Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2035 สภาวะกายถอดจิตและผีอำ

  1. Home
  2. ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า
  3. บทที่ 2035 สภาวะกายถอดจิตและผีอำ
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 2035 สภาวะกายถอดจิตและผีอำ

หลังจากสุราผ่านลำคอไปสามขนาน จ้าวอู่เจียงก็นอนเอนหลังบนเก้าอี้โยกที่ไกวแกว่งไปมาอย่างช้า ๆ

เขารู้สึกเหมือนร่างกายเบาหวิว จิตวิญญาณดูเหมือนจะแยกออกจากเนื้อหนัง เขาหลับตาลงแต่กลับมองเห็นทุกคนกำลังนั่งสนทนากันอย่างชัดเจน

เสียงพูดคุยเหล่านั้นมีทั้งดังและเบา แต่สิ่งที่เหมือนกันคือทุกถ้อยคำถูกคลุมด้วยเสียงสะท้อนเป็นชั้น ๆ ราวกับว่าลานพักขนาดเล็กแห่งนี้คือจักรวาลที่กว้างใหญ่ไพศาลและอ้างว้างเหลือคณา

สติสัมปชัญญะของเขาดูเหมือนจะไม่ฟังคำสั่งของตนเอง แต่มันกลับพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า มุ่งหน้าไปยังดวงดารา

เมื่อล่องลอยผ่านมวลเมฆและพ้นออกไปนอกเขตดวงดาว เขาหันกลับไปมองเห็นดาวเทียนซื่อดวงยักษ์ที่ทอแสงเจิดจ้า พื้นผิวของดาวถูกโอบล้อมด้วยรัศมีสีเงินแกมน้ำเงิน

ส่วนรอบข้างคือความมืดมิดที่อ้างว้างและเงียบเชียบของจักรวาล มันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขตจนเขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาวูบหนึ่ง อาจเป็นเพราะความรู้สึกที่ตนเองช่างเล็กจ้อย หรือเพราะความโดดเดี่ยว หรืออาจเป็นเพราะสถานะกายถอดจิตอันแปลกประหลาดในตอนนี้ ที่ทำให้เขารู้สึกว่าตนเองจะไม่สามารถกลับคืนสู่ร่างเนื้อได้อีก และจะต้องเหี่ยวเฉาตายไปท่ามกลางหมู่ดาว

โชคยังดีที่สถานะล่องลอยนั้นอยู่ได้ไม่นาน เขาก็เริ่มร่วงหล่นกลับลงไปยังดาวเทียนซื่ออีกครั้ง

ทว่าเมื่อเขาดิ่งลงมาใกล้ถึงพื้นพสุธา เขากลับสังเกตเห็นด้วยความตกใจว่า ดาวเทียนซื่อดวงนี้ไม่ใช่ดาวดวงเดิมที่เขาเคยอยู่ มันไร้ซึ่งร่องรอยของสิ่งมีชีวิต และเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายทุกย่อมหญ้า

เขาไม่สามารถสัมผัสถึงลมหายใจของมนุษย์ได้แม้แต่คนเดียว ผืนแผ่นดินและขุนเขาพังพินาศยับเยิน อาคารสูงใหญ่กลายเป็นเพียงเศษซากปรักหักพัง

จ้าวอู่เจียงตระหนักขึ้นมาทันทีว่า เขาเคยเห็นฉากที่เหมือนกันเป๊ะแบบนี้ที่ไหนสักแห่ง

ไม่ใช่แค่คล้าย แต่มันคือที่เดียวกันชัด ๆ!

‘ที่ไหนกันนะ?’

‘ฉันเคยเห็นที่ไหนกัน?’

‘มันคือที่ไหนกันแน่?’

เขาเฝ้าถามตนเองซ้ำ ๆ จนในที่สุดกระแสจิตก็ทนต่อความเหนื่อยล้าไม่ไหว แตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีนวลตา ปลิวว่อนไปตามสายลมร้อนแห่งความตายของดวงดาว กระจายไปทั่วทุกมุมโลก

จ้าวอู่เจียงสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที ถึงได้ตระหนักว่าเรื่องก่อนหน้านี้เป็นเพียงความฝันอย่างหนึ่งของเขา หรือก็คือสภาวะกายถอดจิตไปทั่วฟ้าดิน

ทว่าในตอนนี้ แม้เขาจะรู้สึกตัวแล้วแต่กลับยังไม่สามารถลืมตาขึ้นมาได้

เขารับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวได้อย่างชัดเจน อยากจะตะโกน อยากลืมตา หรืออยากจะลุกขึ้นเพียงใดก็ไม่สามารถทำได้เลย

สภาวะนี้เรียกกันทั่วไปว่า ‘ผีอำ’ หากจะอธิบายในเชิงวิทยาศาสตร์ก็คือแม้สติจะค่อนข้างแจ่มใส แต่ร่างกายกลับเหนื่อยล้าจนเกินขีดจำกัด สถานะของร่างกายและจิตใจมีความต่างกันมากเกินไป ร่างกายจึงถูกบังคับให้หลับลึกในขณะที่ความคิดยังไม่ยอมหลับตาม

แต่หากจะอธิบายในเชิงความรู้สึก… เขาสัมผัสได้ว่าในตอนนี้เขากำลังเผชิญกับอาการผีอำจริง ๆ นั่นก็คือเขากำลังนอนอยู่บนเตียง และมี ‘แวมไพร์’ ทับอยู่บนร่างของเขา

และแวมไพร์ตนนี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือลิลิธนั่นเอง

เขาไม่สามารถลืมตาได้ ตามหลักแล้วไม่ควรจะมองเห็นว่าสถานการณ์ในตอนนี้เป็นอย่างไร แต่เนื่องจากเขาเป็นผู้บำเพ็ญเพียรวิถีดั้งเดิมสายตรง ซึ่งต่างจากผู้บำเพ็ญเพียรในยุคเสื่อมถอยของอาณาเขตพันดารา จิตวิญญาณของเขาจึงควบแน่นและแข็งแกร่งมานานแล้ว

แม้จิตวิญญาณจะถูกกักขังอยู่ในร่างกายอย่างแปลกประหลาดในตอนนี้ แต่เขาก็ยังสามารถวาดภาพโครงร่างเหตุการณ์คร่าว ๆ ในหัวได้

ภายในห้องมีเพียงสองคน คือลิลิธและเอลิซา

เอลิซายืนอยู่ข้างเตียงและค่อนข้างห่างจากตัวเขา เขาจึงไม่สามารถรับรู้ได้ว่าเอลิซากำลังทำอะไรอยู่

‘เจอกับมื้อเก่าล่ะสิ? งั้นฉันขอสูบเขาให้เกลี้ยงก่อนเลยแล้วกัน!’

ลิลิธเอ่ยขึ้น

ผ่านไปครึ่งชั่วโมง

เอลิซาที่คอยดูต้นทางหูผึ่ง ด้วยพรสวรรค์ในการรับรู้อารมณ์ที่เฉียบแหลม ทำให้เธอสัมผัสได้ว่ามีใครบางคนกำลังมุ่งตรงมายังห้องนี้ เธอจึงรีบเตือนทันที

“มีคนมาแล้ว”

ลิลิธรีบลุกออกจากร่างของจ้าวอู่เจียงที่ยังคงแสร้งหลับสนิท จากนั้นก็ลนลานจัดแจงเสื้อผ้าให้จ้าวอู่เจียงกลับมาดูเรียบร้อย พร้อมกับปาดริมฝีปากของตนเองไปหนึ่งที

จากนั้นเธอก็นั่งลงที่ข้างเตียง แสร้งทำเป็นเอามือแตะที่หน้าผากของเขา เหมือนกำลังตรวจดูว่าร่างกายของจ้าวอู่เจียงมีอาการผิดปกติอะไรไหม ร้อนแรงหรือไม่… ไม่ใช่สิ หมายถึงตัวร้อนหรือเปล่าต่างหาก

พอนางทำท่าทางเสแสร้งเสร็จสิ้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ตามมาด้วยการที่คนข้างนอกผลักประตูเข้ามาโดยไม่รอคำตอบใด ๆ

ลิลิธไม่ได้หันไปมอง แต่เอลิซาชำเลืองตาไปเห็น… คนที่เข้ามาคือแม่ยอดขมองอิ่มคนเก่าของจ้าวอู่เจียงอย่างซูฮัวอีนั่นเอง

“ฉันเห็นว่าพวกเธอพาอู่เจียงมาพักผ่อนสักพักใหญ่แล้วแต่ยังไม่ออกไปเสียที เลยนึกว่าอู่เจียงจะดื่มหนักจนเกิดเรื่องอะไรขึ้นน่ะ”

กลิ่นอายแห่งกาลเวลาที่สั่งสมอยู่ในตัวของซูฮัวอี ได้หลอมรวมความแข็งกร้าวในฐานะอดีตธิดาเทพแห่งสำนักกลิ่นบุปผา และความเย็นชาของศิษย์สำนักเติมฟ้าในเวลาต่อมา ให้กลายเป็นความอ่อนโยนและสงบนิ่งในยามนี้

กาลเวลายังทิ้งร่องรอยไว้บนนวลแก้มของเธออย่างแผ่วเบา แม้จะไม่ชัดเจนนัก แต่ก็ดูออกว่าตอนนี้เธอมีอายุมากกว่าลิลิธและเอลิซาอยู่ไม่น้อย

เธอดูมีความเยาว์วัยน้อยลง แต่กลับมีความสุขุมนุ่มลึกของสตรีที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น

สิ่งที่เหนี่ยวรั้งไว้ไม่ได้มากที่สุดในโลกมนุษย์ ก็คือใบหน้าที่ร่วงโรยยามส่องกระจก และหมู่มวลบุปผาที่หลุดร่วงจากกิ่งก้าน

วีรบุรุษถึงคราถดถอย โฉมงามถึงคราผมขาว ชีวิตคนเรามักพบเจอเรื่องเหนือกำลังเช่นนี้เสมอ

เธอก็แก่ลงแล้วเช่นกัน

แม้จะไม่ชัดเจน แต่ก็คือความร่วงโรย ท่ามกลางเสน่ห์ของสตรีวัยผู้ใหญ่ที่พรั่งพรูออกมา คือความนิ่งสงบที่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกเปราะบางจนดูเหมือนจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ

เธอยิ้มออกมาบาง ๆ พลางทอดสายตาไปยังจ้าวอู่เจียงที่หลับสนิทอยู่บนเตียง

“เขาดื่มหนักจริง ๆ นั่นแหละ” ลิลิธลุกขึ้นยืนพลางบ่นอุบ “ไม่นึกเลยว่าเขาจะคออ่อนขนาดนี้”

ลิลิธเบี่ยงตัวหลบ และมองเห็นแสงสีนวลในยามค่ำคืนข้างนอกกับซูฮัวอีที่ยืนอยู่ตรงประตู เงาของรัตติกาลดูเหมือนจะหลอมรวมไปกับตัวเธอ จนทำให้ลิลิธรู้สึกว่าซูฮัวอีในตอนนี้ช่างดูเหมือนกับ…

เหมือนกับแสงจันทร์อันเหน็บหนาว

แต่ความรู้สึกหลักไม่ใช่ความหนาว แต่เป็นความ ‘จาง’ นอกเหนือจากความสะอาดสะอ้านแล้ว มันยังให้ความรู้สึกซีดขาว เบาบาง ราวกับแสงจันทร์ที่ไร้กำลัง เปรียบเสมือนดวงจันทร์ในวารีที่แตะต้องเพียงนิดก็แตกสลาย

ความรู้สึกกระทบกระทั่งเล็ก ๆ ที่เธอมีต่อซูฮัวอิก่อนหน้านี้ ไม่ได้เกิดจากการจงใจทำร้ายซูฮัวอี แต่เป็นเพราะนิสัยแข็งกร้าวตามปกติบวกกับความรู้สึกอิจฉาเล็ก ๆ ที่อาจซ่อนลึกอยู่ในใจของเธอเอง

ในความเป็นจริง ลิลิธไม่ได้มีความคิดประทุษร้ายต่อซูฮัวอีเลย

บัดนี้เมื่อมองไปยังยอดขมองอิ่มของจ้าวอู่เจียงคนนี้ ลิลิธก็พลันนึกถึงเรื่องราวในอดีตตอนที่เผ่าแวมไพร์ยังไม่ถูกศาสนจักรแห่งแสงสว่างตราหน้าว่าเป็นปีศาจ เธอเคยได้ยินเรื่องราวโศกนาฏกรรมอันแสนงดงามของเคาน์เตสสาวในสมัยที่เธอยังอยู่ในปราสาทโบราณ

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 2035 สภาวะกายถอดจิตและผีอำ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย