จากขยะตระกูลสู่มหาเทพด้วยระบบอัปเกรด - บทที่ 14 ใครกันแน่ที่เป็นคนไร้ค่า
บทที่ 14 ใครกันแน่ที่เป็นคนไร้ค่า
“เจ้ากล่าวคำไร้สาระจบแล้วหรือยัง?”
เล่ยถิงหยิบหนังสือสัญญาตายขึ้นมากดนิ้วโป้งประทับลงไปทันที
เยี่ยหมิงไคเห็นดังนั้นก็รู้สึกราวกับว่าฟ้าดินหมุนคว้าง โลกทั้งใบพร่ามัว แต่ทว่าการต่อสู้กลับปะทุขึ้นท่ามกลางอาการวิงเวียนของเยี่ยหมิงไค
ตูม!
เสียงระเบิดดังขึ้น แต่ไม่เห็นร่องรอยของการระเบิดใด ๆ สิ่งที่ปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงนั้นกลับเป็นร่างของเล่ยถิง เขาหายตัวไปเฉย ๆ ต่อหน้าต่อตาผู้คน ทิ้งไว้เพียงสายลมที่มองเห็นราง ๆ เคลื่อนไหวอยู่ตรงจุดที่เขายืน
คนเดียวที่ไม่สนใจเรื่องแปลกประหลาดนี้ก็คือเหิงกังผู้เป็นคู่ต่อสู้ ขณะนี้ความรู้สึกของเขาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เขารู้สึกชัดเจนว่ามือของเล่ยถิงราวกับกลายเป็นมีดคมที่ตัดหินได้ แถมยังเป็นมีดแห่งความตายที่ลุกโชนอยู่ด้วยเปลวไฟ
มีดคู่นี้เปรียบเสมือนเปลวไฟที่มองเห็นได้ชัด ราวกับจะกรีดคอเหิงกัง แต่ดูอีกทีก็เหมือนจะผ่าท้องเหิงกัง จิตสังหารอยู่ในความพร่ามัว ตัดกับสีหน้าเรียบเฉยของเล่ยถิงเมื่อครู่
ฝ่ามือที่เหมือนมีดกับวิชายุทธ์เพลิงผลาญ นี่คือฝามือของเล่ยถิง
‘ฝ่ามือเมฆาอัคคี’ เป็นเพียงวิธีใช้ลมปราณอย่างหนึ่ง เหตุใดจึงต้องยึดติดอยู่กับฝ่ามือตราบใดที่บรรลุจุดประสงค์ ก็สามารถการโจมตีแบบใดก็ได้วิธีใช้อันอิสระนี้ทำให้การโจมตีของเล่ยถิงลื่นไหลผิดแผกออกไปสิ้นเชิง ไม่มีความตายตัวใด ๆ สร้างความประหลาดใจให้กับเหิงกังอย่างมาก
เหิงกังสูญเสียความเยือกเย็นที่เคยมีไปในที่สุด แววตาเป็นประกายวาววับที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มือทั้งสองของเขารวมตัวกันในพริบตา กลายเป็นกำแพงลมปราณ
‘วิชายุทธ์พันธะลมปราณ’
วิทยายุทธ์อันแปลกประหลาดเช่นนี้ มีเพียงคนเจ้าเล่ห์และชั่วช้าอย่างเหิงกังเท่านั้นที่ฝึกฝนได้ แต่กระนั้นก็ต้องยอมรับว่าวิชายุทธ์อันแปลกประหลาดนี้เก่งกาจจริง ๆ จึงไม่แปลกใจที่เหิงกังจะพึ่งพาเคล็ดลับนี้เพื่อเอาตัวรอด แต่เงื่อนไขที่ปรากฏนั้นค่อนข้างไม่คาดฝัน เหิงกังไม่คาดคิดเลยว่าการต่อสู้เพิ่งจะเริ่มต้น เขาก็ถูกบังคับให้ใช้เคล็ดลับสุดยอด
ฝ่ามือที่เหมือนมีดของเล่ยถิงพุ่งเข้าใส่กำแพงลมปราณราวกับกระแทกเตียงสปริงนุ่ม ๆ แต่วิชายุทธ์เพลิงผลาญของเหล่ยถิงก็ยังเหนือความคาดหมายของเหิงกังอยู่ดี เขาสามารถผ่ากำแพงลมของเหิงกังได้ราวกับผ่าเต้าหู้ต่อหน้าผู้คนทุกคน
น่าเสียดายที่เหิงกังได้อาศัยจังหวะที่กำแพงลมปราณหน่วงเอาไว้แล้วถอยหลังออกไปด้วยความเร็วปานสายฟ้า ออกไปไกลถึงหนึ่งจั้ง จึงถือว่ารอดพ้นจากการโจมตีอันร้ายแรงของเล่ยถิงได้
เล่ยถิงประหลาดใจเล็กน้อยในความสามารถปรับตัวที่รวดเร็วของเหิงกัง
พลังพันธะลมปราณของเหิงกังไม่เพียงแน่นหนาเท่านั้น แต่ยังมีความเหนียวหนึบเหมือนกาวอีกด้วย ซึ่งไม่ใช่แค่ท่าป้องกันธรรมดา แต่ยังแฝงไว้ด้วยกลเม็ดการโจมตีในเชิงรับอีกด้วย หากไม่ใช่เพราะฝ่ามือเมฆาอัคคีของเล่ยถิงเป็นวิชายุทธ์ขั้นสูงที่มีพลังการทำลายล้างมหาศาล และพัฒนาขึ้นเป็นฝ่ามือมีดอันเฉียบคม หากเป็นวิชายุทธ์ระดับต่ำกว่านั้น ละก็ อย่าว่าแต่โจมตีเลย อาจจะถูกเหิงกังหน่วงเหนี่ยวเอาไว้ และกลายเป็นฝ่ายที่ถูกโจมตีกลับ
พรึบ!
ในขณะที่ทุกคนคิดว่าสถานการณ์จะผ่อนคลายลงและเตรียมที่จะตะโกนโห่ร้องด้วยความตกตะลึงเล่ยถิงก็หายตัวไปอีกครั้ง ในตอนนี้เหิงกังเองก็รู้สึกตกใจเมื่อพบว่าเล่ยถิงหายตัวไปจากตรงหน้าเขา
พลังพันธะลมปราณของเหิงกังปรากฏขึ้นอีกครั้ง
พรึบ!
แต่คราวนี้โชคไม่เข้าข้างเขา
วิชายุทธ์ที่เคยใช้ไปแล้วครั้งหนึ่ง หากต้องการใช้อีกครั้งให้เกิดผล คงเป็นเรื่องเพ้อฝันเสียแล้ว หมัดดินระเบิดของเล่ยถิงพุ่งทะลวงเข้าไปราวกับกระสุนปืน ทะลวงผ่านกำแพงลมปราณของเหิงกังในทันที และในพริบตาก็พุ่งชนหน้าอกของเหิงกังอย่างจัง พลังหมัดที่รุนแรงเผาไหม้เสื้อผ้าบริเวณหน้าอกของเหิงกังจนมอดไหม้ รวมถึงผิวหนังบริเวณหน้าอกของเขาด้วย
พรึบ!
เหิงกังกระอักเลือดออกมาอย่างแรง
ผัวะ!
เล่ยถิงยื่นมือออกไปคว้าเหิงกัน ผู้ที่ถูกโจมตีจนลอยขึ้นไปในอากาศและกำลังจะกระเด็นออกนอกลานประลองนั้นกลับกลับเข้ามา และตบหน้าเหิงกังอย่างรุนแรงด้วยฝ่ามือที่เรียบง่าย คราวนี้สิ่งที่พุ่งออกมาจากปากของเหิงกังไม่ใช่เพียงแค่เลือดเท่านั้น แต่ยังมีฟันของเขาด้วย
“อ๊าก…”
เหิงกังร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ไม่เพียงแต่ใบหน้าที่เจ็บปวดจนแทบมอดไหม้เท่านั้น ช่วงหน้าอกก็ยังเจ็บปวดจนแทบจะบิดไปเป็นเกลียว
เพี๊ยะ!
เล่ยถิง ฟาดฝ่ามือใส่เขาอีกครั้ง หมายให้เขาสิ้นสติอยู่ตรงนั้น และร้องโหยหวนไม่ออก
เล่ยถิงก้มลงมองเหิงกังที่ลงไปนอนกับพื้นพลางหัวเราะร่า “ตอนนี้เจ้ารู้แล้วใช่ไหมว่าใครกันแน่ที่เป็นขยะไร้ค่า?”
เหิงกังไม่ตอบ
เล่ยถิงไม่รอช้า คว้าผมเขาชูขึ้นกลางอากาศต่อหน้าทุกคนแล้วฟาดฝ่ามือเข้าไปอีกครั้ง ฝ่ามือนี้ดังยิ่งกว่าเดิมทำให้ฟันเหิงกังหลุดออกมาอีกซี่ หากยังคงซัดต่อไปเช่นนี้เหิงกังคงได้กลายเป็น ‘คนไร้ฟัน’ แน่
เล่ยถิงถามอีกครั้ง “ใครกันแน่ที่เป็นคนไร้ค่า?”
เหิงกังกลับแข็งปากตอบออกมาว่า “ข้าเป็นคนของท่านชายรอง เจ้ากล้าดียังไง…”
ผัวะ!
เล่ยถิงชกเหิงกังอย่างไม่ปรานี หมายจะให้อาหารของเมื่อวานที่กินเข้าไปนั้นพุ่งออกมาให้หมด ตามหลักแล้วหมัดที่รุนแรงเช่นนี้ย่อมทำให้ เหิงกังลอยคว้างออกไป แต่เนื่องจากเล่ยถิงกระชากผมเขาไว้จึงทำให้เขาไม่สามารถลอยออกไปได้ แต่แรงกระชากรุนแรงที่หนังศีรษะกลับไม่ใช่ความเจ็บปวดที่คนทั่วไปจะรับไหว ทำให้เหิงกังบิดกายด้วยความเจ็บปวดเปลือกตาก็เริ่มพลิกกลับ
เล่ยถิงซักไซ้อีกครั้ง “ใครกันแน่ที่เป็นคนไร้ค่า?”
เหิงกังตอบอย่างหมดแรง “นายน้อยโปรดเมตตาข้าด้วย…”
ผัวะ!
เหล่ยถิงไม่พูดพร่ำทำเพลงใช้สองมือคว้ากลางอกของเหิงกังจากนั้นก็โยนกระแทกลงสู่พื้น นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเพราะตามมาติด ๆ ด้วยหมัดดินระเบิดของเล่ยถิง หมัดที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยพลังต่อยเข้าที่อกของเหิงกังอย่างเต็มแรง แรงกระแทกจากหมัดรุนแรงจนทั้งลานประลองสั่นสะเทือนฝุ่นควันฟุ้งกระจาย
สิ่งที่เหลือเชื่อที่สุดคือ รอบ ๆ บริเวณที่เหิงกังยืนอยู่เกิดรอยร้าวคล้ายลายกระดองเต่าปรากฏขึ้นเป็นบริเวณกว้าง แสดงให้เห็นว่าหมัดของ เล่ยถิงนั้นรุนแรงเพียงใด
“อ๊าก…”
เลือดของเหิงกังพุ่งออกมาเป็นสายราวกับน้ำพุ ถึงอย่างนั้นความมุ่งมั่นเอาชีวิตรอดของเหิงกังยังแรงกล้า จนกระทั่งก่อนที่หมัดดินระเบิดครั้งที่สองของเล่ยถิง จะมาถึงเขาก็ยอมรับเสียงดัง “ข้าเอง! ข้าเป็นคนไร้ค่า! ข้าเองที่เป็นขยะที่ไร้ค่า!”
ในหมัดนี้กำปั้นของเล่ยถิงพอดีกับช่วงอกของเหิงกัง หากเหิงกังเอ่ยช้าอีกนิดชีวิตของเขาก็จบสิ้น เพราะกำปั้นของเล่ยถิงจะมุ่งตรงไปซ้ำที่จุดเดิม
“ข้าเป็นคนไร้ค่า! นายน้อย ท่านปล่อยข้าไปเถิด ข้าเป็นเพียงข้ารับใช้เท่านั้น ข้าขอร้อง…”
“เงียบปากของเจ้าซะ!”
เล่ยถิงมิได้คิดจะรับฟังคำอธิบายของเหิงกัง
เขาเฝ้ามองผู้คนรอบ ๆ ลานประลอง มองพวกเขาที่มีดวงตาโตเหมือนปลาทองคางแทบจะร่วงลงมาได้ แต่ดวงตาของเขานั้นกลับสงบยิ่งนัก
เขาไม่จำเป็นต้องพูดอะไร กำปั้นของเขาบอกกับผู้คนที่นี่แล้วว่า เล่ยถิงคนเดิมได้หายไปแล้ว และคนที่มาแทนที่ก็คืออัจฉริยะผู้สามารถฆ่าคนที่อยู่ขั้นเบิกภพระดับห้าได้ในพริบตา
เยี่ยหมิงไคก็มองจนตาลุกวาวเบิกกว้างค้างอยู่เช่นนั้น เขาไม่คาดคิดจริง ๆ ว่าคุณชายผู้อ่อนแอจนแทบจะต่ำต้อยผู้นั้นกลับกล้าแกร่งขึ้นมาถึงเพียงนี้ เมื่อครู่เหิงกังผู้นั้นซ้อมเขาจนดูราวกับสุนัข กลับพลิกผันมาถูกเล่ยถิงซ้อมจนดูราวกับไม่ใช่แม้แต่สุนัข
ด้วยพลังและวิชายุทธ์เช่นนี้ เป็นสิ่งที่เขาไม่อาจจินตนาการได้
ทันใดนั้น เยี่ยหมิงไคก็รู้สึกว่าภาพลักษณ์ของเล่ยถิงนั้นสูงส่งยิ่งนัก เมื่อมองไปที่เล่ยถิงดวงตาของเขาก็มีประกายแปลกประหลาดบางอย่าง ในขณะเดียวกันก็ปัดเป่าความอึดอัดใจที่เหลืออยู่ของเขาไปจนหมดสิ้น
ตอนก่อนหน้า
บทที่ 13 ลงนามสัญญาตาย
ตอนต่อไป
บทที่ 15 หนึ่งในสองอัจฉริยะแห่งตระกูลเล่ย
แสดงความคิดเห็น
ปิดโหมดสปอย
ส่งความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น
ที่อยู่: 9/70 หมู่ 2 ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา ปทุมธานี 12130
เวลาทำการ: 09:00 – 18:00 จันทร์-ศุกร์
โทร: 0654214015 e-mail : support@bookfet.com
เมนูหลัก
ช่วยเหลือ
ดาวโหลดแอพพลิเคชั่นได้ที่