ผมเป็นเจ้าของโรงพยาบาลจิตเวชพิศวง - บทที่ 1567 ค่ายกลสังหาร!
บทที่ 1567 ค่ายกลสังหาร!
อีกด้านหนึ่งของม่านหมอก
หยวนสื่อเทียนจุนย่ำเท้าบนคลื่น ดอกไม้ทองผุดขึ้นมาจากคลื่นที่เคลื่อนไหว ย้อมผืนมหาสมุทรทั้งหมดให้เป็นสี
ทอง
สายลมทะเลพัดผ่านเส้นผมที่ปลิวไสว เขาเงยหน้ามองก้อนเมฆดำที่บดบังท้องฟ้า หนวดมากมายโผล่ออกมาจาก
เมฆ ดวงตายักษ์ที่บิดเบี้ยวเปิดออกที่ปลายหนวด จ้องมองร่างของนักพรตบนผิวน้ำ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
“แพะดำ… ถึงเวลาชำระบัญชีเก่าที่ด่านเฉินหนานแล้ว” หยวนสื่อเทียนจุนเอ่ยเสียงเรียบ
หนวดในก้อนเมฆบนท้องฟ้าขยับไหว ราวกับรับรู้บางสิ่ง ดวงตายักษ์เหล่านั้นหมุนคลั่ง มองไปทุกทิศทางพร้อม
กัน ขณะเดียวกัน กลางก้อนเมฆก็เริ่มหมุนวนรุนแรง ราวกับมีบางสิ่งกำลังจะออกมา
แสงสว่างบนท้องฟ้าหรี่ลงอย่างเห็นได้ชัด เงาจันทร์ที่ลอยอยู่บนฟากฟ้าไกลโพ้นถูกย้อมด้วยสีแดงจางๆ
ซู่!!
คลื่นลมพัดกระหน่ำออกมาจากจุดศูนย์กลางของเมฆทะมึน มหาสมุทรกว้างในรัศมีร้อยกิโลเมตรจมดิ่งสู่ความ
เงียบงันราวกับแดนมรณะ แรงกดดันที่มองไม่เห็นโถมลงมาบนโลกมนุษย์ แม้แต่ฟองคลื่นเล็กๆ ก็ไม่อาจผุดขึ้นมาจาก
ผิวน้ำได้ มหาสมุทรทั้งผืนเรียบราบดั่งกระจก
จันทร์สีแดงสะท้อนบนผิวน้ำ แผ่ซึมรวดเร็วดั่งหมึก เพียงพริบตาก็ย้อมมหาสมุทรทั้งผืนให้เป็นสีเลือด
ความดุร้าย ความคลั่ง ความพิกล… กลิ่นอายจากนอกโลกแพร่กระจายอย่างบ้าคลั่งในมหาสมุทรแห่งนี้ เพียงชั่ว
ครู่ มลพิษจันทร์โลหิตที่เคยทำลายที่ราบฟ้าสูงก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง เข้มข้นยิ่งกว่าครั้งก่อน
ในโลกสีเลือดนี้ เมฆหนวดบนท้องฟ้าค่อยๆ ลดระดับลงมา ราวกับท้องฟ้ากำลังถล่ม ค่อยๆ กดลงมาเหนือศีรษะ
ของหยวนสื่อเทียนจุน ดวงตาบนหนวดเหล่านั้นขยายใหญ่ขึ้นในสายตาของเทียนจุน เมื่อเทียบกันแล้ว ร่างของนักพรต
ยังเล็กกว่าม่านตาของดวงตาที่บิดเบี้ยวนี้เสียอีก
“ชำระจิต ปราบมาร”
คำพูดหนักแน่นดังมาจากอีกด้าน เทียนจุนองค์ที่สองก้าวเข้าสู่มหาสมุทรสีเลือด พร้อมกันนั้น ระลอกคลื่นสีฟ้า
จางก็แผ่ออกจากผิวน้ำ ทันใดนั้นก็กวาดพื้นที่บริสุทธิ์ขนาดสองสามกิโลเมตรในมหาสมุทรสีเลือดนี้
หลิงเป่าเทียนจุน มือหนึ่งถือคทาหรูอี้ อีกมือถือคทาสีทอง รัศมีจางๆ แผ่ออกจากร่าง ขับไล่มลพิษจันทร์แดงรอบ
ตัว
เมื่อรับรู้ถึงรัศมีนั้น ดวงตาบนหนวดทั้งหมดหดตัวเล็กน้อย ราวกับสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่น่ารังเกียจอย่างที่สุด
นั่นคือกลิ่นอายของรากฐานโลกที่หลิงเป่าเทียนจุนนำมาจากวิหารปฐมเทพ… ซึ่งก็คือ ‘สมอ’ ที่ใช้ในการต้านทาน
มลพิษของคธูลู
กระบี่ไม้เล่มหนึ่งบินมาจากทิศตะวันออก หยุดกลางอากาศเหนือผิวน้ำอีกด้านหนึ่งทันที ร่างในชุดนักพรตสีขาว
ดำปรากฏขึ้นในพริบตา ค่อยๆ จับด้ามกระบี่ไม้ ปิ่นปักผมยุ่งเหยิงปลิวไหวในสายลม ดวงตาคู่นั้นสงบนิ่งไม่หวั่นไหว
เต้าเต๋อเทียนจุน เทียนจุนองค์ที่สามแห่งต้าเซี่ย
หยวนสื่อ หลิงเป่า เต้าเต๋อ เทียนจุนทั้งสามยืนทำมุมสามเหลี่ยม พลังเทวะอันทรงพลังพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า แสง
ศักดิ์สิทธิ์ราวกับเสาเทพพุ่งขึ้นสู่นภาอันไกลโพ้น ค้ำจุนท้องฟ้าอันวุ่นวายนี้
เมื่อเผชิญกับพลังของเทียนจุนทั้งสาม [แพะดำ] ก็ดูกระวนกระวายใจ ก้อนเมฆนั้นลอยกดดันอยู่เหนือผิวน้ำร้อย
เมตร กลางเมฆที่หมุนวนไม่หยุดราวกับท้องที่กำลังจะคลอด จู่ๆ ก็พองขึ้น จากนั้น ฝนโลหิตสีแดงฉานก็โปรยลงสู่ผิวน้ำ!
หยวนสื่อเทียนจุนขมวดคิ้ว สิ่งที่โปรยลงมาไม่ใช่ฝนโลหิต แต่เป็นหนอนสีแดงตัวเล็กๆ ที่มาพร้อมกับลมหายใจ
ของ [แพะดำ] พ่นลงสู่มหาสมุทรแห่งนี้ พยายามเจาะเข้าผิวหนังและทวารทั้งเจ็ดของพวกเขา
พวกเขาไม่รู้ว่านี่เป็นปฏิกิริยาตอบสนองโดยไร้สติของ [แพะดำ] หรือมันกำลังพยายามแพร่มลทินให้พวกเขา… ไม่
ว่าอย่างไร หากปล่อยให้หนอนแดงเหล่านี้ลงมาสู่โลก แม้พวกเขาทั้งสามจะต้านทานมลทินได้ แต่ที่อื่นๆ ในโลกจะต้อง
ประสบภัยพิบัติแน่นอน
“กางค่ายกล!”
หยวนสื่อเทียนจุนชี้นิ้วลง ลวดลายค่ายกลก็แผ่ขยายจากใต้เท้าเขาออกไปรอบด้าน เทียนจุนอีกสองคนก็ยกมือขึ้น
พร้อมกัน ลวดลายค่ายกลเต๋าขนาดมหึมาก็ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วบนผิวมหาสมุทร!
ปราณมหาศาลผสมปนเปกับพลังเทวะ ระเหยลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า เมื่อเมฆทะมึนที่มีหนวดยื่นออกมาสัมผัสกับพลัง
เหล่านี้ ต่างก็หดตัวถอยหนี ราวกับรังเกียจกลิ่นอายนี้สุดขีด
ในตอนนี้ หากมองลงมาจากดวงจันทร์ จะเห็นดวงตาเทพสีฟ้าขนาดมหึมากำลังเบิกขึ้นกลางมหาสมุทรแปซิฟิก
นี่คือค่ายกลสังหารอันดับหนึ่งแห่งสรวงสวรรค์ที่สามเทียนจุนแห่งต้าเซี่ยทุ่มเทเตรียมการมาหลายวันในม่าน
หมอก!
เทียนจุนทั้งสามค่อยๆ หลับตาลง เสียงร่ายคาถาอันแผ่วเบาก้องกังวานเหนือผิวน้ำ “พลังเต๋าขจัดมาร สามพิบัติ
บดบังดวงเนตร……ค่ายกลธุลีนัยน์เนตร!”
ดอกไม้ทองรอบกายหยวนสื่อเทียนจุนทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมกับคำสุดท้ายของคาถา ดวงตาสีฟ้าทั้งสามคู่
พลันเบิกกว้าง!
ในเวลาเดียวกัน เนตรศักดิ์สิทธิ์ที่ปกคลุมมหาสมุทรแปซิฟิกก็เปล่งแสงเจิดจ้าจนถึงขีดสุด!
เสาแสงศักดิ์สิทธิ์สายหนึ่งพุ่งขึ้นจากจุดศูนย์กลางของค่ายกล กลืนกินหนวดเมฆดำขนาดมหึมาในชั่วพริบตา เสียง
กรีดร้องโหยหวนสั่นสะเทือนผิวน้ำที่เงียบสงัดจนคลื่นซัดกระเพื่อม ราวกับมหาสมุทรกำลังเดือดพล่าน จากนั้นเลือดสี
แดงฉานก็แผ่ซ่านออกมาจากใจกลางเสาแสงนั้น
คลื่นพลังของค่ายกลแผ่ขยายออกไป แม้แต่ม่านหมอกที่ปกคลุมฟ้าดินก็ถูกขับไล่ แสงสีฟ้าทะลุชั้นบรรยากาศพุ่ง
เข้าสู่ห้วงอวกาศอันมืดมิด ไม่รู้ว่าทอดยาวไปถึงที่ใด
ตูม!!
กีบแพะขนาดเท่าภูเขาข้างหนึ่งพลันถีบทำลายมุมหนึ่งของเสาแสงศักดิ์สิทธิ์ เนื้อและเลือดของเมฆดำทะลักออก
มาจากรอยแตก ราวกับว่าอีกเพียงครู่จะหลุดรอดออกมาได้
ในตอนนั้นเอง เสียงแค่นหัวเราะพลันดังผ่านห้วงอวกาศอันไร้ขอบเขต ลอยละล่องลงสู่ผิวโลก
พร้อมกับที่ร่างบนดวงจันทร์ค่อยๆ ชักดาบศักดิ์สิทธิ์ออกมา แทงลงมายังโลกอย่างทรงพลัง แสงกระบี่สีทอง
ทะลวงอวกาศ พุ่งลงกลางมหาสมุทรอย่างแม่นยำ เผาผลาญเนื้อและเลือดที่ทะลักออกมาจนสิ้น
นี่เป็นครั้งที่สองในรอบกว่าร้อยปีที่มิคาเอลลงมือจากดวงจันทร์ลงมายังโลก
แต่ครั้งก่อนเป้าหมายของเขาคือเทวทูตตกสวรรค์ลูซิเฟอร์ ส่วนครั้งนี้เป้าหมายคือหนึ่งในสามเทพคธูลู… ‘แพะ
ดำ’
ทะเลแสงสีทองและสีฟ้าท่วมท้นค่ายกล ภายใต้ [พิภพเทพ] ของมิคาเอล กลุ่มเมฆที่มีหนวดยื่นออกมานั้นหด
ตัวอย่างรวดเร็ว ถูกอัดกลับเข้าไปในเสาแสงศักดิ์สิทธิ์ เสียงคำรามอันน่าขนลุกก้องไปทั่วฟ้า
หยวนสื่อ หลิงเป่า และเต้าเต๋อ สามเทียนจุนร่วมกับมิคาเอล นี่คือขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดของโลกในตอนนี้ ภาย
ใต้พลังของทั้งสี่เทพ ร่างแท้จริงของ [แพะดำ] เริ่มละลายด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หนวดเน่าเปื่อยและซาก
เลือดเนื้อร่วงหล่นจากท้องฟ้า ย้อมผิวน้ำให้เป็นสีดำส่งกลิ่นเหม็น
“รวมพลังเป็นหนึ่ง ดึงวิญญาณกลับร่าง” หยวนสื่อเทียนจุนผู้ควบคุมค่ายธุลีนัยเนตรเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบขณะ
เหยียบลงบนทะเลบุปผาสีทอง “ด้วยความเร็วนี้ อีกห้าชั่วยาม วิญญาณของมันจะสลายสิ้น”
หลิงเป่าและเต้าเต๋อ สองเทียนจุนต่างยืนประจำมุมค่ายกล ค่อยๆ หลับตาลง……