ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2116 ฝันซ้อนฝันของผู้อยู่ในฝัน
หน้าประตูภูเขาสำนักศรัทธาษฎร เงาร่างของพวกจิ้งเอ๋อร์ที่กำลังวิ่งเข้ามาหาด้วยความดีใจจนหลั่งน้ำตา พลันถูกหยุดเวลาไว้จนกลายเป็นภาพนิ่ง พร้อมกับการปรากฏขึ้นของเสียงอ้อนวอนจากต่งอวี๋เกอ
ประโยคเหล่านี้ จ้าวอู่เจียงเคยได้ยินมันจากภายในร่างของต่งอวี๋เกอผู้ไม่ยอมตื่นขึ้นมา
เมื่อได้ยินอีกครั้งในยามนี้ เขาคล้ายจะฉุกคิดอะไรบางอย่างได้… คำพูดเหล่านี้ ราวกับกำลังพูดถึงตัวเขา จ้าวอู่เจียง เอง
โลกทั้งใบเริ่มพังทลายลงอย่างช้า ๆ ท้องนภาอันมืดสลัวกำลังแตกสลาย เผยให้เห็นม่านสีดำสนิทที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
บนม่านสีดำนั้น พลันปรากฏตัวอักษรขึ้นทีละบรรยากาศ คล้ายกับคำอำลาสุดท้ายก่อนปิดฉากการแสดง
[ในตอนที่คุณกำลังอ่านข้อความนี้อยู่…คุณหมดสติมาหลายปีแล้ว]
[พวกเราพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะดึงคุณให้ฟื้นกลับมา]
[พวกเราไม่รู้เลยว่าข้อความนี้จะไปถึงคุณเมื่อไหร่ ที่ไหน หรือจะผ่านช่องทางไหนได้บ้าง]
[มันอาจจะเป็นหน้าหนังสือ อาจจะเป็นในหนังหรือซีรีส์สักเรื่อง อาจจะเป็นคลิปสั้นในโซเชียล อาจจะเป็นใครบางคนที่เดินเข้ามาพูดกับคุณตรง ๆ อาจจะเป็นข้อความที่สลักไว้บนสิ่งของรอบตัว หรือแม้แต่ใน ‘นิยาย’ ที่คุณกำลังอ่านอยู่ตอนนี้…]
[พวกเราแค่หวังจากใจจริงว่าคุณจะสังเกตเห็นมัน ได้โปรดตื่นขึ้นมาโดยเร็ว! ต้องตื่นมาให้ได้!]
ในขณะเดียวกัน เสียงนับไม่ถ้วนพลันดังสอดประสานกันขึ้นมาในวินาทีนี้
“ตื่นเร็วเข้า!”
“รีบตื่น…”
“ตื่นได้แล้ว!”
“รีบตื่นขึ้นมา…”
“จ้าวอู่เจียง!”
“จ้าวอู่เจียง!”
“ตื่นขึ้นมาเสียที!”
“อู่เจียง…”
“ฟื้นเถอะนะ…”
เสียงนี้ในตอนท้าย ปรากฏเสียงเศร้าโศกของจิ้งเอ๋อร์
“อู่เจียง…ตื่นเถอะ…”
“ตื่นได้ไหม?”
“เราสั่งให้เจ้าตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้! จ้าวอู่เจียง!”
โลกทั้งใบพังทลายลงอย่างรวดเร็ว โลกของจ้าวอู่เจียงจมดิ่งลงสู่ความมืดมิด
เขาได้ยินเสียงหิมะตกดังซู่ ๆ ได้ยินเสียงไฟในเตายาปะทุเป็นระยะ ได้ยินเสียงลมจากการโบกพัดกองไฟ และเขายังได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นตึกตัก ซึ่งอยู่ใกล้ตัวเขามากเหลือเกิน
เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันแสนคุ้นเคย
เขาพยายามจะลืมตาขึ้น แต่กลับรู้สึกว่าเปลือกตานั้นหนักอึ้งเป็นพิเศษ ราวกับว่าร่างกายของเขาอ่อนแอจนถึงขีดสุด
“เจ้าเคยกล่าวไว้ว่า… หากวันหน้าได้ร่วมเดินฝ่าหิมะไปด้วยกัน ก็นับว่าในชาตินี้เราได้อยู่ครองคู่กันจนหัวขาวโพลนแล้ว เราเอง… ก็อยากจะอยู่กับเจ้าจนถือไม้เท่ายอดทองกระบองยอดเพชรเช่นกัน…”
น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเขินอายของจิ้งเอ๋อร์ดังแว่วมา นางอึกอักเหมือนมีคำพูดติดอยู่ที่ริมฝีปาก ก่อนจะพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย เต็มไปด้วยความกังวลและความหวัง
“ทำไมเจ้ายังไม่ฟื้นอีก? หรือว่าคำพูดที่เจ้าเคยบอกไว้… เจ้าหลอกเรา?”
“เจ้าชนะแล้ว เซวียนหยวนอวี้เหิงตายแล้ว แต่เจ้าต้องตื่นขึ้นมานะ…”
“เลิกแกล้งทำเป็นหลับได้แล้ว จ้าวอู่เจียง ข้ารู้ว่าเจ้าฟื้นแล้ว และกำลังแกล้งปั่นหัวเราอยู่ ใช่หรือไม่?”
“หมอหลวงก็บอกแล้วว่าเจ้าเพียงแค่บาดเจ็บสาหัส จิตใจและร่างกายอ่อนล้าเกินไป จำเป็นต้องพักผ่อนให้เต็มที่ แต่เจ้าก็นอนนานเกินไปแล้ว…”
“ตื่นเถอะนะ ได้ไหม? เรา… เริ่มจะคิดถึงเจ้าแล้ว…”
“……”
เสียงของจิ้งเอ๋อร์ที่พร่ำเพ้อค่อย ๆ แผ่วเบาลงเรื่อย ๆ
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด ในที่สุดจ้าวอู่เจียงก็สามารถลืมตาขึ้นได้
ภาพม่านมุ้งและผ้าโปร่งที่แสนคุ้นเคย ทำให้นัยน์ตาของเขาสั่นไหว
ที่นี่คือต้าเซี่ยคือพระราชวัง คือตำหนักหย่างซิน
จิ้งเอ๋อร์ฟุบหลับอยู่ข้างเตียงของเขา
เขาเหลือบมองไปนอกห้อง แสงสว่างภายนอกดูหม่นสลัว ไม่รู้ว่าเป็นช่วงบ่ายที่ฝนและหิมะโปรยปราย หรือว่าเป็นช่วงพลบค่ำของวันที่ฟ้าใส
เขาคลับคล้ายคลับคลาว่าฉากนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่เขากลับนึกไม่ออกเสียแล้ว
เขาเพียงแต่จ้องมองใบหน้าของจิ้งเอ๋อร์อย่างเงียบ ๆ
ใบหน้านี้ไม่ใช่รูปโฉมที่แท้จริงของจิ้งเอ๋อร์ แต่เป็นใบหน้าหลังการแปลงโฉมที่นางใช้แสดงต่อบุคคลภายนอก ทว่าร่องรอยความเหนื่อยล้าบนดวงหน้านั้นยังคงเห็นได้ชัดเจน คงเป็นเพราะช่วงที่ผ่านมาจิ้งเอ๋อร์ต้องแบกรับความวิตกกังวลอย่างหนัก
เขาลูบไล้แก้มของจิ้งเอ๋อร์อย่างแผ่วเบา ค่อย ๆ ลอกหน้ากากแปลงโฉมที่บางราวกับปีกจักจั่นนั้นออก เผยให้เห็นดวงหน้าอันงดงามหมดจดราวกับภาพวาดของจิ้งเอ๋อร์
เขามีรอยยิ้มประดับที่หัวคิ้วพลางค่อย ๆ เคลื่อนกายเข้าไปใกล้เพื่อสัมผัสกลิ่นอายของนาง
เขามั่นใจอย่างที่สุด… นี่แหละคือจิ้งเอ๋อร์ตัวจริง
ความทรงจำอันสับสนวุ่นวายต่าง ๆ นานาพุ่งพล่านเข้าสู่สมองราวกับกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก
เขาตื่นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แล้ว!
ที่แท้… เรื่องราวที่เขาได้พบเจอในภายหลัง ทั้งสิ่งที่เรียกว่าเทพเจ้า การบำเพ็ญเพียร หรืออาณาเขตพันดารา ล้วนเป็นเพียงความฝันยามบาดเจ็บสาหัสและหลับใหลไปหลังจากที่เขาฆ่าเซียวเหยาอ๋อง เซวียนหยวนอวี้เหิง!
เป็นความฝันที่เขาสร้างขึ้นจากความทรงจำบนดาวสีน้ำเงิน จากนิยายสยองขวัญ เรื่องราวเทพเซียนยุทธภพ หรือภาพยนตร์และหนังสือประวัติศาสตร์ที่เขาเคยผ่านตามา!
บางทีจิ้งเอ๋อร์อาจสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหว นางค่อย ๆ ลืมตาที่เหนื่อยล้าขึ้น เมื่อเห็นจ้าวอู่เจียงฟื้นแล้ว นางชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ใบหน้าจะเปี่ยมไปด้วยความดีใจ นางโถมตัวเข้ากอดจ้าวอู่เจียงไว้แน่น พร้อมเสียงสะอื้นที่ปิดไม่มิดท่ามกลางความปรีดา
“เรารู้แล้ว… ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นเสียที ถ้าเจ้ายังไม่ตื่นอีก เราจะสั่งตัดหัวพวกหมอหลวงพวกนั้นให้หมดเลย…”