ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 354 โรคร้ายที่เหมือนกัน
ในใจของสวี่คุนเต็มไปด้วยความชื่นชม แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกซับซ้อนมากขึ้น
เขาเหลือบมองไปที่เสิ่นเล่อเล่อที่อยู่ข้าง ๆ แล้วขมวดคิ้วถามว่า “เด็กคนนี้เป็นใคร?”
“ผู้อำนวยการสวี่ ช่วงที่คุณไปดูงานคงยังไม่เคยเจอเด็กคนนี้สินะ เขาเป็นแพทย์ที่มาจากโรงพยาบาลประจำเขต เคยผ่าตัดมาแล้วสองเคส…” เสิ่นเล่อเล่อ อธิบายให้สวี่คุนฟังขณะที่เธอกำลังสังเกตการผ่าตัดของหานชิงอวี่
“ฉันว่าแล้วทำไมถึงได้บ้าบิ่นขนาดนี้ ที่แท้ก็มีฝีมือนี่เอง เด็กคนนี้กำลังจะชนะแล้ว”
สวี่คุนแค่นเสียงเย็นชา เห็นว่าหานชิงอวี่เริ่มเย็บแผลแล้ว เขาจึงปรายตามองแล้วหันหลังเดินจากไป
“เสร็จแล้ว”
หลังจากที่เย็บแผลให้คนไข้เสร็จแล้ว หานชิงอวี่ก็ถอนหายใจยาวแล้วกำชับว่า “ให้พยาบาลคอยดูแลเขาด้วย ถ้าเขามีอาการปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน ต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด”
“ได้ค่ะ หมอหาน! ขอบคุณมากนะคะ”
พยาบาลสาวผู้ช่วยได้ยินหานชิงอวี่พูด ก็ปรากฏสีหน้าเคารพนับถือบนใบหน้าอันงดงาม
หลายคนก็รับรู้เรื่องที่เขาเพิ่งพนันกับสวี่คุน
หานชิงอวี่พยักหน้า พบว่าตอนนี้เหลือเพียงเสิ่นเลอเล่อ ส่วนสวี่คุนหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้
เสียใจแล้วล่ะสิ?
ฮ่า ฮ่า!
หานชิงอวี่เห็นสวี่คุนจากไปด้วยท่าทีหงุดหงิดเช่นนั้นก็ได้แต่แค่นหัวเยาะในใจ
“หมอหาน ฝีมือการแพทย์ของคุณเก่งกาจขึ้นเรื่อย ๆ น่านับถือจริง ๆ”
ใบหน้างดงามของเสิ่นเลอเล่อเผยสีหน้าซับซ้อนออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปากชม หานชิงอวี่
“พวกเธอเห็นผู้อำนวยการสวี่บ้างไหม?”
ได้ยินเสิ่นเลอเล่อพูด หานชิงอวี่ ก็ได้แต่ยิ้มบาง ๆ แล้วหันไปถามทุกคน
“ไม่เห็นเลยค่ะ…”
“ไม่รู้เหมือนกัน พอดีฉันมัวแต่ช่วยหมอหานผ่าตัดอยู่ ไม่ทันได้สังเกตว่าเขาไปตอนไหน”
“…”
พยาบาลหลายคนได้ยินที่หานชิงอวี่พูด ต่างก็บอกว่าไม่ได้สังเกตว่าเขาไปตอนไหน
“โอเค ขอบคุณทุกคนที่ทำงานหนักนะครับ”
หานชิงอวี่ได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแค่โบกมือให้ทุกคนแล้วเดินจากไป
ส่วนพยาบาลที่เหลือ หลังจากที่ช่วยกันดูแลคนเจ็บเรียบร้อยแล้ว
ในยามว่าง พวกเธอก็นำเรื่องที่สวี่คุนและหานชิงอวี่ปะทะกันตั้งแต่เช้ามาพูดคุยกันอย่างลับ ๆ
เรื่องราวแพร่กระจายไปทั่วโรงพยาบาลราวกับพายุ
ทำให้สวี่คุนที่เพิ่งกลับมา รู้สึกเหมือนถูกตบหน้าไปหลายสิบที ใบหน้าร้อนผ่าวไปจนถึงบ่าย
ในท้ายที่สุด เขาก็ได้แต่นั่งหิวโซอยู่ในห้องทำงานของตัวเอง ไม่แม้แต่จะกล้าออกไปไหน
“หานชิงอวี่!”
