ผมเป็นเจ้าของโรงพยาบาลจิตเวชพิศวง - บทที่ 1582 นายจะไปไหน รองหัวหน้าอัน
บทที่ 1582 นายจะไปไหน รองหัวหน้าอัน
เมื่อหลินชีเยี่ยบนท้องฟ้าดีดนิ้วเบาๆ ระนาบอีกสองสายก็พาดผ่านด้านบนและด้านล่างของไนอาลาโธเทป
ระนาบทั้งหกนี้ขนานกันเป็นคู่และตั้งฉากกันเป็นคู่ พื้นที่ลูกบาศก์โปร่งใสตรงกลางที่ถูกแบ่งแยกนั้นเหมือนคุกที่กักขังเขา
ไว้ภายใน!
ไนอาลาโธเทปลอยอยู่กลางลูกบาศก์ ขมวดคิ้วมองไปรอบๆ ก่อนจะจับจ้องไปที่หลินชีเยี่ยที่อยู่ไกลออกไป แล้ว
เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“เจ้าไม่ใช่หลินชีเยี่ย… เจ้าเป็นใครกัน?”
คำพูดเดียวกันนี้ เมื่อไม่นานมานี้หลินชีเยี่ยก็เคยถามเขาที่โรงพยาบาล… เพียงแค่สิบกว่านาที บทบาทของทั้งสอง
ก็สลับกันแล้ว
หลินชีเยี่ยก้มมองลงมาที่เขา ไม่มีทีท่าจะตอบคำถามแต่อย่างใด มองเขาเงียบๆ แล้วยกนิ้วชี้ไปที่ไนอาลาโธเทปที่
อยู่กลางลูกบาศก์จากระยะไกล
ระนาบทั้งหกบีบตัวในทันที พื้นที่ลูกบาศก์โปร่งใสตรงกลางยุบตัวเข้าหาจุดศูนย์กลางราวกับดาวเคราะห์ที่ดับสูญ
แสงสว่างจ้าวาบขึ้นบนท้องฟ้า ทำให้ทุกร่างในซากปรักหักพังของสรวงสวรรค์ต้องหลับตาลง
เมื่อพวกเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก็พบว่าแสงสว่างบนท้องฟ้าจางหายไป หลุมดำรัศมีหลายกิโลเมตรกำลังค่อยๆ หด
ตัว รอยแตกของมิติปกคลุมท้องฟ้าทั้งผืนราวใยแมงมุม
หลินชีเยี่ยมองลงไปที่หลุมดำที่กำลังยุบตัวนั้น ร่างของไนอาลาโธเทปหายไปแล้ว ดวงตาคู่ลึกล้ำของเขาหรี่ลง
“พลังที่ใช้ได้ยังอ่อนเกินไป… ช่างเถอะ ก็แค่ของนอกกาย”
เขาส่ายหน้า แสงสีขาวที่ไหลเวียนในอกค่อยๆ จางหาย วิญญาณที่เคยแข็งแกร่งเริ่มพร่าเลือน… เพียงชั่วครู่ก็กลับ
ไปเป็นวิญญาณปกติที่อ่อนแอเหมือนเดิม
ดวงตาของร่างวิญญาณหลินชีเยี่ยปิดลง ค่อยๆ ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า
……
หลายร้อยกิโลเมตรออกไป
หมอกดำโกลาหลกลุ่มหนึ่งพลันผุดขึ้นมาจากความว่างเปล่า กลายร่างเป็นหลินชีเยี่ยอีกคน
ไนอาลาโธเทปหันกลับไปมองทิศทางที่สรวงสวรรค์ตั้งอยู่ ใบหน้าหม่นหมองอย่างยิ่ง
“ถึงกับสามารถควบคุมพลังของโลกใบนี้ได้… หรือว่าไอ้หมอนั่นยังซ่อนไพ่ที่ข้าไม่รู้เอาไว้?”
เขายืนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะละสายตากลับมา แบมือออกเบาๆ โครงร่างจำลองขนาดเล็กของโรงพยาบาลก็
ปรากฏขึ้นในอากาศ
มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย “ไม่ว่าเจ้าจะมีไพ่อะไร ต่อไปไม่มีโรงพยาบาลและร่างกายนี้ ถึงจะถูกช่วยกลับมาก็
เป็นได้แค่คนพิการตลอดไป… แค่ได้สิ่งนี้มา การเร้นกายมาหลายปีของข้าก็ไม่เสียเปล่า”
ไนอาลาโธเทปกำมือ โครงร่างโรงพยาบาลนั้นก็หายไป เขากำลังจะจากไป แต่นึกอะไรขึ้นได้จึงหันกลับไปมองอีก
ครั้ง
“เกือบลืมไป… ยังมีไอ้หมอนั่นอีกคน”
……
สรวงสวรรค์
หลังจากการต่อสู้ระหว่างไนอาลาโธเทปกับเหล่าเทพแห่งต้าเซี่ย วังส่วนใหญ่กลายเป็นซากปรักหักพัง ท่ามกลาง
ฝุ่นที่ฟุ้งกระจาย มีร่างหนึ่งค่อยๆ เดินไปตามถนนหินที่แตกร้าว เสื้อคลุมสีแดงเข้มสะท้อนแสงไฟที่ยังคงเหลืออยู่ดูแดง
ฉาน
“อัน… ชิงอวี๋”
เสียงแหบแห้งดังมาจากซากปรักหักพัง อันชิงอวี๋หยุดฝีเท้า แล้วหันหน้ากลับไปมองอย่างสงบนิ่ง
ท่ามกลางซากปรักหักพังของสรวงสวรรค์ ร่างหนึ่งถูกกำแพงที่พังทลายทับจมกองเลือด ร่างของจั่วชิงเปรอะ
เปื้อนไปด้วยเลือดสด ดาบตรงปักอยู่ห่างออกไป ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยเส้นเลือด
“นายจะไปไหน?” เขาจ้องมองอันชิงอวี๋พลางเอ่ยปากทีละคำ
อันชิงอวี๋กวาดตามองเขาแวบหนึ่ง แล้วตอบเรียบๆ
“ไปหาคธูลู”
“……นายรู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังทำอะไรอยู่?”
“ครับ”
สีหน้าของอันชิงอวี๋สงบนิ่งอย่างที่สุด ดวงตาสีเทาคู่นั้นราวกับภูเขาน้ำแข็ง ไม่มีความรู้สึกใดๆ ปรากฏให้เห็น
มือของจั่วชิงที่ถูกกำแพงพังทับอยู่กำแน่นโดยไม่อาจควบคุม เอ่ยด้วยเสียงแหบแห้ง
“ที่หลังประตูแห่งสัจธรรม นายเห็นอะไรกันแน่?”
“นับไม่ถ้วน”
“นาย… หาวิธีชุบชีวิตเจียงเอ่อร์เจอแล้วเหรอ?”
อันชิงอวี๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย มองเขาเงียบๆ โดยไม่ตอบ
“นอกจากเธอแล้ว ฉันก็นึกไม่ออกว่าอะไรจะทำให้นายทรยศได้” จั่วชิงพูดเสียงทุ้ม
อันชิงอวี๋ละสายตา แล้วพูดช้าๆ “ที่มาของตำนานคธูลูนั้น เหนือจินตนาการของพวกคุณ… ในเส้นเวลานับล้านที่
ผมเห็น มนุษย์ไม่มีโอกาสชนะเลยแม้แต่น้อย ผมแค่เลือกทางที่ถูกต้องที่สุด”
“เข้าร่วมกับคธูลูคือทางเลือกของนาย? นายทำแบบนี้ ไม่รู้สึกผิดกับต้าเซี่ยเหรอ?”
“ผมทำเพื่อต้าเซี่ยมามากพอแล้ว… ผมไม่ได้ติดค้างอะไรต้าเซี่ย”
“แล้วหลินชีเยี่ยล่ะ?”
อันชิงอวี๋ชะงักฝีเท้าเล็กน้อย
“นายไปแบบนี้ แล้วชีเยี่ยจะทำยังไง? ตอนนี้หน่วยม่านราตรีเหลือแค่พวกนายสามคน หลังจากนายไปหน่วยม่าน
ราตรีก็ต้องถูกยุบ… หน่วยนี้มีความหมายกับชีเยี่ยแค่ไหน นายน่าจะรู้ดีกว่าใคร ตอนที่ทุกคนสงสัยในตัวนาย เขาเลือกที่
จะเชื่อใจนายโดยไม่ลังเล เขาใช้ความดีความชอบทั้งหมดปูทางให้นายหนีไป ถ้าสุดท้ายแม้แต่นายยังทรยศเขา… เขาจะ
ทำยังไง?”
อันชิงอวี๋ไม่ตอบ เขาเพียงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมเป็นเวลานาน ก่อนจะเดินหน้าต่อไปโดยไม่หันกลับมามอง
“อันชิงอวี๋!” เสียงคำรามต่ำของจั่วชิงดังมาจากซากปรักหักพัง “วันนี้ถ้านายออกจากสรวงสวรรค์นี้ไป นายก็ไม่ใช่
รองหัวหน้าหน่วยม่านราตรีอีกต่อไป! ไม่ใช่หน่วยพิทักษ์ราตรีของต้าเซี่ยอีกต่อไป! นับจากนี้ เหล่าเทพแห่งต้าเซี่ยรวมถึง
พวกเราหน่วยพิทักษ์ราตรีจะไล่ล่านายไปจนสุดขอบฟ้า!”
เสียงคำรามของจั่วชิงก้องกังวานในท้องฟ้าที่เงียบสงัด อันชิงอวี๋ไม่มีทีท่าจะหยุด ฝีเท้าของเขายิ่งเร็วขึ้นเรื่อยๆ!
เงาของประตูหนานเทียนเริ่มปรากฏขึ้นท่ามกลางควันและเปลวไฟ
จู่ๆ เขาก็หยุดฝีเท้า
แสงไฟที่เต้นระริกสะท้อนประตูหนานเทียนอันโอ่อ่าให้เป็นสีเลือด ใต้ประตูบานใหญ่นั้น มีร่างหนึ่งยืนนิ่งอยู่
ท่ามกลางทะเลเพลิงและซากปรักหักพัง
ร่างนั้นสวมเสื้อคลุมสีแดงเข้มเช่นกัน
เฉาเยวียนวางมือข้างหนึ่งบนด้ามดาบตรงที่เอว ดวงตาทั้งสองสะท้อนแสงไฟที่ลุกไหม้ทั่วพื้น เขาจ้องมองอันชิงอ
วี๋ที่อยู่ไม่ไกล ริมฝีปากที่แห้งแตกเผยอขึ้นเล็กน้อย……
“นายจะไปไหน… รองหัวหน้าอัน?”
เสียงแหบแห้งของเฉาเยวียนแทรกปนอยู่ในเสียงเปรี๊ยะปร๊ะของไฟที่ลุกไหม้ ร่างในชุดสีแดงเข้มสองร่างยืนเผชิญ
หน้ากันอยู่หน้าประตูหนานเทียนที่อาบย้อมด้วยสีเลือด
ดวงตาสีเทาของอันชิงอวี๋จ้องมองไปข้างหน้า เอ่ยขึ้นอย่างสงบ
“นายห้ามฉันไม่ได้หรอกเฉาเยวียน”
มือขวาของเฉาเยวียนที่กำด้ามดาบยิ่งบีบแน่นขึ้น ข้อนิ้วซีดขาว เขาสูดหายใจลึก
“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะห้ามนาย เรื่องที่นายตัดสินใจแล้ว ไม่มีใครเปลี่ยนใจนายได้ง่ายๆ ดังนั้น ฉันคงต้องทำให้นาย
สลบก่อน รอให้ชีเยี่ยตื่นขึ้นมา แล้วค่อยให้นายอธิบายทุกอย่างต่อหน้าเขา”
“นายชนะฉันไม่ได้หรอก”
“ได้ไม่ได้ก็ต้องลอง” เฉาเยวียนเอ่ยเรียบๆ “ฉันคงทนดูหน่วยม่านราตรี… แตกสลายไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้”
ฟิ้ว!!
พร้อมกับที่เฉาเยวียนชักดาบออกจากฝัก เปลวไฟพลังอาฆาตสีดำก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า!
เงาดำที่แย้มยิ้มอำมหิตพุ่งผ่านพื้นดิน คมดาบที่เต็มไปด้วยพลังอาฆาตหลายสายฟาดฟันผ่านความว่างเปล่า พุ่ง
เข้าใส่ร่างของอันชิงอวี๋!