ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 378 การพนันวิ่งเปลือย
หวังปินมองดูทุกคนจากไปแล้วจึงหันไปพูดกับหานชิงอวี่ด้วยน้ำเสียงจริงจัง “คุณชาย ผมได้จัดตารางกิจกรรมต่อไปของคุณเรียบร้อยแล้ว อยากให้คุณตรวจดูสักหน่อยครับ”
เขาพูดพลางหยิบเอกสารออกมาส่งให้หานชิงอวี่ตรวจสอบ
หานชิงอวี่รับมาดูอย่างเป็นธรรมชาติ แต่เพียงแค่มองผ่าน ๆ ก็รู้สึกปวดหัวไปหมด…
“คุณชายครับ คุณควรไปลาหยุดนะครับ ถ้าจัดการเรื่องพวกนี้ไม่ดี ก็ต้องทำตามความประสงค์ของท่านประธาน กลับไปสืบทอดกิจการครอบครัวแล้วล่ะครับ!”
หวังปินมองออกถึงความคิดของหานชิงอวี่จึงเตือนอย่างจริงจัง
“ได้ ผมรู้แล้ว! ผมจะไปบอกคณบดีเดี๋ยวนี้แหละ!”
หานชิงอวี่ถอนหายใจอย่างจนปัญญา แล้วเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
เขามาถึงโรงรถและเหยียบคันเร่งจากไป
เมื่อขับรถมาครึ่งทาง ขณะเขากำลังรอสัญญาณไฟจราจร
ปัง…
รถของเขาถูกชนท้ายอย่างแรงจากด้านหลัง
โชคดีที่เขามีปฏิกิริยาไวจึงไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่เหตุการณ์นี้ก็ทำให้เขาตกใจไม่น้อย
เขาลงจากรถแล้วเดินไปทางด้านหลัง
“เฮ้ย ตาบอดหรือไง!” คนที่ชนรถเขาเปิดประตูลงมาพร้อมกับสาปแช่ง
“จางอวี้หัว ช่างบังเอิญจริง ๆ ที่ได้เจอกัน!”
หานชิงอวี่จำคนคนนั้นได้ในทันทีและพูดด้วยรอยยิ้มเย็นชา
“พี่…พี่หาน…”
จางอวี้หัวเมื่อเห็นว่าเป็นหานชิงอวี่ก็หมดกำลังใจทันที
เขาเป็นเพื่อนของหัวเฉียว เป็นคนที่เขาเคยเห็นมาก่อน ต่อหน้าเขา จางอวี้หัวไม่กล้าแม้แต่จะขึ้นเสียงเลยสักนิด
“คุณขับรถชนท้ายรถผมแล้วยังมาถามผมว่าตาบอดหรือไง นี่มันไม่สมเหตุสมผลเลยนะ”
หานชิงอวี่มองหน้าจางอวี้หัวด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“ไม่ ไม่ใช่…คือผมกำลังขับรถคุยโทรศัพท์อยู่ แล้วเผลอไปชนรถพี่หานเข้า”
“ผมผิดเองครับ!”
เมื่อจางอวี้หัวได้ยินดังนั้น เขาก็รีบกล่าวขอโทษขอโพยยกใหญ่
“งั้นเราก็รอรถยกมาแล้วกัน ผมโทรเรียกคนของศูนย์บริการแล้ว”
หานชิงอวี่ไม่ใช่คนชอบหาเรื่อง เมื่อเห็นว่าจางอวี้หัวยอมรับผิดอย่างจริงใจ เขาก็ไม่ได้ถือสาอะไร
“คือ…ผมไม่มีเวลารอ พี่หาน เอาแบบนี้นะ ผมให้น้องชายผมรออยู่ที่นี่ พี่นั่งรถคันหลังผมไป จะไปไหนเดี๋ยวผมไปส่งเอง”
ดูเหมือนว่าจางอวี้หัวกำลังรีบร้อนจริง ๆ ถึงขนาดไม่สนใจจะจัดการเรื่องอุบัติเหตุเลย
“ตกลง งั้นไปกันเถอะ!”
บังเอิญ หานชิงอวี่เองก็มีธุระพอดี ทั้งสองคนจึงตกลงกันได้อย่างง่ายดาย
พวกเขาแยกกันขึ้นรถที่ตามมา จากนั้นก็ตรงไปยังโรงพยาบาลที่หานชิงอวี่ทำงาน
“พี่ใหญ่ โรงพยาบาลเอกชนกับโรงพยาบาลรัฐอยู่ทางเดียวกัน พวกเราไปส่งได้ไม่เสียเวลาหรอก!”
ลูกน้องคนหนึ่งเห็นจางอวี้หัวมีท่าทางร้อนรนจึงรีบเตือนขึ้น
“บ้าเอ๊ย จะรักษาให้ลูกน้องฉันยังกล้าเล่นตุกติกแบบนี้ รอดูเถอะ ฉันจะสั่งสอนหมอคนนั้นให้เข็ด…” จางอวี้หัวได้ยินดังนั้นก็กัดฟันพูดด้วยความโมโห
“พี่ใหญ่ อย่าเพิ่งโมโหเลยครับ ใกล้ถึงแล้ว”
ลูกน้องที่ขับรถมองไปข้างหน้า เมื่อเห็นป้ายโรงพยาบาลเอกชนอยู่ไกล ๆ จึงจอดรถข้างทาง “คุณหมอหาน ถึงแล้วครับ”
“โอเค ขอบคุณนะ!”
หานชิงอวี่ไม่ได้ใส่ใจกับบทสนทนาเมื่อครู่ของพวกเขาแม้แต่น้อย
ทันทีที่รถจอด เขาก็รีบลงจากรถ
แล้วตรงไปที่ห้องทำงานของตัวเองทันที
เมื่อเขาเพิ่งก้าวเข้าประตู ก็เจอกับเสิ่นจวิ้นที่พูดกับเขาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “คุณหมอหาน คุณมาพอดีเลย ท่านคณบดีอยากพบครับ”
เมื่อหานชิงอวี่ได้ยินดังนั้น เขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
แม้ว่าเขาจะมาหาท่านคณบดีก็จริง แต่ท่านคณบดีเป็นฝ่ายต้องการพบเขาเอง นี่มันเรื่องอะไรกัน?
หานชิงอวี่รู้สึกกังวลใจอยู่บ้าง เขารีบตรงไปยังห้องทำงานของท่านคณบดีด้วยท่าทีร้อนรน
เมื่อเขาเข้าไปในห้อง เขาก็พบว่าหลีเหมิงก็อยู่ที่นั่นด้วย
“ท่านคณบดี ผมได้ยินมาว่าท่านต้องการพบผมเหรอครับ?”
หลังจากปิดประตู หานชิงอวี่ก็มองไปที่ท่านคณบดีและเอ่ยถาม
“ใช่แล้ว! ผมมีเรื่องหนึ่งอยากบอกคุณ”
ฉินซานไห่เห็นหานชิงอวี่เข้ามา หลังจากได้ยินคำถามของเขาจึงตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“คณบดี มีปัญหาอะไรหรือครับ? คุณบอกมาได้เลย” หานชิงอวี่คิดอยู่ครู่หนึ่ง นึกไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้นจึงถามออกไป
“เรื่องมันเป็นอย่างนี้ ก่อนหน้านี้อิ๋นซู่เหลียนจากโรงพยาบาลแห่งที่สองมาที่นี่ โรงพยาบาลของพวกเขาที่เคยให้อุปกรณ์ทดลองใช้ฟรีกับเรา ตอนนี้เพราะคุณ…พวกเขาจึงเปลี่ยนใจแล้ว…” ฉินซานไห่ถอนหายใจอย่างจนปัญญา เขามองหานชิงอวี่ขณะพูด
“หานชิงอวี่ คณบดีหมายความว่า คุณไสหัวไปได้แล้ว ที่นี่ไม่ต้องการคุณอีกต่อไป!”
หลีเหมิงพอได้ยินคำพูดของฉินซานไห่ก็แสยะยิ้มเยาะเย้ยอย่างเย็นชา
“คณบดีครับ อุปกรณ์พวกนั้น ผมขอดูสักหน่อยได้ไหมครับ?”
หานชิงอวี่ได้ยินดังนั้น ในใจรู้สึกไม่แน่ใจ แต่ก็ยังคงถามไป
“พวกมันอยู่ที่นี่หมดแล้ว คุณดูสิ!”
ฉินซานไห่พูดพลางวางเอกสารข้อมูลอุปกรณ์ลงบนโต๊ะทำงานของเขาเพื่อให้หานชิงอวี่ดู
หานชิงอวี่ยกเอกสารพวกนั้นขึ้นมาอ่านอย่างละเอียด
เขาพบว่าอุปกรณ์พวกนี้ เหมือนอุปกรณ์ที่ชาวต่างชาติเคยเสนอให้เขาไม่มีผิด
ถ้าพวกนั้นจะจัดหาอุปกรณ์พวกนี้ให้ เขาก็ย่อมจัดการกับมันได้ตามใจชอบน่ะสิ!
รอให้พวกนั้นขนอุปกรณ์มาส่ง เขาจะให้ใครใช้ก็ได้ เพราะยังไงเขาก็มีเวลาให้ใช้อุปกรณ์พวกนี้ฟรี ๆ ได้อยู่แล้ว
ส่วนโรงพยาบาลอื่น ๆ เขาจะให้พวกเขาใช้อุปกรณ์ฟรี ๆ พร้อมกับเก็บค่าคอมมิชชั่น!
“ท่านคณบดี อุปกรณ์พวกนี้ บริษัทผมก็มี” หลังจากดูเอกสารเสร็จ หานชิงอวี่ก็พูดกับฉินซานไห่ทันที “ถ้าพวกเขาไม่ให้ ผมจะให้โรงพยาบาลยืมใช้ฟรี ๆ หนึ่งปีเลยก็ได้!”
“หานชิงอวี่ คุณอย่าพูดดีไปหน่อยเลย อุปกรณ์พวกนี้เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดทั้งนั้น!”
หลีเหมิงพอได้ยินคำพูดของหานชิงอวี่ก็เริ่มตะโกนโวยวายขึ้นมาทันที
“หึ ถ้าคุณไม่เชื่อ พวกเราก็มาพนันกันเลย!”
หานชิงอวี่มองหลีเหมิงอย่างเย็นชาแล้วพูดเสียงเรียบ
“ไม่มีปัญหา! ถ้าคุณแพ้! ต้องวิ่งเปลือยรอบโรงพยาบาลหนึ่งรอบ!” หลีเหมิงพอได้ยินก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที
เขาเชื่อมั่นว่าหานชิงอวี่จะต้องแพ้อย่างแน่นอน
ตอนนี้เขาถึงกับจินตนาการภาพหานชิงอวี่วิ่งเปลือยออกมาแล้ว
“ถ้าคุณแพ้ก็ต้องทำเหมือนกัน! ที่นี่มีคณบดีเป็นพยาน คุณกล้ารับคำท้าไหม!”
หานชิงอวี่มองหลีเหมิงที่ทำหน้าดูถูกแล้วยิ้มเย็นชา
“วางใจเถอะ ผมไม่มีทางแพ้การแข่งขันหรอก คุณคงยังไม่รู้สินะ! นี่เป็นอุปกรณ์ที่วิจัยออกมาใหม่ล่าสุดจากต่างประเทศ เว้นแต่คุณจะใช้เวทมนตร์ได้ ไม่งั้นคุณต้องแพ้แน่นอน!”
หลีเหมิงไม่เชื่อเลยสักนิดว่าหานชิงอวี่จะสามารถเอาชนะได้
“ท่านคณบดีครับ! เรื่องนี้มอบให้ผมจัดการเองเถอะครับ ผมรับรองว่าจะจัดการได้แน่นอน!”
หานชิงอวี่ไม่ได้สนใจหลีเหมิงแม้แต่น้อย เขาหันไปหาฉินซานไห่พร้อมกับตบอกตัวเองอย่างมั่นใจ
ฉินซานไห่มองหานชิงอวี่ด้วยสายตาเคลือบแคลง แต่สุดท้ายเขาก็พยักหน้า “อืม ผมเชื่อคุณ”
“ท่านคณบดี งั้นผมขอตัวไปติดต่อก่อนนะครับ!”
หานชิงอวี่กล่าวกับฉินซานไห่ก่อนจะรีบร้อนออกจากห้องทำงานไป
ทันทีที่เขาอยู่ที่ทางเดิน เขาก็รีบโทรหาหวังปินทันที
[คุณชาย มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ?]
หวังปินเห็นว่าเป็นเบอร์ของหานชิงอวี่ จึงรีบรับสายแล้วถามด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
เมื่อหานชิงอวี่ได้ยินคำถามของหวังปิน เขาก็ตอบกลับไปทันที “ผู้จัดการหวัง อุปกรณ์ชุดนั้นของต่างชาติ วันนี้มาถึงโรงงานแล้วหรือยัง?”
[ฟ้ามืดก็ถึงแล้ว มีอะไรรึเปล่าครับ?]
หวังปินได้ยินหานชิงอวี่เป็นห่วงเรื่องอุปกรณ์ ในใจก็รู้สึกซาบซึ้ง
หารู้ไม่ว่า คุณชายบ้านเขา
กำลังจะเอาอุปกรณ์รุ่นใหม่ล่าสุดพวกนี้ไปแข่งขันกันคนอื่นต่างหาก