ผมเป็นเจ้าของโรงพยาบาลจิตเวชพิศวง - บทที่ 1574 คำนับ
บทที่ 1574 คำนับ
[เพียงแค่สายตาก็สามารถเปลี่ยนโครงสร้างทางสรีระได้เหรอ?] เจียงเอ่อร์ร้องถามด้วยความประหลาดใจ [มันเก่ง
ขนาดนั้นเลยหรือ?]
“ใช่ นี่คือพลังของประตูสัจธรรม……นอกจากนี้ ฉันยังทำได้มากกว่านี้อีก”
อันชิงอวี๋ก้มตัวหยิบก้อนหินเล็กๆ จากชายหาดขึ้นมา แล้วเขย่าอย่างเบามือ ในพริบตาเดียว ก้อนหินก็กลายเป็น
ดิน ต้นกล้าเล็กๆ โผล่ขึ้นมา ภายในไม่กี่วินาที มันก็เติบโตเป็นดอกกุหลาบสีขาวบานสะพรั่ง
ยามเห็นภาพที่แปลกประหลาดนี้ เจียงเอ่อร์ก็อ้าปากค้าง
อันชิงอวี๋หยิบดอกกุหลาบสีขาวขึ้นมา เขาอยากจะส่งให้เจียงเอ่อร์ แต่ปลายนิ้วกลับทะลุผ่านความว่างเปล่า
มือของเขาหยุดค้างอยู่กลางอากาศ ดวงตาเต็มไปด้วยความขมขื่น “ถึงแม้จะเปลี่ยนหินให้เป็นทองคำได้ แต่จะมี
ประโยชน์อะไร……ถ้าฉันช่วยเธอไม่ได้”
เจียงเอ่อร์เห็นดังนั้น จึงเม้มปากเล็กน้อย เธอแตะศีรษะของอันชิงอวี๋อย่างอ่อนโยน [เราไม่ได้ตกลงกันหรือว่าจะ
ใช้เวลาที่เหลือนี้อย่างมีความสุข คุณพูดไม่เหมือนเดิมเลยนะ]
อันชิงอวี๋หายใจเข้าลึกๆ แล้วเช็ดน้ำตา ริมฝีปากแย้มยิ้ม “ไม่เป็นไร เรามาต่อกันเถอะ……เส้นทางนี้ยังยาวนัก เธอ
เล่าให้ฉันฟังต่อสิว่าตอนเด็กๆ เธอเคยทำอะไรที่นี่บ้าง?”
อันชิงอวี๋หมุนตัว ก้าวเดินตามชายฝั่งทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ เมื่อเขาเดินไปได้หลายก้าว ก็พบว่าเจียงเอ่อร์ไม่ได้เดิน
ตามมา จึงหันกลับมาด้วยความสงสัย
“เจียงเอ่อร์?”
เจียงเอ่อร์ลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ ดวงตาครึ่งโปร่งแสงจับจ้องอันชิงอวี๋แล้วกล่าว
[ชิงอวี๋……เส้นทางของเราอาจจบลงแค่นี้แล้ว]
อันชิงอวี๋เบิกตากว้าง
“เธอ……”
[เวลาของฉันใกล้หมดลงแล้ว] เจียงเอ่อร์ค่อยๆ ยกมือขึ้น ร่างกายเลือนรางราวกับกระจกขัดมัน แม้แต่อันชิงอวี๋ก็
มองไม่เห็นสีหน้าของเธอ
มือที่กำดอกกุหลาบสีขาวของอันชิงอวี๋สั่นเทา หน้าอกกระเพื่อมอย่างรุนแรง เขาพยามบังคับตัวเองให้สงบ แต่
ดวงตายังคงแดงก่ำ
“เป็นเช่นนี้สินะ……” เขาพึมพำกับตัวเอง หลังจากนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก็ก้าวเดินตรงไปหาเจียงเอ่อร์
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วบีบดอกกุหลาบสีขาวแรงๆ กลีบดอกม้วนเป็นก้อน ในพริบตาก็กลายเป็นแหวนสีขาว
บริสุทธิ์
อันชิงอวี๋ค่อยๆ คุกเข่าลงวางแหวนในมืออย่างนุ่มนวล มองไปยังหญิงสาวที่กำลังจางหายไป แล้วเอ่ยอย่างหนัก
แน่น
“ฉันรู้ว่าประโยคนี้ ฉันควรพูดตั้งนานแล้ว แต่หากอยู่ต่อหน้าภูเขาชวงซานและทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ ก็ยังไม่สายเกิน
ไป… เจียงเอ่อร์ เธอจะแต่งงานกับฉันได้ไหม?”
สายลมอ่อนโยนพัดผ่านทะเลหมอกของภูเขาชวงซานและริมทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ แรงลมพัดชายกระโปรงของหญิง
สาวในร่างวิญญาณไม่ขึ้น แต่กลับพัดพาหัวใจของเธอให้สั่นไหว
ใบหน้าเลือนรางของเจียงเอ่อร์เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ไม่รู้ว่าร้องไห้หรือยิ้ม นิ้วมือของเธอเลื่อนเบาๆ แหวนสีขาว
บริสุทธิ์ค่อยๆ ลอยขึ้น แล้วสวมอยู่ที่ปลายนิ้ว
[ตกลง] เธอกระซิบ [แล้วงานแต่งจะจัดเมื่อไหร่? คุณเจ้าบ่าว]
“ก็ตอนนี้ไง”
อันชิงอวี๋ลุกขึ้นจากพื้น เขายิ้มพร้อมกับจับมือเจียงเอ่อร์ ทั้งคู่หันหน้าไปทางภูเขาชวงซานที่สูงตระหง่านและ
ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่อันบริสุทธิ์ น้ำตาไหลลงตามแก้มของเขาขณะกระซิบว่า
“ขอภูเขาชวงซานเป็นพยาน ขอทะเลสาบเอ๋อร์ไห่เป็นสักขี……วันนี้ ผมอันชิงอวี๋กับเจียงเอ่อร์สมรสกัน ไม่ว่าจะ
เป็นหรือตาย หัวใจจะผูกพันกันนิรันดร์……คำนับฟ้าดิน……”
ภายใต้สายตาของภูเขาชวงซานและทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ ทั้งสองค่อยๆ ก้มลง
ชั่วขณะต่อมา พวกเขายืดตัวขึ้น อันชิงอวี๋มองไปที่เจียงเอ่อร์ที่แทบจะโปร่งใส เขาเอ่ยเสียงแหบพร่า “พ่อแม่
ล่ะ……ฉันเพิ่งคำนับพ่อแม่ไปแล้ว เรามาทำพิธีระหว่างสามีภรรยากันเลยได้ไหม?”
[ได้สิ] เสียงคลุมเครือของเจียงเอ่อร์ลอยเข้าหู แต่จากน้ำเสียง ดูเหมือนเธอจะยิ้ม [คุณเคยได้ยินเรื่องเล่านั้นไหม?]
“เรื่องเล่าอะไรน่ะ?”
[ตอนคู่สมรสคำนับกัน ฝ่ายไหนก้มตัวต่ำกว่า แสดงว่าฝ่ายนั้นรักลึกซึ้งมากกว่านะ]
อันชิงอวี๋ตกใจเล็กน้อย แล้วหัวเราะเบาๆ “งั้นฉันจะก้มต่ำกว่าแน่”
[ไม่แน่หรอก ตอนนี้ฉันเป็นวิญญาณนะ ไม่มีเส้นเอ็นด้วย] เจียงเอ่อร์แลบลิ้น
อันชิงอวี๋สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วกล่าวช้าๆ ทีละคำ “คู่สมรส……คำนับ”
เขายืนตรงหน้าเจียงเอ่อร์ จ้องมองหญิงสาวแล้วค่อยๆ ก้มตัวลงต่ำลงเรื่อยๆ จนหน้าผากเกือบจดเข่า ก่อนจะ
ค่อยๆ ยืดตัวขึ้น
“ฉัน……” อันชิงอวี๋กำลังจะพูดอะไร แต่กลับชะงักค้างอยู่กับที่
ภายใต้ท้องฟ้าสีคราม ริมทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ เบื้องหน้าเขากลับว่างเปล่า
แหวนสีขาวบริสุทธิ์หล่นลงบนชายหาดเงียบๆ ไร้เสียง……เช่นเดียวกับการจากไปของเธอ
อันชิงอวี๋ยืนนิ่ง จมอยู่ในความเงียบ
ซ่า!
คลื่นลูกหนึ่งพัดผ่านชายหาดแผ่วเบา พัดพาแหวนลอยขึ้นมา ราวกับมือหนึ่งที่นำเธอกลับสู่ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่อัน
ใสสะอาด……ดั่งความรักระหว่างพวกเขา และภาษาดอกกุหลาบสีขาว
ความรักบริสุทธิ์
อันชิงอวี๋หน้าชุ่มน้ำตา มองภาพนี้อย่างตะลึงงัน ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด จึงกระซิบกับตัวเอง
“ฉันถือว่าเธอรับมันแล้วนะ……เจียงเอ่อร์”
พระอาทิตย์ยามอัสดงค่อยๆ ตกลงใต้ภูเขาชางซาน สีรัตติกาลมืดมิดค่อยๆ ปกคลุมแผ่นดิน ท่ามกลางความเงียบ
เดียวดาย อันชิงอวี๋หันหลัง เดินจากไปยังที่ไกลโพ้นเพียงลำพัง
……
สรวงสวรรค์
“พวกเขาออกไปนานแล้วหรือ?”
ที่ประตูหนานเทียน กวางเฉิงจื่อมองดูท้องฟ้ามืดครึ้ม แล้วหันไปถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ผ่านมาหนึ่งชั่วยามครึ่งแล้ว” ไท่อี่เจินเหรินตอบ
“ทางโน้นไม่มีอะไรผิดปกติใช่ไหม?”
“คนที่เราแอบส่งไปปกป้องพวกเขา รายงานตามกำหนด น่าจะเป็นไปด้วยดี” ไท่อี่เจินเหรินมองไปยังทะเลเมฆใน
ระยะไกล พลางถอนหายใจยาว สีหน้าดูซับซ้อน “ดูเหมือนเราจะเข้าใจเด็กคนนั้นผิดจริงๆ”
“เรื่องที่เกี่ยวกับต้าเซี่ยและชีวิตนับล้าน เราเพียงแค่ทำหน้าที่ที่ควรทำ”
“อีกครึ่งชั่วยาม พวกเขาก็ควรจะกลับมาแล้ว” ไท่อี่เจินเหรินหยุดชั่วครู่ “เราจะต้องใช้สิ่งนั้นจริงๆ น่ะหรือ?”
“เขาได้รับการเสริมพลังจากประตูสัจธรรม ยากที่จะถูกฆ่า หากต้องการลบล้างโอกาสการฟื้นคืนชีพของประตู
และกุญแจอย่างสมบูรณ์ ทำให้วิญญาณและร่างพินาศ จำเป็นต้องใช้ค่ายกลกระบี่สังหารเซียน……โชคดีที่กระบวนการนี้
จะไม่ทำให้เขาทุกข์ทรมาน”
ก่วงเฉิงจื่อหันกลับไปมองตรงกลางสรวงสวรรค์ กำลังจะพูดอะไร ไท่อี่เจินเหรินก็หรี่ตาลงเล็กน้อย
“พวกเขากลับมาแล้ว”
นอกประตูหนานเทียน ทะเลเมฆมืดครึ้มปั่นป่วนแยกออกเป็นสองส่วน เมฆพลิกกายบรรทุกร่างหลายคนค่อยๆ
หยุดเหนือประตูหนานเทียน
ร่างสีแดงเข้มสามร่างทยอยลงมา อันชิงอวี๋เดินอย่างช้าๆ มายังเบื้องหน้าเหล่าเทพต้าเซี่ย ดวงตาแดงก่ำดูราบ
เรียบราวกับทะเลสาบลึก
“อันชิงอวี๋ รองหัวหน้าหน่วยม่านราตรี มาเพื่อรับความตายตามนัดหมาย……”