ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 337 นัดพบ
บทที่ 337 นัดพบ
หานชิงอวี่พยักหน้ารับ “ถ้าอย่างนั้น คุณกลับไปก่อนเถอะ ถ้ามีอะไรคืบหน้าเดี๋ยวผมแจ้งให้ทราบอีกที”
หลัวอี้กล่าวขอบคุณหานชิงอวี่อีกหลายครั้ง ก่อนจะหันหลังกลับไป
ทันใดนั้น หานชิงอวี่ก็ถอนหายใจออกมาอย่างยาวเหยียด
หลังครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขามั่นใจแล้วว่าแผนการนี้สามารถดำเนินการได้ จึงเดินกลับไปที่ห้องทำงานของตัวเอง
แต่ไม่คิดว่าพึ่งจะเดินเลี้ยวไปถึงหัวมุม ก็มีแขนของใครบางคนยื่นมาขวางหน้าเขาเอาไว้ ทำเอาหานชิงอวี่ที่สุขุมเยือกเย็นอยู่เสมอ ตกใจจนสะดุ้งโหยง
ถัดมา ลั่วจือซินก็เดินออกมาจากด้านข้าง พร้อมกับรอยยิ้มกรุ้มกริ่มแบบคนขี้เล่น
ยังไม่ทันที่หานชิงอวี่จะหายตกใจ เธอก็เอ่ยปากถามเขาว่า “เป็นไงบ้างหมอหาน วางแผนอะไรไว้อีกแล้วล่ะ?”
เดิมที หานชิงอวี่ไม่ต้องการให้คนอื่นเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับลั่วจือซิน
ดังนั้น เขาจึงแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง “เปล่านะ เธอได้ยินมาจากไหน?”
เขาคิดว่าอิงชื่อจ้งหรือไม่ก็หัวเฉียวคงแอบไปพูดอะไรกับเธอ เธอถึงได้คิดแบบนี้
แต่หลังจากลั่วจือซินได้ยินคำพูดของหานชิงอวี่ เธอกลับดูมีท่าทางโกรธขึ้นมาเล็กน้อย
เธอเท้าเอวแล้วพูดกับหานชิงอวี่ ว่า “นี่หมอหาน ที่ฉันมาที่นี่ก็เพราะว่าไป๋ปิงเป็นคนให้ฉันมาช่วยนายนะ อย่าทำเป็นไม่รู้จักบุญคุณแบบนี้สิ!”
เมื่อได้ยินลั่วจือซินพูดแบบนั้น หานชิงอวี่ก็ถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยความสงสัยออกมาว่า “ไป๋ปิงงั้นเหรอ?”
เห็นปฏิกิริยาของแบบนั้นของหานชิงอวี่ ลั่วจือซินก็รู้ทันทีว่าเขากำลังรู้สึกผิดอยู่แน่ ๆ
เธอจึงพูดด้วยน้ำเสียงหยิ่งยโสต่อไปว่า “ใช่แล้ว! ไป๋ปิงเป็นคนส่งฉันมาช่วยนาย ถ้านายยังปิดบังอะไรฉันอยู่อีก ฉันจะรีบบอกไป๋ปิงเดี๋ยวนี้เลย!”
เดิมทีหานชิงอวี่ไม่ต้องการให้ลั่วจือซินเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่พอได้ยินเธอพูดแบบนั้น เขาก็รู้สึกว่าเรื่องนี้เริ่มจะจัดการยากขึ้นมาแล้ว
ไม่ใช่ว่าเขากลัวไป๋ปิงหรอกนะ แต่ตอนนี้ผู้อำนวยการสาวกำลังเชื่อมสัมพันธ์กับพ่อแม่ของเขาอยู่เนี่ยสิ
ตัวไป๋ปิง ไม่น่ากลัวเท่าไหร่หรอก แต่ถ้าเกิดพ่อแม่ของเขารู้เข้าว่าเขาไม่สนใจว่าที่ลูกสะใภ้ แถมยังหาข้ออ้างร้อยแปดมาบ่ายเบี่ยงเธออีก
ต้องรู้ไว้ว่าตอนนี้พ่อแม่ของเขายังคงอาศัยอยู่ใกล้โรงพยาบาลเมืองจินอยู่เลย
แค่ช่วงนี้เขาไม่ค่อยได้กลับบ้าน เพราะงานยุ่งมากก็เท่านั้นเอง
โทรศัพท์ที่พวกเขาโทรมา ชายหนุ่มก็บ่ายเบี่ยงไปหลายครั้งแล้ว
ถ้าตอนนี้พ่อกับแม่อยากมาหาเขาที่โรงพยาบาลเมืองจินเพราะเรื่องแบบนี้…
หานชิงอวี่ไม่กล้าจินตนาการถึงภาพแบบนั้นเลย
ดังนั้น เขาจึงรีบมองไปรอบ ๆ แล้วพูดกับลั่วจือซินเบา ๆ ว่า “ไม่ใช่ว่าไม่มีแผนนะ แต่เธอต้องสาบานว่าจะเก็บเป็นความลับ!”
ลั่วจือซินไม่คิดเลยว่าจะทำให้หานชิงอวี่ยอมแพ้ได้เร็วขนาดนี้
ดวงตาของเธอเป็นประกายในทันที จากนั้นก็ยกมือขึ้น พูดกับหานชิงอวี่ว่า “ฉันสาบาน!”
เมื่อเห็นว่าลั่วจือซินจริงจัง หานชิงอวี่จึงเล่าแผนการคร่าว ๆ ให้เธอฟัง
พอลั่วจือซินฟังได้ครึ่งเดียว ก็เริ่มรู้สึกอดรนทนไม่ไหว
เธอขมวดคิ้ว แล้วพูดว่า “น่าเบื่อ น่าเบื่อ ทำไมมันถึงน่าเบื่อแบบนี้!”
หานชิงอวี่มองลั่วจือซินด้วยสายตาเหมือนมองคนโง่ แล้วพูดว่า “ไม่อยากฟังก็ดีแล้ว เพราะยังไงฉัน…”
ลั่วจือซินเห็นท่าไม่ดี เหมือนกับว่าตัวเองกำลังจะติดกับดักของหานชิงอวี่ จึงรีบคว้าแขนเขาไว้ “เฮ้ ๆ ๆ อย่าเพิ่งไปสิ ฉันหมายถึงว่า ฉันพอจะช่วยอะไรได้บ้าง”
ในที่สุด ลั่วจือซินก็รู้สึกจนมุม
อันที่จริงแล้ว ครั้งนี้ที่เธอรีบร้อนรั้งหานชิงอวี่ไว้ เธอไม่ได้ปรึกษาไป๋ปิงมาก่อน
เพียงแต่ตอนที่เธอผ่านมา เห็นว่าหานชิงอวี่กำลังพูดอะไรบางอย่างกับหลัวอี้อยู่พอดี
เธอจำได้ทันทีว่าหลัวอี้คนนี้คือคนไข้ที่เคยร่วมมือกับเจี๋ยเป่าใส่ร้ายหานชิงอวี่
ด้วยความสงสัย เธอจึงยืนฟังอยู่พักหนึ่ง เพราะอยากจะดักถามหานชิงอวี่ให้รู้เรื่อง
ตอนนี้เมื่อรู้ว่าเรื่องแบบนี้เป็นการตัดสินใจของหานชิงอวี่เอง เธอก็เบาใจขึ้น
ส่วนเรื่องอื่น ๆ เธอไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ สิ่งที่เธอสนใจคือหานชิงอวี่ ต้องการความช่วยเหลือหรือเปล่า?
โชคดีที่เธอกับไป๋ปิงเป็นเพื่อนสนิทกัน เธอจึงได้บอกเรื่องนี้กับหานชิงอวี่ไว้ตั้งนานแล้ว
มิเช่นนั้น เธอคงจะลำบากใจที่จะต้องลากไป๋ปิงออกมาเป็นโล่กำบังในเวลานี้
ในขณะเดียวกัน หานชิงอวี่ก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นฝ่ายได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด และหากเป็นเรื่องภายในโรงพยาบาล เขาก็ไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือใด ๆ
ทว่า หากเป็นเรื่องราวภายนอกโรงพยาบาล เขาก็อาจจะมีเรื่องให้ลั่วจือซินช่วยเหลืออยู่บ้าง
ดังนั้น เขาจึงเอ่ยปากถามเธอว่า “หมอลั่วรู้จักกับจินจื่อเฟิงหรือเปล่า?”
เขาหวนนึกถึงเหตุการณ์ในคืนนั้น ตอนที่เขาได้พบกับลั่วจือซินและจินจื่อเฟิงที่ใต้สะพาน
ไม่เพียงแต่จินจื่อเฟิงจะรู้จักกับลั่วจือซิน แต่เขายังดูเหมือนจะให้เกียรติเธอไม่น้อย
นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้หานชิงอวี่ถามคำถามนี้ออกมา
ลั่วจือซินใช้มือเท้าคางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากตอบว่า “จะว่ารู้จักก็ไม่เชิงหรอก แต่พวกเรารู้จักชื่อเสียงของกันและกัน และเคยเจอหน้ากันมาก่อน ว่าแต่หมอหานอยากให้ฉันช่วยอะไรล่ะ?”
เธอกล่าวพร้อมกับส่งยิ้มขี้เล่นให้หานชิงอวี่
เห็นท่าทางของลั่วจือซิน หานชิงอวี่ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา “ก็ไม่ใช่อะไรหรอก แค่อยากรู้ว่าถ้าหมอลั่วอยากช่วยจริง ๆ งั้นก็ช่วยนัดจินจื่อเฟิงออกมาให้หน่อยได้ไหม?”
ลั่วจือซินเบิกตากว้าง “นัดออกมา?”
เธอไม่คิดเลยจริง ๆ ว่าเรื่องที่หานชิงอวี่จะขอให้เธอช่วยคือเรื่องนี้
แต่ไม่นาน เธอก็หรี่ตาลง มองไปที่หานชิงอวี่ด้วยท่าทางเหมือนนึกอะไรออก “อ๋อ! ฉันรู้แล้ว นายเห็นว่าหมอนั่นมันน่าโมโห อยากสั่งสอนเขาสักทีใช่ไหมล่ะ!”
จากนั้น ไม่ทันที่หานชิงอวี่จะตอบ เธอก็ตบหน้าอกตัวเองอย่างองอาจ “นายวางใจเถอะ ไม่ต้องนัดหรอก หมอนั่นชอบเที่ยวเตร่สำราญ เราหาโอกาสไปดักเขา แล้วนายค่อยสั่งสอนให้สาสมเลย!”
ได้ยินที่ลั่วจือซินคาดเดา หานชิงอวี่ก็พูดขึ้นมาอย่างอดขำไม่ได้ “ใครบอกว่าจะสั่งสอน ฉันหมายถึงให้นัดเขาออกมาหน่อย ฉันมีเรื่องอยากคุยกับเขา”
ได้ยินคำตอบของหานชิงอวี่ ลั่วจือซินก็เกาหัวของตัวเอง
เธอถามอย่างสงสัย “คุย…คุยอะไรล่ะ?”
หานชิงอวี่มองท่าทางอยากรู้อยากเห็นของเธอ จึงยิ้มออกมาอย่างจนใจ
จากนั้น เขาก็หยิบมือถือออกมา ยื่นหน้าจอให้ลั่วจือซินดู
บนหน้าจอพาดหัวข่าวสะดุดตา ดึงดูดสายตาของลั่วจือซินได้ในทันที