ทะยานสวรรค์ราชันย์อสูร - บทที่ 236 สองร่างแยกใหญ่
“จะสร้างข่าวใหญ่บ้าอะไรอีกล่ะ?”
ซวี่ชิงเยวพูดเสียงไม่พอใจใส่หลินจิ้ง
“เจ้ารู้สถานการณ์ของตัวเองไหมเนี่ย? ยังจะสร้างข่าวใหญ่? ก่อนหน้านี้ยังระวังยิ่งกว่านี้อีก ถึงขนาดไม่กล้ามาที่ราชสำนักอสูร แล้วนี่ไปกินยาอะไรผิดมาหรือไง?”
“เรื่องมันเป็นอย่างนี้”
หลินจิ้งอธิบายว่า
“ข้าศึกษาวิชาโอสถจำเป็นต้องอาศัยเคล็ดวิชามังกรเร้นลับของสำนักเซียนมังกรเร้นลับในการคำนวณทำนาย พอไม่ได้เปิดเผยตัวจริงมานานพลังโชคลาภมังกรแห่งความรุ่งโรจน์ก็ใกล้หมดแล้ว ดังนั้นหากจะศึกษาโอสถแปลงกายต่อจำเป็นต้องทำให้ชื่อหลินจิ้งเป็นที่รู้จักในดินแดนชิงโจวอีกครั้ง”
“ข้ารวมรวมร่างแยกสองตนไว้แทนตัวข้าในการเดินทางในดินแดนชิงโจวเรื่องความปลอดภัยไม่น่ามีปัญหา”
พูดจบหลินจิ้งที่สวมชุดโอสถเพลิงเมฆก็เรียกสองร่างแยกออกมา ร่างแยกหนึ่งใส่ชุดคลุมขาวสะอาดคาดน้ำเต้าไว้ที่เอว รูปโฉมหล่อเหลาเป็นการแต่งกายในตอนเข้าร่วมศึกยอดอัจฉริยะ หนูใบสนอีกตนก็เป็นรูปลักษณ์ของมันเองซึ่งเหมือนกับภาพจากหมายจับในดินแดนชิงโจวทุกประการ
“นี่มัน…”
ซวี่ชิงเยวมองดูสองร่างแยกด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย มองไม่ออกเลยว่าเป็นร่างแยก นอกจากนั้นยังรู้สึกได้ถึงพลังอันแข็งแกร่งจากทั้งสองร่างแยกเทียบเท่ากับระดับจินตันทั่วไปได้เลย
“มายาภาพ? แต่สัมผัสนี่มัน…”
นางหยิบร่างแยกของหนูใบสนมาดู
“เป็นศาสตร์สะกดวิญญาณและวิชาเนรมิตลวงของพันมายาภูผา พอรวมกับวิชามายาจากโอสถมนุษย์ต้นไม้ล่องหน ทำให้สองร่างแยกนี้มีพลังต่อสู้ในช่วงระยะเวลาหนึ่งไม่ด้อยไปกว่าตัวจริงเลย ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือสู้ได้นานไม่มาก หากได้รับบาดเจ็บก็จะสลายเร็วขึ้น”
“อย่างนี้นี่เอง… ถ้าเป็นแค่ร่างแยกก็ไม่มีปัญหา แถมยังเป็นร่างแยกมายาสมบูรณ์แบบขนาดนี้อีก”
ซวี่ชิงเยวเบาใจลง ยอมรับความคิดของหลินจิ้งที่ส่งร่างแยกออกไปก่อความวุ่นวาย ท้ายที่สุดแล้วนี่ก็เป็นขั้นตอนก่อนจะศึกษาการหลอมโอสถแปลงกาย นางคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนกล่าวว่า
“ช่วงนี้ในดินแดนชิงโจวมีงานใหญ่หลายอย่าง…”
นางครุ่นคิดก่อนพูดว่า
“แล้วเจ้าจะไปก่อเรื่องยังไง? มีงานใหญ่มากมายอย่างเช่นพิธีแต่งงานของเซียนหญิงตระกูลเซียนแห่งเผ่าเซียนแห่งแดนลอยฟ้า เจ้าคงไม่คิดจะไปขัดขวางงานแต่งงานล่ะมั้ง?”
“เอ่อ… เลวเกินไปแบบนั้นไม่เอาดีกว่า”
หลินจิ้งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดว่า
“แต่ข้าว่าถ้าเป็นเรื่องทั่วไปคงเรียกเสียงฮือฮาได้ไม่มาก ข้าอยากได้ผลลัพธ์แบบกวาดล้างในครั้งเดียว…”
“ข้าคิดจะเปิดเผยร่างยืนยงของตัวเองอย่างตั้งใจ”
เขาพูดขึ้นมา
“ห้ะ???”
ซวี่ชิงเยวตกตะลึง
“เจ้าจริงจังเหรอ? จะไม่ปิดบังแล้วเหรอ??”
หลินจิ้งพยักหน้า
“ยุงเยอะจนชินกับการโดนกัดแล้ว ยังไงความลับเรื่องร่างยืนยงก็ปิดไม่ได้นาน อาณาจักรโบราณลัทธิศพอันธพาลรู้กันเยอะไปหมด ยังไงก็โดนเปิดเผยแน่ ถ้าอย่างนั้นก็เปิดเผยเสียก่อนเพื่อแลกกับชื่อเสียงและโชคลาภพัฒนาพลังให้แข็งแกร่งขึ้น จากสถานการณ์ตอนนี้ต่อให้เปิดเผยออกไปตัวข้าก็ไม่น่ามีอันตรายอะไรใหญ่หลวง”
“แล้วจะทำยังไง?”
“ประกาศร่างยืนยง ใช้ร่างยืนยงเป็นเหยื่อล่อตอบโต้สองนิกายมาร”
หลินจิ้งเอ่ยว่า
“ลัทธิศพอันธพาลยังสามารถออกหมายจับข้าได้ ข้าก็สามารถออกหมายจับลัทธิศพอันธพาลได้เหมือนกัน…”
“โดยใช้โลหิตยืนยงเป็นค่าตอบแทน เปิดให้บรรดาเผ่าอสูรในดินแดนชิงโจวหากฆ่าผู้แข็งแกร่งจากลัทธิศพอันธพาลหรือลัทธิเทพแมลงได้ ก็จะได้รับโลหิตยืนยงหนึ่งหยด สิบปีต่อมาข้าจะไปยังสถานที่ที่กำหนดไว้เพื่อมอบรางวัลตามสัญญา”
“แน่นอนว่ารางวัลนี้ดูเผินๆ แล้วมีช่องโหว่มากมาย ไม่มีใครเชื่อว่าข้าจะรักษาสัญญาจริงหรือจะปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณะ แต่นั่นไม่สำคัญ สิ่งที่ต้องการคือกระแสข่าว ร่างยืนยงขั้นสร้างฐานออกหมายจับสองนิกายมาร พอที่จะทำให้ชื่อเสียงข้าดังกระทึ่มไปทั่วดินแดนชิงโจว กลายเป็นที่พูดถึงไม่รู้จบ ไม่ใช่แค่ในเผ่ามนุษย์เท่านั้นแต่ในเผ่าอสูรก็จะลือกันไปทั่ว ศิษย์พี่หญิงท่านว่าละ?”
ซวี่ชิงเยวอึ้งอยู่พักหนึ่งก่อนจะพูดว่า
“ไม่เสียแรงที่มาจากสำนักเซียนมังกรเร้นลับ โหดจริง…”
นางเหมือนนึกอะไรขึ้นได้จึงพูดว่า
“ถ้าเจ้าตัดสินใจแบบนั้น งานใหญ่ที่จัดโดยเผ่าอสูรย่อมเหมาะสมกับเจ้ามากกว่างานของเผ่ามนุษย์”
“เจ้าเคยได้ยินชื่อเผ่าสิงโตสวรรค์หรือไม่?”
“ตระกูลสิงโตสวรรค์…”
หลินจิ้งเอ่ยถามขึ้นว่า
“ตระกูลสิงโตสวรรค์ที่เลี้ยงร่างอมตะนั้นน่ะหรือ?”
“ใช่แล้ว ตระกูลสิงโตสวรรค์จะจัดพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษทุกสิบปี สิบปีมีพิธีเล็ก หนึ่งร้อยปีมีพิธีใหญ่ ในงานพิธีจะเชิญชนเผ่าต่างๆ มาร่วมเฉลิมฉลองอาหารยืนนานด้วยกัน”
“หากเจ้าต้องการจะลงมือจริงๆ พิธีใหญ่ร้อยปีของตระกูลสิงโตสวรรค์ก็นับเป็นสถานที่ที่เหมาะสมไม่น้อย ตอนนี้เหลือเวลาอีกไม่ถึงหนึ่งปีก็จะถึงพิธีใหญ่ของพวกเขาแล้ว เวลาเหมาะเจาะพอดี เหล่าผู้มีอิทธิพลที่สามารถเข้าร่วมพิธีของตระกูลสิงโตสวรรค์ส่วนใหญ่ล้วนสนใจในเลือดเนื้อยืนนานกันทั้งสิ้น มีทั้งเผ่าสัตว์อสูรชั้นสูงและตระกูลผู้ฝึกตนสายเลือดสัตว์อสูร…”
“การปรากฏตัวของเจ้าที่นั่นจะต้องทำให้ชื่อเสียงของเจ้าแพร่กระจายไปทั่วดินแดนชิงโจวแน่นอน”
หลินจิ้งไตรตรองอยู่ครู่หนึ่ง นับว่าเป็นสถานที่ที่ดีไม่น้อย เขาจึงถามว่า
“ราชสำนักอสูรจะส่งยอดฝีมือไปร่วมด้วยหรือไม่?”
“ไม่”
ซวี่ชิงเยวกล่าวพลางส่ายหัวว่า
“ราชสำนักอสูรกับตระกูลสิงโตสวรรค์ไม่ลงรอยกัน ทั้งสองฝ่ายมีหนทางต่างกันไม่อาจร่วมมือกันได้”
“โอ้…”
หลินจิ้งพยักหน้าเบาๆ
ตระกูลสิงโตสวรรค์… หนึ่งในเผ่าสัตว์อสูรชั้นยอดของดินแดนชิงโจว
สามอิทธิพลสัตว์อสูรระดับสูงใกล้ดินแดนชิงโจวได้แก่ ราชวังเทพสมุทร ราชสำนักอสูร และจักรวรรดิหมอกลวง ที่จริงแล้วทั้งหมดล้วนไม่ได้ประกอบด้วยเผ่าสัตว์อสูรเพียงเผ่าเดียว แต่เป็นพันธมิตรที่เกิดจากเผ่าสัตว์อสูรหลากหลายสายพันธุ์ภายใต้การนำของจักรพรรดิอสูรหนึ่งตน นอกจากนี้ยังมีบางเผ่าพันธุ์ที่ไม่ได้เข้าร่วมกับทั้งสามอิทธิพลนี้และยังคงใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ตระกูลสิงโตสวรรค์ก็คือหนึ่งในนั้น บรรพบุรุษสิงโตสวรรค์เป็นบรรพชนสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดรองจากสามจักรพรรดิอสูร
ถ้าเช่นนั้นไปตระกูลสิงโตสวรรค์กันเถอะ…
หลินจิ้งรู้สึกตื่นเต้นอยากรู้ว่าหลังจากก่อเรื่องใหญ่เช่นนี้พลังโชคลาภมังกรแห่งความรุ่งโรจน์ของเขาจะเพิ่มขึ้นแค่ไหนกันแน่
ขณะนั้นเองพลันมีเสียงร้องที่คุ้นเคยดังขึ้นรอบกาย
“เป้าะ”
หลังจากได้รับมรดกความทรงจำจากเคล็ดวิชาเทพมังกรแปรเปลี่ยน มังกรปลาคาร์พเพลิงก็กลับคืนสู่ร่างมังกรปลาคาร์พ หมุนวนอยู่ตรงที่เดิมด้วยท่าทางไม่รู้ทิศทาง
“เป็นอะไรไป?”
หลินจิ้งขมวดคิ้วเล็กน้อยมองไปทางมัน
“เคล็ดวิชาเทพมังกรแปรเปลี่ยนฝึกยากยิ่ง แม้แต่จะเริ่มต้นก็ยังไม่ง่ายนัก มันน่าจะเจอกับอุปสรรคเข้าแล้ว”
ซวี่ชิงเยวเห็นดังนั้นจึงพูดขึ้น
“เป้าะ!!”
มังกรปลาคาร์พจ้องตาโตส่งเสียงบอกปัญหาในการฝึกตนให้ทั้งสองคนทราบ เพียงใช้เวลาเพียงไม่นานมันก็สามารถสร้างร่างแปลงสองร่างได้สำเร็จ
รูปแบบปกติร่างมังกรปลาคาร์พคงมังกรปลาคาร์ฟได้ ทำให้ร่างดั้งเดิมที่ดิบที่สุดกลายเป็นร่างปกติของตน นอกจากนี้มันยังสร้างร่างโจมตีขึ้นอีกหนึ่งร่าง ร่างเทพมังกร มังกรเป็นเผ่าสัตว์อสูรที่พิเศษอย่างยิ่ง สัตว์อสูรอื่นเมื่อสร้างแก่นอสูรจะได้เป็นแก่นอสูรธรรมดา แต่ของมังกรกลับเป็นลูกแก้วมังกรซึ่งมีพลังมหาศาลเหมาะสำหรับใช้ในการต่อสู้โดยเฉพาะ และด้วยความที่มังกรปลาคาร์พมีแผนจะสร้างลูกแก้วมังกรจักรพรรดิเปลวเพลิง ร่างมังกรจึงเหมาะที่สุดที่จะใช้เป็นร่างโจมตี
เมื่อตามสายเลือดบรรพบุรุษขึ้นไปมังกรปลาคาร์พยังค้นพบร่างแปลงอีกสองร่างที่เหมาะจะใช้เป็นร่างป้องกันและร่างความเร็ว
ร่างป้องกันแน่นอนว่าคือร่างกิเลน กิเลนมีอีกชื่อหนึ่งว่าฉีหลิน เกล็ดของมันมีพลังป้องกันสูงอย่างยิ่ง อีกทั้งยังมีร่างยืนนานที่มีพลังชีวิตมหาศาลเหมาะจะเป็นโล่ป้องกันอย่างยิ่ง ส่วนร่างความเร็วมังกรปลาคาร์ฟได้ย้อนรอยสายเลือดไปยังบรรพบุรุษที่เก่าแก่ยิ่งกว่า เป็นสัตว์ประหลาดร่างม้าแต่มีปีก แม้ว่ามันจะไม่รู้จักบรรพบุรุษตนนั้นแต่ข้อมูลจากสายเลือดก็บอกว่าร่างนี้เร็วที่สุด!
ทว่าต่างจากร่างมังกรและร่างเทพมังกรที่สามารถสร้างขึ้นได้ง่าย ร่างกิเลนและร่างม้าเหินฟ้านี้มังกรปลาคาร์ฟไม่สามารถสร้างได้สำเร็จไม่ว่าพยายามอย่างไร
“สายเลือดของสองร่างนั้นอยู่ห่างไกลจากตัวมันมากเกินไป การตามรอยสายเลือดจึงยากเย็นไม่เหมือนสายเลือดมังกรที่มันใช้บ่อยและได้ใช้ทรัพยากรมังกรมามาก”
ศิษย์พี่หญิงกล่าวว่า
“มีอยู่สองทาง หนึ่งคือฝึกฝนอย่างช้าๆ ใช้เวลา อีกทางข้าจะพาพวกเจ้าไปเยือนเผ่ากิเลนด้วยตัวเอง”
“เจ้าฟังอยู่หรือเปล่า?”
ซวี่ชิงเยวมองไปยังหลินจิ้ง แต่หลินจิ้งกลับใจลอยคิดในใจว่า
“โว้ย! มีมังกรขาวให้ขี่จริงด้วยหรือเนี่ย? มังกรเอ๋ยเกิดม้า ม้าเกิดกิเลน มันของจริงนี่หว่า!”