีชิงผู้เป็น
ศิษย์พี่ของอีเจิ้ง จำกนั้นขุมก ำลังต่ำง ๆ ทยอยเข้ำสวำมิภักดิ์อย่ำงต่อเนื่อง
ทั้งสำมภพเริ่มย่ำงเข้ำสู่ยุคสมัยแห่งสันติสุข อย่ำงที่ไม่เคยมียุคสมัยใด
เทียบได้
แต่ซิวเจ่อกับอสูรปิศำจรบรำฆ่ำฟันกันมำนำนนับพันนับหมื่นปี
ผูกพันบุญคุณควำมแค้นลึกล้ำยำกจะสะสำง บอกว่ำสนิทสนมกลมเกลียว
ไหนเลยง่ำยดำยดั่งใจนึก? ภำยใต้ผิวหน้ำแห่งควำมสันติสุข ยังคงซุกซ่อน
คลื่นลับใต้น้ำนับไม่ถ้วน ทว่ำนี่เป็นเรื่องรำวในภำยหลัง
กลำงวิกำลก่อนวันมหำวิวำห์ จันทรำเรืองรองผ่องอ ำไพ
ใต้ม่ำนรัตติกำลของม่ออวิ๋นไห่ซุกซ่อนควำมลับประกำรหนึ่ง
อำคันตุกะจำกภำยนอกมีไม่กี่คนที่ล่วงรู้ กระทั่งคนของม่ออวิ๋นไห่เอง หำก
ไม่ใช่ระดับสูงขึ้นมำสักหน่อยยังไม่อำจทรำบได้ ในส่วนลึกของม่ออวิ๋นไห่
มีเกำะโดดเดี่ยวแห่งหนึ่ง ห้ำมมิให้ผู้คนล่วงล้ำโดยพลกำร เรียกขำนกันว่ำ
เกำะหวนคะนึง
อำจบำงทีจั่วม่อได้แนวคิดมำจำกเกำะนิทรำรมณ์ของเปี๋ยหำน
รำตรีสันติสุขนี้ เกำะน้อยอันโดดเดี่ยวกลับครึกครื้นเป็นพิเศษ
บริเวณส่วนต้นของเกำะ เห็นอำวุธวิเศษกองโตวำงสุมซ้อนเป็นภูเขำ
เลำกำ อำวุธวิเศษเหล่ำนี้มองผิวเผินคล้ำยกองสุม ๆ ไว้อย่ำงไม่ใคร่ใส่ใจนัก
ต่อเมื่อเพ่งมองอย่ำงถี่ถ้วน จึงจะเห็นได้ว่ำที่แท้ล้วนจัดวำงเป็นรูปแบบ
ลวดลำยอันพิสดำรคล้ำยจะเป็นค่ำยกลขบวนหนึ่ง อำวุธวิเศษเหล่ำนี้มีทั้ง
ชุดเกรำะ กระบี่บินและอำวุธวิเศษสำรพัดรูปทรง แต่ละชิ้นบ้ำงแตกหัก
เต็มไปด้วยริ้วรอย บ้ำงยังสมบูรณ์ดี แต่ส่วนมำกเปรอะเปื้อนครำบโลหิตที่
ดูรำวกับว่ำจะล้ำงไม่ออก ที่น่ำประหลำดคือทุกชิ้นสลักไว้ด้วยนำมหนึ่ง
คล้ำยเป็นนำมของผู้ครอบครองอำวุธวิเศษชิ้นนั้น หำกลองยื่นมือกระทบ
ถูก จะเห็นภำพเจ้ำของนำมนั้นผุดเด่นขึ้นมำ
ผู้คนยี่สิบสำมสิบคนส่งเสียงเอะอะโวยวำยอยู่หน้ำกองภูเขำย่อม ๆ นี้
หำกเป็นคนเก่ำแก่ของม่ออวิ๋นไห่จึงจะทรำบได้ ภูเขำอำวุธวิเศษที่
แปลกประหลำดอยู่บ้ำงนี้ แต่ละชิ้นล้วนเป็นของดูต่ำงหน้ำจำกผู้คนของม่อ
อวิ๋นไห่ที่พลีชีพไปในระหว่ำงทำง นับตั้งแต่ในอำณำจักรขุนเขำน้อยเป็น
ต้นมำ ซึ่งเหล่ำผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ช่วยกันค่อย ๆ เก็บรวบรวมเอำไว้เท่ำที่จะท ำ
ได้
กลุ่มคนยี่สิบสำมสิบคน แต่ละคนถือไหสุรำใบโตไว้ในมือ หำกเป็นผู้ที่
มีสำยตำอยู่บ้ำง จะพบว่ำสุรำเหล่ำนี้ล้วนเป็นสุรำเลื่องชื่อที่สุดของม่ออวิ๋น
ไห่ คนที่ด้ำนหน้ำสุด สองมือหิ้วไหสุรำสองใบ ยกขึ้นรำดรดลงบนกองอำวุธ
วิเศษด้วยสีหน้ำอันซับซ้อน กึ่งโศกเศร้ำ กึ่งภำคภูมิใจ
“สหำยเอ๋ย ดื่มเถอะ พวกเจ้ำในปรภพคงปลำบปลื้มประโลมใจยิ่ง
วันนี้เหล่ำป่ำนของพวกเรำสยบทั้งสำมภพไว้ใต้ฝ่ำเท้ำ สร้ำงยุคสมัยที่ไม่ว่ำ
ผู้ใดก็ล้วนมีชีวิตอย่ำงสุขส ำรำญใจ” ม้ำฝำนกล่ำวพลำงเทสุรำจนหมดทั้ง
สองไห จำกนั้นหันไปรับไหสุรำอีกใบจำกเซี่ยซำนที่ยื่นส่งมำให้ ยกขึ้นดื่ม
อัก ๆ อย่ำงสำสมใจ เหล่ำสหำยที่ด้ำนหลังก็เลียนแบบมัน พำกันร่ำดื่มด้วย
อำรมณ์อันผสมปนเป
“ขอบคุณพวกเจ้ำมำกแล้ว อำจเป็นเพรำะต้องแบกรับปณิธำนของ
พวกเจ้ำเอำไว้ด้วย ท ำให้พวกเรำกัดฟันติดตำมเหล่ำป่ำนมำจนถึงที่นี่ได้”
เซี่ยซำนกล่ำวสืบต่อ
“น่ำเสียดำยที่พวกเจ้ำด่วนตำยกันไปเสียก่อน จึงไม่ได้มีชีวิตเสพสุข
โอบซ้ำยกอดขวำเช่นข้ำ พวกเจ้ำในปรภพก็อย่ำได้อิจฉำริษยำข้ำเกินไป”
เหนียนลู่กล่ำวอย่ำงยิ้มแย้ม
“เฮอะ โอบซ้ำยกอดขวำมีอันใดดี ต่อไปนี้มีแต่ชีวิตสงบสุข ข้ำคงเหี่ยว
เฉำจนตำย” เหลยเผิงกล่ำวอย่ำงกลัดกลุ้มกังวล
“สงบสุขก็ดีแล้ว ข้ำจะได้บ ำเพ็ญเพียรภำวนำอย่ำงสบำยใจ” จงหยู
กล่ำวสุ้มเสียงรำบเรียบ
เว่ยหยำนกับคนอื่น ๆ ที่ด้ำนหลังพำกันผงกศีรษะเห็นพ้อง แต่หลำย
คนอดมีสีหน้ำว่ำงเปล่ำระคนโหยหำอยู่บ้ำงไม่ได้
แต่ม้ำฝำนกลับแค่นเสียง “พวกเจ้ำคิดมีชีวิตสงบสุขโอบซ้ำยกอด
ขวำ? ฝันหวำนเกินไปแล้ว! ซิวเจ่อกับอสูรปิศำจผูกพันควำมแค้นหลำย
หมื่นปี ไหนเลยบอกว่ำสงบสุขก็สงบสุขง่ำย ๆ?”
เหลยเผิงกับเหล่ำคนที่มีสีหน้ำซึมเซำพอฟังต้องตำกระจ่ำงวูบ เซี่ย
ซำนหัวร่อฮี่ฮี่ กล่ำวว่ำ “นั่นก็ใช่แล้ว พวกเจ้ำเข้ำใจว่ำแม่นำงน้อยต้ำเหริน
ของพวกเรำ จะปล่อยให้พวกเจ้ำมีชีวิตสุขสบำยในขณะที่มันต้องวิ่งพล่ำน
ปรำบกบฏไปทั่วแผ่นดินจริง ๆ? ฝันเฟื่องเกินไปแล้ว! เตรียมถูกจิกหัวใช้
งำนเยี่ยงทำส หลั่งเลือดเป็นท้องธำรเสียเถอะ! ฮ่ำฮ่ำ”
เสียงหัวร่อประสำนดังสนั่นหวั่นไหว สีหน้ำซึมเซำถูกแทนที่ด้วยควำม
มีชีวิตชีวำอย่ำงเต็มเปี่ยม ทันใดนั้นเอง สุ้มเสียงเย็นชำพลันดังออกมำจำก
รำวป่ำอันมืดครึ้ม
“รู้ก็ดีแล้ว ข้ำจะได้ไม่ต้องจับพวกเจ้ำมัดส่งไปให้เปลืองแรง แขกเหรื่อ
แห่แหนเข้ำมำในดินแดนของเรำรำวกับท ำนบแตก ข้ำยังนึกว่ำพวกเจ้ำ
แอบไปเกียจคร้ำนอยู่ที่ใด รีบไสหัวไปรักษำควำมสงบเรียบร้อยให้แก่ข้ำ
ฮึ่มฮึ่ม! จดจ ำไว้ หำกงำนนี้มีปัญหำใดเกิดขึ้น ข้ำจะถอดยศพวกเจ้ำ ส่งกลับ
ไปเป็นไพร่รำบทหำรเลวเสียให้หมด!” กงซุนชำสองมือไพล่หลัง เดิน
ออกมำจำกรำวป่ำด้ำนข้ำง กล่ำวเสียงเย็นยะเยือก
ทั้งกลุ่มแตกฮือในบัดดล ท่ำมกลำงเสียงหัวร่อเกรียวกรำว ล ำแสง
หลำยสิบสำยพุ่งวำบออกจำกเกำะหวนคะนึง แยกย้ำยกันไปคนละทิศละ
ทำง
กงซุนชำสั่นศีรษะอย่ำงระอำใจ แต่ยังอดแย้มยิ้มออกมำไม่ได้ มันหัน
กลับมำมองภูเขำอำวุธวิเศษนิ่งนำน หลุบตำลงต่ำด้วยสีหน้ำหม่นหมองที่
หำได้ยำก จำกนั้นทอดตำมองเข้ำไปยังส่วนลึกของเกำะ
ลึกเข้ำไปในใจกลำงเกำะ มีหน้ำผำเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง บนหน้ำผำสลัก
ลวดลำยอันแปลกประหลำดที่คนภำยนอกมิอำจเข้ำใจควำมนัย นั่นเป็นรูป
ภูเขำสูงใหญ่ลูกหนึ่ง ที่เชิงเขำเป็นเครือเถำวัลย์สีม่วงสดใส ข้ำงเครือเถำ
เป็นสุนัขจิ้งจอกส่งยิ้มเจ้ำเล่ห์ กับมังกรน้ำแข็งตัวหนึ่งนอนหมอบหลับตำ
อย่ำงสุขสบำย ทั้งสี่แม้ผิดแผกแตกต่ำง แต่กลับดูสนิทสนมกลมเกลียว
อย่ำงบอกไม่ถูก
เบื้องหน้ำหน้ำผำ เห็นสองบุรุษสองสตรีคุกเข่ำเรียงรำย อีกหนึ่งสตรี
ยืนห่ำงออกไปทำงด้ำนหลัง ล้วนมีสีหน้ำเคร่งขรึมส ำรวม
หลังจำกโขกค ำนับสำมครั้งพร้อมกัน บุรุษที่อยู่ตรงกลำงกล่ำวว่ำ
“อำจำรย์ อำจำรย์อำ พวกเรำจัดกำรกับคุนหลุน เซ่นดวงวิญญำณ
ของพวกท่ำนเป็นผลส ำเร็จ อีกทั้งบัดนี้ ส ำนักกระบี่สุญตำของเรำได้ชื่อว่ำ
เป็นส ำนักที่มีชื่อเสียงอันดับหนึ่งแห่งใต้หล้ำ ศิษย์คนหนึ่งของพวกท่ำนรวม
แผ่นดินเป็นปึกแผ่น กวำดพิชิตไปทั้งสำมภพอย่ำงที่ไม่เคยมีส ำนักใด
กระท ำส ำเร็จมำก่อน พวกท่ำนที่โลกโน้นคงปลำบปลื้มประโลมใจแล้ว
อำจำรย์โปรดวำงใจ ข้ำเหวยเสิ้งและเหล่ำศิษย์น้อง จะจรรโลงส ำนักกระบี่
สุญตำให้ยั่งยืนสืบไป”
จำกนั้นหันไปสบตำหลัวหลี หลี่อิงฟ่งและเสี่ยวกั่ว ที่ต่ำงพยักหน้ำ
พลำงแย้มยิ้มให้แก่กัน
ภูเขำ มังกรขำว จิ้งจอกและเครือเถำ ทั้งสี่คล้ำยขยับไหวไปมำอย่ำง
เบิกบำนใจยิ่ง
“เสี่ยวกั่ว เจ้ำ… เจ้ำเป็นไรหรือไม่?” หลี่อิงฟ่งถำมอย่ำงระมัดระวัง
ขณะที่เดินเคียงกันกลับไปยังด้ำนหน้ำเกำะ
“ข้ำ? ข้ำจะเป็นไร? ศิษย์พี่หญิงท่ำนหมำยถึงเรื่องอันใด?” เสี่ยวกั่วที่
เติบโตเป็นสำวสะพรั่งย้อนถำมอย่ำงนึกฉงน ใบหน้ำที่คล้ำยผลผิงกว่อดู
เรียวลงเล็กน้อย แต่ยังคงเปล่งปลั่งแดงระเรื่อ
“ก็เรื่องที่ศิษย์น้องจั่วม่อจะเข้ำพิธีวิวำห์…” หลี่อิงฟ่งเอ่ยอย่ำง
กระดำกอยู่บ้ำง แต่ทั้งสีหน้ำและน้ำเสียงล้วนเต็มไปด้วยควำมห่วงใยกังวล
เสี่ยวกั่วเบิกตำกว้ำง อุทำนดังอำ สีหน้ำค่อยทอประกำยเข้ำใจ พลัน
แย้มยิ้มเบิกบำนปำนบุปผำ กล่ำวปนหัวร่อว่ำ “ศิษย์พี่หญิงท่ำนห่วงอันใด
ส ำหรับเสี่ยวกั่ว ขอเพียงศิษย์พี่เบิกบำนใจ เสี่ยวกั่วก็เบิกบำนใจ ศิษย์พี่ยิ้ม
แย้ม เสี่ยวกั่วก็ยิ้มแย้มด้วย อื่นใดนอกเหนือจำกนี้ เสี่ยวกั่วไม่เคยคิด”
นำงนิ่งเงียบไปชั่วอึดใจ ค่อยฝืนยิ้มอย่ำงอับจนปัญญำอยู่บ้ำง “อย่ำ
ว่ำแต่สิ่งที่แม่นำงอำกุ่ยกระท ำเพื่อศิษย์พี่ ยังจะมีสตรีใดในโลกหล้ำ
สำมำรถประชันขันแข่งกับนำงได้? กระทั่งโฉมสะครำญล่มเมืองอย่ำงเสีย
กงจู่หรือแม่นำงหลีเซียนเอ๋อร์ ยังไม่กล้ำน ำตนเองไปเทียบกับแม่นำงอำกุ่ย
ข้ำยังจะนับเป็นตัวอะไรได้?”
เห็นหลี่อิงฟ่งท ำท่ำจะกล่ำวปลอบโยน เสี่ยวกั่วรีบยกมือห้ำมปรำม
กล่ำวว่ำ “แต่ข้ำก็มีสิ่งหนึ่งที่ไม่มีผู้ใดเสมอเหมือน กระทั่งแม่นำงอำกุ่ยยังสู้
ไม่ได้” เสี่ยวกั่วแย้มยิ้มอย่ำงเฉิดฉัน “นั่นคือข้ำเป็นศิษย์น้องหญิงที่ศิษย์พี่
รักใคร่เอ็นดูที่สุด เท่ำนี้ข้ำก็พึงใจแล้ว”
จำกต ำแหน่งของหน้ำผำที่ใจกลำงเกำะ ทอดลึกเข้ำไปในส่วนลึกที่สุด
ของเกำะ เห็นป้ำยศิลำสุสำนสีด ำสนิทตั้งตระหง่ำน ที่แปลกประหลำดก็คือ
เบื้องหน้ำป้ำยศิลำมีเด็กน้อยอำยุเจ็ดแปดขวบสองคน กลับนั่งยกไหสุรำ
กรอกใส่ปำกด้วยสีหน้ำพึงพอใจ
“ฮ่ำฮ่ำ ข้ำจะหัวร่อจนขำดใจตำย” เด็กชำยงดงำมผู้มีดวงตำสีแดง
เลือดกุมท้องหัวร่อจนน้ำตำเล็ด ชี้ไม้ชี้มือไปที่ป้ำยศิลำสุสำน กล่ำวอย่ำงสำ
สมใจว่ำ “เห็นหรือไม่? เห็นหรือไม่? สิ่งที่เจ้ำกระท ำไม่ส ำเร็จ ศิษย์ข้ำกลับ
ท ำได้อย่ำงหมดจดงดงำมนัก หมดจดงดงำมยิ่งกว่ำที่เจ้ำเคยใฝ่ฝันเสียด้วย
ซ้ำ! ยอมรับนับถือแล้วหรือไม่?”
“ศิษย์ข้ำต่ำงหำก” เด็กชำยผิวเข้มหน้ำตำคมคำย แย้งเสียงรำบเรียบ
พลำงยกไหสุรำกรอกใส่ปำกอึกใหญ่
“ข้ำสั่งสอนมันมำกับมือ! สอนมำกกว่ำเจ้ำ! ทั้งยังไม่ใช่เพียงมันผู้เดียว
หำกไม่มีเจ้ำหนูกงซุน ศิษย์คนรองของข้ำ ไฉนเลยจะมีวันนี้ได้!” เด็กชำย
นัยน์ตำสีเลือดโมโหโทโส
“แต่ข้ำเป็นคนแรกที่เลือกมัน เจ้ำอย่ำลืมว่ำตอนที่เจ้ำเกือบจะฆ่ำมัน
ข้ำก็เป็นผู้ห้ำมปรำมเอำไว้” เด็กชำยอีกคนเถียง
“บัดซบ เว่ย! เรื่องเก่ำแก่ฝุ่นจับเหล่ำนี้อย่ำได้น ำมำโต้เถียงกันให้
เสียเวลำแล้ว มำตัดสินกันตอนนี้เลยดีกว่ำ ผู้ใดจะเก่งกำจกว่ำกัน!” ผูเยำ
ในร่ำงเด็กชำยเจ็ดแปดขวบกระโดดลุกขึ้นยืนชี้หน้ำ
เด็กชำยใบหน้ำคมคำยยักไหล่ กล่ำวว่ำ “จะตัดสินอย่ำงไร? อำจั่วกับ
อำเฉิงช่วยให้เรำได้กำยเนื้อใหม่ก็จริง แต่อำศัยร่ำงเด็กน้อยเช่นนี้ พลัง
บ ำเพ็ญเพียรก็ยังไม่ฟื้นคืน หรือจะให้ต่อยตีเยี่ยงอันธพำลข้ำงถนน?”
“เฮอะ ผู้ใดพิสมัยกำรใช้ก ำลังต่อยตีกัน? มำตัดสินกันว่ำศิษย์ของผู้ใด
เก่งกำจกว่ำ ข้ำจะใช้ผูผูบ้ำนแม่ทัพบัญชำกำรศึก เจ้ำก็จงสร้ำงของเจ้ำ อีก
สิบปีให้หลังค่อยให้ศิษย์ของพวกเรำมำสู้กัน” ผูเยำเสนออย่ำงกระหยิ่มยิ้ม
ย่อง อย่ำได้เห็นว่ำพวกมันยำมนี้มีสำรรูปเป็นเด็กน้อยน่ำเอ็นดูอำยุเจ็ด
แปดขวบ แต่พวกมันคนหนึ่งอำยุหลำยพันปี อีกคนหนึ่งคงอยู่มำกว่ำหมื่น
ปี เวลำเพียงแค่สิบปีส ำหรับพวกมันแล้วไม่อำจนับเป็นอะไรได้
แต่เว่ยกลับยักไหล่อย่ำงเฉื่อยชำ “ขออภัยที่ข้ำไม่น้อมสนอง ข้ำไม่คิด
แข่งขันกับเจ้ำอีกแล้ว ไหน ๆ ก็อุตส่ำห์มีชีวิตใหม่ทั้งที ข้ำมีเรื่องที่คิด
กระท ำ”
“เรื่องอันใด?” ผูเยำขมวดคิ้วฉับ
“ครั้งนั้นเพื่อปกป้องชนเผ่ำของข้ำ ข้ำยินยอมกลำยเป็นชุดเกรำะ
ป้ำยศิลำสุสำน แต่สุดท้ำยชนเผ่ำของข้ำก็ยังคงพินำศดับสูญอยู่ดี” เว่ยแวว
ตำเลื่อนลอยอยู่บ้ำง “ทีแรกยังคงมีสภำพเป็นวิญญำณชุดเกรำะ ข้ำไม่กล้ำ
มีควำมคิดเพ้อฝันอันใด ยำมนี้เมื่อได้รับโอกำสครั้งที่สอง ข้ำก็อยำกใช้ชีวิต
อย่ำงที่ข้ำต้องกำรบ้ำง ดูจำกชิงเสี่ยวหรือเหล่ำมนุษย์หมอก ข้ำสังหรณ์ใจ
ว่ำบำงทีอำจยังมีชนเผ่ำโบรำณเหลือรอดอยู่อีกไม่น้อย ข้ำตั้งใจว่ำจะน ำชิง
เสี่ยวออกตระเวนไปทั่วโลก ลองเสำะหำพวกมันดู ในโลกอันสงบสุขของอำ
จั่วนี้ พวกมันไม่จ ำเป็นต้องตกระก ำล ำบำกอีกต่อไป”
ผูเยำพอฟังต้องนิ่งเงียบงันไป จำกนั้นแค่นเสียง กล่ำวเสียงสะบัดว่ำ
“เช่นนั้นก็ไปเถอะ! ไปท ำตำมที่เจ้ำต้องกำร จะอย่ำงไรไม่มี ‘นำง’ ให้เจ้ำ
ต้องคอยเฝ้ำรับใช้อยู่แล้ว”
เว่ยเหลือบตำมองแวบหนึ่ง กล่ำวอย่ำงยิ้มแย้ม “ว่ำก็ว่ำเถอะ เสี่ยวผูผู
กำรเปิดบ้ำนสอนแม่ทัพบัญชำกำรศึก ไยมิใช่เป็นควำมฝันของ ‘นำง’
เช่นกันหรอกหรือ? เจ้ำก็ช่ำงซื่อสัตย์ภักดีต่อนำงจริง ๆ“ กล่ำวพลำง
บุ้ยปำกไปทำงป้ำยศิลำสุสำนที่เบื้องหน้ำ
ผูเยำหน้ำแดงก่ำ ไม่สนใจสิ่งใดอีก โถมเข้ำฟัดฟำดกับเว่ยเป็นพัลวัน
เสียงดังโหวกเหวกโวยวำยไปทั่วทั้งเกำะ
งำนนี้ไม่เพียงเป็นงำนมหำวิวำห์ที่ยิ่งใหญ่อลังกำรอย่ำงที่ไม่เคย
บังเกิดขึ้นมำก่อนในประวัติศำสตร์ แต่ยังเป็นงำนแรกที่จะส ำแดงศักดำนุ
ภำพของรำชันแห่งโลกใหม่ ซึ่งรวมทั้งสำมภพเข้ำเป็นหนึ่งเดียว ไม่มี
อำณำจักรใดในสำมภพจะไม่ส่งผู้คนมำร่วมยินดีร่วมอวยพร และไม่มีกอง
ก ำลังกบฏใด จะไม่ส่งผู้คนลอบเข้ำมำหวังก่อกวนท ำลำย ร้อนถึงกงซุนชำ
เปี๋ยหำนกับเหล่ำแม่ทัพนำยกอง ต้องคอยรักษำควำมสงบเรียบร้อยอย่ำง
เคร่งครัดเข้มงวด
วันสุดท้ำยก่อนวันงำน เหล่ำชนชั้นสูงที่มีสิทธิ์เข้ำร่วมงำนเป็นกำร
ส่วนตัว พำกันเดินทำงเข้ำสู่เมืองหลวงของม่ออวิ๋นไห่อย่ำงพร้อมหน้ำ ส่วน
ผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติเข้ำร่วมงำน ได้แต่ชมดูจำกภำพมำยำที่จัดไว้ทั่วม่ออวิ๋น
ไห่
อรุณรุ่งนั้น ดวงตะวันทำบทอขอบฟ้ำ ผู้คนเข้ำแถวเรียงรำยเป็นชั้น ๆ
ด้ำนหน้ำสุดเป็นบุคคลส ำคัญทั้งหมดของม่ออวิ๋นไห่ ไล่เรียงลงมำ
ตำมล ำดับชั้น ทุกสำยตำจ้องมองอย่ำงคำดหวังรอคอยไปยังสะพำนสำยรุ้ง
สีแดงอันวิจิตรงดงำมที่ทอดยำวลงมำจำกฟำกฟ้ำ
ไม่นำนหลังจำกนั้น เสียงดนตรีกังวำนมำจำกที่ห่ำงไกล แว่วหวำน
สดใสสุดจะพรรณนำ บัดเดี๋ยวคล้ำยกระซิบอยู่ริมหู บัดเดี๋ยวรำวกับหยอก
เย้ำมำจำกปลำยขอบฟ้ำ อัศจรรย์พันลึกถึงที่สุด
ท่ำมกลำงเสียงดนตรีสวรรค์ เห็นล ำแสงพร่ำพรำวตระกำรตำ ที่ปลำย
สะพำนสำยรุ้งบนฟำกฟ้ำ ปรำกฏบุรุษสตรีชุดแดงคู่หนึ่งจูงมือเคียงข้ำง
กันลงมำ บุรุษไม่หล่อเหลำเท่ำใด แต่ใบหน้ำยิ้มแย้มแจ่มใส กอรปด้วยสง่ำ
รำศีของจอมคนผู้พิชิตแผ่นดิน สตรีคลุมหน้ำด้วยผ้ำแดงโปร่งบำง เห็นโฉม
หน้ำเพียงร ำไร ทว่ำยังพอจะทรำบได้ว่ำงำมล้ำสุดสำมโลก สองเท้ำเปล่ำ
ขำวผ่องสมบูรณ์แบบ
ข้ำงกำยทั้งคู่เป็นเจดีย์น้อยกับเจ้ำเพลิงน้อย ไล่ขับกันไปมำอย่ำงร่ำ
เริง ด้ำนข้ำงจั่วม่อเป็นสือผิ่นที่ปั้นสีหน้ำเคร่งเครียดเย็นชำ คอยเฝ้ำ
อำรักขำไม่ห่ำง ส่วนข้ำงกำยอำกุ่ยคือหยำงกวง ส่งยิ้มหวำนหยดพลำงโบก
มือให้คนข้ำงล่ำง นกโง่เดินเชิดหน้ำกรีดกรำยติดตำมมำเบื้องหลัง มีเจ้ำด ำ
น้อยเกำะอยู่บนศีรษะ โบกหนวดสองข้ำงเร็วรี่ ทำรกหมอกวิญญำณรั้ง
ท้ำยสุดอย่ำงสงบเสงี่ยมเจียมตัว คอยปล่อยไอหมอกและแสงสีออกมำเป็น
ระยะ ท ำให้ดูรำวกับภำพฝันฉำกหนึ่ง
ที่ด้ำนล่ำง เขิงเหลียนเอ๋อร์จัดวำงโต๊ะตัวน้อย นั่งจิบชำอยู่ในต ำแหน่ง
ของบุคคลส ำคัญ ยังมีกงซุนชำกับเปี๋ยหำนที่ฉวยโอกำสร่วมโต๊ะด้วยโดยไม่
รอให้เชื้อเชิญ รวมถึงเสียกงจู่ที่สนิทสนมคุ้นเคยกับเขิงเหลียนเอ๋อร์เป็น
อย่ำงดี
ชั่วพริบตำที่บุรุษสตรีคู่นั้นปรำกฏกำยที่ชั้นบนสุด ในรอยยิ้มพริ้ม
พรำยของเสียกงจู่ปรำกฏรอยหม่นหมองวูบหนึ่ง
“จนบัดนี้ค่อยส ำนึกเสียใจหรือ?” เขิงเหลียนเอ๋อร์พลันกล่ำวออกมำ
โดยไม่มีต้นสำยปลำยเหตุ
เสียกงจู่นิ่งงันอยู่นำน จำกนั้นกล่ำวด้วยสีหน้ำเลื่อนลอยอยู่บ้ำง “บำง
ครำข้ำเคยทบทวนหวนนึก หำกวันนั้นข้ำยินยอมละทิ้งทุกอย่ำงติดตำมมัน
ไป เรื่องรำวใช่จะยังคงเป็นเช่นนี้หรือไม่?” นำงทอดถอนใจเบำ ๆ ครำหนึ่ง
แล้วกล่ำวต่อไปว่ำ “บำงครำวข้ำก็เฝ้ำครุ่นคิด หำกข้ำเป็นนำง ใช่จะยินดี
แลกชีวิตของตน กระท ำเพื่อมันถึงเพียงนี้หรือไม่… …”
เขิงเหลียนเอ๋อร์กล่ำวเสียงอ่อนโยน “วำงใจเถอะ เจ้ำหำได้มีสิ่งใด
พ่ำยแพ้ต่อนำงไม่ เพียงแต่…นำงพบกับมันก่อนเจ้ำเท่ำนั้น”
เสียกงจู่งงงันวูบ จำกนั้นแย้มยิ้มอย่ำงเฉิดฉัน แม้จะยังคงแฝงไว้ด้วย
ร่องรอยหม่นเศร้ำเล็กน้อย แต่ก็คล้ำยปลดเปลื้องสิ่งใดออกไป
จำกนั้นนำงพลันย้อนถำม “แล้วเจ้ำเล่ำ?” นัยน์ตำหวำนซึ้งทอแวว
แหลมคม คล้ำยมองเห็นสิ่งที่ผู้อื่นไม่อำจมองเห็น
เขิงเหลียนเอ๋อร์งงงันวูบ หลังจำกเอียงคอครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ นำงค่อย
ยักไหล่พลำงกล่ำว “แม้ว่ำข้ำไม่อยำกจะยอมรับ แต่ก็มิอำจไม่ยอมรับ
นับตั้งแต่วันที่ข้ำติดตำมมันมำยังม่ออวิ๋นไห่ มันก็เป็นสหำยของข้ำ สหำยที่
พอใช้ได้อยู่บ้ำง”
เสียกงจู่หัวร่อเสียงสดใส “ไม่อยำกยอมรับอันใด พระสหำยของรำชัน
สำมภพ ฟังดูเข้ำทีไม่น้อยทีเดียว”
“ไยมิใช่?” เขิงเหลียนเอ๋อร์แย้มยิ้มตำม “แต่ไม่ต้องริษยำไป เจ้ำเองก็
เป็นสหำยของมันเช่นกัน สหำยรัก… …” นำงลำกเสียงล้อเลียน “อำจจะรัก
มำกกว่ำข้ำเล็กน้อยเสียด้วยซ้ำ”
“ส่วนข้ำคือศิษย์น้องอันดับหนึ่งของมัน” กงซุนชำสอดค ำมำจำก
ด้ำนข้ำง พลำงยิ้มกว้ำงรำวกับเด็กชำยข้ำงบ้ำน
เขิงเหลียนเอ๋อร์กับเสียกงจู่ส่งค้อนคนละขวับ คล้ำยก ำลังจะกล่ำวว่ำ
เจ้ำอวดโอ่อันใด? สองตัวประหลำดเช่นฉุนอวี๋เฉิงกับหลัวหลี เคยแก่งแย่ง
ต ำแหน่งนี้กับเจ้ำหรือไร?
เปี๋ยหำนที่ด้ำนข้ำงกลับท ำหน้ำครุ่นคิดอย่ำงจริงจัง คล้ำยก ำลังขบคิด
ว่ำมันสมควรอวดโอ่บ้ำงหรือไม่ แล้วจะอวดว่ำมันมีควำมสัมพันธ์อันใดกับ
รำชันสำมภพดี?
ห่ำงออกไปไม่ไกล ที่โต๊ะของอำคันตุกะผู้ทรงเกียรติ หลีเซียนเอ๋อร์
ดวงตำจับจ้องไปบนสะพำนสำยรุ้งแดง ในใจไม่ทรำบครุ่นคิดอันใด บำงที
นำงก ำลังคิดถึงนกกระเรียนกระดำษตัวหนึ่ง อำจบำงทีนำงไม่ได้ครุ่นคิด
อันใด หรือบำงที นำงอำจก ำลังหวนคะนึงถึงเรื่องรำวอันซำบซึ้งตรึงตรำสัก
เรื่องหนึ่งกระมัง
ทันใดนั้นเอง เหตุเปลี่ยนแปลงพลันอุบัติ
เสียงระเบิดดังสนั่นลั่นโลกดังมำจำกเกำะเมฆแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ห่ำง
ออกไปในระยะไกล
ทุกผู้คนสีหน้ำตึงเครียดในบัดดล กองทัพที่รับหน้ำที่รักษำควำม
ปลอดภัยเตรียมกำรสู้รบอย่ำงเร่งด่วน
กงซุนชำกับเปี๋ยหำนสบตำกันวูบ ไม่มีผู้ใดเข้ำใจว่ำเกิดเรื่องอันใดขึ้น
หำกบอกว่ำมีผู้ก่อควำมไม่สงบ เป็นผู้ใดโง่เขลำไม่รักชีวิต จนกระทั่งกล้ำ
แส่หำที่ตำยถึงใจกลำงเมืองหลวงของม่ออวิ๋นไห่?
อย่ำว่ำแต่ไม่มีผู้ใดสำมำรถเล็ดลอดผ่ำนแหฟ้ำตำข่ำยดินของม่ออวิ๋น
ไห่ เข้ำมำก่อเรื่องโดยที่พวกมันไม่ระแคะระคำยได้
แต่แล้วทันใดนั้น เห็นมังกรยักษ์สีด ำผงำดขึ้นบนฟำกฟ้ำด้ำนหนึ่ง ร่ำง
ใหญ่โตมโหฬำรของมันแทบบดบังไปครึ่งฟ้ำ พลังสภำวะสุดอหังกำรของ
รำชันแห่งสัตว์ร้ำยกวำดซัดเป็นระลอก ท ำเอำกระทั่งค่ำยจูเชวี่ยผู้ผ่ำนศึก
มำอย่ำงโชกโชนยังใจสั่นสะท้ำน เพียงมองปรำดเดียวก็ทรำบ นี่ไม่ใช่สัตว์
ร้ำยธรรมดำสำมัญ มังกรด ำก ำลังอำละวำดอย่ำงเดือดดำล ฟัดฟำดท ำลำย
ทุกสิ่งจนพินำศย่อยยับเป็นแถบ ๆ
“ฮะ!” ฉุนอวี๋เฉิงอุทำนอย่ำงแปลกใจ “เจ้ำมังกรน้อย ไฉนรีบร้อนออก
จำกบ่อฟูมฟัก ยังไม่ได้เวลำเสียหน่อย”
ทุกผู้คนหันมำมองมันเป็นตำเดียว สีหน้ำแปลกพิกลยิ่ง กงซุนชำถลำ
เข้ำมำส่งยิ้มหวำนยะเยือก “ศิษย์น้อง! นั่นมันตัวบัดซบอันใด อย่ำบอกนะ
ว่ำเป็นฝีมือเจ้ำ?”
ฉุนอวี๋เฉิงพยักหน้ำอย่ำงไม่รู้สึกรู้สำ “อำ ทีแรกข้ำเข้ำใจว่ำมันจะ
กลำยเป็นมังกรเขียวอ ำไพระดับเก้ำ แต่ดูจำกยำมนี้ ช่ำงเหนือควำม
คำดหมำยนัก หำกข้ำมองไม่ผิด นี่สมควรเป็นมังกรทมิฬโลกันตร์ระดับ
สิบ”
“ระดับสิบ!” ทุกผู้คนตำเหลือก สัตว์ร้ำยระดับสิบเป็นต ำนำนเล่ำขำน
มำนำนปี มีผู้ใดเคยพบเห็นตัวจริงของพวกมันบ้ำง?
ยังไม่ทันที่ผู้ใดจะทันได้มีปฏิกิริยำตอบสนอง เงำเล็ก ๆ สองร่ำงพลัน
โถมเข้ำหำฉุนอวี๋เฉิงดุจพำยุกระโชก เงำหนึ่งกระโดดขึ้นขี่คอ สองมือดึงทึ้ง
เส้นผมของฉุนอวี๋เฉิง อีกร่ำงหนึ่งกระโจนเข้ำกระชำกคอเสื้อ
ร่ำงที่กระชำกคอเสื้อค ำรำมลั่น “เจ้ำหนูเฉิง! นี่มันหมำยควำมว่ำ
กระไร? กระทั่งสัตว์ปรำณระดับสิบเจ้ำยังมีปัญญำเพำะสร้ำงออกมำได้
เช่นนั้นกับเพียงแค่ร่ำงกำยที่เติบโตแล้วของพวกข้ำ เจ้ำสมควรเพำะสร้ำง
ได้อย่ำงง่ำยดำย ไฉนจึงสร้ำงร่ำงของพวกข้ำสองคนออกมำเป็นเด็กน้อยไป
เสียได้!” ผูเยำตวำดถำมอย่ำงเกรี้ยวกรำด เว่ยที่ขี่คออยู่ด้ำนบนช่วยขยุ้ม
ผมฉุนอวี๋เฉิงเค้นเอำค ำตอบ
ฉุนอวี๋เฉิงกลับงงงันวูบ “ฮะ? มิใช่พวกท่ำนหรอกหรือที่บอกศิษย์พี่ว่ำ
อยำกมีร่ำงกำยเป็นเด็กน้อย จะได้ค่อย ๆ เริ่มฝึกฝีมือใหม่ตั้งแต่ต้น? ข้ำก็
ท ำตำมที่ศิษย์พี่บอก”
ผูเยำเบิกตำตะลึงลำน ส่วนเว่ยถึงกับอ้ำปำกค้ำง
ทันใดนั้นเอง เสียงหัวร่อดังกระหึ่มดังมำจำกเหนือฟ้ำ เงำสีแดงพุ่ง
วำบดุจสำยฟ้ำฟำด มือหนึ่งหิ้วคอเว่ย อีกมือหิ้วคอผูเยำ ยกชูขึ้นตรงหน้ำ
พลำงกล่ำวด้วยสีหน้ำกระหยิ่มยิ้มย่อง
“ฮ่ำฮ่ำ เสี่ยวผูผู เสี่ยวเว่ยจื่อ เจ้ำสองคนโหวกเหวกโวยวำยอันใด พวก
เจ้ำอยู่ในสภำพนี้ก็ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องออกไปเที่ยวเล่นซุกซนก่อเรื่องปวด
เศียรเวียนเกล้ำให้เกอสักหลำยปี ข้ำรับประกันว่ำจะเคี่ยวเข็ญฝึกปรือพวก
เจ้ำอย่ำงถึงใจ เหมือนที่พวกเจ้ำเคยฝึกปรือข้ำในตอนนั้นเลยทีเดียว ฮ่ำฮ่ำ
ฮ่ำฮ่ำ”
“ที่แท้เป็นฝีมือเจ้ำ… …” เจ้ำหนูผูเยำที่ถูกหิ้วคอชี้หน้ำจั่วม่อ ปลำย
นิ้วสั่นระริก ขุ่นแค้นจนพูดไม่ออก
“ข้ำก็เอะใจอยู่แล้วเชียว … ….” เว่ยบ่นงึมง ำ สีหน้ำท่ำทีสงบเยือกเย็น
กว่ำผูเยำอยู่บ้ำง คล้ำยยอมรับชะตำกรรมแต่โดยดี
จั่วม่อไม่สนใจพวกมันอีก หันไปแย้มยิ้มให้คนรอบกำย ปรบมือพลำง
กล่ำวว่ำ “เอำละพี่น้องทั้งหลำย ช่วยสั่งสอนเจ้ำมังกรมำรยำททรำมตัวนั้น
ให้มันรู้เสียบ้ำง ว่ำก ำลังอำละวำดอยู่เบื้องหน้ำผู้ใด!”
เหวยเสิ้งแย้มยิ้มพลำงชักกระบี่ หลัวหลีหันไปสบตำกับหว่อหลี ยกมือ
ขึ้นแตะประสำนกันแนบแน่น จงหยูประนมมือสวดสรรเสริญพระพุทธคุณ
เขิงเหลียนเอ๋อร์ดวงตำกระจ่ำงดุจจันทรำ แต่ไม่ได้ขยับตัว เหล่ำโถวกลับเบ้
ปำก คล้ำยไม่คิดเปลืองแรงด้วย กลับตั้งหน้ำตั้งตำสวำปำมสุรำอำหำร
ตรงหน้ำอย่ำงออกรสออกชำติ หลันกำงร่มอย่ำงเฉิดฉำย มุมปำกยกยิ้มเย็น
ชำ กงซุนชำกับเปี๋ยหำนสบตำกันวูบ พำกันยักไหล่ หันกลับไปจิบน้ำชำต่อ
ที่นี้ไม่มีเรื่องของมนุษย์ธรรมดำเช่นพวกมัน
นกโง่กับสือผิ่นพุ่งลิ่วน ำหน้ำไปก่อนผู้ใด ส ำหรับนกโง่ ในโลกไม่มีสัตว์
ร้ำยตนใดสำมำรถอวดโอ่โอหังต่อหน้ำนำงได้! ส่วนสือผิ่นก็ขุ่นแค้นแน่นอก
สัตว์ร้ำยระดับสิบกลับกล้ำปรำกฏตัวต่อหน้ำมัน ผู้ซึ่งคำดหวังว่ำจะ
กลำยเป็นระดับสิบในสักวัน
หำที่ตำย!
ทำรกหมอกวิญญำณส่ำยหน้ำอย่ำงระอำใจ แม้จะติดตำมเข้ำร่วมวง
ด้วย แต่ยังคงใช้สำยตำเห็นอกเห็นใจมองดูเทพมังกรชะตำขำดตนนั้น
ล ำแสงหลำยสำยพุ่งวำบออกจำกเมืองหลวง ติดตำมนกโง่กับสือผิ่น
มุ่งเข้ำหำเทพมังกรบรรพกำลผู้น่ำครั่นคร้ำม
เสียงระเบิดดังสนั่นลั่นโลก ฟ้ำสะท้ำนแผ่นดินสะเทือน จนเหล่ำผู้มำ
ชมดูงำนวิวำห์ยังต้องวิ่งเข้ำไปในขบวนค่ำยกลคุ้มกัน หำที่หลบภัยกัน
จ้ำละหวั่น
เขิงเหลียนเอ๋อร์เหลือบตำมองอย่ำงเหยียดหยำม สั่งกำรให้หญิงรับใช้
ต้มน้ำชงชำเพิ่มเติม นั่งจิบน้ำชำชมดูอย่ำงสบำยใจ พลำงทอดถอนร ำพึง
ร ำพันว่ำ “รู้จักแต่ใช้ก ำลังต่อยตี ไฉนไม่เสพรับสุขสันติกันบ้ำง?”
“ข้ำก็ว่ำอย่ำงนั้น แต่ตัวป่ำเถื่อนเหล่ำนี้หำกไม่ให้พวกมันต่อยตี เกรง
ว่ำคงอับเฉำตำยสักวัน หรือไม่ก็หำเรื่องอำละวำดให้เป็นที่เดือดร้อน
ร ำคำญแก่พวกเรำเสียเปล่ำ ๆ” กงซุนชำกล่ำวอย่ำงยิ้มแย้ม
เปี๋ยหำนปั้นหน้ำเคร่งเครียดเย็นชำ แต่ยังคงจิบชำอย่ำงสบำยอำรมณ์
ด้วยเช่นกัน เขิงเหลียนเอ๋อร์ชม้ำยมองพวกมันแวบหนึ่ง กล่ำวไปก็น่ำ
ประหลำด นำงไม่เคยต่อว่ำพวกมันที่ถือวิสำสะนั่งร่วมโต๊ะกับนำง นี่จะ
อย่ำงไรเป็นบุคคลที่รสนิยมต้องกันสองคน
ทันใดนั้นเอง ปรำกฏคนผู้หนึ่งรุดเข้ำมำรำยงำน “ต้ำเหริน เศษเดน
ของคุนหลุนฉวยโอกำสก่อควำมวุ่นวำย!”
กงซุนชำยิ้มหวำนหยด แฝงเค้ำเอียงอำย “ฆ่ำให้หมดสิ้น!”
เขิงเหลียนเอ๋อร์กับเสียกงจู่เหลือกตำใส่มัน รำวกับคิดกล่ำวว่ำ ‘เจ้ำ
นั่นละที่ป่ำเถื่อนที่สุด!’
ในไม่ช้ำ เสียงค ำรำมสุดอหังกำรของมังกรทมิฬ ก็กลับกลำยเป็นเสียง
กรีดร้องโหยหวน
วันนั้นไม่ว่ำเผ่ำพันธุ์ใดในภพทั้งสำมล้วนได้ประจักษ์ชัดแก่สำยตำ
สิ่งมีชีวิตระดับสิบที่สมควรจะครอบครองฟ้ำดินกลับถูกทุบตีอย่ำงน่ำอนำถ
จนต้องร้องขอชีวิต มังกรทมิฬโลกันตร์เป็นสัตว์ร้ำยระดับสิบในต ำนำน
อย่ำงแน่นอน นี่ไม่มีสิ่งใดผิดพลำด หำกจะผิด ก็ผิดที่มันถือก ำเนิดผิดที่ผิด
เวลำไปเสียหน่อย เพรำะคนที่เบื้องหน้ำของมันนี้คือ…
รำชันสำมภพจั่วม่อ!