ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 403 ใครเป็นเจ้ามือกันแน่?
“หวังปิน คุณช่วยแจ้งคนในบริษัทให้หยุดงานเพิ่มอีกสองวันหน่อยนะ” หานชิงอวี่หันไปพูดกับหวังปินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ หลังจากที่คิดทบทวนอยู่ครู่หนึ่ง
“ได้ครับ” หวังปินตอบรับคำสั่งของหานชิงอวี่โดยไม่มีคำถามหรือข้อโต้แย้งใด ๆ เขาจะทำตามคำสั่งอย่างสุดความสามารถ
“ถ้าอย่างนั้นที่นี่ก็ฝากคุณดูแลต่อด้วย ผมจะกลับก่อน” หานชิงอวี่มองหวังปินแล้วโบกมือก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป
หวังปินเห็นเช่นนั้น จึงเรียกทุกคนมารวมตัวกันเพื่อจัดการปัญหาต่อไป
หานชิงอวี่เดินออกจากบริษัท เขาไปถึงประตูหลังและเจอรถของตัวเองที่แอบจอดไว้ ขณะนี้เขากำลังจะกลับบ้าน แต่ก็สังเกตเห็นร่างที่คุ้นเคยกำลังเดินเข้าโรงแรมแห่งหนึ่งใกล้กับโรงงานยา
คนคนนั้นคือ ฮั่วหัวฉวี บ้านของเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ บริษัทของเขาก็ไม่ได้อยู่ที่นี่ ทำไมเขาถึงมาที่บริเวณใกล้กับตึกสำนักงานของโรงงานยาของตน?
การกระทำที่ผิดปกตินั้นย่อมมีสาเหตุ! หานชิงอวี่เก็บกุญแจรถและมองไปรอบ ๆ ก่อนจะก้มศีรษะและเดินตามไป
ขณะนี้ฮั่วหัวฉวีกำลังโอบกอดสาวสวยคนหนึ่งอย่างสนิทสนมและเดินเข้าไปในโรงแรม
หานชิงอวี่เห็นดังนั้น เขาก็หรี่ตาแล้วเริ่มถ่ายรูปอย่างรวดเร็ว… เขาพบว่าหลังจากที่ถ่ายรูปเสี้ยวจ้านอีเมื่อครั้งก่อน ตอนนี้เขาก็เริ่มชำนาญในการถ่ายรูปมากขึ้นเรื่อย ๆ
เขาตัดสินใจเดินตามไปเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งเขาถูกใครบางคนคว้าแขนเอาไว้ถึงได้รู้สึกตัว
หานชิงอวี่หันมามองด้วยความหงุดหงิด แล้วพบว่าเป็นลั่วจือซิน
“หานชิงอวี่! นี่คือ…” ลั่วจือซินถามด้วยความสงสัย ดวงตากลมโตของเธอกะพริบปริบ ๆ มองหานชิงอวี่ด้วยความฉงน
“ผมเหรอ? เอ่อ… ผม… ผม แล้วคุณมาทำอะไรที่นี่?” หานชิงอวี่ถามกลับ
ลั่วจือซินในตอนนี้…เธอสวมชุดเดรสสีดำเข้ารูป แสดงให้เห็นถึงรูปร่างที่เพรียวบางและท่วงท่าที่สง่างาม ผมยาวของเธอที่มักจะมัดไว้ก็ปล่อยสยายลงมาอย่างเรียบร้อย ดูแล้วมีความสง่าผ่าเผยเป็นพิเศษ อีกทั้งยังแต่งหน้าเบา ๆ อีกด้วย
ทั้งหมดนี้ทำให้หานชิงอวี่รู้สึกสงสัยเล็กน้อย เพราะภาพลักษณ์ในวันนี้ของลั่วจือซินต่างจากที่เขาคุ้นเคยมาก ซึ่งปกติแล้วเธอมักจะสวมเสื้อกาวน์หรือชุดสีขาว เขาจึงไม่แปลกใจที่ตอนแรกยังจำเธอไม่ได้
“ฉันมาเพื่อ…นัดดูตัวน่ะ” ลั่วจือซินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เจือความลำบากใจอยู่ในที เรื่องนี้ทำให้เธอรู้สึกกังวลมาก
“อ๋อ งั้นผมก็ขอให้โชคดีนะ” หานชิงอวี่ตอบ แต่ดูเหมือนว่าเขาไม่ได้สนใจเธอมากนัก สายตาของเขาจับจ้องไปที่ฮั่วหัวฉวีที่เพิ่งขึ้นไปชั้นบน เขาแทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะตามขึ้นไป สถานการณ์นี้ไม่ควรพลาด!
“นายช่วยฉันหน่อยได้ไหม?” ลั่วจือซินได้ยินคำพูดของหานชิงอวี่แล้วก็รีบถามอย่างรวดเร็ว ในเมื่อเขาเห็นเธอแล้ว ก็อาจจะช่วยเธอหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ยุ่งยากนี้ได้
“ช่วยพาหนีเหรอ? ช่วยไม่ได้หรอก ผมมีธุระต้องทำ ไว้คุยกันวันหลังแล้วกัน!” หานชิงอวี่พูดพร้อมกับไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะช่วยเลย เขามีเรื่องมากมายที่ต้องจัดการ โดยเฉพาะเรื่องฮั่วหัวฉวี เขามีคำถามมากมาย คิดได้ว่าฮั่วหัวฉวีต้องกำลังทำอะไรบางอย่างที่ไม่ดีแน่นอน ถ้าจับอีกฝ่ายได้ นั่นก็เท่ากับแก้ปัญหาของตัวเองได้
“หานชิงอวี่!” ขณะนั้นเอง เสียงหนึ่งที่คุ้นเคยแต่ห่างหายไปนานก็ดังมาจากด้านหลัง
เสียงนี้ทำให้หานชิงอวี่รู้สึกเหมือนได้รับแรงกระตุ้นบางอย่าง เขาชะงักแล้วหันกลับไปมองฝ่ายนั้นทันที “กานซีหัว!”
“คุณ… พวกคุณรู้จักกันเหรอ?” ลั่วจือซินที่อยู่ข้าง ๆ มองสถานการณ์นี้อย่างไม่เข้าใจนัก
“ฮึ! ไม่ใช่แค่รู้จัก พวกเราเรียนมหาวิทยาลัยมาด้วยกันตั้งหลายปี!” กานซีหัวหรี่ตา และถามลั่วจือซินว่า “เธอเองก็รู้จักเขาด้วยเหรอ?”
“รู้จักสิ เราเป็นเพื่อนร่วมงานกัน” ลั่วจือซินตอบและแสดงท่าทีสนิทสนมกับหานชิงอวี่ ซึ่งทำให้สีหน้าของกานซีหัวที่กำลังถือช่อดอกไม้อยู่เปลี่ยนไปทันที
“จือซิน มานั่งทางนี้เถอะ ฉันสั่งอาหารไว้แล้ว” เขาพยายามอดกลั้นความโกรธและยื่นดอกไม้ที่ซื้อมามอบให้ลั่วจือซิน “นี่ ดอกไม้สำหรับเธอ”
“ขอบคุณค่ะ…” ลั่วจือซินรับดอกไม้มาด้วยความสุภาพ แล้วเดินตามเขาเข้าไปในห้องส่วนตัวของร้านอาหาร หานชิงอวี่เองก็เดินตามไปด้วย ตอนแรกเขาไม่อยากยุ่งเกี่ยว แต่พอเจอกับกานซีหัว เขาก็รู้สึกสนใจขึ้นมา ดูจากท่าทางของคนทั้งคู่ ราวกับว่าพวกเขากำลังมีปัญหาอะไรบางอย่าง
“หานชิงอวี่ ไม่เจอกันตั้งหลายปี นายก็ไม่เปลี่ยนเลยนะ แบบนี้จะมีสาวไหนยอมแต่งงานด้วยล่ะ?” กานซีหัวพูดต่อ “นายซื้อบ้านที่เมืองจินแล้วหรือยังล่ะ?”
หลังจากที่ทุกคนนั่งลง กานซีหัวก็เริ่มถากถางหานชิงอวี่ทันที ทุกคำพูดของเขาเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม ถ้าไม่ใช่เพราะลั่วจือซินรู้จักกับหานชิงอวี่มาบ้าง เธอคงจะคิดว่าหานชิงอวี่เป็นคนที่จนแสนจน
“กานซีหัว นายเองก็ไม่เปลี่ยนไปเลยนะ ยังคงมีมุมมองคับแคบเหมือนเดิม ชอบมองคนจากสายตาแคบ ๆ” หานชิงอวี่ตอบกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้
ที่ผ่านมาหานชิงอวี่ต้องเก็บตัวไม่ให้ใครรู้ว่าครอบครัวเขามีฐานะ ทุกเทอมเขาต้องหาเงินเองเพื่อจ่ายค่าเรียน ทำให้เขาต้องใช้เงินอย่างประหยัด นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาถูกคุณชายผู้ร่ำรวยอย่างกานซีหัวเยาะเย้ยอยู่บ่อยครั้ง
“ลั่วจือซิน เพื่อนร่วมงานของเธอน่ะ สมัยเรียนเนี่ยเขาก็เหมือนกับพ่อไก่ขนเหล็ก ขนสักเส้นก็ไม่ยอมให้หลุด!*[1] พอพวกเรากินข้าวกัน เขาก็ชอบมาขอเกาะกิน! คืนนี้เพื่อนเก่าเจอกันทั้งที มื้อนี้ฉันขอเลี้ยงเองแล้วกัน!” กานซีหัวพูดพร้อมกับเริ่มโจมตีหานชิงอวี่ต่อ
ลั่วจือซินได้ยินดังนั้นก็มองหานชิงอวี่ด้วยความประหลาดใจ เพราะที่โรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ ทุกคนต่างรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขา
สำหรับหานชิงอวี่ที่เป็นลูกชายของตระกูลใหญ่กลับใช้ชีวิตอย่างประหยัดในช่วงเรียน นี่เป็นเรื่องที่ทำให้ใครหลายคนคงแปลกใจ
“มื้อนี้ ฉันคงไม่มีเวลามากนัก ไว้วันหลังเราค่อยเจอกันใหม่ก็แล้วกัน” หานชิงอวี่ไม่สนใจที่จะทานข้าวกับพวกเขา ถ้าไม่ใช่เพราะลั่วจือซินต้องการให้เขามาเป็นกันชน เขาก็คงไม่อยากสนใจอะไรทั้งนั้น ตอนนี้เขาจึงเข้าใจแล้วว่าทำไมลั่วจือซินถึงต้องการให้เขาช่วย
“ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องให้นายจ่ายหรอก มื้อนี้ฉันเป็นคนสั่ง ไม่มีทางต่ำกว่าหมื่นห้าหรือสองหมื่นแน่! นี่คงเป็นเงินเดือนของนายหลายเดือนเลยสินะ นายก็กินให้เต็มที่ไปเลย เราเพื่อนเก่ากัน ฉันก็ไม่คิดจะให้นายเลี้ยงหรอก” กานซีหัวพูดพร้อมกับเริ่มโอ้อวดอีกครั้ง
การถกเถียงระหว่างทั้งสองทำให้ลั่วจือซินที่อยู่ข้าง ๆ รู้สึกอึดอัด เพราะเธอเพียงแค่ต้องการให้หานชิงอวี่มาเป็นกันชนในการเจอกับกานซีหัวเท่านั้น
สิ่งที่ลั่วจือซินไม่คาดคิดคือ เธอกลับสร้างปัญหาให้หานชิงอวี่มากกว่าเดิม หากเธอรู้ว่าหานชิงอวี่ได้หมั้นหมายไปแล้ว เธอคงจะเสียใจมากขึ้น นี่คือความมั่นใจของคุณหนูคนหนึ่งที่คิดว่าหานชิงอวี่จะต้องช่วยเธอ
“เอาอย่างนี้แล้วกัน! พอดีว่าฉันมีธุระด่วน แต่เพื่อแสดงมิตรภาพต่อเพื่อนเก่าและเพื่อนร่วมงาน มื้อนี้ฉันจะเป็นเจ้ามือเอง!” หานชิงอวี่พูดขึ้น
เขาเริ่มจะทนไม่ไหว ไม่ใช่เพราะเรื่องของสองคนนี้ แต่เพราะตอนนี้เขามีธุระสำคัญที่ต้องรีบไปทำ และเขารู้สึกเบื่อหน่ายกับการที่กานซีหัวเอาแต่พูดพล่ามไม่หยุด
“ไม่ต้องหรอก ฉันมาที่นี่เพื่อออกเดต แล้วนายจะมาเลี้ยงข้าวแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหนกัน พอเรื่องนี้รู้ถึงหูคนอื่น คนก็จะขำเราเอาได้นะ!” กานซีหัวรีบปฏิเสธพลางโบกมือ “นายนั่งทานอาหารไปเถอะ ไม่ต้องคิดมากหรอกน่า”
[1] ไก่ขนเหล็ก ไม่ยอมให้ขนหลุดสักเส้น (铁公鸡,一毛不拔) หมายถึง คนที่ขี้เหนียวมาก ไม่ยอมใช้จ่ายเงิน