ทะยานสวรรค์ราชันย์อสูร - บทที่ 235 สร้างข่าวใหญ่
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง เทพมังกรแปรสภาพสินะ… เป็นวิชาที่น่าสนใจไม่น้อยเลย”
หลินจิ้งพยักหน้าเล็กน้อยหลังจากฟังจบ
“ฟังดูแล้วก็เหมาะสมดี… สภาวะปกติคุณสมบัติสมดุลควบคุมได้ดีที่สุดฝึกฝนได้เร็วที่สุดถ้าเช่นนั้นในยามปกติที่ไม่ต้องต่อสู้ก็ควรรักษาไว้ที่สภาวะปกติภารกิจในแต่ละวันก็มีเพียงปรุงโอสถกับฝึกฝนเท่านั้นซึ่งการปรุงโอสถนั้นต้องใช้การควบคุมเป็นหลัก! เมื่อถึงเวลาต้องต่อค่อยเข้าสู่สภาวะโจมตีเพื่อเสริมพลังทำลายของเวทอสูรให้รุนแรงขึ้นเป็นเท่าตัว… ส่วนสภาวะป้องกันต้องใช้ร่วมกับเวทหลอมรวมร่างและ ‘สมบัติแปรสภาพอสูร’ เพื่อเพิ่มพลังป้องกันให้กับหลินจิ้งในฐานะนักควบคุมอสูร! และสุดท้ายคือสภาวะความเร็วเหมาะที่สุดสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน”
“ถ้าไม่มีปัญหาข้าจะแลกเทพมังกรแปรสภาพให้ล่ะ”
ซวี่ชิงเยวกล่าว
“รอให้มันฝึกฝนวิชานี้แล้วค่อยเข้าสู่ขั้นสร้างแก่นก็ยังไม่สาย แก่นอสูรที่เกิดจากการฝึกฝนจะเข้มแข็งกว่าการสร้างขึ้นเองตามธรรมชาติ”
“ทุกอย่างแล้วแต่ศิษย์พี่หญิงล่ะ”
หลินจิ้งหัวเราะเบาๆ
ราชสำนักอสูรแห่งนี้… ไม่เลวเลยถ้าได้รวมเข้ากับสำนักอวี้โซวคงจะดีไม่น้อย
หลังจากนั้นหลินจิ้งก็พักอยู่ในวังนักบุญหญิงของราชสำนักอสูร ได้ครอบครองถ้ำสวรรค์สำหรับฝึกฝนที่เป็นของตนเอง สภาพแวดล้อมในการฝึกฝนที่นี่ดีเยี่ยมยิ่งกว่าถ้ำสวรรค์ของสถาบันเสียอีก ไม่น่าแปลกใจที่สมาชิกขนนกกระจอกส่วนใหญ่ล้วนมาฝึกที่นี่กันทั้งนั้น
เมื่อมีสถานที่ฝึกฝนที่มั่นคง หลินจิ้งก็เริ่มศึกษาวิชาโอสถมนุษย์ต้นไม้ล่องหนเป็นอันดับแรก หลังจากที่สามารถควบคุมพลังเสริมได้อย่างคล่องแคล่วแล้ว จึงเริ่มใช้พลังโชคลาภมังกรแห่งความรุ่งโรจน์ในการวิเคราะห์สูตรโอสถ
โอสถมนุษย์ต้นไม้ธาตุทั้งห้า ซึ่งก็คือการนำพืชสี่ชนิดได้แก่ไม้เพชรสะท้อนกลับ, เถาวัลย์ดูดเลือด, ผลระเบิดไฟ, และต้นวิญญาณธาตุดิน มาดัดแปลงให้กลายเป็นอวัยวะของหนูใบสน วันที่ติดตั้งอวัยวะหลักเหล่านี้ได้สำเร็จก็คือวันที่มันสร้างแก่นสำเร็จเช่นกัน
ทว่าเมื่อเริ่มวิเคราะห์สูตรโอสถมนุษย์ต้นไม้ทั้งสี่ชนิดแล้ว หลินจิ้งกลับพบปัญหาหนึ่ง นั่นคือพลังโชคลาภมังกรแห่งความรุ่งโรจน์ของตนลดลงเรื่อยๆ ก่อนหน้านี้เขาใช้มันในการเรียนมายาศาสตร์ วิเคราะห์โอสถอาทิตย์จอมปลอม ฝึกเวทควบคุมอสูร และวิชาสามเศียรหกกร เขาแทบจะใช้พลังโชคลาภไปจนหมดสิ้น และเมื่อเวลาผ่านไปเขาก็ไม่ได้ใช้อัตลักษณ์ที่แท้จริงของตนออกไปก่อเรื่องมานานแล้ว ทำให้ความเร็วในการได้พลังโชคลาภนั้นช้าลง หากเป็นเช่นนี้ต่อไปอาจไม่เพียงพอสำหรับการวิเคราะห์โอสถทั้งสี่ชนิดด้วยซ้ำ ยังไม่รวมถึงโอสถแปลงกายและการฝึกฝนร่างกายเทพอสูรในอนาคตที่อาจต้องใช้พลังโชคลาภอีกเช่นกัน
“ต้องหาทางหาโชคลาภมังกรเพิ่มอีกสักระลอก…”
หลินจิ้งขมวดคิ้วครุ่นคิด
เจอแล้ว!
ดวงตาหลินจิ้งก็เป็นประกายขึ้นมา พลันเกิดความคิดสุดยอดหนึ่งขึ้น
“เสียงตอบรับตกต่ำแน่นอนเพราะไม่ได้ปรากฏตัวนานเกินไป ข้าอยู่ในราชสำนักอสูรขอแค่ส่งร่างแยกออกไปก่อเรื่องก็สามารถปลุกกระแสการพูดถึงข้าขึ้นมาได้อีกครั้ง”
“พอดีว่าหนูใบสนกำลังเรียนรู้วิชาแยกร่างแห่งพืชพรรณ อีกทั้งข้ายังมีโอสถมนุษย์ต้นไม้ล่องหนที่ช่วยเสริมมายาศาสตร์ได้อย่างดี จึงสามารถส่งร่างมายาที่แปรสภาพจากว่างเปล่าเป็นจริงร่วมมือกับร่างแยกของหนูใบสนไปสร้างสถานการณ์บางอย่างได้”
เขาเริ่มครุ่นคิดถึงกิจกรรมสำคัญๆ ที่จะเกิดขึ้นในดินแดนชิงโจวช่วงนี้ เช่นงานมหกรรมแห่งการปรุงโอสถที่จะจัดขึ้นอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ยิ่งเป็นเหตุการณ์ที่ได้รับความสนใจมากก็ยิ่งดี! อย่างไรก็เป็นแค่ร่างแยกไม่ต้องกลัวว่าจะตายจริง
‘คิดไม่ออกขั้นไปถามศิษย์พี่หญิงก่อนดีกว่า’
เตรียมหล่อหลอมร่างแยกไว้ก่อน เขาเรียกหนูใบสนออกมาปรึกษากันเรื่องแผนแยกร่างก่อเรื่อง หนูใบสนที่มีดวงตาสีเขียวเข้มพลันชะงักไปก่อนจะพยักหน้าเบาๆ แล้วรีบส่ายหัวอย่างแรง!
เคล็ดวิชาความยืนยาวของจักรพรรดิครามบรรลุขั้นสูงสุดแล้วจึงสามารถสร้างร่างแยกแห่งพืชพรรณได้! ตามที่ท่านเสิ่นซงกล่าวไว้ ร่างแยกแห่งพืชพรรณนั้นเหนือกว่าร่างแยกธรรมดามากนัก แต่ทว่าร่างแยกแห่งพืชพรรณนั้นมีปัญหาใหญ่อยู่ข้อหนึ่ง! และเพราะเหตุนี้เองทำให้หนูใบสนยังไม่ตัดสินใจแน่วแน่ในการสร้างร่างแยกกลุ่มใหญ่ไว้ช่วยปลูกพืชผักกับตนเอง!
“ไม่เป็นไรหรอกยังไงเราก็มีอายุยืนอยู่แล้วถ้าไม่พอวันหลังข้าจะใช้เลือดแห่งความยืนยาวหลอมโอสถยืดอายุขัยให้เจ้าสักเม็ด”
หลินจิ้งกล่าว
เหตุที่หนูใบสนลังเลก็เพราะการสร้างร่างแยกแห่งพืชพรรณนั้นต้องใช้พลังชีวิตเป็นจำนวนมาก แม้จะไม่ใช่การลดอายุขัยโดยตรงแต่หากสูญเสียพลังชีวิตในคราวเดียวมากเกินไปก็เท่ากับลดอายุขัยทางอ้อมเช่นกัน แน่นอนว่า…… ยิ่งใช้พลังชีวิตต้นกำเนิดมากเท่าไรการสร้างร่างแยกแห่งพฤกษาก็ยิ่งทรงพลังมากขึ้นเท่านั้น
หนูใบสนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ท้ายที่สุดก็ถอนหายใจยอมประนีประนอมลง ท้ายที่สุดก็เพื่อสะสมชื่อเสียงและโชคลาภไว้สำหรับตนในการพัฒนายาโอสถมนุษย์ต้นไม้ มันจึงไม่ลังเลอีกต่อไป มันตัดสินใจแล้ว อย่างมากก็แคสูญเสียอายุขัยไปสองปีเพื่อใช้ในการควบแน่นร่างแยกแห่งพฤกษา อายุขัยก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่มันชอบสะสม แน่นอนว่าไม่อยากจะสิ้นเปลืองเกินไปนัก
“พอแล้ว”
หลินจิ้งหัวเราะเบาๆ ลงมือทันที ไม่ช้าหนูใบสนก็ใช้พลังชีวิตจำนวนมหาศาลเร่งเร้าให้กำเนิดหนูไม้ตัวเล็กแสนประณีตและมนุษย์ไม้หนึ่งตน
หากมองจากภายนอกหนูไม้กับมนุษย์ไม้ดูแตกต่างจากหนูใบสนและหลินจิ้งอย่างสิ้นเชิง แม้แต่โครงสร้างร่างกายก็ไม่เหมือนกัน ทว่าเมื่อเทียบกับศาสตร์แยกร่างอื่นๆ แล้ว ร่างแยกแห่งพฤกษาที่หนูใบสนสร้างขึ้นสองตนนี้ถือว่าดีกว่ามาก ไม่เพียงเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตเข้มข้นดูคล้ายคนมีชีวิตจริงมากกว่าร่างแยกทั่วไป ยังสามารถใช้คาถาต่างๆ ของหนูใบสนได้อีกด้วย นอกจากดวงตาเซียนหลิวหลีที่ไม่สามารถจำลองลงบนร่างแยกได้แล้ว คาถาส่วนใหญ่เช่นคาถาใบไม้เหินเก็บดอกก็สามารถสืบทอดมายังร่างแยกได้!
‘จากนี้ไปให้ข้าเติมเต็มให้สมบูรณ์อีกหน่อยเถอะ’
หลินจิ้งประสานมือร่ายคาถา แสงสว่างจากแก่นอสูรของปีศาจหลบเร้นที่เก็บสะสมไว้ในร่างกายสาดประกายออกมา เงาภาพมายาสองสายซึ่งถูกเสริมพลังด้วยแก่นอสูรระดับจักรพรรดิก็พุ่งเข้าสู่ร่างแยกทั้งสองผ่านทางวิชาอัญเชิญจิต
ภาพมายาสองสายนี้แน่นอนว่าคือ “ภาพมายาหนูใบสน” และ “ภาพมายาหลินจิ้ง” ที่หลินจิ้งสร้างขึ้น ภาพมายาอื่นๆ หลินจิ้งอาจต้องใช้ความพยายามมากหน่อยในการสร้าง แต่หากเป็นภาพมายาของตนเองและหนูใบสนแล้วละก็ ถือว่าเป็นเรื่องง่ายดายที่สุดเพราะไม่มีใครรู้จักพวกเขาดีไปกว่าตัวเขาเองอีกแล้ว
เมื่อร่างแยกไม้ทั้งสองได้รับจิตวิญญาณผ่านวิชาอัญเชิญจิต รูปลักษณ์ก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง กลายเป็นรูปลักษณ์ของหนูใบสนและหลินจิ้งโดยสมบูรณ์ราวกับมีชีวิตจริงไม่ต่างจากต้นฉบับ กลิ่นอายพลังงานยังเหมือนกันทุกกระเบียบนิ้ว
“ยังไม่พอ”
หลินจิ้งร่ายคาถาต่อ
“เคล็ดวิชาย้อนสู่ความว่างเปล่า!!!”
