ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 448 ก้าวสู่ระดับเหนือแถวหน้าแห่งฉินโจว! (1)
งานชุมนุมกวีเทศกาลไหว้พระจันทร์สิ้นสุดลงในเวลาสี่ทุ่ม!
และจนกระทั่งงานกวีจบลง ห้องไลฟ์สดของหลินจือไป๋ก็ยังคงเปิดอยู่
ผู้ชมชาวฉีโจวนับไม่ถ้วนยังคงรับชมพร้อมกับพูดคุยกันอย่างคึกคัก
คืนนี้คึกคักเกินไปแล้ว วันนี้ไม่ว่าจะเป็นตอนทายปริศนาอักษรข้ามแม่น้ำ หรือตอนฝ่าสามด่านที่ศาลาตงถิง หลินจือไป๋แสดงออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบจนเรียกได้ว่าน่าตื่นตาตื่นใจ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าวันนี้เขายังได้เผยทักษะใหม่ออกมาอีกด้วย
นั่นคือกู่ฉิน!
‘หวังว่าท่านมหาเศรษฐีจะรีบอัดผลงานที่ชื่อ ‘เหมยสามครา’ นี้ออกมาให้ฟังเร็วๆ นะ’
‘แต่ไม่ว่าช่วงแรกจะน่าทึ่งแค่ไหน ช่วงที่พีคที่สุดก็ยังคงเป็นกลอนเทศกาลไหว้พระจันทร์ของท่านมหาเศรษฐีอยู่ดี ช่วงแรกน่ะแค่ทำให้ทึ่ง แต่พอ ‘ทำนองแห่งสายน้ำ’ โผล่ออกมา ความรู้สึกมันเหมือนได้บรรลุเซียนไปเลย!’
‘อันดับหนึ่งของกลอนเทศกาลไหว้พระจันทร์!’
‘นี่มันใช่รายการ ‘เยือนเขาลี่ซาน’ ที่ไหนกันล่ะ ตอนนี้สำหรับฉัน รายการนี้กลายเป็นบันทึกการโชว์เหนือรายวันของหลินจือไป๋ไปแล้ว!’
‘เช็ด พวกนายรีบดูค่าความนิยมเร็ว!’
‘ผ่านคราวนี้ไป ค่าความนิยมในห้องไลฟ์ของท่านมหาเศรษฐีพุ่งไปถึงห้าสิบล้านแล้ว!’
‘ตัวเลขห้องไลฟ์ของท่านมหาเศรษฐีถึงขั้นแซงหน้าสองราชินีเพลงอย่างฉีเจียนเจียและเย่อิงไปแล้วเหรอ!?’
‘สังหารหมู่ของจริง!’
คราวนี้คือการสังหารหมู่ของจริง!
หลังจากหลินจือไป๋โชว์เหนือไปไม่กี่ครั้งในงานกวีเทศกาลไหว้พระจันทร์ ยอดความนิยมในห้องไลฟ์สดก็แซงหน้าฉีเจียนเจียและเย่อิงไปทันที ต้องรู้ก่อนว่าทั้งสองคนนี้คือตัวท็อประดับสูงสุดของฉีโจว!
ทว่าในขณะนี้
หลินจือไป๋กำลังนั่งสัปหงกอยู่บนรถที่กำลังเดินทางกลับที่พัก
เขาแอบลืมตาขึ้นในตอนที่รถตกหลุมทีหนึ่ง และเมื่อเหลือบไปเห็นค่าความนิยมที่น่าตกใจในห้องไลฟ์โดยบังเอิญ หลินจือไป๋ก็อึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามออกมาโดยสัญชาตญาณว่า
“ดูเหมือนความนิยมของผมจะเพิ่มขึ้นนะ?”
อู๋เสวียนมีใบหน้าแดงระเรื่ออย่างผิดปกติ น้ำเสียงเธอสั่นเครือเล็กน้อย “ท่านตัวแทนควรจะถามว่า ตอนนี้ในฉีโจวยังมีห้องไลฟ์ของใครที่ร้อนแรงไปกว่าคุณอีกไหมมากกว่านะคะ”
เลขาตัวน้อยคาดไม่ถึงเลยจริงๆ!
หลินจือไป๋แค่ไปร่วมงานกวี แต่กลับกลายเป็นนายกกิตติมศักดิ์ของสมาคมนักเขียนฉีโจว แถมค่าความนิยมในห้องไลฟ์ยังพุ่งกระฉูด!
แน่นอนว่า
เมื่อเทียบกับความตื่นเต้นจากเรื่องหลัง อู๋เสวียนซึ้งแก่ใจดีว่าตำแหน่ง ‘นายกกิตติมศักดิ์สมาคมนักเขียนฉีโจว’ ต่างหากคือรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของหลินจือไป๋ในคืนนี้!
เพราะมันหมายความว่า
หลินจือไป๋ที่เป็นคนฉินโจว ได้เจาะทะลวงเข้าสู่ภายในของฉีโจวอย่างเป็นทางการ และได้รับการยอมรับจากใจจริงของชาวฉีโจวแล้ว!
“ขอบคุณทุกคนครับ”
หลินจือไป๋กล่าวต่อหน้ากล้อง “ตอนนี้ฤทธิ์เหล้าผมยังไม่หมด ยังมึนๆ อยู่เลย คงไม่ไลฟ์ต่อแล้ว ไว้เจอกันใหม่ครับทุกคน”
เป็นอันว่า
งานกวีจบลง
การไลฟ์สดก็จบลงด้วย
ทว่าการเฉลิมฉลองของชาวเน็ตกลับยังไม่จบสิ้น!
ผู้ชมจำนวนมหาศาลจากห้องไลฟ์ของหลินจือไป๋หรือชาวเน็ตที่ได้ดูไลฟ์งานกวี ต่างพากันอัปโหลดและแชร์คลิปวิดีโอไฮไลท์ที่พวกเขาอัดไว้ลงในเวยซู เพราะอย่างไรก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้ดูไลฟ์สด
‘ทุกคนรีบออกมาดูเทพเซียนเร็ว!’
‘อะไรเหรอ?’
‘รวมไฮไลท์สุดเจ๋งของหลินจือไป๋ตอนไปร่วมงานกวีวันนี้ไง’
‘มันคืออะไรกันแน่?’
‘ฉันพูดไม่ถูก นายดูเอาเองเถอะ รับรองว่าตาค้างแน่นอน!’
‘ไหนขอดูหน่อย’
‘เช็ด พี่ชายคนนี้โหดจัง เขาคือหลินจือไป๋ที่ช่วงนี้ชอบโผล่ในฮอตเสิร์ชบ่อยๆ คนนั้นเหรอ!?’
‘ฉันรู้จักเขา งานเลี้ยงการกุศลไง พ่อหนุ่มสุดหล่อที่อักษรหวัดแกมบรรจงเป็นอันดับหนึ่งในใต้หล้าน่ะ!’
‘ใช่ๆๆ คนนี้แหละ!’
‘นี่ยังเป็นคนอยู่ไหม? ลายพู่กันแทบจะเป็นอันดับหนึ่งในใต้หล้า วาดรูปก็ระดับปรมาจารย์ แถมกู่ฉินก็ระดับปรมาจารย์อีก ความสามารถด้านกวีนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย บท ‘ทำนองแห่งสายน้ำ’ นั่นสังหารใจฉันจริงๆ!’
‘เกี่ยวกับเรื่องไอดอลที่ฉันติ่งมันปีศาจเกินไปเนี่ย
แม่ฉันต่อต้านการตามดาราที่สุด คืนนี้ฉันพาแม่ดูไลฟ์งานกวีของไอดอลฉัน หรือก็คือท่านมหาเศรษฐี ผลคือพอแม่ดูจบ ความคลั่งรักดูจะแซงหน้าฉันไปแล้ว ถึงขั้นถามฉันว่าต้องไปที่ไหนถึงจะได้เจอตัวจริงของท่านมหาเศรษฐี!
ฉันนี่ถึงกับงงเลย’
คืนนั้น วิดีโอของงานกวีเทศกาลไหว้พระจันทร์ถูกส่งต่อกันอย่างบ้าคลั่ง!
บท ‘ทำนองแห่งสายน้ำ’ ของหลินจือไป๋ยิ่งดังก้องไปทั่วโลกอินเทอร์เน็ตของฉีโจวในเวลาอันสั้น!
และด้วยกระแสความนิยมระลอกนี้เอง ทำให้หลินจือไป๋เข้าถึงคนทุกกลุ่มอย่างสมบูรณ์ กลายเป็นบุคคลที่ชาวเน็ตฉีโจวทุกคนต่างได้ยินชื่อจนคุ้นหู!
ในฉีโจวมีใครไม่รู้จักหลินจือไป๋บ้าง?
ยกเว้นเสียแต่คนฉีโจวคนนั้นจะไม่เล่นอินเทอร์เน็ตเลย!
คนฉีโจวคนไหนที่เข้าเน็ต ย่อมต้องเจอหัวข้อสนทนาเกี่ยวกับหลินจือไป๋เจอข่าวของเขา และอื่นๆ อีกมากมาย
ไม่เพียงเท่านั้น
แม้แต่บัญชีทางการของฉีโจวยังอัปเดตคำอวยพรวันไหว้พระจันทร์ตอนห้าทุ่ม โดยใช้ข้อความอ้างอิงจากสองประโยคที่คลาสสิกที่สุดใน ‘ทำนองแห่งสายน้ำ’ ว่า ‘เพียงปรารถนาให้ผู้คนอยู่ยั้งยืนยาว ร่วมชมจันทร์นวลแม้อยู่ไกลนับพันลี้!’
…
ในขณะเดียวกัน
กลุ่มแชทแขกรับเชิญรายการ ‘เยือนเขาลี่ซาน’
แขกรับเชิญทุกคนต่างก็ได้รับรู้ถึงวีรกรรมของหลินจือไป๋แล้ว
โจวหานจิ้น “@หลินจือไป๋ อาจารย์ไป๋ตี้พาผมบินด้วยนะ (กอดขา)!”
ฉีเจียนเจีย “@หลินจือไป๋ ยินดีด้วย”
ฉีเทียนเหวิน “เช็ด! @หลินจือไป๋ บิ๊กบอสครับ ทำไมพริบตาเดียวคุณกลายเป็นนายกกิตติมศักดิ์วงการวรรณกรรมฉีโจวของเราไปได้ล่ะเนี่ย?”
ฉูฉู่ “เจ้านายคะ คืนนี้สาวใช้ตัวน้อยอุ่นเตียงให้ได้นะคะ (เขิน)”
หานเยว่ซวง “ฮ่าๆ ฉูฉู่ ทำไมจู่ๆ ก็ 456 ล่ะ?”
หลานเหย่ “ท่านมหาเศรษฐีโคตรเจ๋ง! แล้ว 456 หมายความว่าไงเหรอ?”
เย่จวินจี๋ “เคยเรียนโน้ตดนตรีไหม?”
หลานเหย่ “…พวกวงการเพลงนี่เล่นกันลึกจริงๆ”
หนิงหลิง “คืนนี้ตอนไลฟ์ฉันดูงานกวีตลอดเลย กรี๊ดดดด ฉันประกาศเลยว่าสเปกของฉันต่อไปนี้คือท่านมหาเศรษฐี@หลินจือไป๋!”
ฉินเลี่ยน “เธอจะ fasola[1] ด้วยเหรอ? ไปต่อแถวข้างหลังก่อนไป”
เย่อิง “เขานอนหลับไปแล้ว”
ทุกคน “…”
อย่าพูดจาให้คนเข้าใจผิดง่ายๆ แบบนั้นสิเฮ้ย!
แม้ในกลุ่มจะคึกคักมาก แต่ความจริงในยามนี้แขกรับเชิญทุกคน รวมถึงคนที่ไม่ได้พูดอะไรในกลุ่ม ต่างก็มีความรู้สึกที่ซับซ้อน
ไม่ว่าจะยอมรับหรือไม่ก็ตาม
ตั้งแต่รายการนี้เริ่มออกอากาศ ดูเหมือนว่ามันจะคอยส่งเสริมหลินจือไป๋มาโดยตลอด
ถ้าไม่ใช่เพราะการถอนตัวจากรายการถือเป็นการผิดสัญญา บางคนคงไม่อยากจะเล่นต่อแล้ว
เช่นกู้สิงที่เป็นหนึ่งในสี่จตุรเทพ เขาเข้าร่วมรายการนี้ก็เพื่อเย่อิงโดยเฉพาะ
ทว่าพอเข้าร่วมรายการมาตลอดทาง กู้สิงกลับพบว่าความสนใจของเย่อิง ถูกหลินจือไป๋ดึงดูดไปจนหมดสิ้น ตนเองไม่ได้รับความสนใจจากอีกฝ่ายเลยแม้แต่นิดเดียว แถมยังหาโอกาสอยู่กับเธอสองต่อสองไม่ได้เลย
เพราะเย่อิงมักจะตามติดหลินจือไป๋ตลอด
หรืออย่างเย่เจิ้น เขาเข้าร่วมรายการ ‘เยือนเขาลี่ซาน’ ก็เพื่อฉีเจียนเจีย และเมื่อเข้าสู่รายการก็ได้อยู่ทีมเดียวกับเทพธิดาตามปรารถนา
ทว่า
ตลอดการถ่ายทำที่ผ่านมา ฉีเจียนเจียมักจะเว้นระยะห่างกับตนเสมอ แต่กลับแสดงท่าทีที่ผิดปกติกับหลินจือไป๋
ผิดปกติจนดูไม่เป็นตัวของเธอเอง
สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไร ในฐานะพวกขี้ประจบที่ประจบมาหลายปีอย่างเย่เจิ้นย่อมซึ้งแก่ใจดี
และตอนนี้
เมื่อเห็นหลินจือไป๋ยืนหยัดได้อย่างมั่นคงในฉีโจว พัฒนาไปได้ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ แถมเทพธิดาก็ดูเหมือนจะมีใจให้เขา จู่ๆ เขาก็รู้สึกหมดสนุกขึ้นมา
“ฉันก็เป็นหนึ่งในสี่จตุรเทพนะ”
เย่เจิ้นเริ่มทบทวนตัวเอง “ผู้หญิงแบบไหนที่ฉันจะหาไม่ได้ ทำไมต้องมาจมปลักกับฉีเจียนเจียคนเดียวด้วย?”
พวกขี้ประจบตื่นรู้!
บางทีพวกขี้ประจบทุกคน อาจจะเริ่มเกิดการตื่นรู้ได้ก็ต่อเมื่อพบว่าเทพธิดาของตน ความจริงแล้วก็เป็นพวกขี้ประจบของคนอื่นเหมือนกันนั่นแหละ
ที่สำคัญที่สุดคือ
เมื่อก่อนเย่เจิ้นและกู้สิงยังมีแต้มต่อทางใจเหนือหลินจือไป๋อยู่บ้างไม่มากก็น้อย
รู้ว่าคุณหลินจือไป๋เป็นทายาทมหาเศรษฐี เป็นหลานชายเจ้าของบริษัทบันเทิงฉินโจว แต่ต่อให้คุณจะใหญ่แค่ไหนในฉินโจว พอมาถึงฉีโจว ก็ไม่สง่างามเท่าจตุรเทพแห่งฉีโจวอย่างพวกเราหรอก!
แต่ตอนนี้
หลินจือไป๋กลายเป็นแขกผู้มีเกียรติของวงการวรรณกรรมฉีโจว!
วงการวรรณกรรมก็คือแวดวงหนึ่ง ซึ่งเป็นแวดวงที่ระดับสูงกว่าวงการบันเทิง!
และตำแหน่งที่หลินจือไป๋ดำรงอยู่ ยังเป็นถึงนายกกิตติมศักดิ์สมาคมนักเขียนฉีโจว ในแง่ของสถานะทางสังคมนั้น เรียกได้ว่าแซงหน้าสี่จตุรเทพแห่งฉีโจวไปแล้ว!
ทำเอาเย่เจิ้นและกู้สิงถึงกับสิ้นหวัง!
พวกเขายังมีอะไรที่พอจะไปเทียบกับหลินจือไป๋ได้อีก?
ระดับความดังในฉีโจวเหรอ?
อย่าลืมว่าตอนนี้หลินจือไป๋ในฉีโจว อยู่ระดับแถวหน้าแล้วนะ
ตอนนี้เขายังได้เป็นนายกกิตติมศักดิ์ของวงการวรรณกรรมอีก ระยะห่างจากตำแหน่งเหนือแถวหน้าแห่งฉีโจว ก็น่าจะเหลือเพียงก้าวเดียวแล้วไม่ใช่เหรอ?
…
ฉินโจว
อย่างแรกคือในฉินโจวย่อมไม่ได้ดูไลฟ์สดงานกวีของฉีโจวแน่นอน
ทว่าชาวฉินโจวสามารถรับชมผ่านการถ่ายทอดสดแบบเรียลไทม์ของรายการ ‘เยือนเขาลี่ซาน’ ซึ่งก็คือกล้องถ่ายส่วนตัวของหลินจือไป๋ ทำให้เห็นไลฟ์งานกวีฉีโจวทางอ้อมได้!
ด้วยเหตุนี้
เมื่อหลินจือไป๋โชว์ฝีมือโดดเด่นในงานกวีฉีโจว ชาวฉินโจวจึงได้เห็นกันหมด!
โดยเฉพาะตอนที่เห็นหลินจือไป๋เขียนบท ‘ทำนองแห่งสายน้ำ’ ออกมา ชาวเน็ตทางฝั่งฉินโจวก็ระเบิดขึ้นเช่นกัน!
‘โคตรเจ๋ง!’
‘นี่คือผลงานที่ยอดเยี่ยมที่สุดในบรรดาทุกชิ้นของไป๋ตี้!’
‘กลอนบทนี้เหมือนจะเขียนขึ้นตอนที่ฉู่ฉือกำลังเมาด้วยนะ หลินจือไป๋ให้ความรู้สึกเหมือนถูกเซียนกวีปราชญ์กลอนในสมัยโบราณมาเข้าสิงเลย!’
‘หลินจือไป๋ สรุปว่ายังมีอีกกี่เรื่องที่ปิดบังพวกเราอยู่เนี่ย ก่อนหน้านี้ไม่เห็นรู้เลยว่าเขาดีดกู่ฉินเป็นด้วย บทเพลง ‘เหมยสามครา’ นั่นทำให้ฉันทึ่งจริงๆ ไม่ใช่แค่เทคนิคการบรรเลงระดับปรมาจารย์ แต่มันคือระดับการสร้างสรรค์ของพ่อเพลงเลยนะ!’
‘หลินจือไป๋ คุณคือพระเจ้าของผม!’
‘เขาไม่ใช่พระเจ้าของนายคนเดียวหรอก เขาคือพระเจ้าในใจชาวฉินโจวจำนวนมหาศาลต่างหาก!’
‘ตอนนี้พระเจ้ายังได้เป็นนายกกิตติมศักดิ์สมาคมนักเขียนฉีโจวอีก ฮ่าๆๆๆ ขำจะตายอยู่แล้ว คราวนี้คือการตบหน้าวงการวรรณกรรมฉินโจวทั้งทวีปเลยนะเนี่ย!’
‘ใช่เลย’
‘บางคนในวงการวรรณกรรมฉินโจว ตอนนั้นดันทำท่าทีแบบนั้นกับพระเจ้า จนพระเจ้ายอมไปเป็นนายกให้วงการกวีฉีโจวดีกว่าจะมานำทัพพวกงี่เง่าในวงการกวีฉินโจวของพวกเรา’
เมื่อพูดถึงตรงนี้
ชาวฉินโจวเองก็ขุ่นเคือง
ทว่าไม่ได้เคืองหลินจือไป๋
ทุกคนมองว่าความผิดอยู่ที่พวกปัญญาชนฉินโจวในตอนนั้นที่กีดกันหลินจือไป๋มากเกินไป
แม้ภายหลังหลินจือไป๋จะสยบคนทั้งวงการวรรณกรรมฉินโจวได้ จนถึงขั้นทำให้คนกลุ่มหนึ่งต้องพ้นจากตำแหน่ง และบางคนต้องออกจากวงการไปอย่างถาวร แต่ความแค้นครั้งนั้นก็ยังไม่จางหายไปโดยสิ้นเชิง
ทว่าชาวฉินโจวไม่รู้เลยว่า
ในวงการวรรณกรรมฉินโจว แม้หลินจือไป๋จะไม่ได้ดำรงตำแหน่งใดๆ แต่คุณยายจ้าวและโจวไท่ ในตอนนี้ต่างก็เป็นผู้นำของวงการวรรณกรรมฉินโจว!
และทั้งสองคนนี้ ในแง่หนึ่งก็ได้รับการสนับสนุนจากเสินฮว่ากรุ๊ปให้ขึ้นสู่ตำแหน่งเพราะความสัมพันธ์ที่มีกับหลินจือไป๋
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ
อำนาจในการพูดของหลินจือไป๋ในวงการวรรณกรรมฉินโจวในปัจจุบัน ความจริงแล้วอยู่ในระดับที่สูงมาก!
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงฐานะเจ้าของสำนักพิมพ์เสินฮว่า บวกกับความสัมพันธ์พิเศษบางอย่างระหว่างเสินฮว่ากรุ๊ปกับท่านผู้เฒ่า…
ในวงการวรรณกรรมฉินโจว แทบจะหาใครที่มีคำพูดศักดิ์สิทธิ์ไปกว่าหลินจือไป๋ไม่ได้แล้ว
เรื่องนี้มีคนมองออกไม่มากนัก
แม้แต่หูเหวยและสืออวิ๋นทางฝั่งฉีโจวก็ยังมองไม่ออก ยังนึกว่าหลินจือไป๋กับวงการวรรณกรรมฉินโจวเข้าหน้ากันไม่ติด
ที่แท้จริงคือ
คนในวงการวรรณกรรมฉินโจวที่เคยเป็นศัตรูกับหลินจือไป๋ในตอนนั้น ตอนนี้มอดไหม้ไปหมดแล้ว ไม่โดนปลดก็หายสาบสูญไป
มีปัญญาชนบางคน อย่างเช่นพวกอันอันที่ยังอยากจะดิ้นรนอยู่ในวงการต่อ ผลคือถูกกลุ่มปัญญาชนฉินโจวที่นำโดยคุณยายจ้าวและโจวไท่รวมหัวกันกีดกันอย่างสิ้นเชิง
……………………………………
[1] 4 5 6 มีที่มาจากการไล่เสียงตัวโน้ตดนตรี fa sol la ในภาษาจีนคำว่า 骚 ที่หมายถึง sol มีความหมายแฝงถึงการอ่อยหรือยั่วยวน จึงเป็นแสลงที่หมายถึงทำตัวเซ็กซี่หรือยั่วยวน