พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 196 อำนาจเปลี่ยน
บทที่ 196 อำนาจเปลี่ยน
บทที่ 196 อำนาจเปลี่ยน?
“แม่ทัพหลัง ไม่ได้นะขอรับ!”
ตี่หยางกำลังจะยืนขึ้นขอบคุณ ก็ได้ยินซุนเกี๋ยนที่อยู่ด้านข้างเอ่ยปากห้าม
“ขุนพลอาสาซุน ทำไมไม่ได้เล่า?”
ซุนเกี๋ยนก้าวตรงไปข้างหน้า กุมมือให้เล่าเจี้ยง ขณะจ้องตี่หยางด้วยความโกรธ
“แม่ทัพหลัง คนผู้นี้ต้องสงสัยว่าร่วมมือกับศัตรู มิควรปล่อยเขาไปง่าย ๆ”
“แม่ทัพหลัง ข้าน้อยถูกใส่ร้าย หากข้าร่วมมือกับศัตรู จะฆ่านายพลของศัตรูได้อย่างไร!”
ตี่หยางรีบลุกขึ้นแก้ตัว และมองเล่าเจี้ยงด้วยสีหน้าไร้เดียงสา
“เฮอะ! เจ้ายังกล้าเล่นลิ้นอีก หากไม่ใช่เจ้า กองทัพนับแสนเราจะตายได้อย่างไร …ข้าจะฆ่าเจ้า!”
ว่าแล้วซุนเกี๋ยนก็ชักดาบออกมาฟาดฟัน เตรียมจะบั่นคอตี่หยาง
เคร้ง!
ดาบอีกเล่มเหวี่ยงมาขวางไว้เหนือหัวตี่หยาง ไม่ว่าพยัคฆ์แห่งกังตั๋งจะออกแรงแค่ไหนก็มิอาจขยับได้
เป็นเตียนอุยนั่นเองที่ช่วยแม่ทัพตี่ตามสัญญาณของเล่าเจี้ยง
“เจ้า! เหตุใดเจ้าถึงขวางข้า?”
ซุนเกี๋ยนโกรธเกรี้ยวจนถลึงตาถาม
“นายข้าบอกแล้ว แม่ทัพตี่หยางไร้ความผิด หูเจ้ามีปัญหาจนไม่ได้ยินหรือไร!”
เตียนอุยไม่ยอมเลยสักนิด แม้พยัคฆ์แห่งกังตั๋งจะองอาจกล้าหาญ แต่ในสายตาเขาก็ยังไม่น่าสนใจเหมือนเคย
“แม่ทัพหลัง!”
ซุนเกี๋ยนรู้ว่าเตียนอุยรับมือด้วยยาก จึงเคลื่อนสายตามองไปที่เล่าเจี้ยงอีกครั้ง โดยหวังว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจเจตนาของตัวเอง
ทว่าเล่าเจี้ยงไม่ไว้หน้าซุนเกี๋ยนอย่างชัดเจน ซ้ำยังเข้าข้างเตียนอุยด้วย
“ขุนพลอาสาซุน จะถูกหรือผิด ข้ากับแม่ทัพเตียวจะตัดสินใจกันเอง ไม่ต้องให้ขุนพลอาสาซุนเป็นธุระด้วย”
น้ำเสียงของแม่ทัพหลังราบเรียบมาก แต่ไม่รื่นหูซุนเกี๋ยนเอาเสียเลย
ความหมายว่าอะไร? ข้าระดับไม่สูงพอ อย่าเข้ามายุ่งให้มากความหรือ
“ได้ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เชิญแม่ทัพหลังตามสบาย!”
ซุนเกี๋ยนเก็บอาวุธก่อนเดินเข้าไปในเมืองโดยไม่หันกลับมามอง ความรู้สึกดี ๆ ที่เขามีต่อเล่าเจี้ยงได้สลายไปจนสิ้น ณ ตรงนี้แล้ว และยังถูกแม่ทัพหลังตราหน้าว่าเป็นคนมิอาจแยกแยะผิดถูกอีกด้วย!
ตี่หยางลุกขึ้นยืน รีบเดินไปกุมมือคำนับต่อหน้าเล่าเจี้ยง
“ขอบคุณแม่ทัพหลังอย่างยิ่ง ไม่เช่นนั้นข้าน้อยต้องถูกกล่าวหาอย่างไม่ยุติธรรมแน่”
เล่าเจี้ยงตบไหล่ตี่หยางเบา ๆ เผยรอยยิ้มเป็นมิตรออกมา
“แม่ทัพตี่รีบเข้าเมืองไปพักผ่อนเถิด จากนี้ไปยังต้องการแม่ทัพเป็นกำลังในการสู้รบด้วย”
“ขอรับ! ข้าน้อยจะไม่ทำให้แม่ทัพหลังผิดหวัง”
ตี่หยางกุมมือคารวะเล่าเจี้ยง ก่อนโค้งคำนับให้เตียวอุ๋น แล้วเดินเข้าไปในเมือง
“แม่ทัพหลัง เรื่องนี้ไม่มีปัญหาอะไรแน่หรือ”
ครั้นเตียวอุ๋นเห็นตี่หยางจากไปแล้วก็เข้ามาถามไถ่
เมื่อได้ยินดังนั้น เล่าเจี้ยงก็รู้ว่าเตียวอุ๋นแคลงใจในตัวตี่หยางมาก จึงรีบปลอบทันที
“แม่ทัพเตียว แพ้ชนะเป็นเรื่องปกติของสงคราม แม่ทัพตี่สังหารนายพลสร้างผลงานเป็นเรื่องที่รู้กันทั่ว อย่าทำให้เหล่าทหารผิดหวังเลย”
เล่าเจี้ยงเอ่ยสั่งสอนอย่างจริงจัง ทว่าเตียวอุ๋นไม่ได้โกรธ กลับพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“แม่ทัพหลังพูดมีเหตุผล ข้าได้รับบทเรียนแล้ว”
“มิกล้า ๆ วันนี้แม่ทัพเตียวก็ลำบากเช่นกัน รีบเข้าไปพักผ่อนก่อนเถิด”
เตียวอุ๋นเหนื่อยแล้วจริง ๆ วิ่งพล่านไปทั่วทั้งวัน ทั้งกายใจได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนัก ตอนนี้ความเหนื่อยล้ากำลังกัดกินร่างกายเป็นระลอก
“เช่นนั้น ข้าขอเข้าเมืองไปก่อน แม่ทัพหลังก็รีบไปพักผ่อนเถิด”
“แม่ทัพเตียวเชิญ”
เล่าเจี้ยงกุมมือให้เตียวอุ๋นผู้จากไป ก่อนจะกลับไปค่ายทหารพร้อมกับลูกน้อง
“นายท่าน ไม่สงสัยหรือว่าข้าปกป้องตี่หยางไปทำไม”
กาเซี่ยงเห็นท่าทีของเล่าเจี้ยงก็อดถามไม่ได้ เล่าเจี้ยงยังไม่ทันกล่าว เตียนอุยก็แย่งพูดก่อน
“นั่นสินายท่าน แม้แต่ข้ายังรู้สึกว่าตี่หยางมีปัญหา”
“แต่นายท่านให้ข้าช่วยเขา ข้าเลยไม่กล้าพูดอะไรมาก”
“เจ้าพูดน้อยน่ะถูกแล้ว!” เล่าเจี้ยงชี้เตียนอุยก่อนหันไปยิ้มอย่างมีเลศนัยให้กาเซี่ยง “เหวินเหอ หากเจ้าไม่ช่วยเขา ข้าสิถึงจะรู้สึกแปลก”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
เล่าเจี้ยง กาเซี่ยง และซุนฮิวสามคนพากันหัวเราะ มีเพียงเตียนอุยมองทั้งสามด้วยสีหน้างุนงง จะถามก็ไม่ใช่ ไม่ถามก็ไม่เชิง
…
ไม่นาน เวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
สามวันนี้เงียบสงบมาก แม้แต่กองทัพซีเหลียงยังอยู่ในค่ายอย่างเงียบงัน ราวกับถึงยุคสงบสุขอีกครั้ง
ในสามวันนี้กองทัพทางการยุ่งมาก ทุกหน่วยนับจำนวนผู้เสียชีวิต ช่วยผู้บาดเจ็บ และทหารบางส่วนที่หลบหนีไปก็ทยอยกลับมาทีละคน
“แม่ทัพทุกท่าน กองทัพเราแพ้หนนี้คงไม่พ้นข้าที่เป็นผู้บัญชาการสูงสุดต้องรับผิดชอบ ข้าได้รายงานการรบอย่างละเอียดส่งให้ทางราชสำนักแล้ว และกำลังรอคำตัดสิน”
แม้น้ำเสียงของเตียวอุ๋นจะถ่อมตัว ทว่าจิตใจกลับปลอดโปร่ง เมื่อเทียบกับถูกกวาดล้างทั้งกองทัพแล้ว เขาอาจถูกลงโทษแค่คนเดียวถือว่าเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแล้ว
“หลังจากผ่านศึกหนนี้ ข้าตระหนักถึงข้อบกพร่องของตัวเองได้อย่างลึกซึ้งแล้ว ด้วยความสามารถของข้า การนำทัพเอาชนะกองทัพซีเหลียงนั้นยากยิ่งกว่าขึ้นสวรรค์ ฉะนั้นข้าจึงตั้งใจจะมอบอำนาจทางทหารทั้งหมดให้กับแม่ทัพหลัง”
“แม่ทัพเตียว ไม่ได้ขอรับ”
เล่าเจี้ยงผุดยืนขึ้น และค้านความคิดนี้อย่างแน่วแน่
“แม่ทัพเตียวอย่าได้ท้อแท้เพราะความพ่ายแพ้ชั่วครั้งชั่วยาม ข้าบอกแล้ว แพ้ชนะเป็นเรื่องปกติของสงคราม ข้าเล่าเจี้ยงก็เคยพ่ายมาหลายครั้ง ความล้มเหลวไม่ได้น่ากลัว ที่น่ากลัวคือล้มเหลวแล้วท้อใจจนมิอาจลุกขึ้นมาได้อีก”
“แม่ทัพเตียวได้รับความไว้วางใจจากฝ่าบาท จะยอมแพ้ครึ่งทางได้อย่างไร? ข้ายินดีช่วยเหลือแม่ทัพเตียว ขอท่านถอนคำสั่งด้วย”
ท่าทางของเล่าเจี้ยงมีความจริงใจมาก ไม่มีเสแสร้งสักนิด เขาไม่อยากรับหน้าที่สำคัญนี้จริง ๆ
ชนะ ก็เป็นผลงานน่ายินดี ทว่าทางพระเจ้าเลนเต้คงประทานรางวัลให้ไม่ได้ง่าย ๆ
แพ้ นั่นยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึง ต้องแบกรับความผิดใหญ่หลวงไว้
เรื่องที่ไม่เป็นผลดีทั้งสองอย่างนี้ เล่าเจี้ยงจะรับหน้าที่บัญชากองทัพต่อไม่ได้เด็ดขาด
“นี่…”
เตียวอุ๋นลังเลขึ้นมา จากก้นบึ้งสุดใจเขาไม่อยากปล่อยอำนาจไป เพียงแต่ตอนนี้เขาไม่สามารถโน้มน้าวใจลูกน้องใต้บัญชาได้อีกแล้ว ทว่า… หากเล่าเจี้ยช่วยเขาอย่างสุดกำลังจริง ๆ ทุกคนน่าจะไม่ว่าอะไร
เล่าเจี้ยงมองดวงตาที่ล่อกแล่กไปมาของเตียวอุ๋น ก็รู้ว่าอีกฝ่ายยังเป็นแม่ทัพเพิ่งหัดสวมเกราะคนเดิม ไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด
สิ่งที่เตียวอุ๋นเพิ่งพูดนั้นหาใช่ความจริงใจ เพียงเพราะตัวเองไม่สามารถแบกรับปัญหาได้ จึงได้แต่วางอำนาจ
แน่นอนว่าหากให้เกียรติเตียวอุ๋น เขาก็แค่ใช้โอกาสนี้หนีออกจากสถานการณ์ลำบากทันที
ดูเหมือนในสามวันดี ๆ นี้จะทำให้เตียวอุ๋นลืมความเจ็บปวดไปอีกครั้ง
“แม่ทัพหลัง ตั๋งโต๊ะกลับคิดว่าที่แม่ทัพเตียวพูดถูกต้อง! เขาไม่รู้เรื่องการทหาร ยากจะเลี่ยงการตัดสินใจที่ผิดพลาดได้ แทนที่จะทำเช่นนี้ มิสู้ให้แม่ทัพหลังบัญชาการ และรีบปราบกบฏซีเหลียงให้สิ้นซาก แล้วกลับบ้านกันโดยเร็วกันเถิด”
อาจกล่าวได้ว่าตั๋งโต๊ะไม่ไว้หน้าเตียวอุ๋นแม้แต่น้อย
เตียวอุ๋นคาดไม่ถึงเลยว่าเล่าเจี้ยงจะไว้หน้าตัวเอง แต่ตั๋งโต๊ะกลับทำลายสิ้น! แม้เขาจะโกรธอยู่ในใจ กระนั้นก็มิอาจระบายโทสะใส่แม่ทัพปราบเถื่อนได้ เพราะสิ่งที่อีกฝ่ายพูดนั้นเป็นเรื่องจริง
“แม่ทัพตั๋งโต๊ะพูดมีเหตุผล ข้าเต็มใจถอนตัวออกจากตำแหน่ง!”