ตำนานจอมยุทธ์ภูตถังซาน ภาคการกลับมาของถังซาน - บทที่ 53
บทที่ 53 ฆ่า!
ภายในเมืองหมาป่าวายุ
หลังจากกินอาหารเย็นเสร็จ ถังซานก็ถูกหวังเหยียนเฟิงเรียกขึ้นไปชั้นบน วันนี้เป็นวันที่พวกเขานัดพบกับชายหน้ากากพยัคฆ์
ในขณะนั้นเอง ถังซานก็รู้สึกวูบวาบในทรวงอย่างฉับพลัน ตราประทับของเสือดาววัชระในร่างกายร้อนขึ้น ทำให้เลือดในกายของเขาเดือดพล่านราวกับถูกต้ม เขารีบใช้พลังเสวียนเทียนกดข่มความวุ่นวายของตราประทับนี้เอาไว้ แม้จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็พอเดาได้ว่าตระกูลเสือดาววัชระคงมาถึงแล้ว
นอกเมือง!
แสงสีเหลืองบนร่างของส่านหลิงค่อย ๆ จางหายไป เมื่อมันลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาทั้งคู่ก็เต็มไปด้วยประกายอำมหิตสีแดงฉาน
“ที่นี่แหละ ข้ารู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของคนในตระกูลเรา ถึงจะเป็นกลิ่นอายจาง ๆ แต่ก็มีตัวตนอยู่จริง ๆ
บัดซบ! ต้องเป็นที่นี่แน่ ตามข้ามา หาให้ทั่ว ผู้ใดขัดขวางฆ่าไม่ต้องไว้หน้า!” ส่านหลิงตะโกนก้อง ร่างพุ่งตรงไปยังเมืองหมาป่าวายุ
เสือดาววัชระที่อยู่เบื้องหลังต่างส่งเสียงคำรามต่ำ ๆ ตามหลังมันไป พุ่งทะยานราวสายฟ้าไปยังเมืองหมาป่าวายุ
การป้องกันของเมืองหมาป่าวายุค่อนข้างหละหลวม เพราะบริเวณโดยรอบล้วนเป็นป่าไม้กว้างใหญ่ เมืองของตระกูลเสือดาววัชระที่ใกล้ที่สุดก็อยู่ห่างออกไปเป็นร้อยลี้ ปกติจึงแทบไม่มีอะไรให้ต้องเฝ้าระวังเลย
แต่เมื่อเสียงคำรามของส่านหลิงดังขึ้น ดวงตาขุ่นมัวของมหาปุโรหิตเมืองหมาป่าวายุที่กำลังเตรียมอาหารเย็นอยู่ในที่พักของตนก็แข็งค้างทันที
นางรีบยกมือขึ้น ลมพายุพลันโหมกระหน่ำ พัดบริวารมนุษย์ที่กำลังปรนนิบัตินางปลิวกระเด็น ในขณะเดียวกัน ไม้เท้าเรียวยาวก็พุ่งออกมาจากห้องด้านใน ตกลงมาอยู่ในมือของนางพอดี
นางชูไม้เท้าขึ้นสูง แสงสีฟ้าพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าทันที เสียงหมาป่าแหบแห้งดังออกมาจากปากของนาง
แสงสีฟ้าโอบล้อมร่างกายของนาง พาร่างของนางค่อย ๆ ลอยขึ้นไปกลางเวหา
ขณะนี้ส่านหลิงได้พุ่งมาถึงหน้าเมืองหมาป่าวายุแล้ว เมืองนี้ไม่มีกำแพงล้อมรอบ ด้วยความเร็วเหนือสามัญของมัน มันจึงพุ่งตรงเข้าไปตามทิศทางที่สัมผัสสายเลือดได้เมื่อครู่
ทันใดนั้น มันก็เจอหมาป่าวายุระดับสามตัวหนึ่งเข้าพอดี
หมาป่าวายุเห็นเงาร่างพุ่งเข้ามา กำลังจะส่งเสียงคำรามตามสัญชาตญาณ แต่ยังไม่ทันได้เห็นหน้าอีกฝ่ายอย่างชัดเจน ความเจ็บปวดก็เล่มปราดเข้ามาที่ลำคอ เสียงคำรามถูกขัดจังหวะ ร่างกำยำค่อย ๆ ทรุดลง
ในขณะเดียวกัน ส่านหลิงก็เห็นแสงสีฟ้าที่พุ่งขึ้นสู่ท้องนภา มันส่งเสียงคำราม กระโดดพรวดขึ้น แสงสีเหลืองบนร่างสว่างจ้า ขนบนร่างแผ่รัศมีสีเหลืองเหมือนที่เคยปรากฏมาก่อน
เสือดาววัชระที่ตามหลังมันเข้ามาในเมืองหมาป่าวายุต่างรู้สึกถึงสายเลือดที่เดือดพล่าน พลังเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
นี่คือลักษณะพิเศษของเผ่าปีศาจ เมื่อมีผู้แข็งแกร่งนำพาเผ่าพันธุ์เดียวกันออกรบ สายเลือดของผู้แข็งแกร่งจะเพิ่มพลังให้เผ่าพันธุ์เดียวกัน ทำให้พวกมันแสดงพลังในการต่อสู้ได้มากขึ้น
ส่านหลิงเห็นมหาปุโรหิตเมืองหมาป่าวายุที่ลอยขึ้นไปในระยะไกล มันจึงกระโดดข้ามหลังคาบ้านเรือน พุ่งตรงไปทางมหาปุโรหิตผู้นั้น ตามคำกล่าวที่ว่าจับโจรต้องจับหัวหน้าก่อน หมาป่าเฒ่าที่ส่งสัญญาณเตือนจากกลางเมืองและมีพลังไม่อ่อนด้อยผู้นี้ ชัดเจนว่าเป็นเสาหลักของเมือง
มหาปุโรหิตเมืองหมาป่าวายุที่กำลังลอยขึ้นกลางเวหาช้า ๆ มองเห็นร่างที่กระโดดพุ่งมาแต่ไกล แม้นางจะแก่ชราแล้ว แต่สายตาก็ยังมองเห็นได้ชัดเจน จำแนกได้ทันทีว่าเป็นเสือดาววัชระ เมื่อรู้ลักษณะพิเศษของอีกฝ่าย นางก็อดรู้สึกหนักอึ้งในใจไม่ได้ เสือดาววัชระกับหมาป่าวายุเป็นศัตรูกันมาตลอด
แต่ตามกฎของเผ่าปีศาจ แม้จะมีความขัดแย้งกันบ้าง แต่ก็ไม่ควรรุกล้ำอาณาเขตของกันและกัน นี่เป็นสิ่งที่ราชสำนักไม่อนุญาต
แต่อีกฝ่ายก็มาแล้ว และดูเหมือนจะไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ทั้งยังมีพลังที่แข็งแกร่งมาก จะไม่ให้มหาปุโรหิตเมืองหมาป่าวายุตกใจได้เยี่ยงไร
“เหตุใดจึงบุกรุกเมืองของข้า!” มหาปุโรหิตหมาป่าวายุตวาดลั่น
ทว่าส่านหลิงกลับไม่มีทีท่าจะเสวนาด้วย มันคำรามด้วยความโกรธแค้น แล้วพุ่งเข้าจู่โจมมหาปุโรหิตหมาป่าวายุทันที
ร่างของมันหายวับไปในพริบตาที่กระโจนเข้าไป ในขณะเดียวกันนั้น มหาปุโรหิตหมาป่าวายุพลันขนลุกชูชันไปทั้งตัว นั่นเป็นลางบอกเหตุถึงวิกฤตแห่งชีวิต
มหาปุโรหิตไม่ลังเลแม้แต่น้อย ไม้เท้าในมือพลันเปล่งแสง จากนั้นร่างของนางก็ถูกแสงสีฟ้าห่อหุ้มไว้
บัดนั้น ร่างสีเหลืองทองก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าหมาป่าวายุเฒ่า ตวัดกรงเล็บพุ่งเข้าจู่โจม
แต่ในขณะเดียวกัน แสงสีฟ้าก็พุ่งออกมาพร้อมพายุหมุนอันรุนแรง บังคับให้ร่างของส่านหลิงเบี่ยงไปด้านข้าง
ร่างที่เคยผอมแห้งของมหาปุโรหิตเริ่มพองขึ้น “ท่านบรรพชน! โปรดประทานพร!” นางคำรามเสียงแหลม ทันใดนั้น แสงสีฟ้าบนร่างก็พุ่งสูงถึงขีดสุด แสงสีฟ้านวลเริ่มเปลี่ยนเป็นสีฟ้าเข้ม
แม้แต่ท้องนภาในยามนี้ก็ราวกับถูกแสงสีฟ้าส่องสว่าง ท่ามกลางความมืดสลัว สามารถมองเห็นภาพเงาของหัวหมาป่าขนาดใหญ่กำลังส่องแสงอยู่บนท้องนภา
ส่านหลิงพลาดเป้า ร่อนลงบนหลังคาบ้านหลังหนึ่ง มองมหาปุโรหิตที่พลังเพิ่มพูนขึ้นพร้อมเสียงคำรามเมื่อครู่ ดวงตาฉายแววประหลาดใจ
“กลับคืนสู่บรรพชน? เป็นนักบวชหรือ เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้กลับมีนักบวชอยู่ด้วย มิน่าล่ะถึงกล้าลงมือกับตระกูลข้า” มันไม่ได้หวาดกลัวต่อพลังที่เพิ่มขึ้นของมหาปุโรหิต กลับยิ่งโกรธแค้นมากขึ้น
ในตอนนั้นเอง เสียงหอนยาวของหมาป่าวายุก็ดังขึ้น “บรู๊ว!!!”
ร่างใหญ่โตทะมึนพุ่งออกมา มาอยู่ข้างกายมหาปุโรหิต
นั่นคือเจ้าเมืองหมาป่าวายุนั่นเอง
ตอนนี้ มันดูเหมือนได้รับผลจากเสียงเรียกของมหาปุโรหิตเมื่อครู่ ร่างพองใหญ่ถึงหนึ่งจั้งสามฉื่อ กล้ามเนื้อทุกมัดขยายตัว ดูน่าเกรงขาม
มันหมอบลงตรงหน้ามหาปุโรหิต ร่างกายยิ่งหวนคืนสู่รากเหง้ามากขึ้น
มหาปุโรหิตลอยตัวขึ้นไปอยู่บนหลังเจ้าเมืองหมาป่าวายุ ทั้งสองกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน พลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนทะลุระดับหกไปแล้ว
ในขณะนั้นเอง ฝูงเสือดาววัชระก็บุกเข้ามาในเมือง พวกมันไม่ได้แค่ค้นหา เมื่อเจอหมาป่าวายุก็ลงมือโดยไม่ลังเล ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันอย่างดุเดือด
แม้ประชากรหมาป่าวายุในเมืองหมาป่าวายุจะมีไม่น้อย แต่ผู้แข็งแกร่งจริง ๆ กลับมีไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นคนชรา เด็ก และสตรี ขณะที่เสือดาววัชระร้อยกว่าตัวที่มาครั้งนี้ล้วนเป็นชายฉกรรจ์ ในศึกครั้งนี้ หมาป่าวายุที่ไม่ทันตั้งตัวจึงเพลี่ยงพล้ำอย่างรวดเร็วและถูกทิ้งเป็นศพไว้เกลื่อนพื้น
ดวงตาสีฟ้าเข้มของมหาปุโรหิตฉายแววดุร้าย จ้องส่านหลิงเขม็ง “เพราะเหตุใด? เหตุใดจึงโจมตีเมืองของข้า เจ้ารู้หรือไม่ การบุกรุกอาณาเขตเผ่าอื่นโดยพลการนั้น เป็นข้อห้ามของบรรพชน?”
“บุกรุกโดยพลการ? คนตระกูลเจ้าลักพาตัวทายาทตระกูลข้าไป เจ้ายังมีหน้ามาถามข้าอีก?” ดวงตาของส่านหลิงฉายแววอำมหิต พลังบนร่างพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชัดเจนว่าสายเลือดกำลังถูกกระตุ้นเต็มที่
“ลักพาตัวทายาทของตระกูลเจ้า?” มหาปุโรหิตหมาป่าวายุชะงักไป ก้มมองไปที่เจ้าเมืองหมาป่าวายุใต้ร่าง
การลักพาตัวทายาทของเผ่าอื่นเป็นข้อห้ามใหญ่ในเผ่าปีศาจ ตระกูลหมาป่าวายุและตระกูลเสือดาววัชระเคยมีปัญหาเช่นนี้มาก่อน ความบาดหมางครั้งแรกก็เกิดจากเรื่องนี้
เนื้อหมาป่าไม่อร่อย ไม่มีผู้ใดอยากกิน เสือดาววัชระก็เช่นกัน แต่แปลกที่ลูกปีศาจเสือดาวมีพลังพิเศษ หากกินลูกปีศาจเสือดาววัยเยาว์ ไม่ว่าจะเป็นปีศาจเสือดาวตระกูลใด สำหรับเผ่าปีศาจต่าง ๆ ล้วนเป็นยาบำรุง ช่วยเพิ่มพลังสายเลือด และกระตุ้นวิวัฒนาการของสายเลือด
ดังนั้น การล่าทายาทของเผ่าปีศาจเสือดาวจึงเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง เผ่าปีศาจเสือดาวเกลียดชังเรื่องนี้มาก นอกจากจะปกป้องทายาทเผ่าตนเต็มที่แล้ว พวกมันยังตอบโต้เผ่าที่กล้ามาล่าทายาทของพวกมันอย่างเต็มกำลัง เคยเกิดสงครามใหญ่หลายครั้ง ตระกูลต่าง ๆ ในเผ่าปีศาจเสือดาวจึงสามัคคีกันเป็นพิเศษ
จนกระทั่งภายหลัง บรรพชนเผ่าปีศาจประกาศห้ามล่าทายาทของเผ่าปีศาจเสือดาวอย่างเด็ดขาด มิฉะนั้นเผ่าปีศาจเสือดาวมีสิทธิ์ที่จะโต้กลับด้วยการสังหาร และบรรพชนปีศาจจะลงโทษเผ่านั้น
ดังนั้น การล่าทายาทปีศาจเสือดาวจึงเป็นข้อห้ามใหญ่!