ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2059 อวี้มู่หว่านติดเชื้อ
บทที่ 2059 อวี้มู่หว่านติดเชื้อ
“ไม่…ไม่เจอกันนานนะ” อวี้เซี่ยวหู่มีพลังแข็งแกร่งกว่าที่จ้าวอู่เจียงเคยเห็นเมื่อก่อนมาก แต่ดวงตากลับไม่สดใสเหมือนเดิมแล้ว เต็มไปด้วยความหม่นหมอง ราวกับไม่มีความหวังในชีวิตมากนัก
สิ่งที่จ้าวอู่เจียงยังไม่รู้ก็คือ ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเร็วเกินไป แม้แต่อวี้เซี่ยวหู่ยังไม่ทันได้ซักถามตระกูลอวี้ว่าทำไมถึงทำเรื่องชั่วร้าย ตระกูลอวี้ก็ล่มสลายไปแล้ว
ผู้ติดเชื้อระบาดไปทั่วโลก อวี้เซี่ยวหู่และน้องสาวไม่ทันหนีออกไป จึงถูกกักอยู่ที่นี่ และน้องสาวของเขาก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น
เมื่อผู้ติดเชื้อมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ชีวิตของอวี้เซี่ยวหู่จะมองเห็นแสงสว่างได้จากที่ไหนกัน?
“ทำไมฉันถึง…” จ้าวอู่เจียงกวาดตามองฝูงชนอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่พบร่างของอวี้มู่หว่านเขาจึงถาม
“ไม่เห็นอวี้มู่หว่านเลย…”
ต้าคุนกระแอมเบา ๆ อวี้เซี่ยวหู่สีหน้าหม่นหมองลงทันที เต็มไปด้วยความขมขื่น
ต้าคุนอธิบายว่า
“อวี้มู่หว่านติดเชื้อแล้ว”
จ้าวอู่เจียงเบิกตากว้าง
“แต่ดูเหมือนว่าเธอจะยังไม่ติดเชื้ออย่างสมบูรณ์…” ต้าคุนเสริมอีกว่า
“หญิงสาวคนนี้ใจกล้า จะพูดยังไงดี มีความกล้าหาญเหมือนนักเลงสักหน่อย ตอนที่ออกไปช่วยทีมสำรวจขนาดเล็กของพวกเราทีมหนึ่ง เธอพุ่งออกไปเป็นคนแรก แต่ดันเกิดอุบัติเหตุจนถูกผู้ติดเชื้อกัดเข้า…”
“ตอนนั้นทุกคนต่างก็เสียใจมาก โดยเฉพาะอวี้เซี่ยวหู่ที่ไม่ยอมทิ้งเธอไปไหนเด็ดขาด…”
“พวกเราเลยทำได้แค่ต้องมัดเธอเอาไว้ มัดให้แน่นหนาที่สุด แล้วกักขังเธอไว้ตรงทางออกอีกฝั่งหนึ่ง…”
“นี่ก็เพราะไม่มีทางเลือก สุดท้ายต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้คนมากมายในที่หลบภัยนี้”
“ภายหลังพวกเราค้นพบว่า เธอไม่ได้เหมือนกับผู้ติดเชื้อคนอื่น ๆ ที่จะคอยจ้องแต่จะรุมทึ้งกัดคนเป็น แต่เธอกลับมีสภาพเหมือนคนตายที่ยังมีชีวิต…”
“กินอาหารปกติ กินอาหารได้ปกติ สัญญาณชีพก็ปกติ เพียงแต่ไม่พูดไม่จา และไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อเสียงเรียกของพวกเราเลย”
“พวกผู้ติดเชื้อก็ไม่โจมตีเธอด้วย”
อวี้เซี่ยวหู่ตาแดงก่ำ ไม่ได้ส่งเสียงออกมา
“พาฉันไปดูหน่อย” จ้าวอู่เจียงพูดเสียงหนักแน่น จากคำบอกเล่าของต้าคุน สภาวะที่อวี้มู่หว่านเป็นอยู่ในตอนนี้ ตรงกับลักษณะของผู้รอดชีวิตที่เขากำลังตามหาอยู่พอดี นั่นคือคนที่ถูกติดเชื้อแล้วแต่สามารถต้านทานการติดเชื้อได้ในระดับหนึ่ง
ต้าคุนพยักหน้า แล้วนำทางไปข้างหน้า
“ซีเหมินฉางชิ่ง!” จ้าวอู่เจียงหันกลับไปเรียกอีกครั้ง
หลังจากพลัดพรากกันมานาน ซีเหมินฉางชิ่งที่กำลังคุยกับน้องชายน้องสาวอยู่ชะงักไป สั่งอะไรสองสามประโยค แล้ววิ่งมาอย่างรวดเร็ว
เขาไม่ได้ถามว่ามีเรื่องอะไร แต่เมื่อจ้าวอู่เจียงเรียก ต้องเป็นเรื่องสำคัญแน่นอน
จ้าวอู่เจียงเดินตามต้าคุนและอวี้เซี่ยวหู่เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา ในที่สุดก็มาถึงทางออกแห่งหนึ่ง และเห็นกรงเหล็กสูงเท่าตัวคน
มีโซ่มากมายจากทุกทิศทุกทาง โดยโซ่พวกนั้นรัดคนที่อยู่ในกรง
นี่เป็นครั้งที่สอง ที่จ้าวอู่เจียงได้พบกับสาวน้อยอวี้มู่หว่าน
อวี้มู่หว่านไม่มีความมีชีวิตชีวาอย่างที่เขาเคยเห็นมาก่อนเลย เธอถูกพันธนาการด้วยโซ่ มีพื้นที่ในการเคลื่อนไหวน้อยมาก นั่งเหม่อลอยอยู่ในกรง เสื้อผ้าขาดวิ่นสกปรก คงจะรู้สึกไม่สบาย เธอจึงกระตุกโซ่เป็นระยะ เสียงโซ่ดังกรุกกริก
อวี้เซี่ยวหู่หลับตาลงชั่วครู่ ก่อนเดินอย่างหนักอึ้งเข้าไปใกล้กรง แล้วย่อตัวลงนั่งข้าง ๆ มองน้องสาวที่ตอนนี้อยู่ในสภาพไม่เป็นคนไม่เป็นผีด้วยความเงียบงัน
ต้าคุนถอนหายใจ
จ้าวอู่เจียงเดินเข้าไปใกล้ ร่างกายของเขากลายเป็นแสงไหลเข้าไปปรากฏในกรง
กรงนี้มีขนาดไม่ใหญ่นัก ทำให้เขาไม่สามารถยืดกายที่สูงโปร่งขึ้นตรง ๆ ได้ เขาจึงต้องค่อมตัวลงพลางหยิบผ้าไหมออกมาผืนหนึ่ง แล้วค่อย ๆ เช็ดไปที่แก้มและมือของอวี้มู่หว่าน
อวี้มู่หว่านไม่หลบหนี และไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองมากนัก เพียงแต่จ้องมองจ้าวอู่เจียงอย่างอยากรู้อยากเห็น
แก้มและมือของเธอไม่ได้สกปรกมากนัก คงมีคนเช็ดทำความสะอาดให้เธอบ่อย ๆ
จ้าวอู่เจียงใจเย็นเช็ดแก้มและมือของอวี้มู่หว่านจนสะอาด จากนั้นจึงย่อตัวลงนั่งตรงหน้าอวี้มู่หว่านแล้วใช้พลังทำลายโซ่ที่พันธนาการเธอไว้
ส่วนซีเหมินฉางชิ่งยืนอยู่นอกกรงสำรวจอวี้มู่หว่าน เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมจ้าวอู่เจียงถึงเรียกเขามา
อวี้มู่หว่านติดเชื้อไวรัสพันธุกรรมการติดเชื้อแต่ไม่ได้กลายเป็นผู้ติดเชื้อโดยสมบูรณ์ สถานการณ์แบบนี้ถือว่าพิเศษมาก จำเป็นต้องศึกษาอย่างละเอียด
“ผมชื่อจ้าวอู่เจียง” จากระยะใกล้ ๆ จ้าวอู่เจียงสามารถรู้สึกถึงกลิ่นอายของจิ้งเอ๋อร์ที่เกี่ยวพันกับอวี้มู่หว่านได้อย่างชัดเจน เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เราเคยพบกันมาก่อน ตอนนั้นผมไม่ได้มีรูปร่างแบบนี้ แต่เป็นหน้าตาของจ้าวเจียง…”
“ขอโทษนะ” จ้าวอู่เจียงพับแขนเสื้อของอวี้มู่หว่านขึ้น ตรวจดูแขนทั้งท่อนว่ามีบาดแผลอื่นหรือไม่ จากนั้นเขาก็จับชีพจร เพื่อตรวจสภาพร่างกายภายในของอวี้มู่หว่าน
อวี้มู่หว่านว่าง่ายไม่ขยับเขยื้อน เธอแทบไม่มีความคิดอะไร แต่ไม่ได้รังเกียจการเข้าใกล้ของจ้าวอู่เจียง กระทั่งสัญชาตญาณของเธอเองก็อยากเข้าใกล้เขา