Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ - บทที่ 675 ท่านอาจารย์จินผู้เลื่องลือ

  1. Home
  2. ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์
  3. บทที่ 675 ท่านอาจารย์จินผู้เลื่องลือ
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 675 ท่านอาจารย์จินผู้เลื่องลือ

ชาวบ้านที่ทำงานส่วนใหญ่มาจากหลาย ๆ อำเภอใกล้เคียง เดิมทีพวกเขาก็ไม่ค่อยรู้จักหอการค้า สำนักคุ้มภัยเจิ้นเหยวี่ยนและโรงแลกเงินจินชวน ชาวบ้านหลายคนไม่เคยได้ยินชื่อเสียงมาก่อน

แต่ช่วงนี้ เพราะต้องมาติดต่อขอกู้ยืมข้าวสาร ชาวบ้านต่างก็เห็นธงของหอการค้า สำนักคุ้มภัยและโรงแลกเงินทุกวัน

โดยเฉพาะธงของโรงแลกเงิน พอพวกเขาเห็นก็รู้สึกเป็นกันเอง

เพราะโรงแลกเงินจินชวนยื่นมือเข้าช่วยเหลือพวกเขาในยามทุกข์ยาก ให้กู้ยืมข้าวสารในอัตราดอกเบี้ยต่ำ ทำให้พวกเขารอดพ้นจากวิกฤต

ต่อมาคือธงสีดำของสำนักคุ้มภัยเจิ้นเหยวี่ยน

ปีที่เกิดภัยพิบัติ แม้แต่โจรท้องถิ่นเองก็ลำบาก แต่พวกเขาก็ไม่ถึงกับอดตาย เพราะยังพอมีข้าวสารที่สะสมไว้จากปีก่อน ๆ

แต่โชคร้ายที่พวกเขาไปเจอกับจางเหลียงเข้า

แม้ตูเจียงเยี่ยนจะไม่ได้อยู่บนเส้นทางที่จางเหลียงต้องผ่านเมื่อเดินทางกลับ แต่จางเหลียงต้องการทดสอบกลยุทธ์ เลยส่งคนลงเรือมาตามแม่น้ำหมินไปยังตูเจียงเยี่ยนและทำการโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว

หลังจากกำจัดโจรท้องถิ่นสองกลุ่มที่พวกขุนนางเลี้ยงดูไว้แล้ว ก็ถือโอกาสจัดการโจรท้องถิ่นเล็กใหญ่แถบนั้นไปด้วยอีกห้าหกกลุ่ม

แม้โจรท้องถิ่นส่วนใหญ่จะรู้จักพื้นที่ดี จึงหลบหนีไปได้ แต่ข้าวสารที่สะสมไว้กลับถูกจางเหลียงยึดไปจนหมด

ปีนี้ชาวบ้านต่างก็ไม่มีจะกิน ต่อให้โจรท้องถิ่นปล้นสะดมก็ไม่ได้อะไรอยู่ดี

พวกโจรท้องถิ่นทนความหิวไม่ไหว หัวหน้าหลายคนจึงรวมหัวปรึกษากันและรวบรวมโจรท้องถิ่นหลายกลุ่ม จัดตั้งเป็นกองโจรขนาดใหญ่กว่าพันคน ยอมเสี่ยงมาปล้นสะดมที่สถานที่ก่อสร้างตูเจียงเยี่ยน

แม้ตูเจียงเยี่ยนจะมีชาวบ้านทำงานอยู่กว่าหมื่นคน แต่โจรท้องถิ่นได้ฝังเมล็ดพันธุ์แห่งความหวาดกลัวไว้ในใจชาวบ้านแล้ว

เมื่อเห็นกองโจรขนาดใหญ่กว่าพันคนมุ่งตรงมา ชาวบ้านต่างก็แตกตื่นวิ่งหนีไปคนละทิศละทาง

ตอนที่โจรท้องถิ่นกำลังจะบุกถึงโรงอาหาร เหล่าผู้คุ้มกันภัยก็ลงมือ

ชาวบ้านมากมายต่างก็ได้เห็นการต่อสู้ที่น่าตื่นตะลึงที่สุดในชีวิตด้วยตาของตนเอง

ลูกธนูของธนูจ้งหนู่ที่มีขนาดใหญ่เท่าหอก พุ่งแหวกอากาศเข้าใส่กลุ่มโจรท้องถิ่นเป็นขบวน

โจรท้องถิ่นที่พวกเขามองว่าน่ากลัวราวกับปีศาจร้าย กลับล้มลงราวกับฟางข้าว!

จากนั้นหินขนาดเท่ากำปั้นจำนวนนับไม่ถ้วนก็ร่วงลงมาบนหัวโจรท้องถิ่น เหมือนสายฝน

บนทางขึ้นเขาที่โจรท้องถิ่นรวมตัวกัน เต็มไปด้วยเลือดที่สาดกระเซ็น!

ร่องรอยของเลือดเหล่านี้บ่งบอกว่าอย่างน้อยก็มีโจรท้องถิ่นหนึ่งคนต้องสังเวยชีวิต!

หลังจากธนูจ้งหนู่และเครื่องเหวี่ยงหินโจมตีเสร็จ เหล่าผู้คุ้มกันภัยที่ตั้งขบวนเป็นรูปสี่เหลี่ยมสองขบวนก็เข้าประจันหน้า!

จริง ๆ แล้วผู้คุ้มกันภัยรู้ถึงการมีอยู่ของโจรท้องถิ่นมาสักพักแล้ว สาเหตุที่ปล่อยให้พวกมันบุกมาถึงใกล้โรงอาหารก่อนค่อยลงมือ เป็นเพราะว่าหน้าโรงอาหารมีลานกว้างอยู่แห่งหนึ่ง

ทางใต้ของลานกว้างเป็นแม่น้ำ ทางตะวันตกเป็นโรงอาหาร

งานก่อสร้างตูเจียงเยี่ยนไม่ใช่ว่าจะเสร็จในวันสองวัน ดังนั้นวัสดุที่ใช้สร้างโรงอาหารจึงแข็งแรงมาก

ชาวบ้านขนท่อนซุงขนาดใหญ่มาจำนวนมาก ก่อสร้างโดยการนำมาวางเรียงต่อ ๆ กัน

โจรท้องถิ่นไม่มีเครื่องมือเพียงพอจึงทำลายได้ยาก

ผู้คุ้มกันภัยแค่ปิดทางตะวันออกและทางเหนือก็สามารถล้อมโจรท้องถิ่นไว้ในลานกว้างได้แล้ว

จริง ๆ แล้วตอนนี้โจรท้องถิ่นเหลืออยู่เกือบพันคน ขณะที่ผู้คุ้มกันภัยสองกลุ่มรวมกันมีเพียงร้อยกว่าคน

แต่เพียงร้อยกว่าคนนี้ก็ล้อมโจรท้องถิ่นเกือบพันคนไว้ได้!

จากนั้นวงล้อมก็ค่อย ๆ เล็กลงเรื่อย ๆ และโจรท้องถิ่นต่างก็กลายเป็นวิญญาณใต้คมดาบของผู้คุ้มกันภัย

เมื่อกลุ่มโจรในวงล้อมเบียดเสียดกันจนไม่มีที่ว่างให้ถอยแล้ว พวกมันก็เริ่มยอมแพ้

หัวหน้ากองร้อยตั้งใจไว้ว่าจะฆ่าไก่ให้ลิงดู แต่เว่ยต้าถงห้ามไว้

เว่ยต้าถงให้โจรท้องถิ่นกลุ่มนี้ไปทำงานที่อันตรายที่สุด หนักที่สุด แต่อาหารในแต่ละวันมีแค่ครึ่งหนึ่งของชาวบ้าน

ถ้าใครขี้เกียจ ผู้คุ้มกันภัยก็จะลงมือจัดการ

หลังจากเหตุการณ์นี้ ทุกครั้งที่เห็นธงสีดำของสำนักคุ้มภัยเจิ้นเหยวี่ยน หรือชุดจิ้นจวงสีดำของผู้คุ้มกันภัยชาวบ้านก็รู้สึกอุ่นใจ

ดังนั้นเมื่อจินเฟิงและคนอื่น ๆ เลี้ยวมาตามทางโค้งและปรากฏตัวต่อหน้าชาวบ้าน ชาวบ้านหลายคนจึงมองมาด้วยแววตาเป็นมิตร

ชาวบ้านหลายคนยังแอบพูดคุยกันขณะทำงาน

“คนเหล่านี้เป็นใครกัน?”

“ตาบอดหรือไง ไม่เห็นหรือว่าพวกเขายกธงสีดำของสำนักคุ้มภัยเจิ้นเหยวี่ยนและใส่ชุดผู้คุ้มกันภัยน่ะ?”

“ข้ารู้ว่าพวกเขาเป็นคนของสำนักคุ้มภัยเจิ้นเหยวี่ยน แต่เจ้าเคยเห็นขบวนใหญ่ขนาดนี้มั้ยล่ะ?”

“นั่นสิ ไม่เคยเห็นมาก่อน น่าจะมีร้อยกว่าคน ขี่ม้าตัวใหญ่ทุกคน คาดว่าคงมีฐานะไม่น้อย”

“หรือว่าจะเป็นท่านอาจารย์จินที่เล่าลือกันนะ?”

“เจ้าพูดอย่างนั้นก็อาจเป็นไปได้”

“ถ้าเป็นท่านอาจารย์จิน ข้าต้องไปขอบคุณเขาให้ได้ หากไม่ใช่เพราะท่านเมตตา ครอบครัวข้าคงอดตายไปนานแล้ว”

“ท่านอาจารย์จินรู้จักเจ้าหรืออย่างไร? เจ้ายังไม่ทันเดินเข้าไปใกล้ ก็คงโดนผู้คุ้มกันภัยขวางไว้ก่อนแล้ว”

“เช่นนั้นข้าขอคุกเข่าไหว้เขาอยู่ไกล ๆ นี่แล้วกัน”

“ข้าก็จะไหว้ ถ้าไม่ใช่เพราะท่านอาจารย์จิน ปีนี้บ้านข้าก็แย่แน่!”

“พวกเจ้าดูสิ คนดูแลของสำนักคุ้มภัยเจิ้นเหยวี่ยนออกไปต้อนรับแล้ว”

“ใต้เท้าเว่ยก็ออกมาด้วย!”

“หรือว่าเป็นท่านอาจารย์จินจริง ๆ”

“เสี่ยวเยา เจ้าน่ะหูตาไว เจ้าไปฟังใกล้ ๆ สิว่าใช่ท่านอาจารย์จินหรือไม่?”

……

ม้าศึกพันธุ์แท้เป็นสัตว์หายากในแคว้นต้าคัง ปกติไม่ค่อยได้เห็น

ตอนนี้ปรากฏทหารม้าหนึ่งร้อยคน ก็ดึงดูดสายตาชาวบ้านได้มากมาย

การระดมพลแบบนี้ ไม่ใช่เกิดจากการชอบโอ้อวดของจินเฟิง แต่เป็นเพราะเขาไม่มีทางเลือก

องค์หญิงเก้าสังหารขุนนางไปมากมาย ถ้ามีใครคิดไม่ซื่อส่งมือดีมาลอบสังหาร หรือว่าจ้างโจรท้องถิ่นมาแก้แค้น หากไม่มีผู้คุ้มกันภัย เพียงพอก็อันตรายสิ?

ดังนั้นตอนนี้เวลาองค์หญิงเก้าและจินเฟิงออกไปไหน ก็จะถูกผู้คุ้มกันภัยล้อมไว้ตรงกลาง

“ท่านอาจารย์จิน องค์หญิงเก้าเดินทางมาไกลคงเหนื่อยไม่น้อย”

หัวหน้ากองร้อยของผู้คุ้มกันภัยที่รับผิดชอบสถานที่ก่อสร้างตูเจียงเยี่ยนกล่าวพร้อมกับทำความเคารพจินเฟิงและองค์หญิงเก้า

ชิ่นเอ๋อร์ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยิน

องค์หญิงเก้ามีฐานะสูงส่ง ตามธรรมเนียมแล้วหัวหน้ากองร้อยควรเรียกองค์หญิงเก้าก่อนจินเฟิง

แต่ผู้คุ้มกันภัยกลับเอ่ยพระนามองค์หญิงตามหลัง

นั่นแสดงว่าในใจผู้คุ้มกันภัย จินเฟิงสำคัญกว่าองค์หญิงเก้า

แต่ชิ่นเอ๋อร์ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ

นางรู้ดีว่าจินเฟิงมีฐานะพิเศษในใจของผู้คุ้มกันภัยมากแค่ไหน

ไม่ต้องพูดถึงองค์หญิงเก้า ต่อให้ฝ่าบาทเสด็จมา ผู้คุ้มกันภัยก็น่าจะทักทายจินเฟิงก่อนอยู่ดี

ไม่ใช่แค่ผู้คุ้มกันภัยเท่านั้น ตอนอยู่ที่หมู่บ้านซีเหอวาน เวลาจินเฟิงและองค์หญิงเก้าออกไปด้วยกัน ชาวบ้านก็จะทักทายจินเฟิงก่อน แล้วค่อยเป็นองค์หญิงเก้า

ชิ่นเอ๋อร์เริ่มชินแล้ว เพียงแต่ในใจยังรู้สึกไม่ค่อยพอใจเท่านั้น

“พวกเจ้าต่างหากที่ลำบาก”

จินเฟิงกระโดดลงจากหลังม้าและเดินเคียงข้างหัวหน้ากองร้อย “ทางนี้เป็นอย่างไรบ้าง?”

“สถานการณ์ยังปกติดี…”

หัวหน้ากองร้อยเดินตามหลังจินเฟิงและคอยรายงานสถานการณ์ก่อสร้างตูเจียงเยี่ยนในช่วงนี้ให้เขาฟัง

ไม่ไกลจากพวกเขามีชาวบ้านกำลังทำงานอยู่

แม้พวกเขาไม่กล้าเข้าไปแอบฟัง แต่จินเฟิงและหัวหน้ากองร้อยไม่ได้ตั้งใจพูดเสียงเบา ชาวบ้านหลายคนได้ยินบทสนทนาของทั้งสอง และยืนยันตัวตนของจินเฟิง

“จริง ๆ ด้วย ท่านอาจารย์จินมาแล้ว!”

“ไม่ใช่แค่ท่านอาจารย์จิน องค์หญิงเก้าก็เสด็จมาด้วย!”

“องค์หญิง? องค์หญิงไหน?”

“ดูจากท่าทาง น่าจะเป็นคนที่ใส่เสื้อคลุมขนเตียว”

“ท่านอาจารย์จินผู้ใจบุญ ข้าขอคารวะ! ขอบคุณที่ให้พวกข้าได้กู้ยืมเสบียงมาเลี้ยงชีพ!”

หลังจากยืนยันตัวตนของจินเฟิงและองค์หญิงเก้าแล้ว ชาวบ้านหลายคนก็คุกเข่าลงบนแปลงผักเพื่อคารวะจินเฟิง

ชาวบ้านที่อยากรู้อยากเห็นไม่ต้องเดินมาดู พอเห็นแบบนี้ก็รู้แล้วว่าจินเฟิงมาจริง ๆ

ในชั่วพริบตาการคารวะก็เหมือนจะติดต่อกันจากจุดที่จินเฟิงและองค์หญิงเก้าอยู่ก็แพร่กระจายไปทั่วทุกทิศทาง…

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 675 ท่านอาจารย์จินผู้เลื่องลือ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย