ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2110 มันคือเทพมรรคา
“ข้าไม่ได้ส่งหมิงเยว่กับคนอื่น ๆ ออกไปงั้นรึ?”
จ้าวอู๋เจียงพลันตระหนักถึงความหมายแฝงอีกชั้นหนึ่งในคำพูดของตาเฒ่าสาม
“หนี่ผูซา เจ้าหลอกจ้าวอู่เจียงไม่ได้หรอก!” หลี่ฉวนจวินโกรธจัด ปราณกระบี่กวาดไปในแนวนอน เปิดฉากโจมตีตาเฒ่าตาคู่โดยตรง พร้อมกับเปรยกับจ้าวอู่เจียงว่า
“จ้าวอู่เจียง ถ้าเจ้าคิดตามความหมายในคำพูดของมัน เจ้าจะจมอยู่ในภาพฝันที่มันสร้างขึ้นตลอดไป แล้วจิตสำนึกก็จะถูกบดขยี้จนหมดสิ้น! ความฝันที่มันสร้างขึ้น ข้าไม่รู้ว่ามีอะไรบ้าง แต่ในเมื่อเป็นสิ่งที่มันสร้างขึ้นมา มันอยากพูดอะไรก็พูดได้ ถ้าเจ้าเชื่อจริง ๆ ทุกอย่างก็จบ!”
“จ้าวอู่เจียงนึกถึงเซวียนหยวนจิ้งสิ! นึกถึงลูกในท้องของตู๋กูหมิงเยว่สิ!”
ตาเฒ่าตาคู่เห็นว่าจ้าวอู่เจียงยังคงลังเลสับสน จึงถอนหายใจลึก ๆ
“จ้าวกระบี่หลี่ฉวนจวินโดดเดี่วทุกข์ระทมมาครึ่งชีวิต เมื่อได้พบคนรัก ทว่าคนรักกลับตายจากจนใจเขามอดไหม้ตาม จึงถูกมารในใจแทรกซึมและตกอยู่ภายใต้การบงการของเทพมรรคา ข้ารู้ว่านี่ไม่ใช่ความผิดของเขา”
“แต่เขาเป็นสหายกับเจ้า มีนิสัยใจคอส่วนที่คล้ายคลึงกัน เจ้ากับเขาต่างก็เป็นคนหนักแน่นในรัก แต่ต้องมีสติไว้! เด็กคนนั้น…”
“สงครามครั้งนี้ยังไม่จบสิ้น อย่าให้พายุหิมะแห่งยุคกาลโบราณมาบังตาเจ้าได้!”
“เหลวไหล! ข้า หลี่ฉวนจวินใช้ชีวิตมาทั้งชาติ เป็นคนเสเพลไม่ยึดติด เคยชินกับความโดดเดี่ยวมานานแล้ว จะไปพันธนาการตัวเองเพราะคนรักที่ว่าได้อย่างไร?” หลี่ฉวนจวินปราณกระบี่ไม่หยุดหย่อน สู้รบกับตาเฒ่าดวงตาซ้อนกลางนภาดาว
จ้าวอู๋เจียงไม่อาจแยกแยะได้เลยว่าใครจริงใครลวงในชั่วขณะนี้ เขาได้แต่พยายามรื้อฟื้นรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในอดีตซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ในขณะที่เจ้าแห่งกระบี่และชายชราดวงตาซ้อนต่อสู้กันอย่างดุเดือด ปราณกระบี่และอาคมเวทสลับประสานกันอย่างถี่ร่วน ทันใดนั้น ภายในอาณาเขตพันดาราที่อยู่เบื้องหลังจ้าวอู๋เจียง ก็มีอีกร่างหนึ่งค่อย ๆ ปรากฏกายขึ้น
“แค่ก…” เสียงไอเบา ๆ ดังขึ้น
จ้าวอู่เจียงหันกลับไปมอง แววตาเขาเพ่งนิ่งอีกครั้ง คนที่มาคือจูกัดเซี่ยวไป๋
“แปลกใจใช่ไหม?” จูกัดเซี่ยวไป๋ยิ้มเล็กน้อย
“ปล่อยให้พวกเขาฉะกันไปเถอะ พวกเขาล้วนเป็นของปลอม เจ้าถูกกักขังอยู่ในความฝันจริงๆ นั่นแหละ แต่สิ่งที่พวกเขาพูดมาน่ะผิดหมดเลย”
จูกัดเซี่ยวไป๋ตอนนี้ยังคงเต็มไปด้วยความร่วงโรยทั่วทั้งร่าง สภาพเหมือนน้ำมันในตะเกียงกำลังจะหมด เขาเดินเข้ามาใกล้อย่างเป็นธรรมชาติ แล้วตบไหล่จ้าวอู่เจียงเบา ๆ
“นายยังจำหลี่ปิ่งวั่ง คนไข้จากโรงพยาบาลจิตเวชหมายเลขสี่คนนั้นได้ไหม? เขาบอกให้นายรีบหนี รู้ไหมว่าทำไม?”
“เพราะเขาเห็นในความฝันว่านายถูกเทพมรรคาหรือเจตจำนงแห่งจักรวาลนี้จับตามอง และจมอยู่ในภาพมายาของมันมาตลอด”
“พวกเราใช้วิธีมากมาย พยายามให้นายตื่นขึ้นมา…พวกเราเตือนนายหลายครั้งแล้ว…”
จ้าวอู๋เจียงพลันยิ้มออกมา เขายิ่งแยกแยะความจริงกับความเท็จไม่ออกเข้าไปใหญ่ หากยึดตามคำพูดที่จูกัดเซี่ยวไป๋เคยกล่าวลาไว้ก่อนหน้านี้ ตอนนี้จูกัดเซี่ยวไป๋ก็น่าจะตายไปแล้ว…
ทว่าจูกัดเซี่ยวไป๋กลับปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง
ราวกับล่วงรู้สิ่งที่จ้าวอู๋เจียงคิด จูกัดเซี่ยวไป๋ยิ้มแล้วกล่าวว่า
“ฉันมาในความฝันของนายได้ครั้งหนึ่ง อยู่ได้ไม่นาน ก็จะถูกสัญชาตญาณของความฝันนายผลักออกไป เพราะการปรากฏตัวของฉันไม่มีตรรกะที่แข็งแกร่งรองรับ”
“ฉันตายไป ที่จริงแล้วก็คือจากไป”
“ส่วนการที่ฉันปรากฏตัวตอนนี้ ก็คือฉันกลับมาอีกครั้ง”
“จ้าวอู่เจียงนายต้องรีบตื่นขึ้นมา สงครามกำลังดุเดือด ภัยพิบัติยังไม่สิ้นสุด!”
จ้าวอู่เจียงแววตาวาววับ แล้วถามคำถามเดิมอีกครั้ง
“ฉันส่งหมิงเยว่กับคนอื่นไปแล้วหรือยัง?”
“ยัง!” จูกัดเซี่ยวไป๋พูดอย่างหนักแน่นไม่มีที่สงสัย
“นายรู้ไหมว่าทำไมนายถึงตกอยู่ในภาพมายาที่เหมือนความฝัน?”
“นายอยากรู้ไหมว่าทำไมนายถึงตกเข้าสู่ภาพมายาอย่างกะทันหันโดยไม่รู้ตัว?”
“เพราะจาง! เพราะจางมู่โจว!
“นายยังจำได้ไหม ตอนที่เราพบกันครั้งแรกในความฝันนี้? นายเคยถามถึงสถานการณ์ของจาง? ตอนนั้นฉันเคยลังเล รู้ไหมว่าทำไม? เพราะฉันกลัวว่าตอนนั้นนายที่ยังไม่รู้ตัวว่าอยู่ในความฝัน จะรับแรงกระแทกไม่ไหว!”
“ตอนนี้ฉันจะบอกนาย…จางมู่โจวก็คือเทพมรรคา! เขาคือร่างจริงที่เทพมรรคาปรากฏกายขึ้นในโลกนี้!”
“เพราะฉะนั้นเขาจึงแข็งแกร่งอยู่ในระดับที่ไม่มีใครเทียบได้! ไม่มีผู้ใดเปรียบเปรยได้!”
“เพราะฉะนั้นเขาจึงให้ตั๋วเรือที่อ้างว่าสามารถข้ามเวลาได้แก่นาย!”
“นั่นคือคำโกหกที่เขามอบให้แก่สรรพสัตว์! นายอยู่ในความฝันที่เขาสร้างขึ้นมาตลอด เขาต้องการให้นายกลายเป็นผู้หลงทาง! หลงอยู่ในภาพลวงตาที่เหมือนความฝันนี้!”
“ในอดีตนับไม่ถ้วนกาลเวลา เขาเคยใช้วิธีการเดียวกันนี้ สร้างผู้ทรยศ ผู้ประนีประนอม และผู้หลงทางขึ้นมามากมาย! ให้คนเหล่านี้กลายเป็นหุ่นเชิดภายใต้เขา เทพมรรคาไปช่วยเขาทำลายล้างสรรพสัตว์ เก็บเอาสิ่งที่ขาดพร่องคืนจากร่างกายของสรรพสัตว์!”
“เติมเต็มสิ่งที่ขาด เติมเต็มสิ่งที่ขาด สิ่งที่เติมเต็มก็คือตัวเขาเอง โดยใช้ชีวิตของทุกคน!”
“ในความฝันของเธอ… ทุกที่ที่เธอผ่านไป ราวกับเทพมรณะจุติลงมายังโลก ผู้คนนับไม่ถ้วนพลอยเคราะห์ร้ายล้มตายไป นั่นคือสิ่งที่เขาค่อย ๆ บอกใบ้เธอทีละขั้น! พื่อประทับตราลงในจิตใจของนาย!”
“ทำให้นายตกอยู่ใต้การบงการโดยไม่รู้ตัว…”