ตำนานจอมยุทธ์ภูตถังซาน ภาคการกลับมาของถังซาน - บทที่ 111
บทที่ 111 ค้อนวายุสะบั้นปั่นป่วนปรากฏอีกครั้ง
“เสี่ยวถัง ขอบใจเจ้ามาก” กู้หลี่พยักหน้าอย่างจริงจัง
ถังซานยิ้มพลางกล่าว “ไม่ต้องขอบคุณหรอก นี่เป็นเพียงความคิดของข้า ข้าก็ฝึกฝนเช่นนี้เหมือนกัน ดังนั้นพลังจิตของข้าจึงยังพอใช้ได้”
ทุกคนไม่มีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับพลังจิตของถังซาน การที่เขาสามารถควบคุมคมมีดวายุได้ถึงระดับนั้น ย่อมต้องมีพลังจิตที่แข็งแกร่งเพียงพอ
ถังซานกล่าว “เอาล่ะ ต่อไปข้าจะบอกวิธีเอาชนะศิษย์พี่จางเจ๋อปินให้ท่าน”
“หา?” กู้หลี่ชะงักไป เขาคิดว่าวิธีฝึกพลังจิตที่พูดถึงก่อนหน้านี้คือสิ่งที่ถังซานจะสอนเขา
ถังซานไม่สนใจความประหลาดใจของเขา แต่เดินลงไปตามเนินเขา ไม่นานก็กลับมาพร้อมเถาวัลย์เส้นหนึ่งและก้อนหินแข็งก้อนหนึ่ง
“จะทำอะไรน่ะ?” ทั้งสี่คนต่างสงสัย
ถังซานไม่อธิบาย แต่นั่งยอง ๆ ลงกับพื้น ใช้เถาวัลย์พันก้อนหินเข้าด้วยกัน ไม่นานก็มัดก้อนหินสิบก้อนเข้าด้วยกันอย่างแน่นหนา โดยเหลือความยาวเถาวัลย์ประมาณหกฉื่อ
ถังซานพยักหน้าให้ทั้งสี่คน “พวกท่านถอยห่างออกไปหน่อย ศิษย์พี่กู้หลี่ต้องสังเกตการเคลื่อนไหวของข้า รวมถึงเส้นทางและการเปลี่ยนแปลงของก้อนหิน”
“ได้” กู้หลี่พยักหน้า แล้วถอยไปด้านข้างพร้อมกับอู๋ปิงจี้และตู๋ไป๋
ถังซานชั่งน้ำหนักก้อนหิน ดวงตาฉายแววหวนรำลึก แล้วเริ่มเคลื่อนไหวในทันที
เขายกเถาวัลย์ในมือขึ้น ก้อนหินลอยขึ้นจากพื้น มือขวาดึงและกระตุก ก้อนหินก็พุ่งไปด้านข้าง จากนั้นถังซานก็หมุนตัวครึ่งรอบ ใช้ร่างกายนำเถาวัลย์ เถาวัลย์นำก้อนหิน ก้อนหินส่งเสียงหวีดหวิว หมุนครบหนึ่งรอบ แล้วฟาดลงบนพื้นอย่างแรง ส่งเสียง “ตูม” ดังก้อง
วันนี้พวกเขาเลือกเนินดิน พื้นเป็นดิน จึงถูกกระแทกเป็นหลุมตื้น ๆ ส่วนก้อนหินก็กระดอนขึ้น
ถังซานไม่หยุดการเคลื่อนไหว อาศัยแรงของก้อนหินที่กระดอนขึ้น หมุนตัวอีกครั้ง ความเร็วของก้อนหินเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อหมุนร่างกลับมาอีกครั้ง ก้อนหินก็ฟาดลงบนพื้นอีกครั้งอย่างรุนแรง
ตูม!
เสียงครั้งนี้ดังกว่าครั้งก่อนชัดเจน
ก้อนหินกระดอนเร็วขึ้น ถังซานไม่หยุดชะงัก ก้อนหินถูกเหวี่ยงขึ้นอีกครั้ง เสียงหวีดหวิวรุนแรงขึ้นอีกหลายส่วน แล้วกระแทกลงอีกครั้ง
แรงสะท้อนของก้อนหิน และความเร็วการหมุนตัวของถังซานความ ทำให้เร็วของก้อนหินในอากาศเริ่มเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ตามการหมุนรอบแล้วรอบเล่าของเขา
เสียงกัมปนาทดังต่อเนื่อง หลุมบนพื้นขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ แม้แต่พื้นโดยรอบก็เริ่มมีรอยแตก ทั้งเนินเขาสั่นสะเทือน
ถังซานค่อย ๆ หมุนเร็วขึ้นจนเหมือนลูกข่าง แต่สิ่งที่น่าประหลาดคือ ก้อนหินกลับตกลงที่จุดเดิมอย่างแม่นยำทุกครั้งพร้อมเสียงกัมปนาทรุนแรง เสียงหวีดหวิวน่าสะพรึงกลัวจากการพุ่งของก้อนหินทำให้ทั้งสี่คนเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง
พวกเขารู้สึกได้ว่านี่ไม่ใช่แค่การฟาดก้อนหินลงพื้นธรรมดา แต่ละครั้งที่กระทบจะแรงกว่าครั้งก่อน ความเร็วการหมุนก็เร็วขึ้น แต่จุดที่ก้อนหินตกยังแม่นยำเหมือนเดิม
การใช้แรง! อู๋ปิงจี้สรุปส่วนสำคัญที่สุดของเคล็ดนี้ในใจ
ถังซานมีวิชามากมายขนาดนี้ได้อย่างไร! นี่คือความคิดในใจของตู๋ไป๋
เฉิงจื่อเฉิงโบกมือน้อย ๆ แต่นางพบว่าเคล็ดนี้ดูเหมือนจะใช้ได้ไม่ง่ายนัก
ควรจะใช้อย่างไรดี? ใช้ปีกแทนได้หรือไม่? ปีกของพญาอินทรีไม่ได้ใช้แค่บินเท่านั้น แต่ยังใช้เป็นอาวุธได้ด้วย ปีกทอง… ย่อมแข็งแกร่งอย่างไร้เทียมทานอยู่แล้ว
ตอนนี้กู้หลี่เข้าใจแล้วว่าเหตุใดถังซานถึงต้องปิดบังเช่นนี้ ก้อนหินที่กระเด็นไปมานั้น มิได้เหมือนกับหางจระเข้ของข้าหลังจากปลดปล่อยกาลเวลาสถิตร่างหรอกหรือ? ปลายหางของข้าก็เป็นเหมือนค้อนหนัก เป็นวิธีโจมตีหลักของข้า
พวกเขาไม่มีใครนับได้ว่าถังซานหมุนตัวไปกี่รอบ ทันใดนั้น ก้อนหินและเถาวัลย์ในมือของถังซานก็หลุดลอยออกไป ก้อนหินพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามราตรีพร้อมเสียงหวีดแหลม ภายใต้สายตาของพวกเขา มันลอยไปไกลมากกว่าสามสิบจั้ง ก่อนจะตกลงกลางป่า
ร่างของถังซานหมุนเหมือนลูกข่างอีกสิบกว่ารอบก่อนจะทรงตัวได้ เมื่อเขายืนนิ่งอีกครั้ง หน้าอกก็กระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง ใบหน้าแดงก่ำ
สามสิบหก ได้แค่สามสิบหกครั้งเท่านั้น แขนทั้งสองข้างของถังซานตอนนี้ชาไปหมด ด้วยร่างกายวัยเก้าขวบของเขาตอนนี้ ก็ทำได้แค่สามสิบหกครั้งอย่างยากลำบาก
ถูกต้อง นี่คือวิถีค้อน หนึ่งในไม้ตายของเขาในชาติก่อน มีชื่อว่า ‘ค้อนวายุสะบั้นปั่นป่วน’ ใช้แรงส่งแรง แต่ละครั้งจะหนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อถึงช่วงหลังพลังจะน่าสะพรึงกลัวมาก สามารถซ้อนทับพลังสูงสุดได้ถึงแปดสิบเอ็ดครั้ง
ชาตินี้เขาไม่ได้ใช้ค้อน แต่ยังจำวิถีค้อนได้อย่างแม่นยำ วันนั้นหลังจากที่เขาดูการต่อสู้ระหว่างกู้หลี่กับจางเจ๋อปิน ก็รู้สึกว่าวิถีค้อนนี้เหมาะกับกู้หลี่มาก
พื้นดินตรงหน้าถังซานถูกกระแทกเป็นหลุมใหญ่ ทุกคนเข้ามามุงดูหลุมนั้นและรอยแตกที่กระจายออกไปรอบ ๆ สีหน้าทุกคนต่างตื่นตะลึง
ถังซานหันไปทางกู้หลี่ แล้วกล่าวว่า “ศิษย์พี่กู้หลี่”
กู้หลี่รีบขัดขึ้นว่า “ต่อไปเจ้าไม่ต้องเรียกข้าว่าศิษย์พี่แล้ว ตอนนี้ข้าถึงเข้าใจความหมายที่ศิษย์พี่ใหญ่พูดว่าผู้รู้คือครู เจ้าเรียกข้าว่ากู้หลี่ก็พอ เจ้าต่างหากที่ควรเป็นศิษย์พี่ของข้า ขอบคุณเจ้ามาก” เขาเฉลียวฉลาด แน่นอนว่าเขาเข้าใจว่าสิ่งที่ถังซานแสดงให้ดูเมื่อครู่สำคัญกับตนเองมากเพียงใด
กาลเวลาสถิตร่างของกู้หลี่สามารถควบคุมคู่ต่อสู้ได้ เป็นความสามารถที่ควบคุมได้แข็งแกร่งที่สุดในโรงเรียนไถ่ถอน สิ่งที่เขาขาดคือวิธีการโจมตี
การแปลงกายเป็นจระเข้กาลเวลา ทำให้ร่างกายของเขามีพลังป้องกันสูง พละกำลังก็ติดอันดับต้น ๆ แต่วิธีโจมตีมีแค่การฟาดหางอย่างง่าย ๆ เมื่อเจอคู่ต่อสู้ที่มีพลังป้องกันสูงเช่นกัน เขาก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ประลองความอึดกับอีกฝ่าย หากอีกฝ่ายมีระดับพลังสูงกว่า อึดกว่าเขา เขาก็ต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน การใช้กาลเวลาสถิตร่างสิ้นเปลืองพลังมากกว่าการใช้เทพอสูรสถิตร่างทั่วไปมาก ดังนั้นกู้หลี่จึงกลัวคู่ต่อสู้ที่มีพลังป้องกันสูงที่สุด
และวิชาที่ถังซานแสดงนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสามารถช่วยยกระดับพลังโจมตีและพลังระเบิดของเขาได้ หากกาลเวลาสถิตร่างผสานกับวิชานี้ พลังโจมตีของเขาจะสร้างความเสียหายมหาศาล กู้หลี่แทบจินตนาการไม่ออกว่าพลังของตนจะเพิ่มขึ้นถึงระดับใด
กาลเวลาสถิตร่างควบคุมคู่ต่อสู้อย่างแข็งแกร่ง แล้วใช้หางค้อนทุบอย่างต่อเนื่อง เมื่อซ้อนทับพลังขึ้นไป แต่ละครั้งจะรุนแรงกว่าครั้งก่อน นี่เป็นกลยุทธ์ที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ! เติมเต็มจุดอ่อนด้านพลังโจมตีที่เขาขาดไปได้อย่างดีเยี่ยม
ถังซานยิ้มน้อย ๆ แล้วกล่าวว่า “นี่เป็นสิ่งที่ข้าคิดค้นขึ้นมาโดยบังเอิญ ใช้แรงส่งแรง ซ้อนทับพลัง ข้าเรียกมันว่าวิชาค้อนวายุสะบั้นปั่นป่วน”
กู้หลี่โค้งคำนับถังซานอย่างจริงจัง “ขอเจ้าชี้แนะข้าด้วย”
ถังซานไม่เกรงใจ รับคำนับของเขา จากนั้นก็เริ่มอธิบายเคล็ดของวิชาค้อนวายุสะบั้นปั่นป่วนอย่างละเอียด เขาไม่ได้ปิดบังคนอื่น อู๋ปิงจี้ ตู๋ไป๋ และเฉิงจื่อเฉิงต่างก็ยืนฟังอยู่ข้าง ๆ ทำให้ทุกคนลืมเรื่องพักผ่อนไปชั่วขณะ
กู้หลี่ปลดปล่อยกาลเวลาสถิตร่าง สะบัดหางยาว หมุนตัวครั้งแล้วครั้งเล่า ฟาดหางค้อนซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะเขาใช้ร่างกายนำหาง ยามใช้วิชาค้อนวายุสะบั้นปั่นป่วนจึงผิดเพี้ยนไป ถังซานจึงปรับแต่งให้เหมาะกับสภาพร่างกายของเขาทีละส่วน
กระทั่งดึกดื่น กู้หลี่ก็สามารถฟาดหางติดต่อกันได้สามถึงสี่ครั้งแล้ว