จากขยะตระกูลสู่มหาเทพด้วยระบบอัปเกรด - บทที่ 5 คว้าโอกาสได้สำเร็จ
บทที่ 5 คว้าโอกาสได้สำเร็จ
มีคำกล่าวไว้ว่า ‘หัวทอง ขาสลัก ขาเหล็ก เอวเต้าหู้’*[1] หมายถึงหมาป่า แต่หมาป่าศิลารัตติกาลตัวนี้กลับแตกต่าง มันมีผิวหนังทั่วตัวปกคลุมด้วยลวดลายเหมือนก้อนหิน และไม่ใช่เพียงแค่ลวดลายทั้งตัวของมันยังมีผิวหนังที่แข็งแกร่งเหมือนก้อนหินด้วย ทำให้มันมีพลังป้องกันที่สูงมากยากที่จะทำลายได้ เว้นแต่จะใช้อาวุธอันทรงพลังเท่านั้น
เมื่อเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรวิญญาณเช่นนี้ แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหลังภพระดับห้าก็ยังควรหลีกเลี่ยง แล้วจะให้เล่ยถิงที่ยังเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหลังภพระดับสองทำอะไรได้
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ไม่ใช่เล่ยถิงที่ไปก่อกวนมัน แต่มันต่างหากที่วิ่งมาหาเล่ยถิง
หากเขาไม่คิดหาวิธีแก้ไข ก็อาจต้องจบชีวิตลงที่นี่
“ปีนขึ้นต้นไม้!”
เล่ยถิงไม่ได้คิดจะหนีกลับทันทีที่มาถึง เมื่อเห็นต้นสนขนาดใหญ่อยู่ข้าง ๆ เขาก็ปีนขึ้นไปโดยไม่รอช้า เพียงไม่กี่ลมหายใจ เล่ยถิงก็ซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มใบไม้หนาแน่นของต้นสนต้นนั้น
หลังจากเข้าใจหลักการของก้าวมังกรพเนจร ความคล่องแคล่วของเล่ยถิงก็ไม่แพ้ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหลังภพระดับห้าเลย การปีนต้นไม้ง่าย ๆ แบบนี้จึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา
โฮก!
แน่นอนว่ามันคือหมาป่าศิลารัตติกาล
แต่หลังจากวิ่งออกมาจากพุ่มไม้ หมาป่าศิลารัตติกาลที่มีดวงตาแดงก่ำตัวนี้ก็หยุดลงชั่ววูบก่อนจะวิ่งไปอีกทางหนึ่งทันที ซึ่งเป้าหมายของมันชัดเจนว่าไม่ใช่เล่ยถิงผู้เป็นมนุษย์
“แปลกจริง หมาป่าศิลารัตติกาลตัวนี้มีบาดแผลนี่!”
เล่ยถิงที่ซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มใบไม้มองเห็นอย่างชัดเจนว่า หมาป่าศิลารัตติกาลที่วิ่งผ่านไปเมื่อสักครู่นั้นมีรอยแตกร้าวบนลำตัว แสดงว่ามันได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก
เล่ยถิงครุ่นคิดสักพัก แล้วเห็นหมาป่าศิลารัตติกาลที่วิ่งห่างออกไปถึงสองลี้แล้ว เขาก็ขบกรามตามมันไป
เพื่อ 20 แต้มโชคชะตา เล่ยถิงต้องยอมเสี่ยงทุกอย่าง
เล่ยถิงนั้นคิดจะเอาชนะทหารรักษาการณ์ร่างอ้วนผู้มีฝีมือสูงกว่าตนเองมาก แต่ก็ได้รับเพียงแค่ 5 แต้มโชคชะตาเป็นรางวัลเท่านั้น ยังไม่สามารถก้าวผ่านระดับได้เลย ดังนั้นเมื่อเห็นโอกาสที่จะก้าวผ่านสู่ระดับสามโดยตรง เล่ยถิงจะพลาดไปได้อย่างไร
……
บรรยากาศในฤดูใบไม้ผลินั้นชื้นแฉะ ท้องฟ้าเริ่มมืดมัวไปด้วยกลุ่มก้อนเมฆสีเทาเข้มที่กดทับเทือกเขาเฉินเจี้ยวที่กว้างใหญ่ไพศาล จนทำให้สิ่งมีชีวิตทั้งหลายถูกกดทับอยู่ภายใต้หมอกควันนั้น
ป่าไม้ที่ปกคลุมเทือกเขาเฉินเจี้ยวอันไพศาลนั้นมีสีคล้ำมืดลงไปด้วย แม้แต่ต้นไม้เก่าแก่หลายร้อยปีก็ยังบดบังแสงอาทิตย์อ่อน ๆ ทำให้ภายในเทือกเขานั้นมีแต่ความมืดมิด สีเขียวสดของตาลพุ่มและมอสปกคลุมพื้นดิน ตอไม้และซากไม้เปื่อยเน่า ช่วยสร้างสีสันแห่งชีวิตให้แก่แผ่นดินเล็กน้อย
เล่ยถิงก้าวเดินอย่างไว ถึงจะรวดเร็วแต่ก็มีจังหวะเหมือนกับว่ากำลังก้าวเดินตามจังหวะของใครบางคน
นกตัวหนึ่งที่ขนปีกเปียกชื้นด้วยหยดน้ำได้บินเฉียดผ่านเล่ยถิงไป จากนั้นก็แหวกลงไปในความมืดมิดที่ไม่รู้จบสิ้น ไร้ซึ่งวี่แววอีก
ที่นี่ไม่ใช่พื้นที่ชายขอบของเทือกเขาเฉินเจี้ยวอีกต่อไป สัตว์อสูรวิญญาณระดับสามขึ้นไปจะปรากฏตัวบ่อยครั้ง หากโชคร้ายอาจจะพบสัตว์อสูรวิญญาณระดับเจ็ดด้วยซ้ำ เช่นนกที่บินผ่านไปเมื่อครู่นั้น มันเป็นสัตว์อสูรวิญญาณระดับสาม หากมันต้องการกินเนื้อแม้แต่ก้าวมังกรพเนจรของเล่ยถิงก็คงไม่เร็วพอ
ตามหลักการแล้ว เล่ยถิงไม่ควรมาที่อันตรายเช่นนี้ แต่เขาก็ยังมา ติดตามรอยหมาป่าศิลารัตติกาลมาที่นี่
“เอาจริงเหรอเนี่ย!”
เล่ยถิงหยุดชะงักลงด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะวิ่งมาหยุดอยู่ข้างต้นไม้เก่าแก่ต้นหนึ่ง
เขาแหวกกิ่งก้านที่บิดเบี้ยวบนพื้นดิน จนพบเข้ากับรอยเท้าหมาป่าที่มีร่องรอยเปื้อนน้ำอย่างชัดเจน รอยเท้านั้นลึกเพราะถูกเหยียบกระแทกอย่างแรง ขณะที่ลำต้นไม้เก่าแก่ข้าง ๆ ก็มีรอยขีดข่วนอย่างชัดเจน
“ดูเหมือนหมาป่าศิลารัตติกาลตัวนั้นจะเคยต่อสู้ที่นี่”
หลักฐานต่าง ๆ บอกเล่ยถิงเช่นนั้นแต่เขาก็ยังไม่แน่ใจ จึงสำรวจรอบ ๆ ต่อไปแล้วพบรอยร้าวบนลำต้นของต้นไม้เก่าแก่หลายต้น บางต้นมีรอยเล็บ บางต้นมีรอยฟันบาดลึก
ยิ่งทำให้เขามั่นใจในการคาดการณ์ของตนมากขึ้น
หากมีผู้ใดอยู่ที่นี้ คงจะต้องตกตะลึงกับความเฉลียวฉลาดของเล่ยถิงอย่างแน่นอน รอยเท้าสัตว์ดุร้ายนั้นซ่อนอยู่ในที่ลับตา ล้อมรอบไปด้วยวัชพืช ดินโคลน และแอ่งน้ำ คนที่ประมาทเพียงนิดก็อาจมองข้ามไปได้โดยง่าย แม้แต่นายพรานผู้มีประสบการณ์ยาวนานก็ยังอาจไม่สังเกตเห็น
เล่ยถิงสามารถค้นพบร่องรอยได้เช่นนี้ มิใช่เป็นฝีมือเจ้าของร่างเดิมแต่เป็นเพราะภพเก่าของเขาในฐานะทหารชายแดน รวมถึงทักษะการเอาตัวรอดที่ได้เรียนรู้มาจากรายการทางโทรทัศน์
โฮก…!
เมื่อได้ยินเสียงนั้น เล่ยถิงก็ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว
หากเสียงคำรามครั้งก่อนเป็นเสียงแห่งความโศกเศร้าและโกรธแค้น ครั้งนี้เสียงนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสิ้นหวัง แม้แต่เล่ยถิงเองก็ยังรู้สึกเศร้าโศกเล็กน้อย
“เสียงนั้นห่างจากที่นี่ประมาณหกลี้”
เล่ยถิงรู้ว่านี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายของเขาแล้ว จึงพุ่งตัวออกไปทันใด ใช้ก้าวมังกรพเนจรอย่างเต็มพิกัด
แกร๊ง!
เมื่อเล่ยถิงข้ามผ่านหุบเขาและใกล้ถึงจุดหมาย เขาก็ได้ยินเสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น
มีผู้ฝึกยุทธ์กำลังต่อสู้หมาป่าศิลารัตติกาลอยู่!
นี่เป็นความคิดเดียวที่เล่ยถิงคิดได้ เขารู้อยู่แล้วว่าหมาป่าศิลารัตติกาลกำลังไล่ล่าสิ่งมีชีวิตที่ชาญฉลาด แต่น่าเสียดายที่สัตว์เหล่านั้นมีไหวพริบมากเกินไป สามารถลบร่องรอยต่าง ๆ ที่ตนทิ้งไว้ได้ทันท่วงที จนเล่ยถิงเกือบจะหมดหวังแล้ว
“ศพ!”
เล่ยถิงสังเกตเห็นร่างที่ล้มตายเป็นร่างแรก ร่างที่แขนและขาทั้งสองข้างขาด สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวแต่ไม่ยอมจำนน
เลือดสดกระจายเต็มพื้น ร่างที่ถูกกระชากขาด สีดำและสีขาวปนเปื้อนกับดินโคลนและหนองน้ำ กลิ่นคาวเลือดฉุนรุนแรงจนเล่ยถิงต้องขมวดคิ้ว
“ด้านหน้า”
เมื่อแน่ใจว่าเป็นหมาป่าศิลารัตติกาลที่สังหารศพเหล่านั้น เล่ยถิงก็ใช้ก้าวมังกรพเนจรอย่างเต็มกำลัง โดยไม่ให้เกิดเสียงดังแม้แต่น้อย ค่อย ๆ เคลื่อนตัวเข้าใกล้สถานที่ต่อสู้นั้น
เอ๋ง!
ซวบ!
ทว่าเมื่อเขามาถึงก็ได้เห็นฉากที่น่าสยดสยอง นั่นคือผู้ฝึกยุทธ์วัยกลางคนผู้หนึ่งที่ยอมรับกรงเล็บของหมาป่าศิลารัตติกาลเพื่อแลกกับการได้ฟันมันด้วยดาบ เป็นการเสี่ยงชีวิตอย่างแท้จริง และเกือบจะตัดคอมันขาดได้
พลั่ก!
ผู้ฝึกยุทธ์วัยกลางคนถอยหลังด้วยความลำบาก และชนเข้ากับต้นไม้เก่าแก่ต้นหนึ่ง การชนที่ไม่รุนแรงนักนั้นแต่กลับทำให้เขาพ่นเลือดออกมา เลือดสีแดงฉานยิ่งโดดเด่นขึ้นอีกเมื่อมีหมอกเป็นฉากหลัง
อย่างไรก็ดี ผู้ฝึกยุทธ์วัยกลางคนยังคงยืนอยู่ แม้ว่าจะใกล้หมดแรงแล้วก็ตาม เขายังคงดื้อดึงยืนหยัดอยู่
เสียงคำรามของสัตว์ป่าดังขึ้นอีกครั้ง
หมาป่าศิลารัตติกาลที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสหมอบลง และตั้งท่าจะโจมตีเล่ยถิงที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน แต่เล่ยถิงก็สามารถจับความหวาดกลัวของมันได้ เพราะกระดูกคอของมันปรากฏให้เห็นและเลือดก็ไหลออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง เชื่อได้ว่ามันคงทนอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว
“20 แต้มโชคชะตา!”
เล่ยถิงไม่สนใจคำเตือนของหมาป่าศิลารัตติกาลที่คำรามออกมา แต่จับจ้องไปที่บริเวณคอของมันอย่างไม่วางตา
หากเล่ยถิงปล่อยให้มันตายจากการเสียเลือด เขาคงจะไม่ได้รับรางวัล เพราะมันถูกผู้ฝึกยุทธ์วัยกลางคนผู้นั้นสังหาร เล่ยถิงจำต้องลงมือเองเท่านั้นจึงจะได้รับรางวัล ระบบจะไม่เปิดช่องให้เขาเอาเปรียบแน่
เพียงการแทงคอมันเข้าไปอีกครั้งเดียว เล่ยถิงก็จะได้รับ 20 แต้มโชคชะตาอันล้ำค่า และก้าวผ่านสู่ขั้นหลังภพระดับสามทันที การแลกด้วยการแทงเพียงครั้งเดียว เป็นการล่อลวงราวกับปีศาจผลักดันให้เขาค่อย ๆ ชัก ‘กระบี่ทลายภูผา’ ออกมา
เล่ยถิงไม่รู้จักเพลงกระบี่แม้แต่น้อย แต่เพื่อจะโจมตีหมาป่าศิลารัตติกาลที่มีหนังหนาคล้ายก้อนหิน ก็คงต้องใช้อาวุธมากกว่าการต่อยด้วยมือเปล่า ซึ่งพลังจะลดลงอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง
โฮก!
หมาป่าศิลารัตติกาลมองเห็นเล่ยถิงผู้เป็นเหยื่อของมัน มิได้ถอยหนีแต่กลับตั้งท่าโจมตี ด้วยความโกรธแค้นมันจึงคำรามลั่นขาที่แข็งแกร่งทั้งสี่ข้างพลันพุ่งเข้าหาเล่ยถิงอย่างรวดเร็ว เสมือนลูกธนูพุ่งออกจากคัน
นั่นเป็นโอกาสที่เล่ยถิงรอคอย
เล่ยถิงรู้ดีว่าการต่อกรกับหมาป่าศิลารัตติกาลด้วยมือเปล่าย่อมไร้โอกาสชนะ แม้หมาป่าศิลารัตติกาลจะบาดเจ็บสาหัสก็ตาม เพราะร่างกายที่หุ้มด้วยหินของมันไม่สามารถทำลายได้ด้วยการซัดด้วยกำปั้นหรือกระบี่ทลายภูผาที่เล่ยหนานเทียนมอบให้เล่ยถิง
โอกาสเดียวที่เล่ยถิงอาจจะใช้ประโยชน์ได้คือบาดแผลที่คอ บริเวณจุดตายของมัน
ในพริบตานั้นเล่ยถิงมิได้ถอยหนี แต่กลับพุ่งเข้าหามัน จับจังหวะไปที่ร่างใหญ่ของหมาป่าศิลารัตติกาลลอยคร่อมอยู่กลางอากาศ รวบรวมพลังลมปราณทั้งหมดลงบนกระบี่ทลายภูผาในมือ ร่างกายลอยวูบขึ้นท่ามกลางเสียงหวีดของอากาศ เล่ยถิงและหมาป่าศิลารัตติกาลสวนผ่านกันไปมา
เพียงกระบวนท่าเดียวง่าย ๆ เท่านั้น
เล่ยถิงจับจังหวะช่องว่างนั้น กระบี่ทลายภูผาราวตัดผ่านลำคอของหมาป่าศิลารัตติกาล
โครม!
หมาป่าศิลารัตติกาลตกลงพื้น แต่ไม่ล้มลง
ตุบ!
นั่นคือเสียงอีกครั้งของการตกลงพื้น แต่ครั้งนี้เป็นศีรษะของหมาป่าศิลารัตติกาล ลำคอของมันถูกตัดขาดออกเลือดพุ่งกระจายราวกับน้ำพุ
[ติ้ง!]
เสียงแจ้งรางวัลจากระบบอัพเกรดดังขึ้น เล่ยถิงเกือบจะร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ
ชัยชนะเป็นของเขาแล้วคว้าโอกาสไว้ได้อย่างชาญฉลาด ปลิดชีพหมาป่าศิลารัตติกาลได้ ด้วยสัญชาตญาณ เล่ยถิงรีบเปิดแผงสถานะหวังจะยกระดับขีดความสามารถของตนแต่ในพริบตาถัดมา แต่แล้วเขาก็หยุดนิ่งไปด้วยความประหลาดใจ เพราะเขาค้นพบสิ่งที่เหลือเชื่อ
[1] หัวทอง ขาสลัก ขาเหล็ก เอวเต้าหู้
เป็นสำนวนจีนซึ่งสื่อว่า แม้หมาป่าจะมีหัวแข็ง ขาแข็งแรง แต่จุดอ่อนของมันอยู่ที่เอวซึ่งสามารถโจมตีได้ง่าย
ตอนก่อนหน้า
บทที่ 4 เทือกเขาเฉินเจี้ยว
ตอนต่อไป
บทที่ 6 ก้าวผ่านสู่ขั้นหลังภพระดับสาม
แสดงความคิดเห็น
ปิดโหมดสปอย
ส่งความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น
ที่อยู่: 9/70 หมู่ 2 ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา ปทุมธานี 12130
เวลาทำการ: 09:00 – 18:00 จันทร์-ศุกร์
โทร: 0654214015 e-mail : support@bookfet.com
เมนูหลัก
ช่วยเหลือ
ดาวโหลดแอพพลิเคชั่นได้ที่