พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 272 ค่ายกลกงล้อปรากฏขึ้นอีกครั้ง
บทที่ 272 ค่ายกลกงล้อปรากฏขึ้นอีกครั้ง
ตระกูลหนึ่งมีความสุข อีกตระกูลหนึ่งกลัดกลุ้ม เมื่อเทียบกับความตื่นเต้นของอ้วนเสี้ยว พระเจ้าเลนเต้ไม่ได้รื่นเริงขนาดนั้น ถึงขนาดสีหน้ามืดมนทีเดียว
หรือเล่าเจี้ยงลอบติดต่อกับโฮจิ๋น
หรือเราไว้ใจเล่าเจี้ยงไม่ได้จริง ๆ
ความคิดนี้ผุดพรายอยู่ในหัวฝ่าบาทโดยไม่รู้ตัว เมื่อมันกลายเป็นเหมือนอย่างที่เขาคิดจริง ๆ ถึงตอนนั้นทั้งลกเอี๋ยงก็จะกลายเป็นของโฮจิ๋น!
ราชองครักษ์สองหมื่นนาย กองทัพอุทยานประจิมหนึ่งหมื่นหกพันนาย บวกกองกำลังของจวนแม่ทัพหลังเล่าเจี้ยงอีกหนึ่งหมื่นนาย นี่จะกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายในการข่มขวัญพระเจ้าเลนเต้!
พระองค์อดทอดพระเนตรมองหน้าเล่าเจี้ยงไม่ได้ อยากดูว่าราชบุตรเขยที่ไว้วางใจผู้นี้ทรยศเขาจริงหรือไม่ เมื่อนึกมาถึงตรงนี้ พระเจ้าเลนเต้พลันสะท้านไปถึงสันหลัง ยามนี้เป็นฤดูหนาวที่ลมหวนพัดเย็นจนถึงกระดูก ฝ่าบาทสวมอาภรณ์หลายชั้นมาก ทว่าหัวใจยังคงหนาวเหน็บ
เล่าเจี้ยงไม่ได้มองพระเจ้าเลนเต้ เพียงแต่พ่นประโยคหนึ่งออกมาอย่างราบเรียบ
“ฝ่าบาท สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร ผลแพ้ชนะยังไม่ปรากฏ โปรดเฝ้าดูเงียบ ๆ เถิดพ่ะย่ะค่ะ”
พระเจ้าเลนเต้มีคำกล่าวมากมายที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ย ทำได้เพียงมองสนามรบอีกครั้งด้วยความอดทนทั้งหมดที่มี ทว่าพริบตานั้น พลันเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้น
ไทสูจู้กำลังสังเกตระยะห่างของทหารม้าโฮเบี้ยว เขากำลังรอโอกาส! ครั้นระยะห่างของทหารม้าอยู่ภายในขอบเขตสามร้อยก้าว
“ทหารทั้งหมด ยิง!”
ไทสูจู้แผดเสียงคำราม ทหารม้าทั้งห้าร้อยคนหยิบเกาทัณฑ์ขึ้นมาทันที
จากการง้างคันศรจรดยิง แทบจะเป็นการปล่อยเกาทัณฑ์ออกมาพร้อมกันห้าร้อยลูก!
หากเพ่งมองการจัดกระบวนทัพของทหารม้าห้าร้อยนายนี้ดี ๆ จะพบว่าแม้จะมีเกาทัณฑ์ แต่ไม่มีซองใส่ลูกศร กล่าวอีกนัยหนึ่งคือพวกเขานำลูกศรมาเพียงดอกเดียวเท่านั้น
เกาทัณฑ์ห้าร้อยลูกเดิมไม่นับว่ามากอะไร ทว่าเนื่องจากขบวนทัพเบาบางของกองทหารม้าหัวหอก ทันทีที่ยิงออกไปกลับมีอานุภาพดั่งลูกเกาทัณฑ์นับพันดอกถูกปลดปล่อยออกมาในเสี้ยวพริบตา!
ทหารม้าของโฮเบี้ยวกำลังพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วเต็มกำลัง ไม่มีเกราะเหล็กปกคลุมร่างกายเหมือนกองทหารม้าหัวหอก เมื่อเผชิญกับห่าเกาทัณฑ์ก็เปลี่ยนเป็นขลาดกลัวขึ้นมาทันที!
นี่จะโทษทหารม้าใต้บัญชาโฮเบี้ยวก็ไม่ได้ ไม่ว่าใครล้วนหวาดกลัวทั้งนั้น หากพุ่งไปข้างหน้าโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมต้องถูกยิงเป็นรูพรุนแน่
ความหวาดกลัว ขี้ขลาด หดหู่ครอบงำหัวใจทหารม้าแนวหน้าของโฮเบี้ยว ทำให้ความเร็วพวกเขาลดลงโดยไม่รู้ตัว
เหตุใดทหารม้าจึงสามารถควบม้าไปในสนามรบได้ ไม่ใช่อาศัยแค่มุ่งไปข้างหน้ากับความเร็วอย่างเดียวเท่านั้น แต่ตอนนี้ความเร็วของกองหน้าลดลงอย่างมาก กองหลังยังคงพุ่งไปข้างหน้าอย่างเต็มที่ พลันทำให้ทั้งขบวนเกิดความวุ่นวายขึ้นทันที
ทหารม้าที่อยู่ข้างหน้าหยุดเพราะกลัวห่าเกาทัณฑ์จึงถูกด้านหลังพุ่งเข้ามาชนไม่หยุด บางคนถึงกับถูกชนจนตกจากหลังม้า เบาหน่อยแค่ตกบาดเจ็บ หนักหน่อยก็ถูกเหยียบย่ำจนตาย
วายป่วง! ทั้งขบวนทัพโกลาหลขึ้นมาทันที เมื่อทอดมองออกไปไกล ราวกับกองทหารของโฮเบี้ยวเกิดรูปขบวนเละเทะขึ้นภายใน
“นะ… นี่มันเกิดอะไรขึ้น!”
โฮจิ๋นลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นตระหนก ทั้ง ๆ ที่ยังบุกโจมตีอยู่ ไยพริบตาเดียวจึงวุ่นวายเช่นนี้?
ลูกเกาทัณฑ์ห้าร้อยลูกนั้นเบาเกินไป ทั้งกองทหารม้าหัวหอกยังชักเกาทัณฑ์ยิงอย่างรวดเร็วยากจะมองทัน ที่นั่งชมเองก็ห่างค่อนข้างไกลมากเช่นกัน โฮจิ๋นที่นั่งอยู่บนที่สูงมองกองทหารม้าหัวหอกยิงเกาทัณฑ์ไม่ชัดเลย
เมื่อไม่กี่อึดใจก่อนหน้า ทหารม้าของโฮเบี้ยวพุ่งเข้าหาคู่ต่อสู้ด้วยอานุภาพไม่มีใครเทียบได้ ใกล้จะปะทะแล้ว ด้านหน้าหยุดลง ด้านหลังบีบไปข้างหน้าไม่หยุด!
พระเจ้าเลนเต้เปรมปรีดิ์ยิ่งนักราวกับได้รับคำอวยพรจากสวรรค์ ในขณะที่กำลังจะส่งเสียงเชียร์ ก็เห็นกองทหารม้าหัวหอกเริ่มเคลื่อนไหว
“ตั้งค่ายกล!”
มีเสียงตะโกนดังขึ้นอีกครั้ง ทหารทุกคนในกองทหารม้าหัวหอกเริ่มโจมตีอย่างไม่ลังเล ทว่าพวกเขาไม่ได้พุ่งไปข้างหน้า แต่… หมุนเป็นวงกลม!
เนื่องจากเกิดช่องว่างขนาดใหญ่ของกองทัพ ทหารม้าแต่ละนายจึงใช้กำลังทั้งหมดทันที กองทหารม้าหัวหอกที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีเริ่มเคลื่อนไหวพร้อมกัน ค่ายกลกงล้อแทบจะก่อตัวขึ้นในพริบตา!
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเร็วมากจนทุกคนต่างไร้การตอบสนอง ถึงขนาดไม่เข้าใจว่ากองทหารของเล่าเจี้ยงกำลังทำอะไร
“ฮ่า ๆ ทหารม้าพวกนี้กำลังทำอะไร? แสดงกายกรรมผาดโผนอยู่หรือ!”
ทว่าไม่นานเสียงเย้ยหยันนี้ก็หยุดลง แทนที่ด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดซึ้ง
เห็นทหารม้าที่ก่อตัวเป็นค่ายกลกงล้อเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างว่องไว แม้จะไม่เท่ากับการพุ่งโจมตีตรง ๆ ทว่ายังคงรวดเร็ว จนใกล้จะปะทะกับทหารม้าของโฮเบี้ยวแล้ว
โฮเบี้ยวในเวลานี้ไม่ได้สังเกตกับการเปลี่ยนแปลงของกองทหารม้าหัวหอกเลย ยังคงตะโกนกู่ร้องอย่างเต็มกำลัง พยายามให้ทหารม้าฝั่งตนพุ่งโจมตีอีกครั้ง
“เร็ว ลุกขึ้น เตรียมตัวโจมตี!”
น่าเสียดายทุกอย่างสายเกินไปแล้ว! ค่ายกลกงล้อถึงเบื้องหน้า ในที่สุดโฮเบี้ยวก็ได้ยินเสียงกรีดร้องดังขึ้นมา!
“นี่คือ… อะไร!”
ภาพที่ปรากฏในดวงตาของโฮเบี้ยวคือวงล้อขนาดใหญ่หมุนคว้างดั่งกงจักรสังหาร ทำลายล้างทหารม้าของเขาอย่างไร้ความปรานี!
หากทหารม้ารถศึกของโฮเบี้ยวพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วเต็มกำลัง ค่ายกลกงล้อที่จำนวนคนน้อยจะถูกทำลายทันที น่าเสียดายตอนนี้ทหารม้ารถศึกทั้งหมดต่างหยุดนิ่ง ทำได้เพียงเร่งรีบตอบโต้ศัตรูที่โจมตีเข้ามาเท่านั้น
สิ่งที่ค่ายกลกงล้อโปรดปรานที่สุดคือการจัดการกับศัตรูที่อยู่นิ่ง ทันทีที่ทั้งสองฝ่ายสัมผัสกัน ก็แยกเปิดออกเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ บดขยี้ทหารม้าโฮเบี้ยวอย่างต่อเนื่อง บางคนโดนจนตกหลังม้าไม่หยุด และส่งเสียงกรีดร้องแหบแห้งออกมา!
ความกลัวเข้าปกคลุมกองทหารม้าของโฮเบี้ยวอีกครั้ง แค่การฝึกซ้อมทหาร เหตุใดจึงมีเสียงกรีดร้องโหยหวนเช่นนี้?
ขวัญกำลังใจพังทลายลงทันที ความฮึกเหิมของทหารม้ารถศึกแตกซ่าน ทั้งหมดล้วนวิ่งหนีออกไปสองด้านพวกเขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่สงคราม หนีไปก็ยังรอดได้
โฮเบี้ยวเบิกตาโพลง ทหารม้าชั้นยอดของตัวเองกลับอ่อนแอมากเช่นนี้ ถึงขนาดพ่ายอย่างสิ้นเชิงทั้งที่เพิ่งปะทะกัน!
ในค่ายกลกงล้อมีดวงตาอยู่คู่หนึ่งที่ไม่เคยละไปจากโฮเบี้ยวเลย เมื่อเห็นทหารม้าของศัตรูแตกซ่านไปทั่วสารทิศ ชายผู้หนึ่งจึงคว้าโอกาสนี้บุกเข้าไปในแนวรบของศัตรูที่มีจำนวนบางตา จัดการผู้นำทัพทันที!
โฮเบี้ยวได้สติกลับมาเช่นกัน ในใจรู้อยู่แล้วว่าตนนั้นพ่ายแพ้ไปแล้ว ทว่าขุนศึกศัตรูที่จู่โจมเข้ามาตรงหน้าทำให้เกรี้ยวกราดมากยิ่งขึ้น
อย่างไรเสียข้างกายตนนั้นยังมีทหารม้ากว่าร้อยคนอยู่ แต่ชายคนนี้กลับจู่โจมเข้ามาเพียงลำพังจริง ๆ ช่างไม่เห็นตัวเองอยู่ในสายตาจริงๆ!
“ทุกคนลุย ฆ่ามันซะ!”
โฮเบี้ยวเสียสติไปแล้ว อย่างไรเสียก็พ่ายแล้ว ตนไม่ปล่อยให้เล่าเจี้ยงชนะอย่างงดงามหรอก ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องพรากขุนศึกไปจากเขาคนหนึ่ง!
ขุนศึกที่ควบม้าขาวถือบวนยาวผู้นี้เผชิญหน้ากับทหารม้าหลายร้อยคนที่เข้ามาอย่างไม่มีเกรงกลัวเลยสักนิด และควบท้าฝ่ากองทัพตรงเข้าไปประจัญบานทันที
“ข้าคือเตียวจูล่งแห่งเสียงสัน หากอยากมีชีวิตรอดก็หลีกทางไป!”
เสียงคำรามดังขึ้น ทหารม้าของโฮเบี้ยวกว่าร้อยนายดั่งไก่บินสุนัขกระโดดก็ไม่ปาน*[1] บางคนถูกโจมตีจนลอยกระเด็นไปไกล!
ความเร็วของจูล่งไม่มีลดลง แต่อานุภาพกลับแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ แท่งไม้ในมือของเขาดุจมังกรแหวกว่ายธารา ทุกการโจมตีต้องมีทหารม้าโดนคมทวนเหวี่ยงตกหลังม้า!
ด้วยพลังเพียงหนึ่งคนสามารถเอาชนะศัตรูหลายร้อยคน และเจาะขบวนทัพศัตรูได้
วันนี้ชื่อเตียวจูล่งต้องแพร่สะพัไปทั่วทั้งภูเขาหมางซานแน่!
เมื่อเห็นอีกฝ่ายทะลุแนวป้องกันสุดท้ายของตัวเองมาแล้ว โฮเบี้ยวพลันคำรามออกมา ชนิดไม่รู้ว่าไปเอาความกล้ามาจากไหน และพุ่งตรงไปยังขุนศึกรูปงามทันที
ใช่ว่าโฮเบี้ยวไม่ประมาณตน แต่เขาเป็นทหาร ก่อนหน้านี้เคยเป็นตัวอย่างที่ดีในการปราบกลุ่มกบฏ จะทำอิดออดไม่ได้
“ไอ้ขุนพลปลาซิวปลาสร้อยอย่าได้หยิ่งผยองนัก ขุนพลทหารม้ารถศึกโฮเบี้ยวจะมาเอาชีวิตเจ้า!”
ทั้งสองควบม้าทะยานเข้าใกล้กัน และอาวุธก็ปะทะกันในทันที
[1] ไก่บินสุนัขกระโดด (鸡飞狗跳) เป็นการพูดถึงเหตุการณ์วุ่นวายจนไก่หมากระเจิง