ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 411 หนังศีรษะชาวาบ
เมื่อเผชิญกับคำถามที่ฟังดูใจเย็นของหานชิงอวี่ ฮั่วหัวฉวีก็หน้าตาซีดเซียวไปทันที จากที่เคยมีท่าทางดุดัน บัดนี้กลับกลายเป็นคนที่ดูเสียศูนย์ เขาพยายามคิดทบทวนหาสาเหตุ แต่ก็ไม่อาจเข้าใจได้ว่าทำไมผลลัพธ์ถึงได้แตกต่างจากที่คาดไว้มากมายขนาดนี้
จากรายงานผลการตรวจเลือดที่ออกมา เขาไม่มีโอกาสชนะเลยแม้แต่น้อย
ต้องมีบางอย่างผิดปกติแน่นอน เขาไม่สามารถพูดออกมาตรง ๆ ว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะการจัดการของเขาเอง ดังนั้นเขาจึงพยายามหาจุดที่เป็นปัญหา
“มันไม่ใช่เรื่องจริงนะ! พวกคุณแน่ใจเหรอว่าตัวอย่างเลือดที่ตรวจนี้เป็นของผู้ป่วยคนนั้นจริง ๆ?” เขาตะโกนด้วยความตื่นตระหนก “หรือว่าทางโรงพยาบาลกับหานชิงอวี่ร่วมมือกัน ใช้ตัวอย่างเลือดของคนอื่นมาแทน?”
เขาพูดออกมาโดยไม่คิด แต่ความเป็นไปได้นี้ก็ไม่อาจเป็นจริงได้ เพราะตัวอย่างเลือดมีการบันทึกชื่อ หมู่เลือด และลักษณะเฉพาะของผู้ป่วยไว้อย่างชัดเจน
การสงสัยแบบนี้ไม่เพียงแค่สงสัยในตัวโรงพยาบาลที่หนึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นการดูหมิ่นคณบดีหลี่หงจากโรงพยาบาลที่สองซึ่งมาเป็นพยานด้วย
หลี่หงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับโกรธจัด “คุณน่ะหุบปากไปซะ! ตั้งแต่ต้นจนจบ คนที่พูดจาสับสนและไร้สาระก็คือคุณเองนั่นแหละ ผลการตรวจสอบมีความเป็นธรรมและโปร่งใส ทุกขั้นตอนได้ทำต่อหน้าพยานทั้งหมด”
“คุณกำลังตั้งข้อสงสัยผลการตรวจ คิดว่าพวกเราทั้งหมดกำลังร่วมมือกับหานชิงอวี่เพื่อแสดงละครหรือยังไง?”
เมื่อถูกจับตามองจากผู้คนรอบข้าง ฮั่วหัวฉวีพลันรู้สึกชาวาบไปทั่วหนังศีรษะ คำพูดที่เพิ่งหลุดออกไปโดยไม่ทันคิด ทำให้เขาต้องเผชิญกับผลกระทบร้ายแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคณบดีหลี่หงจากโรงพยาบาลที่สองซึ่งมาเป็นพยานในเหตุการณ์นี้ การที่ฮั่วหัวฉวีตั้งข้อสงสัยต่อผลการตรวจ ก็เหมือนกับการดูหมิ่นความน่าเชื่อถือของหลี่หง แน่นอนว่าเขาจะไม่ยอมให้เรื่องนี้เกิดขึ้นได้
หานชิงอวี่ก้าวออกมาอีกครั้ง “ทุกท่านครับ ผมเข้าใจว่าทำไมคุณฮั่วหัวฉวีถึงมั่นใจว่าผู้ป่วยใน ICU เกี่ยวข้องกับยาของผม”
“ขอให้ทุกท่านโปรดเงียบสักครู่และฟังผมอธิบายก่อน อย่างที่คณบดีหลี่กล่าวไว้ เรื่องทั้งหมดนี้เป็นการจัดฉากของฮั่วหัวฉวีเอง”
“คนที่นอนอยู่ใน ICU ตอนนั้น เป็นคนที่ฮั่วหัวฉวีจ้างมาเพื่อใส่ร้ายผม”
เมื่อหานชิงอวี่เปิดเผยความจริง ฮั่วหัวฉวีก็หน้าซีดลงทันที เขาเคยคิดว่าไม่มีใครรู้เรื่องนี้ นอกจากตัวเขาเอง แต่ไม่คิดว่าหานชิงอวี่จะรู้ความจริงมาตลอด
ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมตั้งแต่ต้นจนจบ หานชิงอวี่ถึงได้ดูสงบและไม่กังวลเลย ที่แท้ทั้งหมดนี้เขาเองนั่นแหละที่กลายเป็นตัวตลก คิดว่าตนเองควบคุมสถานการณ์ได้ แต่แท้จริงแล้วเขาได้ตกลงไปในกับดักตั้งแต่ที่เขามาปรากฏตัวที่นี่แล้ว
นี่คือกับดักที่วางไว้เพื่อจัดการกับเขาโดยเฉพาะ
ฮั่วหัวฉวีรู้ดีว่าต้องรีบแยกตัวเองออกจากเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นวันนี้เขาอาจหนีไม่พ้น
“อย่ามาใส่ร้ายฉันนะ คนไข้ที่นอนใน ICU จะเกี่ยวข้องกับฉันได้ยังไง ครอบครัวของพวกเขาเองก็อยู่ที่นี่ด้วย พวกเขาสามารถยืนยันความบริสุทธิ์ของฉันได้”
“อย่าคิดจะโยนความผิดมาที่ฉัน ฉันจะไม่ตกหลุมพรางของนายแน่”
เห็นได้ชัดว่าฮั่วหัวฉวีเริ่มตื่นตระหนก สายตาของเขากวาดไปทั่วเพื่อหาคนที่เขาจ้างมา แต่ยามนี้กลับไม่พบใครเลย
ในขณะที่เขายังคงสับสนอยู่นั้น หวังปินก็เดินออกมาพร้อมกับกลุ่มคนหลายคน เมื่อมองดูชัด ๆ ก็พบว่าคนเหล่านั้นคือกลุ่มนักแสดงที่ฮั่วหัวฉวีจ้างมา
นักแสดงเหล่านี้ได้รับเงินจากหานชิงอวี่ด้วย ทำให้พวกเขาตัดสินใจเข้าข้างหานชิงอวี่ นอกจากเรื่องเงินแล้ว พวกเขายังกลัวว่าหากยืนหยัดข้างฮั่วหัวฉวี สุดท้ายอาจต้องถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย
“ทุกท่านโปรดดูนี่ก่อน นี่คือความจริง คนเหล่านี้คือนักแสดงที่ถูกจ้างมาเพื่อโน้มน้าวครอบครัวผู้ป่วย และใส่ร้ายเจ้านายของผมให้ดูแย่”
“ใช่ ๆ ตอนนั้นฉันก็หลงผิดถึงได้เชื่อฟังคำของฮั่วหัวฉวี ครอบครัวของฉันมีคนป่วยมากกว่าหนึ่งคน ต้องการเงินเยอะมากในการรักษา”
“ทั้งหมดนี้เป็นคำสั่งของฮั่วหัวฉวี พวกเราแค่ทำตามคำสั่งเขา ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้”
…
หลายคนเริ่มพูดออกมาพร้อมกัน ทุกคนโยนความผิดไปให้ฮั่วหัวฉวี ทำให้ฮั่วหัวฉวีโกรธจนตัวสั่น
แต่ตอนนี้เขาไม่สามารถโต้ตอบได้อีกต่อไป ต้องหาทางแก้ไขสถานการณ์อย่างเร่งด่วน ไม่เช่นนั้นไม่เพียงแต่จะไม่สามารถเล่นงานหานชิงอวี่ได้ แต่ยังอาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อบริษัทของเขาเอง
นักข่าวที่อยู่ใกล้ ๆ ก็รีบเข้ามาถ่ายภาพใบหน้าของฮั่วหัวฉวี เพราะนี่เป็นข่าวใหญ่ที่สามารถดึงดูดความสนใจจากสังคมได้มาก
ผู้คนที่มุงดูอยู่ต่างพากันส่ายหัวและพูดคุยกันด้วยความรู้สึกผิดหวัง
“ไม่ใช่แบบนั้นนะ! ฟังผมก่อน ความจริงไม่ใช่อย่างนี้เลย!” ฮั่วหัวฉวีพยายามอธิบาย
หวังปินที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ยิ้มเยาะและหยิบหลักฐานสุดท้ายออกมา “คุณฮั่ว ยังมีอะไรจะพูดอีกไหม? คุณดูนี่สิ!”
“นี่คือหลักฐานการโอนเงินระหว่างคุณกับผู้ป่วยใน ICU เป็นหลักฐานว่าคุณจ่ายเงินเพื่อจัดฉากเหตุการณ์นี้”
หลักฐานชัดเจน ฮั่วหัวฉวีไม่สามารถปฏิเสธได้อีกต่อไป เรื่องมาถึงจุดนี้แล้ว ผลลัพธ์ก็ชัดเจนว่าเขาไม่มีทางชนะเลย
ฮั่วหัวฉวีเลิกเสแสร้ง เขาพูดขึ้นว่า “หานชิงอวี่ นายอย่าได้มั่นใจไปหน่อยเลย ถึงแม้ครั้งนี้นายจะชนะ แต่ก็ยังมีคนอื่นที่อยากจะดึงนายลงมาเหยียบให้จมดิน อย่าคิดว่านายจะสามารถหยิ่งผยองไปได้ตลอด ฉันรับประกันว่านายจะต้องได้ชดใช้อย่างสาสมสำหรับการกระทำของตัวเอง”
“ภูเขาไม่เคลื่อนแต่น้ำยังเคลื่อน*[1] นายรอดูต่อไปเถอะ!”
หลังจากพูดจบ เขาก็รีบหนีไปทันที แต่ผู้คนที่มุงดูรอบ ๆ นั้นเยอะมาก ทำให้เขาไม่สามารถหนีไปได้ง่าย ๆ
“เขากำลังจะหนีไปแล้ว! จับเขาไว้ อย่าให้เขาหนีออกไปได้”
“มาที่นี่ได้แล้วจะไปง่าย ๆ งั้นเหรอ คิดว่าที่นี่เป็นอะไรกัน กล้ามาหมิ่นประมาทหมอของเรา ต้องให้เขารับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ”
เสิ่นเล่อเล่อที่เคยโกรธจนแทบร้องไห้จากการกระทำของฮั่วหัวฉวีในตอนแรก ตอนนี้น้ำตายังคลออยู่ในดวงตา ไม่ยอมให้อีกฝ่ายหลบหนีไปได้ และยังสังเกตเห็นความพยายามหนีของอีกฝ่ายเป็นคนแรกก่อนจะรีบเข้าไปขวาง
หัวเฉียวตามมาติด ๆ เขาอยากจะเผชิญหน้ากับฮั่วหัวฉวีมานานแล้ว ในฐานะเพื่อนของหานชิงอวี่ เขารู้ดีว่าหานชิงอวี่ไม่มีทางทำเรื่องแบบนี้แน่นอน
หัวเฉียวเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ยืนหยัดอยู่ข้างหานชิงอวี่มาตลอด และเชื่อมั่นในตัวเขาอย่างหนักแน่น อีกทั้งเขายังเป็นคนที่มีความยุติธรรม จึงไม่อาจทนเห็นเพื่อนของตนถูกกลั่นแกล้งได้
“ทุกคนหลีกไปให้หมด! วันนี้หัวเฉียวคนนี้จะสั่งสอนคนเลวให้มันสาสม!”
หัวเฉียวพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วราวกับลูกธนูที่ถูกยิงออกไป แม้แต่หานชิงอวี่ยังไม่อาจจะหยุดไว้ได้ทัน
หัวเฉียวมีฝีมือพอตัว ทำให้การหยุดเขาไม่ใช่เรื่องง่าย
ขณะเดียวกัน ฮั่วหัวฉวีก็พยายามดิ้นรนฝ่าออกไป เขารู้ว่าต้องหนีออกไปให้ได้ ไม่อย่างนั้นวันนี้เขาจะไม่มีทางรอดจากสถานการณ์นี้แน่
นอกจากนี้ คณบดีทั้งสองคนจากสองโรงพยาบาลก็ไม่ใช่พวกไม่กินเนื้อ*[2] พวกเขาไม่คิดจะยอมปล่อยเรื่องนี้ไปง่าย ๆ
“หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
[1] ภูเขาไม่เคลื่อนแต่น้ำยังเคลื่อน (山不转水转) หมายถึง หากสิ่งหนึ่งไม่เปลี่ยนแปลง สิ่งอื่นก็ยังอาจเปลี่ยนแปลง หรือทางออกอื่นยังคงมี
[2] พวกไม่กินเนื้อ (吃素的) หมายถึง คนที่ไม่อ่อนแอหรือไม่ยอมใครง่าย ๆ