ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ - บทที่ 751 วิธีการเด็ดขาด
สามหมื่นตำลึงเงินสำหรับประชาชนทั่วไปนั้นนับเป็นตัวเลขมหาศาล
แต่สำหรับตระกูลใหญ่อย่างตระกูลอู๋แล้ว มันไม่ใช่เรื่องใหญ่โตแต่อย่างใด
เมื่อครั้งที่จ้าวเสี้ยนเว่ยแห่งจินชวนหลบหนีไปนั้น ยังนำธนบัตรเงินติดตัวไปถึงเก้าพันกว่าตำลึงเงินเชียวนะ
“องค์หญิง ท่านราชครู ข้าถูกใส่ร้ายแน่นอน!”
อู๋ติ้งคุกเข่าลงกับพื้น ร้องไห้น้ำมูกน้ำตาไหลพราก “ตระกูลของข้ารับใช้ต้าคังมาหลายชั่วอายุคน ไม่เคยกล้าเอาเงินเกินแม้แต่สลึงเดียว สามหมื่นตำลึงเงินนี้ เป็นสมบัติที่ตระกูลของข้าสะสมมาหลายร้อยปีกว่าจะได้มา!”
“อู๋ติ้ง เจ้าคิดจะหลอกใคร?”
ฉินเจิ้นชี้ไปที่กลุ่มหญิงสาวที่คุกเข่าอยู่ในลานบ้านพลางเบ้ปาก “หากข้าจำไม่ผิด พวกนางมาจากหอจินเยว่และหออี้เซียงมิใช่หรือ? แต่ละคนราคาไม่ต่ำกว่าหลายหมื่นตำลึงเงิน เจ้าจะซื้อมาได้อย่างไร?”
“พวกนางล้วนเป็นของขวัญจากสหาย ข้าปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ อีกทั้งข้าก็สงสารพวกนาง จึงรับไว้ในจวนเป็นบ่าวรับใช้ ถือว่าได้ทำบุญ”
อู๋ติ้งตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน
เงินทองนั้นซ่อนไว้ข้างนอกได้ แต่หากซ่อนสาวงามไว้ข้างนอก ทุกครั้งที่จะลักลอบพบกันก็ต้องออกไปข้างนอก ช่างไม่สะดวกเสียเลย
ดังนั้นแม้ว่าเงินของตระกูลอู๋จะไม่มากนัก แต่หญิงสาวที่ถูกค้นพบกลับคุกเข่าเต็มลานสามแห่ง
อู๋ติ้งรู้ดีว่าจะถูกถามคำถามนี้ก่อนที่เขาจะกลับมา จึงได้คิดคำตอบเอาไว้แล้ว
“ถึงเวลานี้แล้ว เจ้ายังคิดว่าพวกข้าเป็นคนโง่อยู่อีกหรือ?”
ฉินเจิ้นรู้สึกว่าตนเองถูกดูหมิ่น
“แม่ทัพฉิน อย่าเสียเวลาพูดกับเขาเลย พาพวกอู๋ชิ่งหลงมาที่นี่” องค์หญิงกล่าวด้วยเนื้อเสียงหนักแน่น
ฉินเจิ้นโบกมือ เลี่ยวอิ้นก็ควบคุมบรรดาบุตรชายของอู๋ติ้งเข้ามา
“อู๋ติ้ง ข้าจะถามเจ้าอีกครั้ง เงินซ่อนไว้ที่ใด?” องค์หญิงเก้าก้มหน้าถาม
“องค์หญิง ตระกูลอู๋ของกระหม่อมมีเงินเพียงเท่านี้จริง ๆ!” อู๋ติ้งยังคงไม่ยอมเปิดปาก
“เลี่ยวอิ้น จงสังหารอู๋ชิ่งหลงเสียก่อน”
องค์หญิงเก้าโบกมือสั่ง
สีหน้าเย็นชาราวกับไม่ได้กำลังจะประหารทายาทคนโตของตระกูลที่มีประวัติยาวนานหลายร้อยปี แต่เป็นเพียงการให้เลี่ยวอิ้นเหยียบมดตายตัวหนึ่งเท่านั้น
“พ่ะย่ะค่ะ!”
เลี่ยวอิ้นก้าวไปข้างหน้าแล้วคว้าตัวบุตรชายคนโตของอู๋ติ้ง
“ท่านพ่อ ช่วยข้าด้วย!”
บุตรชายคนโตของอู๋ติ้งตกใจจนหน้าซีดเผือด เนื้อตัวสั่นไม่หยุด
“นายท่าน โปรดไว้ชีวิตหลงเอ๋อร์ด้วยเถิด!”
ภรรยาเอกของอู๋ติ้งคุกเข่าลงกับพื้นพลางคำนับไม่หยุด “องค์หญิง หลงเอ๋อร์ยังเด็กนัก หม่อมฉันขอร้องโปรดละเว้นเขาด้วยเถิด!”
“หากเปิ่นกงจำไม่ผิด เมื่อเดือนที่แล้วเขาเช่าหอจินเยว่ทั้งหลังเพื่อฉลองวันเกิดครบ 28 ปีมิใช่หรือ? ดูเหมือนว่าเขายังทำร้ายหญิงจากหอนางโลมจนตายไปหลายคนด้วย”
องค์หญิงเก้ายิ้มเยาะ “เด็กอายุยี่สิบแปดปี น่าแปลกที่ยากจะควบคุมเช่นนี้ เมื่อฮูหยินอู๋ไม่สามารถควบคุมได้ ข้าจะจัดการแทนเจ้าเอง!”
“องค์หญิง พระองค์ทำเช่นนี้ไม่ได้ ถึงแม้บุตรชายของกระหม่อมจะมีความผิด แต่พระองค์ก็ไม่อาจลงโทษตามอำเภอใจได้!”
อู๋ติ้งยังคงไม่ยอมอ่อนข้อ แต่กลับคลานเข้ามาจะกอดขาขององค์หญิงเก้า
แต่ยังไม่ทันได้คลานมาถึงตรงหน้าองค์หญิงเก้า ก็ถูกชิ่นเอ้อร์เตะออกไปเสียแล้ว
“เลี่ยวอิ้น เจ้ารออะไรอยู่?”
องค์หญิงเก้าเร่งเร้าอย่างหมดความอดทน
แม้จะเป็นบุตรชายคนโตของตระกูลอู๋ แต่เดิมเลี่ยวอิ้นยังลังเลอยู่บ้าง แต่เมื่อเห็นสีหน้าขององค์หญิงเก้าที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ เขาจึงตัดสินใจยกมือขึ้นและลงดาบทันที
พร้อมกับดาบที่ฟันลงมา ศีรษะของบุตรชายคนโตตระกูลอู๋ก็ร่วงหล่น
ภรรยาของอู๋ติ้งตกใจจนตาเบิกโพลงก่อนจะล้มฟุบลงกับพื้นในทันที
อู๋ติ้งก็ไม่คิดว่าองค์หญิงเก้าจะสั่งประหารชีวิตทันทีเช่นนี้ สีหน้าของเขาซีดเผือดทันที
จินเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
การที่องค์หญิงเก้าใช้อำนาจลงโทษตามอำเภอใจเช่นนี้ย่อมไม่ดี แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ จำเป็นต้องใช้มาตรการเด็ดขาดเพื่อข่มขวัญขุนนางและตระกูลใหญ่
“อีกทั้งบรรดาบุรุษในตระกูลอู๋ทุกคนล้วนเป็นพวกอันธพาลข่มเหงผู้อื่น สมควรถูกสังหารให้สิ้นซากโดยไม่ต้องละเว้นแม้แต่คนเดียว
ดังนั้นเขาจึงไม่เพียงแต่ไม่ขัดขวาง แต่ยังสั่งให้จางเหลียงและผู้คุ้มกันภัยเตรียมพร้อม หากพวกขุนนางและตระกูลใหญ่กล้านำบ่าวไพร่มาต่อต้าน ก็ให้ปราบปรามทันที!
องค์หญิงเก้าพยักหน้าให้เลี่ยวอิ้นพาบุตรชายคนที่สองของอู๋ติ้งมา แล้วเอ่ยถามเสียงเย็นชา “ตอนนี้เจ้าพร้อมจะพูดหรือยัง?”
“เฉินเหวินเอ๋อร์ องค์หญิงไร้ยางอายผู้นี้ สักวันเจ้าต้องได้รับกรรมแน่นอน!”
อู๋ติ้งตาแดงก่ำ ไม่เรียกองค์หญิงแล้ว แต่ตะโกนด่าเรียกชื่อองค์หญิงเก้าตรง ๆ
องค์หญิงเก้าก็ไม่โกรธ เพียงแค่พยักหน้าให้เลี่ยวอิ้น
บุตรชายคนโตก็ถูกสังหารไปแล้ว เลี่ยวอิ้นย่อมไม่สนใจบุตรชายคนรองอีกต่อไป
เมื่อมือยกขึ้นและลงดาบ บุตรชายคนที่สองของอู๋ติ้งก็สิ้นชีวิต
คราวนี้ไม่ต้องให้องค์หญิงเก้าสั่ง เลี่ยวอิ้นก็รู้หน้าที่ลากบุตรชายคนที่สามของตระกูลอู๋มา
ภรรยาของอู๋ติ้งเพิ่งฟื้นขึ้นมาอย่างยากลำบาก พอดีได้เห็นศีรษะของบุตรชายคนที่สามกลิ้งมาที่เท้าของนาง นางก็สลบไปอีกครั้งทันที
“อย่าฆ่า…กระหม่อมจะบอก! กระหม่อมจะบอก!”
เมื่อเลี่ยวอิ้นคว้าตัวบุตรชายคนที่สี่ไว้ อู๋ติ้งก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
เขาทรุดตัวลงนั่งบนพื้น ชี้ไปยังประตูด้านข้างของเรือนข้าง ๆ แล้วกล่าวว่า “ในเรือนนั้นมีบ่อลึกอยู่ ในบ่อมีอุโมงค์ลับ…”
เมื่ออู๋ติ้งพูดจบ ฉินเจิ้นก็รีบนำคนบุกเข้าไปในเรือนข้าง ๆ ทันที
ในบ่อลึกกลางเรือนแห่งนั้น พวกเขาพบอุโมงค์ลับอยู่จริง ๆ
อุโมงค์ลับสร้างขึ้นจากหินสีเขียว ดูเหมือนจะมีอายุหลายปีแล้ว
เดินลงไปตามอุโมงค์ลับประมาณหลายสิบเมตร พบห้องโถงใต้ดินขนาดมหึมาที่สร้างจากหินสีเขียวเช่นกัน
เมื่อจุดคบเพลิงบนผนัง จินเฟิงและองค์หญิงเก้าต่างหรี่ตาลงทันที
ในห้องโถงเต็มไปด้วยสมบัติทองเงินมากมาย สะท้อนแสงไฟจนทำให้ลืมตาไม่ขึ้น
“ข้าบอกแล้วอย่างไร หน่วยข่าวกรองเห็นชัด ๆ ว่ามีคนมาส่งของขวัญให้อู๋ติ้งบ่อย ๆ แต่ไม่เห็นเขาขนออกไป จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะไม่มี”
ฉินเจิ้นได้สติกลับมา พึมพำกับตัวเองว่า “แต่นี่มันมากเกินไปแล้ว! กระหม่อมยังไม่เคยเห็นเงินทองอัญมณีมากมายขนาดนี้แม้แต่ในคลังหลวงเลย!”
องค์หญิงเก้าหรี่ตามองสำรวจรอบ ๆ ในดวงตาไม่มีความยินดีหลังจากได้รับสิ่งของ แต่กลับเป็นความโกรธที่แทบจะกลั้นไว้ไม่อยู่
นางรู้มานานแล้วว่าตระกูลอู๋ต้องมีทองเงินจำนวนมาก แต่ไม่คิดว่าจะมากมายถึงเพียงนี้
จริงดังที่ฉินเจิ้นกล่าวไว้ คลังหลวงของต้าคัง หลายปีมานี้แทบไม่เคยมีเงินทองมากมายขนาดนี้เลย
“ราชครู โปรดเรียกผู้คุ้มกันภัยมาหนึ่งหมวด ให้มาเฝ้าบ่อแห่งนี้ร่วมกับทหารชุดเกราะแดง!”
องค์หญิงเก้ามองไปทางจินเฟิง
นางยังไม่ได้แต่งงานกับจินเฟิงอย่างเป็นทางการ เมื่อมีคนนอกอยู่ด้วย นางจึงไม่กล้าเรียกเขาว่าสามีและไม่เรียกว่าท่านอาจารย์ แต่เปลี่ยนมาใช้คำว่า ‘ราชครู’ แทน
จินเฟิงรู้ว่าองค์หญิงเก้าทำเช่นนี้เพื่อค่อย ๆ โน้มน้าวให้เขายอมรับตำแหน่งราชครูอย่างแนบเนียน
ตอนนี้เขาก็ขี้เกียจเถียงกับองค์หญิงเก้าเรื่องนี้แล้วจึงจึงพยักหน้าและสั่งให้ต้าหลิวที่ส่งคนไปแจ้งข่าวแก่จางเหลียง
เงินทองเป็นของล่อใจคน ทรัพย์สมบัติที่มากกว่าคลังหลวงของต้าคัง หากให้ทหารชุดเกราะแดงดูแลเพียงลำพัง ไม่เพียงแต่องค์หญิงเก้าที่ไม่วางใจ แม้แต่จินเฟิงก็ยังไม่วางใจเช่นกัน
สิ่งที่เขาต้องทำต่อไปนั้น ยังต้องพึ่งพาเงินที่ได้มาจากการฆ่าหมูอ้วนในครั้งนี้
ตระกูลอู๋ไม่เพียงแต่มีเงินเท่านั้น แน่นอนว่าพวกเขาต้องมีที่ดินและเสบียงอาหารเก็บไว้ในที่อื่นด้วย
องค์หญิงเก้ากล่าวเสียงเย็นชาว่า “ฉินเจิ้น เปิ่นกงไม่สนว่าหน่วยข่าวกรองของเจ้าจะใช้วิธีใด แม้ต้องเฆี่ยนอู๋ติ้งเป็นพันครั้งหมื่นครา ก็ต้องสอบถามเอาทุกสิ่งทุกทุกอย่างมาให้เปิ่นกงให้ได้!”
“พ่ะย่ะค่ะ!” ฉินเจิ้นรีบตอบรับทันที
“ราชครู ท่านจงเลือกตัวผู้คุ้มกันภัยสักสองสามคนให้ร่วมมือกับหน่วยข่าวกรอง ศาลต้าหลี่ กรมอาญาและสำนักตรวจการ เพื่อรับผิดชอบการสอบสวนร่วมกัน!”
องค์หญิงเก้าหันไปมองจินเฟิงอีกครั้ง
“ได้!” จินเฟิงพยักหน้า
การตรวจสอบจากหลายฝ่ายจะช่วยให้เกิดการควบคุมซึ่งกันและกัน เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฉ้อโกง
“ปิดล้อมจวนตระกูลอู๋ อย่าให้แม้แต่สุนัขตัวเดียวหลุดรอดออกไป!”
องค์หญิงเก้าว่าจบก็เดินออกจากห้องโถง “ไปหลังถัดไป!”