Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ - บทที่ 695 อู่หยางไปแล้ว

  1. Home
  2. ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์
  3. บทที่ 695 อู่หยางไปแล้ว
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 695 อู่หยางไปแล้ว

“มู่หลาน อู่หยางไปไหนกันแน่?”

จินเฟิงจ้องมองชิ่งมู่หลานอย่างคาดคั้น

“ข้าเพิ่งบอกไปเมื่อครู่ว่าไปต๋าโจว” ชิ่งมู่หลานตอบ

แต่คำพูดยังไม่ทันจบก็ถูกจินเฟิงขัดขึ้น

“ไปเมื่อใด? เหตุใดไปต๋าโจวไม่บอกข้าสักคำ?”

จินเฟิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หนักขึ้นโดยไม่รู้ตัว “มู่หลาน ข้าต้องการฟังความจริง อู่หยางไปไหนกันแน่!”

ตอนที่องค์หญิงเก้าออกจากซีเหอวาน จินเฟิงก็รู้สึกตงิดใจ

กลัวว่าองค์หญิงเก้าแอบกลับไปเมืองหลวง จึงได้ส่งข่าวให้สำนักคุ้มภัยและหอการค้าแต่ละที่ให้สังเกตการเคลื่อนไหวขององค์หญิงเก้า

สำนักคุ้มภัยส่งข่าวกลับมาว่าองค์หญิงเก้าไปที่ซื่อชวนจริง ๆ ระหว่างทางยังได้ตรวจงานก่อสร้างหลายแห่ง

สุดท้ายมีข่าวจากซื่อชวนกลับมาบอกว่า องค์หญิงเก้าปลอดภัยและถึงซื่อชวนแล้ว

จินเฟิงจึงค่อยวางใจลง

หลังจากนั้นไม่นาน จินเฟิงก็ได้ส่งจดหมายติดต่อกับองค์หญิงเก้าอยู่หลายครั้ง จึงไม่ได้เอะใจสงสัยสิ่งใดอีก

แต่ครั้นพอเขามาถึงซื่อชวน องค์หญิงเก้ากลับไม่อยู่เสียแล้ว

เรื่องนี้จะให้จินเฟิงไม่สงสัยได้อย่างไร

“ท่านอาจารย์ อู่หยางไปต๋าโจวแล้วจริง ๆ”

ชิ่งมู่หลานยังคงยืนยันคำพูดก่อนหน้านี้

“มู่หลาน เจ้าน่าจะรู้ว่าหากข้าต้องการตรวจสอบคำพูดของเจ้ามันง่ายมาก แต่ข้าไม่อยากตรวจสอบเพราะข้าเชื่อในตัวเจ้า!”

จินเฟิงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “หวังว่าเจ้าจะไม่บีบให้ข้าต้องตรวจสอบ พูดตรง ๆ มาเถอะว่าอู่หยางกลับไปเมืองหลวงใช่หรือไม่?”

ชิ่งมู่หลานกัดริมฝีปากและมือทั้งสองข้างกำชายเสื้อโดยไม่รู้ตัว

นางรู้ว่าจินเฟิงพูดความจริง ตอนนี้หอการค้า โรงแลกเงินและสำนักคุ้มภัยมีอยู่ทั่วทุกแห่งในชวนสู่ ถ้าต้องการตรวจสอบว่าองค์หญิงเก้าได้ไปถึงต๋าโจวหรือไม่ จินเฟิงก็แค่ถามสำนักคุ้มภัยที่ต๋าโจวเท่านั้นเอง

นางชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยอย่างจนใจ “อู่หยางกลับเมืองหลวงไปแล้ว…”

จินเฟิงได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา

ในยามที่ได้พบหน้าชิ่งมู่หลานเป็นครั้งแรก เขาก็คาดเดาเรื่องนี้ไว้แล้ว

ส่วนเหตุที่เอ่ยปากถามออกไป ก็เพราะในใจยังคงเหลือความหวังริบหรี่อยู่บ้าง

แต่คำตอบของชิ่งมู่หลานยิ่งตอกย้ำความจริงที่เขาคาดเดาไว้ไม่มีผิดเพี้ยน

เรื่องที่เขากลัวที่สุดก็เกิดขึ้นจนได้

เขาฝืนใจให้สงบแล้วถามว่า “นางกลับไปเมื่อใด?”

“หลังจากมาถึงซื่อชวน สองวันก่อนปีใหม่” ชิ่งมู่หลานตอบ

“เป็นไปได้อย่างไร?” จินเฟิงเบิกตากว้าง “ตอนปีใหม่ข้ายังเขียนจดหมายถึงนางอยู่เลย”

“อู่หยางรู้ว่าเจ้าจะเขียนจดหมายมาตอนปีใหม่ นางจึงเขียนจดหมายตอบกลับไว้ล่วงหน้าแล้ว” ชิ่งมู่หลานตอบ “จดหมายนั้นข้าเป็นคนส่งให้เจ้าเอง”

“พวกเจ้า…”

จินเฟิงยื่นมือออกมาเพื่อจะตีชิ่งมู่หลาน แต่สุดท้ายแล้วก็หยุดไว้ เขาหัวเราะกับตัวเองอย่างเยาะเย้ยและกล่าวว่า “อู่หยางทำงานได้ไม่มีข้อบกพร่องจริง ๆ ข้าจะเขียนจดหมายไปบอกอะไร นางก็เดาถูกตลอด”

จินเฟิงรู้สึกเหมือนถูกคนมองเห็นทุกอย่างในใจและนำมาสู่การถูกปั่นหัว

ความรู้สึกเช่นนั้นทำให้เขาไม่พอใจมาก

“อู่หยางไม่ได้เก่งอะไรหรอก”

ชิ่งมู่หลานกล่าวว่า “นางเพียงคาดเดาคำพูดของเจ้าเท่านั้น ก่อนจากไปในค่ำคืนนั้น นางเขียนจดหมายตอบกลับไว้หลายสิบฉบับ บอกข้าว่าหากได้รับจดหมายจากเจ้า ให้นำจดหมายที่เหมาะสมส่งกลับไปให้เจ้า”

“มิน่าเล่า จึงมีจดหมายสองฉบับที่แปลกไป…”

จินเฟิงทุบตีตนเองด้วยความหงุดหงิด

ปกติแล้วองค์หญิงเก้าตรัสอย่างมีเหตุผล ไม่พูดจาไร้สาระมากนัก

แต่ในจดหมายที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ มีอยู่สองฉบับที่ขึ้นต้นด้วยเรื่องสำคัญ แต่หลังจากนั้นกลับเปลี่ยนเรื่องไปพูดคุยเรื่องเล็กน้อยแทน

ครั้นนั้นจินเฟิงคิดว่าองค์หญิงเก้าสนิทใจกับตนมากขึ้น จึงเอ่ยวาจาโดยไม่รักษาระยะ

แต่ตอนนี้รู้แจ้งว่าองค์หญิงเก้าทำอะไร

“มู่หลาน อู่หยางกลับเมืองหลวงแล้ว นางเขียนจดหมายถึงเจ้าบ้างหรือไม่?” จินเฟิงเอ่ยถาม

“ไม่มี” ชิ่งมู่หลานส่ายหน้า

“ชิ่งกั๋วกงเขียนจดหมายเล่าถึงนางบ้างหรือไม่?”

“ไม่มี…” ชิ่งมู่หลานส่ายหน้าอีกครั้ง

“น่าโมโหชะมัด!”

จินเฟิงทุบกำปั้นลงบนต้นไม้ข้าง ๆ อย่างแรง แล้วหันไปตะโกนว่า “ต้าหลิวเรียกจงหลิงเอ่อร์เข้ามาพบข้า!”

ต้าหลิวหันหลังวิ่งออกไปทันที

“ท่านอาจารย์ อย่ากังวลไปเลย ตอนที่นางจากไป นางบอกว่าจะไม่เป็นไร”

ชิ่งมู่หลานเห็นจินเฟิงร้อนใจ จึงเอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“นางบอกว่าจะไม่เป็นไร ก็จะไม่เป็นไรงั้นหรือ?”

จินเฟิงเอ่ยถามพลางชกเข้าที่ต้นไม้ “หากไม่เป็นไร เหตุใดจึงไม่ส่งจดหมายมาบอกกล่าว หากไม่เป็นไร เหตุใดลั่วหลานจึงไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้?”

ชิ่งมู่หลานอ้าปากค้างอย่างไร้คำโต้ตอบ

จินเฟิงรู้โทษตนเอง จึงยกมือขึ้นกุมขมับ

ลั่วหลานส่งจดหมายจากเมืองหลวงมาหลายฉบับ

บ้างเป็นรายงานประจำปีที่ผู้คุ้มกันภัยนำมา บ้างเป็นข่าวที่พิราบส่งสารนำส่ง

ทว่าล้วนไม่มีแม้แต่ฉบับเดียวที่เอ่ยถึงองค์หญิงเก้า

เมืองหลวงคือศูนย์กลางการปกครอง ศิลปวัฒนธรรมและเศรษฐกิจของต้าคัง อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางแห่งอำนาจ

ราชโองการทุกฉบับที่ราชสำนักประกาศล้วนส่งผลต่อวิถีชีวิตของราษฎร

แม้จินเฟิงจะมิใคร่สนใจเรื่องการเมือง แต่ก็มิอาจเพิกเฉยต่อความเคลื่อนไหวในเมืองหลวงได้

ดังนั้นเมืองหลวงจึงเป็นเป้าหมายสำคัญอันดับหนึ่งของกลุ่มจงหมิง หานเฟิงจึงส่งยอดฝีมือจำนวนไม่น้อยให้แทรกซึมเข้าไปในแวดวงต่าง ๆ ของเมืองหลวง

แม้ว่ากลุ่มจงหมิงจะก่อตั้งขึ้นมาได้ไม่นาน ยังมีหลายพื้นที่ที่ไม่สามารถควบคุมดูแลได้ทั่วถึง แต่การที่องค์หญิงเก้าเสด็จกลับมายังเมืองหลวงเช่นนี้ หากเป็นสถานการณ์ปกติ กลุ่มจงหมิงย่อมต้องได้ยินข่าวคราวบ้าง

ทว่าจินเฟิงกลับไม่ได้รับข่าวคราวใด ๆ เลย

นั่นแสดงว่าเป็นไปได้อย่างยิ่งที่องค์หญิงเก้าถูกควบคุมตัวตั้งแต่เสด็จเข้ามายังเมืองหลวง จึงไม่มีโอกาสดำเนินการใด ๆ

แม้กระทั่งอาจจะเผชิญอันตรายไปแล้วก็เป็นได้

“เหตุใดก่อนหน้านี้ข้าถึงมิได้ขบคิดให้ดี?”

จินเฟิงปล่อยหมัดกรุ่นโกรธกระแทกต้นไม้ใหญ่

ระหว่างทางจากเม่าโจวกลับจินชวน จินเฟิงเริ่มรู้สึกได้ว่าองค์หญิงเก้าแปลกไป

เดิมทีนางกระทำการใดล้วนรวดเร็วเด็ดขาด แต่ครั้งนั้นระหว่างทางกลับ องค์หญิงเก้ากลับเฉื่อยชาผิดวิสัย

การเดินทางที่ควรใช้เวลาเพียงหนึ่งสองวัน กลับยืดเยื้อไปถึงสี่วันกว่าจะกลับถึง

องค์หญิงเก้าตรัสว่า ต้องการดูทิวทัศน์หิมะให้ถ้วนถี่

ยามนั้นจินเฟิงยังนึกสงสัย ในเมื่อเมืองหลวงก็มีหิมะตก เหตุใดองค์หญิงจึงตื่นเต้นเช่นนี้

ไม่เพียงแต่ถ่วงเวลาอย่างจงใจ ยามราตรีองค์หญิงยังทรงผิดแผกไปจากเดิม จากองค์หญิงที่รักษาภาพลักษณ์อันสง่างามและเย็นชา กลับทรงเร่าร้อนเป็นพิเศษเมื่ออยู่ในกระโจม

ในตอนนั้นจินเฟิงคิดเพียงว่าองค์หญิงเก้าคงจะตื่นเต้นที่เพิ่งมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับตน จึงไม่ได้ใส่ใจนัก

ตอนนี้เขาเพิ่งเข้าใจ ตอนนั้นองค์หญิงเก้าคงตัดสินใจที่จะกลับเมืองหลวงแล้ว

การกระทำที่แปลกไปบนรถม้า คงเพียงแค่อยากอยู่กับเขานานขึ้นอีกนิด ใกล้ชิดกับเขาอีกหน่อยก็เท่านั้น

จงหลิงเอ่อร์วิ่งตามต้าหลิว นางมองจินเฟิงที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความเสียใจด้วยแววตาเป็นกังวลก่อนจะเอ่ยถามเสียงเบาว่า “ท่านอาจารย์ เรียกหาข้าหรือ?”

จินเฟิงไม่ตอบ แต่หันกลับไปมองชิ่งมู่หลาน

“มองข้าทำไม?”

ชิ่งมู่หลานชี้นิ้วไปที่ตนเองอย่างไม่อยากเชื่อ “ให้ข้าหลีกไปหรือ?”

“รู้แล้วยังไม่รีบออกไปอีก” จินเฟิงกล่าวพลางปรายตามอง

“เจ้า…คนแซ่จิน…”

ชิ่งมู่หลานโมโหจนชี้หน้าจินเฟิง ก่อนจะเดินหนีไป

ต้าหลิวรู้สึกได้ว่าสิ่งที่จินเฟิงกำลังจะพูดต่อไปนี้ต้องเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก จึงรีบพาคนเข้ามาห้อมล้อมเอาไว้ เพื่อป้องกันมิให้ผู้ใดมาแอบฟังได้

สีหน้าของจงหลิงเอ่อร์ก็พลันเคร่งขรึมลง

“รีบส่งจดหมายไปยังเมืองหลวง บอกลั่วหลานให้ใช้วิธีการใดก็ได้สืบหาที่อยู่ขององค์หญิงเก้า”

จินเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “แล้วส่งจดหมายอีกฉบับไปหาพี่เหลียง ให้เขารีบรวบรวมผู้คุ้มกันภัยสามพันนาย มุ่งหน้าสู่เมืองหลวง!”

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 695 อู่หยางไปแล้ว"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย