Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 450 กวาดเรียบหกตำแหน่ง! (1)

  1. Home
  2. ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์
  3. ตอนที่ 450 กวาดเรียบหกตำแหน่ง! (1)
Prev
Novel Info

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

ตอนที่ 450 กวาดเรียบหกตำแหน่ง! (1)

คืนนั้นหลังจากหลินจือไป๋จบการไลฟ์สด เขาก็สร้างไฟล์เอกสาร ‘Harry Potter’ ขึ้นในคอมพิวเตอร์ และเริ่มเขียนเรื่องราวในภาคแรกทันที

เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ หลินจือไป๋ได้แลกเปลี่ยนไอเทมเล็กๆ บางอย่างจากระบบเพื่อเพิ่มความเร็วในการเขียนของตนเอง ด้วยวิธีการนี้คาดว่าอีกไม่นาน ‘แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์’ ซึ่งเป็นภาคแรกของซีรีส์นิยายชุดนี้ก็น่าจะจัดเตรียมการตีพิมพ์ได้แล้ว

ส่วนภาคต่อๆ ไปจะทำอย่างไรดี?

หลินจือไป๋ไม่รีบร้อน เขาอยากเล่นอะไรที่มันน่าสนใจกว่านั้น นั่นคือทุกครั้งที่เขาสยบทวีปไหนได้สำเร็จ เขาถึงจะเขียนซีรีส์ ‘Harry Potter’ เพิ่มอีกหนึ่งภาค

ฉีโจวไม่ใช่จุดหมายปลายทางสุดท้าย!

ในแผนการของหลินจือไป๋ เขาจะไปพิชิตทีละทวีปในบลูสตาร์ จนกว่าจะสร้างความสำเร็จที่เพียงพอในทุกๆ ทวีป!

กระบวนการนี้อาจจะกินเวลาหลายปี?

หลินจือไป๋ไม่แน่ใจนัก แต่การพัฒนาของเขาในฉีโจวก็เป็นไปอย่างราบรื่น คาดว่าอีกไม่นานก็น่าจะพุ่งเข้าสู่ระดับเหนือแถวหน้าได้แล้ว

จะว่าไป

ตอนที่เขาได้เป็นระดับเหนือแถวหน้าแห่งฉีโจว ก็น่าจะเป็นช่วงเวลาที่หลินจือไป๋ใกล้จะโบกมือลาฉีโจวแล้วล่ะมั้ง

ในช่วงหลายวันต่อมา ด้วยอานิสงส์จากการแนะนำอย่างสุดตัวของหลินจือไป๋ในห้องไลฟ์สด ยอดขายนิยายหลายเล่มของปู๋เย่โหวก็เริ่มพุ่งทะยานอย่างรุนแรง

เล่มที่ฮิตที่สุดคือซีรีส์มังกรหยกทั้งสองภาค และเล่มแนวอบอุ่นอย่าง ‘ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ’

หลังจากกระแสบ่มเพาะได้ไม่กี่วัน ชื่อของปู๋เย่โหวก็ปรากฏขึ้นในอันดับคนดังของฉีโจวในระดับแถวสาม

ในโลกออนไลน์

โดยเฉพาะในเว็บบอร์ดที่เกี่ยวข้องกับนิยาย มีการสนทนาเกี่ยวกับปู๋เย่โหวมากมายมหาศาล

‘ปู๋เย่โหวที่ท่านมหาเศรษฐีแนะนำเนี่ย เขียนนิยายได้โรคจิตชะมัดเลย เมื่อคืนฉันอ่านรวมเรื่องสั้นเขารวดเดียวจบ แทบจะสำลักความมืดมนตาย!’

‘หลอนประสาทสุดๆ!’

‘รวมเรื่องสั้นน่ะมันมืดมนจริงๆ แนะนำให้ไปอ่าน ‘ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ’ เพื่อเยียวยาจิตใจดูนะ’

‘ผมอ่าน ‘มังกรหยก’ แล้ว โคตรเจ๋ง นี่คือนิยายกำลังภายในที่มันที่สุดเท่าที่ผมเคยอ่านมา ได้ยินว่าแฟนคลับที่ฉินโจวเรียกเขาว่าท่านโหว สมชื่อจริงๆ!’

‘อ่านมังกรหยกจบแล้วไปอ่านมังกรหยกภาคสองต่อได้นะ (ยิ้มเจ้าเล่ห์)’

‘อย่าไปอ่านมังกรหยกภาคสองนะ! มันน่ารังเกียจมาก! มีฉากโดนสวมเขาด้วย!’

‘คนข้างบนทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้สักวันวะ ผมเพิ่งอ่านฉากนั้นจบเมื่อวาน ทรมานใจจะตายอยู่แล้ว!’

‘พวกนายภูมิต้านทานต่ำไปนะ ฉันว่าก็โอเคอยู่ออก อีกอย่างส่วนตัวรู้สึกว่าเรื่อง ‘ความลับ’ ของท่านโหวก็โรคจิตใช้ได้เลย’

‘เห็นว่าซีรีส์มังกรหยกมีไตรภาค เล่มสามจะออกเมื่อไหร่ล่ะเนี่ย?’

ดูท่าทีพวกนี้สิ

ถึงขั้นเรียกท่านโหวกันแล้ว

เห็นได้ชัดว่าแผนการบุกตลาดหนังสือฉีโจวของปู๋เย่โหวเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งนัก

หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ผู้อ่านของปู๋เย่โหวในฉีโจวจะต้องเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แน่นอน

ส่วนเรื่องที่ปู๋เย่โหวเริ่มถูกจัดอันดับให้เป็นคนดังระดับแถวสามของฉีโจว หลินจือไป๋ค่อนข้างพึงพอใจ

เพราะตอนที่ไอดีหลักของเขาเพิ่งมาฉีโจวใหม่ๆ ก็เริ่มที่ระดับแถวสามเหมือนกัน

ไอดีรองราบรื่นขนาดนี้ เป็นเพราะไอดีหลักของเขามันเลเวลสูง ค่าพลังโจมตีเต็มพิกัด สามารถพาไอดีรองบินได้ทันทีนั่นเอง!

จริงด้วย

จู่ๆ หลินจือไป๋ก็นึกขึ้นได้ว่า ในเมื่อผลงานของปู๋เย่โหวสามารถนำเข้ามาในฉีโจวได้ งั้นก็หมายความว่าซีรีส์ ‘Harry Potter’ สามารถวางขายพร้อมกันทั้งในฉินโจวและฉีโจวเลยไม่ใช่เหรอ?

ถึงตอนนั้น

ไม่แน่ว่าปู๋เย่โหวในฉินโจว ก็อาจจะก้าวขึ้นสู่ระดับเหนือแถวหน้าเหมือนกับตัวเขาเองก็ได้!

เพราะนี่คือซีรีส์ ‘Harry Potter’ เชียวนะ ในโลกเก่าไม่มีวรรณกรรมเยาวชนเรื่องไหนจะมีอิทธิพลมากไปกว่าผลงานชุดนี้อีกแล้ว!

…

ก่อนหน้านี้นิยายที่ปู๋เย่โหวเขียน ความร้อนแรงจำกัดอยู่แค่ในฉินโจวเท่านั้น

และสิ่งที่หลินจือไป๋จะทำต่อไป ก็คือการนำผลงานบางส่วนออกไปสู่โลกกว้างของบลูสตาร์!

เหมือนอย่างตอนนี้

หลินจือไป๋ประสบความสำเร็จในการผลักดันนิยายของปู๋เย่โหวเข้าสู่ฉีโจว

ในโลกเก่าหากต้องการเผยแพร่วัฒนธรรมจีนไปต่างแดน ภาษาคืออุปสรรคที่ใหญ่ที่สุด

ทว่าที่บลูสตาร์แห่งนี้ ทั่วทั้งโลกล้วนพูดภาษาจีนเหมือนกัน เงื่อนไขที่ฟ้าประทานมาให้ขนาดนี้เขาต้องคว้ามันไว้ให้ได้

เป็นเช่นนี้ผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์

วันนี้หลินจือไป๋เริ่มไลฟ์สดตามปกติ ผลคือกลับพบเรื่องน่าประหลาดใจ ข้อความในหน้าจอต่างพากันพิมพ์ว่า

‘ท่านมหาเศรษฐีโคตรเจ๋ง!’

‘ท่านมหาเศรษฐีนายดังอีกแล้วนะ’

‘เป็นอีกวันที่นายยึดครองฮอตเสิร์ช’

‘ตอนจบหนังทำเอาฉันซึมเศร้าไปเลย’

‘สมกับเป็นท่านมหาเศรษฐี แค่เขียนบทตอนจบเล่นๆ ก็ทำเอาฉันตบะแตกเลย’

‘แงๆๆ!’

‘ดูท่อนสุดท้ายแล้วเหมือนกำลังส่องกระจกดูตัวเองอยู่เลย’

‘รู้สึกว่าท่านมหาเศรษฐีจะเข้าใจหัวอกพวกสุนัขเลียดีจัง หรือว่านายก็เคยเลียเหมือนกัน?’

‘…’

หลินจือไป๋ มึนงงเล็กน้อย ถามด้วยใบหน้าที่ดูไม่รู้เรื่องรู้ราวว่า “พวกคุณพูดเรื่องอะไรกันน่ะครับ?”

