Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 443 งานชุมนุมกวีแห่งฉีโจว!

  1. Home
  2. ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์
  3. ตอนที่ 443 งานชุมนุมกวีแห่งฉีโจว!
Prev
Novel Info

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

‘เรือน​ธรรมชาติ​’ แห่ง​ฉีโจว​ พูด​ให้​เข้าใจง่าย​ก็​คือ​สิ่งก่อสร้าง​โบราณ​ขนาดใหญ่​ เพียงแต่​ห้องหับ​กว้างขวาง​พอ​และ​รักษา​สภาพแวดล้อม​ไว้​ได้​ดีเยี่ยม​ จึงให้​ความรู้สึก​ถึงกลิ่นอาย​โบราณ​ที่​แสน​คลาสสิก​ได้​ พวก​โต๊ะทำงาน​และ​ข้าวของ​ใน​ห้อง​ล้วน​เป็น​ระดับ​โบราณวัตถุ​ แต่​ถูก​เช็ดถู​จน​สะอาดสะอ้าน​เป็นพิเศษ​ เพียงแต่​หลัง​โต๊ะ​แต่ละ​ตัว​ไม่ได้​จัดวาง​เก้าอี้​เอาไว้​ มีเพียง​เบาะ​รอง​นั่ง​นุ่ม​ๆ เท่านั้น​ ทำให้​หลินจือ​ไป๋รู้สึก​ไม่ค่อย​ชิน​อยู่​บ้าง​

ทว่า​เขา​ไม่ใช่คน​เรื่องมาก​

ใน​เมื่อ​ปัญญาชน​ชาว​ฉีโจว​ชอบ​สไตล์​นี้​ เขา​ก็​เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม​ไป

ตอนนี้​กล้อง​ถ่ายทำ​ด้านหลัง​ได้​เพิ่มจำนวน​ขึ้น​อีก​หลาย​ตัว​ เพราะ​งาน​ชุมนุม​กวี​ใน​คืน​วัน​ไหว้​พระจันทร์​ของ​ฉีโจว​นี้​ จะต้อง​มีการ​ไลฟ์​สด​ไปทั่ว​ทั้ง​ฉีโจว​

และ​จุด​นี้​เอง​จริงๆ​ แล้วก็​เป็นสาเหตุ​ที่​หลินจือ​ไป๋ยินดี​จะเข้าร่วม​กิจกรรม​ของ​ปัญญาชน​ฉีโจว​ครั้งนี้​ สิ่งที่​เขา​แสวงหา​คือ​การ​สร้างชื่อเสียง​ เพื่อให้​ชาว​ฉีโจว​ยอมรับ​และ​ชื่นชอบ​ใน​ตัว​เขา​อย่าง​รวดเร็ว​ที่สุด​

ด้วย​วิธี​นี้​เขา​ถึงจะสามารถ​เลื่อน​ระดับ​คนดัง​ได้​

มิเช่นนั้น​หลินจือ​ไป๋ก็​คง​ไม่จงใจโชว์​ทักษะ​การ​วาดภาพ​ใน​ด่าน​ที่สาม​เมื่อ​ครู่​หรอก​ พูด​ไปพูด​มาก็​คือ​อยาก​อาศัย​ความสามารถ​รอบ​ด้านใน​การ​พุ่งชน​ระดับ​เหนือ​แถวหน้า​นั่นเอง​

“ได้เวลา​แล้ว​ครับ​”

หู​เหวย​เอ่ยปาก​ “ตอนนี้​เป็นเวลา​หก​โมงเย็น​ ท้องฟ้า​เริ่ม​มืด​แล้ว​ งาน​ชุมนุม​กวี​เทศกาล​ไหว้​พระจันทร์​ของ​เรา​เริ่มต้น​ขึ้น​อย่าง​เป็นทางการ​เถอะ​ครับ​ ก่อนอื่น​เรา​ต้อง​ขอ​มอบ​เสียง​ปรบมือให้​กับ​อาจารย์​หลี่หมิง​เฉวียน​ เมื่อ​เดือน​มีนาคม​ปีนี้​เขา​ได้​สร้างสรรค์​กลอน​บท​หนึ่ง​ ซึ่งถือได้ว่า​เป็น​กลอน​ชมบุปผา​ที่​ยอดเยี่ยม​ที่สุด​แห่ง​ปี…”

หลินจือ​ไป๋กะพริบตา​ปริบๆ​

งาน​กวี​ที่นี่​ไม่เหมือนกับ​ที่​ฉิน​โจว​แฮะ

ดูเหมือน​จะมอง​ความสงสัย​ของ​หลินจือ​ไป๋ออก​ เจียง​โส่วรั่ง​ที่นั่ง​อยู่​ไม่ไกล​นัก​จึงยิ้ม​แล้ว​กล่าวว่า​ “พี่​หลิน​ไม่ต้อง​แปลกใจ​ครับ​ งาน​ชุมนุม​กวี​ของ​ฉีโจว​เรา​พูด​ง่ายๆ​ ก็​คือ​ ท่าน​ผู้เฒ่า​หู​และ​ท่าน​ผู้เฒ่า​สือ​จะพา​ทุกคน​มาสรุป​กัน​ว่า​ ตั้งแต่​เทศกาล​ไหว้​พระจันทร์​ปีที่แล้ว​จนถึง​วันนี้​ มีปัญญาชน​ท่าน​ใด​เขียน​บทกวี​หรือ​กลอน​ที่​ยอดเยี่ยม​บท​ไหน​ไว้​บ้าง​ ทุกคน​สามารถ​อ่าน​และ​วิเคราะห์​ชื่นชม​ได้​อย่าง​อิสระ​ จากนั้น​ใคร​อยาก​จะขอ​คำ​ชี้แนะ​จาก​ใคร​ หรือ​อยาก​จะประชัน​กวี​กลอน​คู่​อะไร​กัน​ก็​ว่า​ไป ถ้าแพ้​ก็​ไม่ได้​คอขาดบาดตาย​อะไร​ แค่​ถูกปรับ​ให้​ดื่มเหล้า​หนึ่ง​จอก​ต่อหน้า​ทุกคน​ก็​เท่านั้นเอง​…”

สิ้น​เสียงพูด​ไม่ทัน​ไร​

หลินจือ​ไป๋ก็​เห็น​ปัญญาชน​คน​หนึ่ง​ลุกขึ้น​ยืน​ ตะโกนเรียก​ปัญญาชน​อีก​คน​ บอ​กว่า​อยาก​จะประชัน​ความสามารถ​กัน​ โดย​ขอให้​ผู้เฒ่า​หู​เหวย​เป็น​คน​ออก​โจทย์​

หู​เหวย​ยิ้ม​และ​ให้​พวกเขา​เขียน​บทกวี​ใน​หัวข้อ​ ‘เหล้า​’

ทั้งสอง​คน​แต่ง​กวี​กัน​คนละ​บท​ สุดท้าย​ให้​คน​ทั้ง​งาน​ช่วยกัน​ติชม​ ใคร​ที่​ได้รับ​คำชม​สูงกว่า​จะได้​นั่งลง​ ส่วน​คน​ที่​ด้อย​กว่า​ก้าว​หนึ่ง​จะต้อง​ดื่มเหล้า​ไปหนึ่ง​จอก​

จะว่า​ไป บรรยากาศ​แบบนี้​ก็​น่าสน​ใจดี​

อย่าง​น้อย​หลินจือ​ไป๋ก็​รู้สึก​ว่า​มัน​น่าสนุก​กว่า​งาน​กวี​ที่​ฉิน​โจว​เยอะ​เลย​

และ​เนื่องจาก​หลินจือ​ไป๋เป็น​แขก​ที่​มาจาก​ฉิน​โจว​ จึงไม่มีใคร​มาสร้าง​ความ​ลำบากใจ​ให้​เขา​ เพราะ​อย่างไร​ทุกคน​ก็​ยัง​ไม่ค่อย​สนิทสนม​กัน​นัก​

ทว่า​สิ่งนี้​ก็​ส่งผล​ให้​

หลินจือ​ไป๋ไม่สามารถ​เข้าไปมีส่วนร่วม​ใน​เกม​และ​การเล่นสนุก​ของ​ปัญญาชน​ฉีโจว​ได้​

ซ่งซิ่งเหลียง​มอง​จุด​นี้​ออก​ จึงพูด​ขึ้น​ว่า​ “ใครๆ​ ก็​บอ​กว่า​ความปรารถนา​สูงสุด​ของ​ปัญญาชน​ คือ​การ​เชี่ยวชาญ​ทั้ง​ พิณ​ หมากรุก​ อักษร​ ภาพ​ กวี​ ฉันท์​ กาพย์​ กลอน​ ทุกท่าน​คิด​ว่า​ในที่นี้​มีใคร​ที่​ตรง​ตาม​มาตรฐาน​นี้​ที่สุด​ครับ​?”

“นั่น​ยัง​ต้อง​ถามอีก​เหรอ​?”

ปัญญาชน​คน​หนึ่ง​เอ่ย​ยิ้ม​ๆ “ย่อม​ต้อง​เป็นคุณ​หลิน​น้อย​อยู่แล้ว​!”

คน​ข้างๆ​ รับช่วง​พูด​ต่อ​ “ที่จริง​ในที่นี้​ก็​มีหลาย​คน​ที่​รอบรู้​ทั้ง​ พิณ​ หมากรุก​ อักษร​ ภาพ​ ไปจนถึง​กวี​และ​กลอน​พร้อมๆ กัน​ แต่​ถ้าจะพูดถึง​คำ​ว่า​เชี่ยวชาญ​ล่ะ​ก็​ ย่อม​ต้อง​เป็นคุณ​หลิน​น้อย​ที่​คู่ควร​ที่สุด​จริงๆ​”

“นั่นสิ​ครับ​”

ซั่งจื้อหรง​ที่​ร่วม​เดินทาง​มากับ​หลินจือ​ไป๋ตลอดทาง​จนถึง​เรือน​ธรรมชาติ​ เลื่อมใส​เขา​จน​แทบจะ​กราบกราน​อยู่แล้ว​ ใน​ยาม​นี้​จึงประโคม​คำ​อวย​สุดตัว​

“โดย​เฉพาะเรื่อง​ลาย​พู่กัน​ อักษร​หวัด​แกม​บรรจง​ของ​พี่​หลิน​น่ะ​ ได้​ชื่อว่า​เป็น​อันดับ​หนึ่ง​แห่ง​บลู​สตาร์​เลย​นะ​!”

“ไม่ใช่แค่​อักษร​หวัด​หรอก​มั้ง”

เจียง​โส่วรั่ง​เอ่ย​บ้าง​ “ฉัน​เห็น​บทกวี​ที่​พี่​หลิน​เขียน​ใน​ด่าน​ที่สอง​ ใช้ตัวอักษร​บรรจง​ ระดับ​ตัวอักษร​บรรจง​นั่น​ก็​นับว่า​เป็น​หนึ่งไม่มีสอง​เหมือนกัน​!”

“จะแค่​หนึ่งไม่มีสอง​ได้​ยังไง​กัน​?”

จู่ๆ ปัญญาชน​รูปร่าง​สูงใหญ่​คน​หนึ่ง​ก็​ลุกขึ้น​ยืน​ “ผม​ว่า​วิชา​ลาย​พู่กัน​ของ​คุณ​หลิน​น้อย​ ไม่ว่า​จะตัวอักษร​แบบ​ไหน​ ก็​คือ​อันดับ​หนึ่ง​ใน​ใต้​หล้า​ทั้งนั้น​!”

พี่ชาย​คน​นี้​ใคร​กัน​น่ะ​?

ทำไม​อวย​ฉัน​ขนาด​นี้​?

ขณะที่​หลินจือ​ไป๋กำลัง​สงสัย​ ปัญญาชน​ข้างๆ​ ก็​หัวเราะ​ร่า​ “เหล่า​หลิ่ว​ แผนการ​ของ​นาย​มัน​กระแทก​หน้า​ฉัน​เข้า​อย่าง​จังเลย​นะ​ ก็​แค่​นาย​แย่ง​ต้นฉบับ​บทกวี​ด่าน​ที่สอง​ของ​คุณ​หลิน​น้อย​ไปได้​ไม่ใช่เห​รอ.​..”

โอเค​

หลินจือ​ไป๋ฟังเข้าใจ​แล้ว​ ที่แท้​พี่ชาย​คน​นี้​ก็​แย่ง​ต้นฉบับ​บทกวี​ของ​เขา​ไปได้​นี่เอง​

ลอง​คิดดู​ก็​ใช่ ถ้าไม่อวย​ว่า​ลายมือ​ของ​เขา​เป็น​อันดับ​หนึ่ง​ใน​ใต้​หล้า​ ต้นฉบับ​ที่​หลินจือ​ไป๋เขียน​ไว้​ใน​ด่าน​ที่สอง​ที่​ตง​ถิงจะมีมูลค่า​สูงได้​อย่างไร​

ดังนั้น​ทุกคน​จึงพา​กัน​หัวเราะ​ออกมา​

ทว่า​ท่ามกลาง​เสียงหัวเราะ​นั้น​ จู่ๆ ก็​มีคน​เอ่ย​แทรก​ขึ้น​ว่า​

“พิณ​ หมากรุก​ อักษร​ ภาพ​ ได้​ชื่อว่า​เป็น​สี่สหาย​ของ​ปัญญาชน​ หมายถึง​ของ​สี่อย่าง​ พวกเรา​ต่าง​รู้กัน​ดี​ว่า​คุณ​หลิน​น้อย​เชี่ยวชาญ​ด้าน​อักษร​และ​ภาพวาด​ แต่​ไม่รู้​ว่า​วิชา​พิณ​เป็น​อย่างไร​ และ​วิชา​หมากรุก​เป็น​อย่างไรบ้าง​?”

“พอ​จะรู้​บ้าง​เล็กน้อย​ครับ​”

หลินจือ​ไป๋รู้เรื่อง​สอง​อย่างนี้​บ้าง​เล็กน้อย​จริงๆ​

พิณ​ หมากรุก​ อักษร​ ภาพ​ หมายถึง​ วิชา​พิณ​ วิชา​หมากรุก​ วิชา​ลาย​พู่กัน​ และ​วิชาการ​วาดภาพ​

โดยที่​พิณ​ในที่นี้​ไม่ได้​หมายถึง​พิณ​สากล​แบบ​ฮาร์ป​

แต่​หมายถึง​พิณ​โบราณ​หรือ​กู่​ฉิน​

หรือ​ที่​เรียก​ว่า​เหยา​ฉิน​ อวี้​ฉิน​ พิณ​เจ็ด​สาย​

เป็นหนึ่ง​ใน​เครื่องดนตรี​ประเภท​ดีด​ที่​เก่าแก่​ที่สุด​ของ​บลู​สตาร์​

เครื่องดนตรี​ชนิด​นี้​ปัจจุบัน​มีคน​เรียน​ไม่มาก​นัก​ แต่​ใน​แวดวง​ปัญญาชน​กลับ​เป็นที่นิยม​อย่างยิ่ง​

ตอนที่​หลินจือ​ไป๋ศึกษา​วิชา​เรียบเรียง​เพลง​ เขา​เคย​เรียน​อยู่​ช่วงเวลา​สั้น​ๆ ระดับ​ความสามารถ​ย่อม​ไม่สูงนัก​ แค่​ขั้น​เริ่มต้น​เท่านั้น​

ส่วน​วิชา​หมากรุก​

พวก​ปัญญาชน​หมายถึง​หมากล้อม​ ไม่ใช่หมาก​ชนิด​อื่น​

หลินจือ​ไป๋เคย​เรียน​ตอน​เด็ก​ๆ เขา​เคย​เข้า​คลาส​งานอดิเรก​ทำนอง​นั้น​มาบ้าง​ แต่​ตอนนี้​จำได้​แค่​กฎ​กติกา​พื้นฐาน​เท่านั้น​ การ​บอ​กว่า​ ‘พอ​รู้​บ้าง​เล็กน้อย​’ จึงเหมาะสม​ที่สุด​

แน่นอน​ว่า​

ตั้งแต่​ระบบ​อัปเกรด​และ​อัปเดต​เวอร์ชัน​ใหม่​ หลินจือ​ไป๋ใน​ตอนนี้​มีความมั่นใจ​เต็มเปี่ยม​

ทักษะ​การ​ดีด​กู่​ฉิน​ของ​เขา​อาจจะ​ธรรมดา​มาก​ แต่​ถ้าจำเป็นต้อง​แสดง​โชว์​ การ​ยกระดับ​ขึ้นไป​สู่ระดับ​หนึ่ง​ใน​พริบตา​ก็​ไม่ใช่เรื่อง​ยาก​

ไม่มีอะไร​มาก​

เพียง​เพราะ​ใน​ร้านค้า​ของ​ระบบ​มีหนังสือ​ทักษะ​ที่​เกี่ยวข้อง​ขาย​อยู่​

อาจ​เป็น​เพราะ​กู่​ฉิน​เป็น​เครื่องดนตรี​ที่​ค่อนข้าง​เฉพาะ​กลุ่ม​ใน​วงการ​เพลง​สมัยใหม่​ ร้านค้า​จึงจัด​หนังสือ​ทักษะ​มาให้​เรียน​ได้​โดยตรง​ล่ะ​มั้ง

“โอ้​?”

คน​ถามยิ้ม​ “งั้น​ดูท่า​คน​ที่​เชี่ยวชาญ​วิชา​พิณ​ที่สุด​ในที่นี้​ ก็​น่าจะเป็น​ซิน​อี๋​แล้ว​ล่ะ​สิครับ​”

“ไอ้​พวก​ขี้​ประจบ​…”

หลินจือ​ไป๋ได้ยิน​คน​ข้างๆ​ พึมพำ​แว่ว​ๆ

ส่วน​คน​ถามที่​เป็น​ ‘พวก​ขี้​ประจบ​’ คน​นั้น​ก็​กล่าว​ต่อ​อี​กว่า​

“ส่วน​คน​ที่​เดินหมาก​ได้​เก่ง​ที่สุด​ ผม​ว่า​น่าจะเป็น​ท่าน​ผู้เฒ่า​หู​ครับ​”

“วิชา​หมากรุก​ของ​ผม​แค่​ธรรมดาๆ​ ครับ​” หู​เหวย​ยิ้ม​พลาง​กล่าว​ “ยอด​ฝีมือ​หมากรุก​ตัวจริง​คือ​ห​ลี่​ไป๋ แต่​เจ้านี่​วัน​ๆ เอาแต่​หมกมุ่น​อยู่​กับ​กลอน​คู่​ ไม่ค่อย​เดินหมาก​กับ​คน​ทั่วไป​ พวกคุณ​เลย​ไม่รู้ซึ้ง​ถึงความเก่งกาจ​ของ​เขา​”

“ช่วยไม่ได้​นี่​ครับ​”

ห​ลี่​ไป๋เบะ​ปาก​ “ท่าน​ผู้เฒ่า​หู​เดินหมาก​ได้​ห่วยแตก​ขนาด​นั้น​ ผม​ชนะ​ไปก็​ไม่ได้​รู้สึก​ภูมิใจอะไร​เลย​”

“ก็​คุณ​มัน​ระดับ​มือโปร​นี่​นา​ มอง​ผม​เป็น​พวก​เดินหมาก​ห่วยแตก​ก็​ไม่แปลก​หรอก​”

หู​เหวย​ถลึงตา​ใส่ห​ลี่​ไป๋อย่าง​ไม่พอใจ​ที​หนึ่ง​ แต่​เห็นได้ชัด​ว่าไม่ได้​โกรธ​จริงๆ​

ห​ลี่​ไป๋เป็น​ปัญญาชน​ที่​มีนิสัย​ค่อนข้าง​พยศ​และ​ไม่ค่อย​ยอม​ใคร​ แต่​หู​เหวย​กลับ​ชื่นชม​ใน​ความสามารถ​ของ​อีก​ฝ่าย​มาก​

“ที่แท้​อา​ห​ลี่​เก่ง​ขนาด​นี้​เลย​เหรอ​ครับ​”

เจียง​โส่วรั่ง​ยิ้ม​ “วันหลัง​ต้อง​ขอ​ลอง​สัก​กระดาน​ดู​บ้าง​ ผม​เอง​ก็​พอ​มีฝีมือ​อยู่​เหมือนกัน​ แต่​การ​เดินหมาก​มัน​เสียเวลา​เกินไป​ ใน​เมื่อ​วันนี้​เป็นงาน​ชุมนุม​กวี​เทศกาล​ไหว้​พระจันทร์​ ซิน​อี๋​จะพิจารณา​แสดง​ความสามารถพิเศษ​ให้​ทุกคน​ชมกัน​หน่อย​ได้​ไหม​ครับ​?”

“จะให้​ฉัน​แสดง​ทุกปี​เลย​เหรอ​คะ​?”

คิ้ว​สวย​ของ​เซี่ย​ซิน​อี๋​ขมวด​เข้าหา​กัน​เล็กน้อย​ ปีนี้​เธอ​ไม่อยาก​แสดง​วิชา​พิณ​แล้ว​

ทว่า​พอ​หันไป​เห็น​หลินจือ​ไป๋กำลัง​มอง​ตนเอง​อยู่​ ไม่รู้​ทำไม​เธอ​ถึงเกิด​ความสนใจ​ขึ้น​มานิดหน่อย​ เธอ​เม้มปาก​แล้ว​เอ่ย​ว่า​

“ปีหน้า​พวกคุณ​ต้อง​ปล่อย​ฉัน​ไปนะ​”

พูด​จบ​เซี่ย​ซิน​อี๋​ก็​ลุกขึ้น​ยืน​ เจ้าหน้าที่​รีบ​ยก​กู่​ฉิน​มาวาง​ให้​ทันที​

หลินจือ​ไป๋เหลือบมอง​พิณ​โบราณ​ตัว​นั้น​ มัน​คือ​พิณ​เจ็ด​สาย​ที่​เขา​เคย​ศึกษา​มานิดหน่อย​ตอน​เรียน​เรียบเรียง​เพลง​จริงๆ​

เมื่อ​เซี่ย​ซิน​อี๋​นั่งลง​หน้า​กู่​ฉิน​อย่าง​สง่างาม

เธอ​ยัง​ไม่ทัน​จะเริ่ม​บรรเลง​ เหล่า​ปัญญาชน​ใน​งาน​ก็​พา​กัน​ส่งเสียง​เชียร์​

โดยเฉพาะ​เจ้าพวก​ขี้​ประจบ​ตัว​น้อย​ที่​บอ​กว่า​ ‘เซี่ย​ซิน​อี๋​เก่ง​วิชา​พิณ​ที่สุด​’ ยิ่ง​ตบมือ​จน​ฝ่ามือ​แทบจะ​แดงเถือก​ ใบหน้า​ธรรมดาๆ​ เต็มไปด้วย​ความตื่นเต้น​

เมื่อ​เสียง​ปรบมือ​เงียบ​ลง​

เซี่ย​ซิน​อี๋​ก็​พูดว่า​ “บทเพลง​ที่​ฉัน​จะบรรเลง​ต่อไปนี้​มีชื่อว่า​ ‘ห่าน​ป่าร่อน​ลง​’ ค่ะ​”

ในขณะที่​เอ่ยปาก​ นิ้วมือ​ของ​เซี่ย​ซิน​อี๋​ก็​เริ่ม​กรีดกราย​ลง​บน​สาย​พิณ​

เสียง​พิณ​ดัง​ขึ้น​ ท่วงทำนอง​นั้น​กังวาน​และ​ไหล​ลื่น​ ทุกคน​ราวกับ​ได้ยิน​เสียงร้อง​ของ​ห่าน​ป่าที่​ดัง​ขึ้น​เป็นระยะ​จาก​เสียง​พิณ​ และ​มอง​เห็นภาพ​ฝูงห่าน​ป่าที่​กำลัง​ร่อน​ลง​ วนเวียน​และ​เหลียว​มอง​อยู่​ใน​ความว่างเปล่า​ของ​นภา​ก่อน​จะลง​สู่พื้น​

หลินจือ​ไป๋ฟังอย่าง​ตั้งใจ​

แม้ทักษะ​กู่​ฉิน​ของ​เขา​จะไม่เท่า​เซี่ย​ซิน​อี๋​ แต่​พื้นฐาน​เขา​เป็น​คน​เรียน​เรียบเรียง​เพลง​และ​ทำงาน​สาย​ดนตรี​ จึงมองเห็น​ความ​ล้ำลึก​ข้างใน​ได้​ไม่น้อย​

เซี่ย​ซิน​อี๋​คน​นี้​มีระดับ​วิชา​พิณ​ที่สูง​มาก​จริงๆ​

แน่นอน​ว่า​บทเพลง​ก็​ยอดเยี่ยม​ เพลง​ ‘ห่าน​ป่าร่อน​ลง​’ นี้​เป็นหนึ่ง​ใน​สิบ​สุดยอด​บทเพลง​ชื่อ​ดังที่​สืบทอด​มาจาก​สมัยโบราณ​ของ​บลู​สตาร์​

เมื่อ​การบรรเลง​จบ​ลง​ ทุกคน​ต่าง​พา​กัน​โห่ร้อง​ชื่นชม​!

“ยอดเยี่ยม​!”

“ไพเราะ​เกินไป​แล้ว​!”

“ราวกับ​เสียงดนตรี​จาก​สรวงสวรรค์​!”

คน​ที่​ฟังเข้าใจ​และ​ไม่เข้าใจ​ต่าง​ก็​พา​กัน​ชื่นชม​ หลินจือ​ไป๋เอง​ก็​ปรบมือให้​เช่นกัน​

เซี่ย​ซิน​อี๋​ลุกขึ้น​ยืน​ย่อ​กาย​คารวะ​เล็กน้อย​ หลังจากที่​เสียง​อื้ออึง​เงียบ​ลง​ จู่ๆ เธอ​ก็​ยิ้ม​ “ฉัน​ได้ยิน​มาว่า​คุณ​หลิน​เป็น​ปรมาจารย์​ด้าน​ดนตรี​ ไม่ทราบ​ว่า​บทเพลง​ของ​ฉัน​พอ​จะเข้าหู​บ้าง​ไหม​คะ​?”

“ยอดเยี่ยม​มาก​ครับ​”

หลินจือ​ไป๋ยิ้ม​ให้​

ได้ยิน​ว่า​เซี่ย​ซิน​อี๋​คน​นี้​เป็น​ปราชญ์​หญิง​อันดับ​หนึ่ง​แห่ง​ฉีโจว​ หลินจือ​ไป๋รู้สึก​ว่า​เธอ​มีของ​จริงๆ​ ทักษะ​กู่​ฉิน​ระดับ​นี้​ถ้าไม่ฝึก​มาเกิน​สิบ​ปีก็​ไม่มีทาง​มาถึงขั้น​นี้​ได้​

“ขอบคุณ​ค่ะ​”

เซี่ย​ซิน​อี๋​ย่อ​กาย​คารวะ​อีกครั้ง​ คราวนี้​หันไป​ทาง​ทิศ​ที่​หลินจือ​ไป๋นั่ง​อยู่​ แถมยัง​ขยิบตา​ให้​ที​หนึ่ง​ ราวกับ​กำลัง​ส่งกระแสไฟฟ้า​ให้​อย่างไร​อย่างนั้น​

นี่​นับ​เป็นการ​อ่อย​ฉัน​อยู่​หรือเปล่า​นะ​?

หลินจือ​ไป๋ไม่แน่ใจ​ว่า​ตน​หลงตัวเอง​เกินไป​หรือไม่​ แต่​แน่นอน​ว่า​เขา​ก็​ไม่ได้​ใส่ใจอะไร​ รัศมี​ปราชญ์​หญิง​อะไร​นั่น​เขา​มีภูมิคุ้มกัน​เต็ม​ร้อย​อยู่แล้ว​

เขา​ก็​เป็น​ถึงยอด​ปราชญ์​เหมือนกัน​นะ​!

ทว่า​เจ้าพวก​ขี้​ประจบ​ของ​เซี่ย​ซิน​อี๋​กลับ​เกิด​อาการ​อิจฉา​ขึ้น​มา

ก็​คือ​พี่ชาย​คน​ที่​บอ​กว่า​วิชา​พิณ​ใน​งาน​นี้​เซี่ย​ซิน​อี๋​เก่ง​ที่​สุดคน​นั้นแหละ​ เขา​สังเกตเห็น​ว่า​ท่าที​ของ​เทพธิดา​ที่​มีต่อ​หลินจือ​ไป๋นั้น​ดู​ไม่ปกติ​ จึงอด​พูด​ด้วย​ความอิจฉา​ไม่ได้​ว่า​ “ใน​ด้าน​ดนตรี​นั้น​คุณ​หลิน​ย่อม​เป็น​มืออาชีพ​แน่นอน​ แต่​วิชา​พิณ​คงจะ​ไม่เก่ง​เท่า​ซิน​อี๋​หรอก​มั้งครับ​…”

ความหมายแฝง​ก็​คือ​

ฝีมือ​นาย​ยัง​ไม่เท่า​เธอ​เลย​ มีสิทธิ์​อะไร​ไปวิจารณ์​?

หลินจือ​ไป๋ยิ้ม​บาง​ๆ ไม่ได้​เก็บ​มาใส่ใจ

ทว่า​ซ่งซิ่งเหลียง​กลับ​ไม่พอใจ​ “หวัง​จื้อ​ไจ้ คำพูด​ของ​คุณ​นี่​ฟังแล้ว​ทำไม​มัน​ดู​เหน็บแนม​จัง ลองดู​พวก​โค้ช​นักกีฬา​สิ ความสามารถ​ใน​การ​ลงสนาม​จริง​ของ​พวกเขา​ก็​ไม่เท่า​นักกีฬา​หรอก​ แต่​นั่น​ก็​ไม่ได้​ขัดขวาง​เรื่อง​ที่​เขา​จะเป็น​โค้ช​นี่​นา​”

หลินจือ​ไป๋น่ะ​คือ​ปรมาจารย์​ด้าน​ดนตรี​ตัว​น้อย​เชียว​นะ​!

ความสำเร็จ​ด้าน​ดนตรี​ของ​เขา​ใคร​จะกล้า​สงสัย​?

หวัง​จื้อ​ไจ้ที่​เป็น​พวก​ขี้​ประจบ​คน​นั้น​พูด​อย่าง​เก้อเขิน​ว่า​ “อย่า​เข้าใจผิด​นะ​ครับ​ ผม​ก็​แค่​พูด​ไปอย่างนั้น​เอง​ ไม่ได้​มีเจตนา​อื่น​”

หวัง​จื้อ​ไจ้ไม่กล้า​หาเรื่อง​หลินจือ​ไป๋และ​ไม่อยาก​หาเรื่อง​ด้วย​ เมื่อ​ครู่​เป็น​เพียง​อารมณ์​ชั่ววูบ​ของ​พวก​ขี้​ประจบ​ผู้​ต้อยต่ำ​ที่เกิด​อาการ​หน้ามืดตามัว​เท่านั้นเอง​

“เอา​อย่างนี้​แล้วกัน​ครับ​ ผม​พูดจา​ไม่เหมาะสม​ ขอ​ทำโทษ​ตัวเอง​ด้วย​การ​ดื่ม​สามจอก​”

พูด​จบ​หวัง​จื้อ​ไจ้ก็​ยก​เหล้า​ดื่ม​รวดเดียว​สามจอก​ ทำเอา​ซ่งซิ่งเหลียง​ถึงกับ​ทำตัว​ไม่ถูก​ หรือว่า​เขา​จะด่า​แรง​ไปนะ​?

เขา​เลย​ยก​จอก​ขึ้น​มาบ้าง​ “ใน​เมื่อ​ความเข้าใจผิด​คลี่คลาย​ ผม​ก็​จะดื่ม​สามจอก​เป็นเพื่อน​คุณ​เอง​”

“งั้น​ผม​ด้วย​ไหม​ครับ​?”

หลินจือ​ไป๋หัวเราะ​ไม่ได้​ร้องไห้​ไม่ออก​ งาน​ชุมนุม​กวี​แห่ง​ฉีโจว​นี่​ไม่มีตัว​ร้าย​จริงๆ​ เลย​แฮะ อุตส่าห์​มีโผล่​มาคน​หนึ่ง​ ดัน​ยอมสยบ​ใน​พริบตา​ เพราะ​เขา​ก็​เป็น​แค่​พวก​ขี้​ประจบ​คน​หนึ่ง​เท่านั้นเอง​

เมื่อ​คิดได้​ดังนั้น​

หลินจือ​ไป๋และ​ซ่งซิ่งเหลียง​จึงยก​จอก​ขึ้น​ดื่ม​พร้อมกัน​อีก​สามจอก​

เหล้า​สามจอก​ลงท้อง​ไป ความรู้สึก​มึน​ๆ ของ​หลินจือ​ไป๋ก็​กลับมา​อีกครั้ง​ และ​ดูเหมือน​จะมึน​กว่า​ตอน​อยู่​บน​เรือ​เสีย​อีก

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Novel Info

Comments for chapter "ตอนที่ 443 งานชุมนุมกวีแห่งฉีโจว!"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย