ตำนานจอมยุทธ์ภูตถังซาน ภาคการกลับมาของถังซาน - บทที่ 68
บทที่ 68 เนตรจิ้งจอกสวรรค์
เนตรจิ้งจอกสวรรค์? ถังซานใจเต้นเล็กน้อย ความสามารถนี้ฟังดูยิ่งใหญ่นัก!
ราชันย์ปีศาจจิ้งจอกสวรรค์ถึงขั้นเป็นหนึ่งในสองผู้พยากรณ์ของวิหารบรรพชนนั่นหมายความว่าเป็นผู้ที่อยู่ในจุดสูงสุดของมหาพิภพภูตปีศาจ ไม่คิดว่าตู๋ไป๋จะมีเทพอสูรสถิตร่างแบบนี้
หากข้าได้รับตราประทับนี้ เนตรจิ้งจอกสวรรค์กับเนตรทิพย์หยั่งรู้จะสามารถหลอมรวมกันได้หรือไม่นะ?
เนตรทิพย์หยั่งรู้มอบประโยชน์มากมายให้เขา ทั้งการเพิ่มพลังจิต การมองเห็นที่ดีขึ้น สามารถหยั่งรู้ความลับของธาตุ และยังสามารถหลีกเลี่ยงอันตรายได้ในระดับหนึ่ง ปัญหาเดียวคือเนตรทิพย์หยั่งรู้ยากที่จะยกระดับ เพราะมันเกิดจากการหลอมรวมความสามารถสองอย่างคือเนตรทิพย์หลิงซีและเนตรเหยี่ยว
เดิมที ถังซานคิดว่าในอนาคตต้องกลืนกินพลังสายเลือดของเหยี่ยวหัวขาวและกวางหลิงซีเพิ่มเติม จึงจะมีโอกาสพัฒนาเนตรทิพย์หยั่งรู้ต่อไปได้ แต่พอได้ยินเรื่องเนตรจิ้งจอกสวรรค์ ก็ทำให้เขารู้สึกแปลกใจ
ถ้าหากใช้เนตรทิพย์หยั่งรู้ไปหลอมรวมกับความสามารถด้านการมองเห็นของเทพอสูรสถิตร่างอื่น ๆ จะทำให้เนตรทิพย์หยั่งรู้เกิดการเปลี่ยนแปลงในขั้นต่อไปหรือไม่?
เนตรจิ้งจอกสวรรค์น่าจะเป็นหนึ่งในพรสวรรค์สายเลือดที่แข็งแกร่งที่สุดในด้านนี้ แน่นอนว่าเป็นตัวเลือกที่ดี!
“ท่านอาจารย์กวน ศิษย์พี่ตู๋ไป๋มีพลังอยู่ระดับใดหรือขอรับ?” ถังซานถามด้วยความสงสัย
กวนหลงเจียงตอบ “ระดับสาม จิ้งจอกสวรรค์ทุกตัว เมื่อเกิดมาจะอยู่ระดับหนึ่ง มีความอ่อนแอมาก อีกทั้งการสืบทอดสายเลือดจิ้งจอกสวรรค์ก็มีจำนวนน้อยมาก จึงได้รับความสำคัญอย่างยิ่ง
เท่าที่รู้ ตู๋ไป๋เป็นมนุษย์คนเดียวที่มีการสืบทอดจิ้งจอกสวรรค์สถิตร่าง เรื่องนี้ต้องเก็บเป็นความลับ ห้ามพูดถึงเด็ดขาดเมื่ออยู่ภายนอก”
ถังซานรีบพยักหน้า “เขาจะไม่เป็นอะไรใช่ไหมขอรับ?”
กวนหลงเจียงตอบ “ไม่เป็นไร พลังจิตของจิ้งจอกสวรรค์สถิตร่างมีความมั่นคงมาก ภายในนั้นจะเกิด…” พูดถึงตรงนี้เขาก็หยุดไป “เจ้าพักผ่อนก่อนเถอะ รอให้เขาดีขึ้น ข้าจะให้เขามาขอโทษเจ้า”
“ไม่ต้องหรอกขอรับ ข้าทำให้เขาบาดเจ็บ ข้าต่างหากที่ควรขอโทษ” ถังซานพูดอย่างเก้อเขิน
เขารู้สึกได้ว่าศิษย์คนอื่นมองเขาด้วยความประหลาดใจ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ใช่คนแรกที่ถูกตู๋ไป๋สอดส่อง แต่การที่ทำให้ตู๋ไป๋เสียเปรียบได้ เขาคงเป็นหนึ่งในไม่กี่คน
คณาจารย์และศิษย์ของโรงเรียนไถ่ถอนต่างแยกย้ายกันไป ถังซานรู้สึกโล่งอก เรื่องของตู๋ไป๋ทำให้การประเมินโรงเรียนไถ่ถอนของเขาเพิ่มขึ้นอีกมาก
จิ้งจอกสวรรค์สถิตร่างน่าจะเป็นสายเลือดระดับสูงสุดในเผ่าปีศาจทั้งหมด แม้ว่าสายเลือดของตู๋ไป๋จะไม่บริสุทธิ์พอที่จะเทียบกับปีศาจจิ้งจอกสวรรค์ตัวจริง แต่อาจารย์กวนก็บอกแล้วว่าเขาเป็นมนุษย์คนเดียวที่สืบทอดจิ้งจอกสวรรค์สถิตร่าง เพียงแค่นี้ก็เห็นแล้วว่าเขาสำคัญเพียงใด
คนที่มาเรียนที่โรงเรียนไถ่ถอนและได้รับการบ่มเพาะจากองค์กรไถ่ถอนคงไม่มีคนธรรมดาเลย! ศิษย์คนอื่น ๆ ก็ต้องมีพรสวรรค์ที่แข็งแกร่งแน่นอน หากพูดถึงแค่สายเลือด หมาป่าวายุสถิตร่างที่เขาแสดงออกมาคงอ่อนแอที่สุดในบรรดาทุกคน
ตู๋ไป๋ได้รับบาดเจ็บทางจิตวิญญาณ ปัญหาแรกที่ถังซานต้องเผชิญคือไม่มีคนพาไปซื้อของใช้แล้ว
ในตอนที่เขากำลังเตรียมจะพักผ่อน วางแผนจะนั่งสมาธิบนเตียงไม้คืนนี้ ประตูก็ถูกเคาะอีกครั้ง
“เชิญ” ถังซานลุกขึ้นยืน แล้วเดินออกมาจากห้องนอน
ประตูถูกผลักเปิด จากนั้นร่างเล็ก ๆ ก็เดินเข้ามา
นี่คือเด็กสาวที่ดูโตกว่าถังซานเล็กน้อย น่าจะอายุพอ ๆ กับเหม่ยกงจื่อ นางรวบผมหางม้าสูง ผิวขาวนวลอมชมพู ดวงตาสีฟ้าขนาดใหญ่ดูสวยงามมาก เวลายิ้มมีลักยิ้มเล็ก ๆ น่ารักที่แก้มทั้งสองข้าง
“สวัสดี” ถังซานทักทายก่อน
“สวัสดี ข้าชื่อเฉิงจื่อเฉิง มาพาเจ้าไปซื้อของใช้” เฉิงจื่อเฉิงพูดพร้อมรอยยิ้ม
“รบกวนท่านด้วย” ถังซานยิ้มตอบ
ท่านอาจารย์คิดรอบคอบจริง ๆ!
เฉิงจื่อเฉิงยิ้มแย้มพลางกล่าว “ไม่รบกวนหรอก ไม่รบกวนเลย ถือว่าเป็นการขอบคุณเจ้าก็แล้วกัน”
“ขอบคุณหรือ?” ถังซานงุนงงเล็กน้อย
เฉิงจื่อเฉิงพยักหน้าแล้วกล่าว “ใช่แล้ว! เจ้าตู๋ไป๋นั่นน่ารำคาญจะตาย อาศัยเนตรจิ้งจอกสวรรค์ของตัวเองคอยแอบมองคนอื่นไปทั่ว โดยเฉพาะชอบแอบดูพวกเราผู้หญิง ข้าอยากจะทำให้เขาตาบอดเสียจริง ฮึ!”
ถังซานรู้สึกได้ถึงจิตสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างนางอย่างชัดเจน อดที่จะถอนหายใจไม่ได้
สตรีนี่ช่างเป็นผู้ที่ไม่ควรไปล่วงเกินเสียจริง ไม่ว่าจะอายุเท่าใดก็เหมือนกันหมด
เฉิงจื่อเฉิงหัวเราะพลางกล่าว “คราวนี้ดีนัก เขาโดนเจ้าเล่นงานเข้าให้ ท่านอาจารย์บอกว่าเขาจะใช้เนตรจิ้งจอกสวรรค์ไม่ได้อย่างน้อยครึ่งเดือน สมน้ำหน้า!”
ถังซานยิ้มแห้ง ๆ “ข้าก็ไม่ได้ตั้งใจ อาการบาดเจ็บของเขาไม่รุนแรงใช่หรือไม่”
“ไม่เป็นไรหรอก เผ่าจิ้งจอกสวรรค์ได้ชื่อว่าเป็นบุตรแห่งโชคชะตา โชคดีมากเลยล่ะ ไม่ตายง่าย ๆ หรอก พวกเราก็แปลกใจที่เจ้าสามารถทำร้ายเขาได้ ปกติพวกเราก็อยากจะจัดการเขา แต่มักจะเจอเรื่องประหลาด ๆ เขาหนีรอดไปได้ทุกที และใครที่คิดจะเล่นงานเขา คนผู้นั้นก็มักจะโชคร้าย น่ารำคาญจริง ๆ!
เจ้าก็ต้องระวังนะ เจ้าทำร้ายเขาได้ ต้องระวังเรื่องโชคของตัวเองด้วย แต่ว่า… การที่เจ้าทำร้ายเขาได้ ก็แสดงว่าโชคของเจ้าคงจะดีไม่น้อยเลยทีเดียว”
ยังมีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือ? บุตรแห่งโชคชะตา?
โชคของตู๋ไป๋ไม่มีผลกับตัวเขา จุดนี้ถังซานพอจะเข้าใจได้ เพราะว่าเขาคือราชันเทพกลับชาติมาเกิด เรื่องโชคลางแบบนี้แทบจะไม่มีผลด้านลบกับเขาแล้ว การที่เขามาที่นี่ก็เป็นการฝืนลิขิตสวรรค์อยู่แล้ว การที่สามารถกลับมาเกิดใหม่ในโลกนี้พร้อมความทรงจำ คู่ต่อสู้ที่แท้จริงของเขาคือเจ้าแห่งภพนี้ อย่าว่าแต่โชคของตู๋ไป๋เลย แม้แต่โชคของราชันย์จิ้งจอกปีศาจ ก็คงไม่มีผลกระทบต่อเขา
“ไปกันเถอะ ข้าจะพาเจ้าไป” เฉิงจื่อเฉิงโบกมือเรียกแล้วหมุนตัวเดินออกไป
ถังซานเดินตามเฉิงจื่อเฉิงออกจากโรงเรียนไถ่ถอนตามเส้นทางเดิมที่จางเฮ่าเซวียนเคยพามาก่อนหน้านี้ มุ่งหน้าไปยังเมืองเล็กของสถาบันเจียหลี่
“พวกเราจะไปซื้อของที่ไหนหรือ?” ถังซานถาม
เฉิงจื่อเฉิงตอบ “ของใช้ทั่วไปในเมืองเล็กของพวกเราก็มี ถ้าเป็นของพิเศษหรือของมีค่า ก็ต้องเข้ามหานคร แต่เจ้าคงไม่ต้องไปถึงที่นั่นหรอก”
ถังซานคิดในใจ
แต่ข้าอยากเข้าไปในมหานครนี่! อยากไปใจกลางมหานครด้วย ข้าอยากดื่มชานม!!!
แต่เนื่องจากเขาเพิ่งมาถึงที่นี่ ควรทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมก่อน เขาจึงยังไม่รีบเข้ามหานคร
“อืม” ถังซานพยักหน้ารับ
เฉิงจื่อเฉิงกล่าว “ท่านอาจารย์กวนบอกให้ข้าแนะนำเมืองเล็กของสถาบันเจียหลี่ให้เจ้ารู้จัก เมืองของพวกเรามีประมาณหนึ่งพันแปดร้อยครัวเรือน ประชากรราวห้าถึงหกพันคน ในหมู่เผ่ามนุษย์ที่เป็นบริวารของพวกเรา ถือว่าใหญ่พอสมควร ล้วนเป็นบริวารจากตระกูลใหญ่ต่าง ๆ ในมหานครเจียหลี่ ที่มารวมตัวกันที่นี่ก็เพื่อรับใช้สถาบันเจียหลี่เป็นหลัก เจ้ารู้เรื่องนี้หรือไม่”
ถังซานตอบ “ท่านเจ้าเมืองเคยเล่าให้ข้าฟังแล้ว”
เฉิงจื่อเฉิงกล่าว “เมืองเล็กมีหน้าที่หลักคือจัดหาสิ่งของที่จำเป็นในชีวิตประจำวันให้สถาบันเจียหลี่ บางครั้งก็ต้องช่วยศิษย์เผ่าปีศาจของสถาบันเจียหลี่ฝึกฝน ดังนั้นพวกเราจึงมีกลุ่มคู่ซ้อมของสถาบันโดยเฉพาะ”
“กลุ่มคู่ซ้อมของสถาบัน? นั่นคืออะไร?” ถังซานถามอย่างประหลาดใจ
เฉิงจื่อเฉิงตอบ “ก็อย่างที่ชื่อบอกนั่นแหละ เป็นคู่ซ้อมให้พวกปีศาจพวกนั้น การเป็นคู่ซ้อมก็จะได้รายได้บ้าง เป็นรายได้หลักอย่างหนึ่งของเมือง การรับใช้ด้านอื่น ๆ ให้สถาบันก็มีรายได้บ้าง เมืองเล็กของสถาบันทั้งหมดดำรงอยู่ได้เพราะสถาบันเจียหลี่”
“การเป็นคู่ซ้อมจะมีอันตรายหรือไม่?” ถังซานถาม
เฉิงจื่อเฉิงตอบ “โดยทั่วไปก็ไม่มีหรอก แต่ก็มีอุบัติเหตุบ้างนิดหน่อย ศิษย์สถาบันเจียหลี่ไม่ได้เป็นศัตรูกับพวกเราบริวารมนุษย์ อีกอย่าง การที่พวกเราเป็นคู่ซ้อมให้พวกมัน ก็เป็นการช่วยพวกมันยกระดับพลัง”
ถังซานพยักหน้าแล้วกล่าว “ฟังดูแล้ว ท่านดูจะมีความประทับใจที่ดีกับสถาบันเจียหลี่นะ?”
เฉิงจื่อเฉิงมองเขาแวบหนึ่งแล้วกล่าว “ต่อไปเจ้าก็จะรู้เอง คุยเรื่องเมืองเล็กกันต่อดีกว่า”