“เรื่องหนังไงคะ”

เลขาตัวน้อยอู๋เสวียนยิ้มกล่าว “ท่านตัวแทนงานยุ่งจนลืมไปแล้วเหรอคะ ฉันเคยรายงานคุณไปแล้วว่า หนังเรื่อง ‘Still Waiting For You’ มีกำหนดออกอากาศเมื่อคืนนี้ค่ะ”

“อืม หนังทำผลงานได้ดีเหรอครับ?”

หลินจือไป๋มัวแต่สนใจเรื่องไลฟ์สดจนลืมเรื่องนี้ไปเลย

เอาเถอะ หลักๆ คือเขาไม่ได้เก็บเอาหนังเรื่องนี้มาใส่ใจเท่าไหร่

ทว่าอู๋เสวียนกลับพูดด้วยความตื่นเต้น “ผลงานของหนังเรื่องนี้ดีมากเลยค่ะ ยอดคลิกชมแซงหน้าหนังแนวเดียวกันไปไกล โดยเฉพาะฉากจบนั้นที่ทำให้เกิดการพูดถึงอย่างถล่มทลาย เอ่อ ท่านตัวแทนคงไม่ลืมหรอกนะว่าบทตอนจบของหนังเรื่องนี้ คุณเป็นคนเขียนด้วยตัวเองน่ะค่ะ? แถมยังมีเพลงประกอบเพลงหนึ่งที่คุณร้องเองด้วยนะ…”

“จำได้ครับ”

หลินจือไป๋เคยแก้บทตอนจบจริงๆ และยังเขียนเพลงให้หนังเรื่องนี้ด้วยเพลงหนึ่ง แต่หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวอีก ไม่นึกเลยว่าจะดังได้?

ขอดูหน่อยว่าสถานการณ์เป็นยังไง

หลินจือไป๋เข้าไปในเวยซู ทันทีที่หน้าเว็บรีเฟรช เขาก็เห็นหัวข้อ ‘ตอนจบของ Still Waiting For You’ อยู่ในอันดับสามของฮอตเสิร์ช

เขากดเข้าไปดูในหัวข้อนั้น

หลินจือไป๋เห็นวิดีโอสั้นตัวหนึ่งที่มียอดไลก์สูงสุด

เขาเปิดดูตามใจชอบ ที่แท้คือคลิปตัดต่อฉากจบจากเรื่อง ‘Still Waiting For You’

พระเอกขับรถพานางเอกจากไป

รถขับไปอย่างช้าๆ หลักๆ คือเพื่อให้เวลาพระรองได้บอกลานางเอก

พระรองเดินตามรถอยู่นอกหน้าต่าง พูดกับนางเอกว่า “ลาก่อนนะ จะได้เจอกันอีกไหมตันตัน? ตอนที่เจอกันอีกครั้งคุณต้องมีความสุขนะ ตกลงไหม? ตันตันคุณต้องร่าเริงนะ คุณต้องมีความสุขนะ รู้ไหม ร่าเริงนะ มีความสุขนะ!”

พระรองพูดด้วยน้ำเสียงสะอื้น

ความเร็วรถเริ่มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

ความเร็วในการพูดของพระรองก็เร็วตามขึ้นไปด้วย “ต่อไปโลกของคุณจะไม่มีผมแล้ว ไม่เป็นไรนะ คุณต้องมีความสุขด้วยตัวเองให้ได้!”

พระเอกเหลือบมองพระรองทีหนึ่ง

ความเร็วรถเริ่มเร็วขึ้นเรื่อยๆ

ฝีเท้าของพระรองก็เร็วขึ้นตามไปด้วย

จนกระทั่งพระเอกเหยียบคันเร่ง จู่ๆ พระรองก็วิ่งสู้ฟัดตามท้ายรถที่กำลังเร่งความเร็วไป เขาร้องไห้ฟูมฟายท่ามกลางไอเสียรถยนต์

“ตันตัน!”

“ตันตัน!”

“ตันตัน ถ้าไม่มีคุณผมจะอยู่ได้ยังไง!”

ในช่วงหลายปีที่พระเอกหายตัวไป เป็นพระรองที่คอยอยู่เคียงข้างนางเอกอย่างเงียบๆ

ทว่าในวินาทีที่พระเอกปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง พระรองกลับพ่ายแพ้จนไม่เหลืออะไรเลย เขาทำได้เพียงวิ่งตามรถอย่างทุลักทุเล สุดท้ายก็ล้มลงกับพื้น แต่กลับไม่สามารถแลกมาได้แม้แต่การหันกลับมามองเพียงครั้งเดียวของนางเอก

รถลับตาไปจากวิสัยทัศน์

พระรองล้มลงข้างทางอย่างแรง

จู่ๆ ในหนังก็มีเพลงแทรกดังขึ้นมา

นั่นคือเสียงร้องของหลินจือไป๋

“ตัวตนที่ซับซ้อนที่สุด ความทรงจำที่คุมไม่อยู่ที่สุด อารมณ์ที่จู้จี้ที่สุด สิ่งที่หวาดกลัวที่สุดคือการบอกความจริงกับคุณ”