เขาร่ายเสียงต่ำ เงาริณญาณของร่างแยกไม้ก็พลันเปลี่ยนจากภาพลวงตาเป็นรูปธรรม……. แผ่พลังอันทรงอำนาจออกมาอย่างเป็นรูปธรรมชวนให้รู้สึกเหมือนจริงยิ่งกว่าเดิม!
“สมจริงเหลือเกิน ไม่แปลกใจเลยที่ผู้ดูแลเจิ้งแห่งพันมายาภูผาจะกล่าวว่าวิชาเนรมิตลวงไม่เพียงสามารถแปลงเป็นสัตว์อสูร ยังสามารถแปลงเป็นหญิงงามคู่ใจได้อีกด้วย!”
หลายวันต่อมาซวี่ชิงเยวมาเยี่ยมเยียนดูอาการของหลินจิ้งและโยนกระดูกสัตว์อสูรสลักอักขระชิ้นหนึ่งให้เขา
“เคล็ดลับมังกรแท้จริงถูกสลักไว้ในนี้ บีบทำลายก็จะได้รับมรดกแห่งความทรงจำ ทว่ากระดูกสัตว์อสูรชิ้นนี้มีข้อจำกัด เคล็ดลับมังกรแท้จริงที่เรียนรู้จากมันไม่สามารถถ่ายทอดผ่านคำพูดหรือลายลักษณ์อักษรแก่ผู้อื่นได้ นับเป็นวิธีปกป้องคัมภีร์ของราชสำนักอสูร”
“เข้าใจแล้ว”
หลินจิ้งพัจนหน้ารับ
คัมภีร์ลับพิเศษส่วนใหญ่วมักเป็นเช่นนี้ เช่นเคล็ดวิชาย้อนสู่ความว่างเปล่าของพันมายาภูผาต้องเรียนในจุดเฉพาะของสำนักเท่านั้น คาถาชั้นยอดของสำนักอวี้โซวต้องเรียนควบคู่กับคัมภีร์ควบคุมอสูรเท่านั้น เคล็ดลับมังกรซ่อนของสถาบันเฉียนหลงต้องถ่ายทอดผ่านอาจารย์ด้วยอุปกรณ์พิเศษเท่านั้น…..
“โฮโฮโฮ!!”
มังกรเพลิงน้อยดีใจจนโผล่ออกมาจากลูกแก้วไม้เท้าแห่งธรรมสมภพแห่งอวี้โซว มันรอเคล็ดลับนี้มานานแล้ว
“แกรก”
อุ้งเท้ามังกรของมันบีบกระดูกสัตว์อสูรแตกละเอียด เพียงชั่วพริบตาความทรงจำแห่งมรดกของ “เคล็ดลับมังกรแท้จริง” ก็ปรากฏในสมอง ข้อมูลอันซับซ้อนทำให้มันต้องบินหลบไปนั่งหลับตานิ่งเพื่อดูดซึม
ขณะเดียวกันหลินจิ้งก็ถามศิษย์พี่หญิงว่า
“ช่วงนี้ในดินแดนชิงโจวมีเหตุการณ์สำคัญอะไรที่ผู้คนให้ความสนใจไหม?”
“ทำไมหรือ?”
ซวี่ชิงเยวมองอย่างสงสัย
“ข้าอยากจะสร้างข่าวใหญ่สักข่าว”
หลินจิ้งยื่นมือออกมาแล้วกำแน่น
ซวี่ชิงเยวอึ้ง: “?”