“ไอ้เด็กเวร! อยากเห็นฉันขายหน้าล่ะสิ! คอยดูเถอะ!”
สวี่คุนกัดฟันกรอดภายในห้องทำงานของตัวเอง
และต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดนี้
หานชิงอวี่อยู่ที่โรงพยาบาลทั้งวันโดยไม่มีอะไรทำ
ตอนนี้เรื่องต่าง ๆ ก็ได้รับการแก้ไขแล้ว และเขาก็ได้อยู่ในโรงพยาบาลแห่งนี้ต่อไป สิ่งเดียวที่ทำให้เขาปวดหัวอยู่บ้างก็คือ งานเลี้ยงตอนเย็น
บ่อยครั้งที่คนเรามักจะกลัวอะไร สิ่งนั้นก็มักจะมาถึงเร็วขึ้น
หานชิงอวี่แทบไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปอย่างไร รู้ตัวอีกทีก็ถึงเวลาเลิกงานในช่วงบ่ายแล้ว
ยังไม่ทันที่เขาจะได้ทำอะไร ก็มีสายโทรศัพท์จากหวงปินโทรมาเตือน
[คุณชาย! เลิกงานรึยังครับ! รีบมาเร็วเข้า! งานเลี้ยงใกล้จะเริ่มแล้วครับ!]
ทันทีที่หานชิงอวี่รับสาย ก็ได้ยินเสียงเตือนของหวงปิน
“ตกลง ผมกำลังจะออกไปเเล้ว!”
หานชิงอวี่ตอบรับคำ แล้วรีบวางสายไป
“ว่าไง มีนัดเดทเหรอ? ให้ฉันช่วยเซ็นชื่อออกให้ไหมล่ะ?”
อิงชื่อจ้งที่ได้ยินหานชิงอวี่คุยโทรศัพท์ ก็พูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
“ตกลง งั้นฝากนายเซ็นชื่อออกให้ด้วยนะ ฉันไปก่อนล่ะ!”
หานชิงอวี่พยักหน้าให้อิงชื่อจ้งเป็นเชิงลา แล้วเดินออกจากออฟฟิศไป
วันนี้ ขณะที่เขากำลังเดินอยู่บนถนน เขารู้สึกเหมือนตัวเองถูกจับจ้องราวกับเป็นลิงในกรง มีผู้คนมากมายที่ชี้มาที่เขาและซุบซิบกัน
“นั่นไง หานชิงอวี่ คนที่ชนะผู้อำนวยการสวี่เมื่อเช้านี้”
“ใช่แล้ว เขาแค่ดูจากแผลภายนอกของคนป่วยก็วินิจฉัยอาการได้แม่นยำเลย! สุดยอดมาก!”
“…”
ผู้คนต่างพากันชื่นชมหานชิงอวี่อย่างไม่ขาดปาก คำชื่นชมเหล่านั้นเต็มไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธา พยาบาลสาวหลายคนถึงกับเขินอายอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อเห็นแพทย์หนุ่มรูปหล่อเดินผ่าน
หานชิงอวี่ ไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด เขาออกมาจากโรงพยาบาล ขับรถตรงไปยังที่อยู่ที่หวงปินให้ไว้
เวลาประมาณหกโมงเย็น เขาก็มาจอดรถที่ลานจอดรถของโรงแรม
หานชิงอวี่ ลงจากรถ รีบตรงไปที่ล็อบบี้ของโรงแรม
ตอนนี้งานเลี้ยงยังไม่เริ่ม พนักงานเสิร์ฟหลายคนกำลังยุ่งอยู่กับการจัดเตรียมงานเลี้ยงที่จะเกิดขึ้น
“คุณชาย!”
ขณะที่ หานชิงอวี่ กำลังเดินเล่นอย่างเบื่อหน่าย เขาก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคย
หวงปินโบกมือเรียกเขาอยู่ไกล ๆ
หานชิงอวี่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างคุ้นเคยอยู่ด้านหลังเขา
ไป๋ปิง
เธอมาที่นี่ได้อย่างไร?
ถึงแม้จะสงสัย แต่หานชิงอวี่ก็ยังแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เดินตรงไปหาทั้งสองคน
“ชิงอวี่! ได้ยินมาว่านายอยู่โรงพยาบาลเมืองจิน เป็นยังไงบ้าง สบายดีไหม? ยินดีด้วยนะ ที่ได้รับการยอมรับมากมายขนาดนี้!”
ไป๋ปิงมองหานชิงอวี่ด้วยแววตาหวานซึ้ง
“ฉันแค่โชคดี ไม่ได้เก่งกาจอะไรหรอก”
หานชิงอวี่โบกมือ ปฏิเสธอย่างถ่อมตน
“อย่าถ่อมตัวไปหน่อยเลย โชคดีขนาดนี้ เป็นไปได้ยังไง!”
เห็นหานชิงอวี่ถ่อมตนเช่นนั้น ไป๋ปิงก็หัวเราะเสียงใสอย่างหยอกเย้า
“คุณไป๋ เชิญคุณรอตรงนี้สักครู่นะครับ ผมจะพาคุณชายไปพบกับหุ้นส่วนของเราก่อน”
หวงปินยืนอยู่ข้าง ๆ ทั้งสอง พลางมองไปรอบ ๆ และตั้งใจฟังทุกสิ่งอย่าง
เขาเห็นว่ามีเจ้าของกิจการหลายคนเดินเข้ามาแล้ว จึงรีบหันไปกล่าวทักทายกับไป๋ปิง จากนั้นจึงกวักมือเรียกหานชิงอวี่ “คุณชาย เชิญครับ”
เมื่อหานชิงอวี่เห็นดังนั้น เขาจึงพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินตามหวงปินไป
แต่พอเดินไปได้ไม่กี่ก้าว เขาก็ยกมือขึ้นกุมท้องพลางโบกมือให้หวงปิน “หวงปิน คุณไปก่อนเลยผมปวดท้อง ขอตัวสักครู่นะ”
“เอ่อ… ครับ! คุณชายรีบกลับมานะครับ!”
หวงปินขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น
แต่เมื่อเห็นสีหน้าทรมานของหานชิงอวี่ เขาก็ไม่กล้าพูดอะไรมาก เพียงแต่ย้ำเตือนอีกครั้งเมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินจากไป
“ครับ ไม่ต้องห่วง”
หานชิงอวี่พยักหน้ารับคำ ก่อนจะรีบร้อนจากไป
เขาตื่นเต้นจนออกไปทางประตูข้าง สวนทางกับใครบางคนที่กำลังวิ่งมาชนเขาเข้าอย่างจัง
“ตาบอดรึไงวะ!”
เสียงสบถดังตามมาติด ๆ
“นายนั่นแหละตาบอด!” หานชิงอวี่ตอบกลับไป เพราะรู้ว่าเป็นใครจากน้ำเสียง
“เหล่าหาน! ฮ่า ๆ! ทำไมถึงเป็นนายได้ล่ะเนี่ย!”
อีกฝ่ายไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นหัวเฉียว
หัวเฉียวเองก็จำหานชิงอวี่ได้ เขาจึงยิ้มกว้างแล้วถามว่า “นายก็โดนบังคับมาเหมือนกันเหรอ?”
“แล้วนายล่ะ?”
หานชิงอวี่ เห็นท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ ของเพื่อนชายก็พอจะเดาจุดประสงค์ของเขาได้
“ชู่ว! อย่าพูดเสียงดัง!”
หัวเฉียวรีบทำท่าทางห้ามหานชิงอวี่ ก่อนจะดึงเขาออกมาคุยกันข้าง ๆ “ฉันไม่มีทางเลือกนี่ ฉันเป็นลูกคนเดียว พวกเขาเลยพยายามทุกวิถีทางเพื่อโน้มน้าวฉัน พวกเขาแทบจะคลั่งกันหมดแล้ว วันนี้ถ้าฉันไม่มา ฉันอาจจะโดนพวกเขาทุบตายก็ได้…”
“เหมือนกัน แต่ฉันก็แค่ทำตามแผนที่วางไว้เท่านั้นแหละ!”
หานชิงอวี่ได้ยินคำพูดของฮวาเฉียวก็หัวเราะลั่นออกมาทันที