“จะพิสูจน์อย่างไร จะสงบสติอย่างไร จะทำอย่างไรถึงจะลืมคุณได้? คุณผู้ซึ่งผมเคยรักสุดหัวใจ”

“บางเรื่องไม่อาจดำเนินต่อ ปัญหาของผมคือคุณไม่คิดว่าผมมีปัญหา ขอฟังเสียงคุณอีกสักครั้งได้ไหม ถือเสียว่าผมมันคนไม่มีหัวคิด…”

พร้อมกับเพลงประกอบ

เรื่องราวในอดีตฉายชัดขึ้นมาในสมองของพระรองทีละฉาก

และนางเอกที่อยู่ในรถ ก็เริ่มหวนคิดถึงความดีของพระรองตลอดหลายปีที่ผ่านมา

จู่ๆ ท้องฟ้าก็มีฝนตกลงมาอย่างหนัก พระเอกเปิดที่ปัดน้ำฝน มองนางเอกผ่านกระจกมองหลัง

เปรี้ยง

มีเสียงฟ้าร้องดังสนั่น

จู่ๆ นางเอกก็ร้องไห้ออกมาโฮใหญ่ ราวกับสติหลุดในวินาทีนี้

และเสียงเพลงในวินาทีนั้น ก็ดำเนินมาถึงท่อนไคลแมกซ์ ราวกับเป็นการตะโกนร้องด้วยความไม่ยินยอมของคนที่รักจนหมดใจ

“ก็ปล่อยให้ฝนห่าใหญ่นี้ตกลงมาให้หมด!”

“เพื่อไม่ให้คุณเห็นความดิ้นรนบนใบหน้าของผม!”

“จบกันแค่นี้เถอะ พูดความจริงในใจออกมาเถอะ คนที่เห็นแก่ตัวที่สุดคนนั้นคือคุณใช่ไหม!?”

“ความเสียใจเก็บไว้ที่ใจผมก็พอ จะได้ไม่ต้องลำบากให้คุณลืม รีบไปกันเถอะ!”

“เดี๋ยวผมค่อยกลับบ้านเอง…”

นี่คือตอนจบที่หลินจือไป๋แก้ไขบทใหม่

ต่อให้เป็นหมาก็ต้องมีความรู้สึกสิ ความผูกพันตลอดหลายปีของพระรอง ยามจากลาอย่างน้อยก็น่าจะแลกมาซึ่งความปวดใจและน้ำตาของนางเอกได้บ้างไม่ใช่เหรอ?

อย่างไรเสียหลินจือไป๋ก็เข้าใจแบบนั้น

ส่วนวิธีการนำเสนอเนื้อเรื่อง หลินจือไป๋ได้หยิบยกเอามุก ‘อวิ๋นเผิงวิ่งตามรถ’ มาใช้อย่างยืดหยุ่น

แม้แต่บทพูดก็เหมือนกับตัวละครในหนังเรื่อง ‘I Belonged to You’ ในโลกเก่าเป๊ะๆ

โดยเฉพาะประโยคที่ว่า ‘เหยี่ยนจื่อ ถ้าไม่มีเธอฉันจะอยู่ได้ยังไง’ เรียกได้ว่าเป็นแก่นแท้เลยทีเดียว

และหลินจือไป๋เพียงแค่เปลี่ยนชื่อ ‘เหยี่ยนจื่อ’ เป็นชื่อนางเอกของหนังเรื่องนี้เท่านั้น แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่ด้อยไปกว่ากันเลย!

แน่นอนว่า

เป็นเพราะตัวละครต้นฉบับหน้าตาไม่ค่อยดีเท่าไหร่

และหนังเรื่องนี้จะอย่างไรก็เป็นแนววัยรุ่น มีความเป็นไอดอลอยู่บ้าง พระรองเองก็หน้าตาดีใช้ได้

ด้วยเหตุนี้

หลินจือไป๋จึงใส่เพลง ‘ก็ปล่อยให้ฝนห่าใหญ่นี้ตกลงมาให้หมด’ ของวังซูหลง เข้าไปเป็นเพลงประกอบหลังฉากนี้ ซึ่งถือเป็นการจัดการแบบหนังวัยรุ่นจ๋าๆ ไม่ได้มีระดับสูงส่งอะไรนัก แต่มันช่างเข้ากับสถานการณ์สุดๆ เหมาะสมลงตัวที่สุด

………………………………………………..

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Novel Info

Comments for chapter "ตอนที่ 450 กวาดเรียบหกตำแหน่ง! (1)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย