Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ข้าหาได้คิดเป็นเซียน - บทที่ 440 กลับไปพร้อมรางวัล

  1. Home
  2. ข้าหาได้คิดเป็นเซียน
  3. บทที่ 440 กลับไปพร้อมรางวัล
Prev
Novel Info

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 440 กลับไปพร้อมรางวัล

ตูม!

ประตูใหญ่ของศาลเจ้าหลังน้อยถูกกระแทกให้เปิดออก

กลุ่มควันสีเทาลอยพุ่งหลบหนีออกมา ร่างเงาแจ่มชัดทอดตัวใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา มันมุ่งหน้าหลบหนีเข้าสู่พงไพรอันมืดมิดกลางขุนเขา

เบื้องหลังมีฝูงพยัคฆ์และหมาป่าพุ่งทะยานออกมาจากศาลเจ้าอย่างไม่ขาดสาย จำนวนของพวกมันดูจะมากกว่าพื้นที่อันจำกัดของศาลเจ้าที่เล็กเท่าห้องแถวจะจุได้เสียอีก แต่ถึงกระนั้นฝูงสัตว์เหล่านี้ก็ไล่ล่าตามติดอย่างไม่ลดละ

เสียงหมาป่าเห่าหอนและเสียงฝีเท้าดังแว่วไปทั่วทั้งหุบเขา

ทว่าพยัคฆ์และหมาป่ามิได้มีปีก แม้จะวิ่งได้ว่องไวเพียงใด ก็มิอาจเร็วสู้การโผบินได้ มีเพียงเหล่านกนางแอ่นบนท้องฟ้าที่คอยก่อกวนและชี้ทางให้ จึงพอจะทำให้พวกมันไม่คลาดสายตาจากเป้าหมาย

ยามนี้ภายใต้แสงจันทร์กระจ่างกลางขุนเขาอันกว้างใหญ่ ปรากฏกลุ่มควันสีเทาลัดเลาะหนีตายไปตามพื้นดิน เบื้องบนมีนกนางแอ่นส่งเสียงร้องบินตามเป็นพรวน เสียงปีกกระทบลมดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย ส่วนบนพื้นดินมีพยัคฆ์ร้ายสี่ตัวและฝูงหมาป่าที่เคลื่อนตัวว่องไวดุจกระแสธารไหลบ่า ไล่กวดอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ตามยอดเขาอื่นๆ ยังมีหมาป่าที่คาบศีรษะยักษ์ออกมาดักซุ่มจู่โจมเป็นระยะ เพียงแต่พวกมันมิอาจทำอันตรายกลุ่มควันเทานั้นได้

ทันใดนั้นเอง เบื้องหน้าพลันปรากฏร่างหนึ่ง

เป็นนักพรตหนุ่มในชุดคลุมเก่าๆ ผู้หนึ่ง เขายืนถือไม้เท้าไผ่อยู่กลางทางเดินเล็กๆ เบื้องหลังมีม้าขนแดงยืนอยู่อย่างสงบเสงี่ยม

ทันทีที่เห็นเขา กลุ่มควันเทาก็หักหลบเปลี่ยนทิศทางทันที

นักพรตผู้นั้นยกไม้เท้าไผ่ขึ้นเบาๆ

เปรี้ยง!

สายฟ้าฟาดผ่ากลางฟ้าโปร่ง อัสนีบาตคำรณกลางสารทฤดู

ประกายสายฟ้าสีขาวอมเขียวปรากฏขึ้นกลางอากาศ ปลายสายแตกแขนงออกเป็นแฉก ฟาดลงกลางกลุ่มควันเทานั้นอย่างแม่นยำ

พรึ่บ!

กลุ่มควันสีเทาแตกกระจายเข้าไปในป่ารกชัฏทันที

สวบสาบ…

เพียงอึดใจเดียวพยัคฆ์และฝูงหมาป่าก็ตามมาถึง

ที่นี่เป็นป่าละเมาะกลางหญ้ารก มีต้นไม้เล็กๆ ขึ้นประปราย และเต็มไปด้วยเศษหินน้อยใหญ่ เป็นผืนดินรกร้างไร้ผู้คนเพาะปลูก

พยัคฆ์สี่ตัวและหมาป่านับร้อยตัวร่วมมือกันประหนึ่งกระแสพรรณรายที่หลั่งไหลจนเต็มพื้นที่ในชั่วพริบตา พยัคฆ์ยืดคอกวาดสายตามองไปทั่ว ฝูงหมาป่าบางส่วนก้มลงดมกลิ่นตามพื้น ส่วนที่เหลือกระจายตัวกันออกไปล้อมพื้นที่ป่ารกร้างนี้ไว้หลายชั้น พร้อมกับยึดผาสูงไว้คอยสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหว

เด็กหญิงในชุดสามสีขี่หลังพยัคฆ์ตัวหนึ่ง พยัคฆ์ตัวนี้ดูจะผ่ายผอมกว่าตัวที่กำยำที่สุดอยู่บ้าง แต่ก็มิใช่ตัวที่เล็กที่สุดในบรรดาสี่ตัว มันคือพยัคฆ์ตัวแรกที่นางเรียกออกมาจากธงผืนนั้น

แม่นางสามสีเป็นผู้ที่ฝังใจกับอดีตยิ่งนัก นางมีความผูกพันกับมันอย่างลึกซึ้ง

ยามนี้เด็กหญิงวาดขาขวาข้ามหลังเสือมาวางขนานกับขาซ้าย แล้วไถลตัวลงจากหลังเสืออย่างคล่องแคล่ว นางก้มหน้าเดินเตาะแตะไปตามพื้นดินรกร้างพลางสูดดมกลิ่น

ดมไปดมมา นางก็หันกลับไปถอดถุงย่ามที่สะพายเฉียงอยู่ออก แล้วแขวนไว้บนหัวของพยัคฆ์ตัวนั้นแทน

“พึ่บ…”

นางคืนร่างกลายเป็นแมวสามสี หมอบตัวราบกับพื้นดินคอยดมกลิ่น

“มันบาดเจ็บสาหัสแล้ว ตอนนี้คงกำลังซ่อนตัวอยู่” นกนางแอ่นร่อนอยู่กลางอากาศ ไม่กล้าร่อนลงสู่พื้น

“รู้แล้วน่า!”

“มันเป็นภูตขุนเขา เชี่ยวชาญการแปลงกายเป็นสิ่งของในป่า อีกทั้งยังเป็นเทพประจำขุนเขาแห่งนี้ด้วย มันซ่อนตัวอยู่ในป่าเช่นนี้ ย่อมหาตัวยากเป็นธรรมดา” นกนางแอ่นเตือนต่อ “แม่นางสามสี โปรดระวังพืชพรรณและหินผารอบกายด้วย”

“แม่นางสามสีเคยเห็นปีศาจภูเขามาก่อน ต้องใช้เจ้านั่นที่มันระเบิดได้ แล้วมันจะตกใจจนโผล่ออกมาเอง” แมวเหมียวเงยหน้ามองขึ้นไปบนฟ้า “บนตัวมันมีกลิ่นเหม็นเหมือนหนูเน่า”

ขณะนั้นเอง ก็มีเสียงฝีเท้าแว่วมาจากเบื้องหลังฝูงหมาป่า

นักพรตหนุ่มแหวกพงหญ้าเดินถือไม้เท้าเข้ามา บนหลังม้าแดงมีหม้อเหล็กใบใหญ่เพิ่มขึ้นมาหนึ่งใบ มันเดินตามหลังมา เสียงกีบเท้ากระทบพื้นและเสียงกระดิ่งกังวานก้องไปทั่วขุนเขา

ฝูงหมาป่าพากันเหลียวมองและหลีกทางให้เขา

“สหายผู้นี้ร้ายกาจและเฉลียวฉลาดกว่าปิศาจภูเขาที่เราเจอที่เขาเยี่ยนหุยมากนัก ลำพังใช้แค่ประทัดคงไม่อาจขู่ให้ปรากฏกายได้” ซ่งโหยวคลี่ยิ้มน้อยๆ “แต่แม่นางสามสีนั้นมีอิทธิฤทธิ์แก่กล้า หากมั่นใจว่าเทพอันเล่อผู้นี้อยู่ในอาณาบริเวณใด ก็ใช้ไฟเผาภูเขาทั้งลูกได้ ข้าจะเป็นผู้ควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกลามจนเกินการเอง”

“จริงด้วย…”

เจ้าแมวหันกลับมาจ้องเขาตาแป๋ว

นางรีบวิ่งไปหาพยัคฆ์ร้าย กระโดดขึ้นไปบนหลังเสืออย่างคล่องแคล้ว แล้วกระโดดขึ้นไปยืนบนหัวของมัน

หัวของพยัคฆ์มีขนาดใหญ่พอที่จะให้แมวตัวหนึ่งยืนได้อย่างสบายๆ

เจ้าแมวสูดลมหายใจเข้าลึก…

ทว่าในจังหวะนั้นเอง

พรึ่บ!

กลุ่มควันสีเทาระเบิดกลับระเบิดขึ้นกลางพื้นดิน

ก้อนหินสูงราวหัวเข่าได้กลายร่างกลับมาเป็นเทพอันเล่อ

ร่างนั้นผ่ายผอมดุจเด็กน้อยแต่สูงเท่าผู้ใหญ่ ศีรษะมีขนาดเท่ากำปั้น เห็นแสงไฟรำไรกลางท้อง เมื่อมันเห็นซ่งโหยวก็รีบประสานมือคารวะ ก่อนจะแผดเสียงตะโกนลั่น

“ไว้ชีวิตข้าเถิด! ได้โปรด!”

เจ้าแมวชะงักงันไป ไม่รู้ว่าควรพ่นลมหายใจที่สูดเข้าไปเต็มปอดออกมาดีหรือไม่ นางหันไปมองซ่งโหยวพลางกลั้นหายใจจนเผลอแสดงสีหน้าอันแฝงด้วยอารมณ์ซับซ้อนออกมา

“ท่านหมายให้ชาวบ้านใช้เด็กน้อยเป็นเครื่องเซ่น ทั้งยังพรากชีวิตคนไปไม่น้อย จะให้ข้าปล่อยท่านไปได้อย่างไร”

ซ่งโหยวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

เอิ๊ก…

“ต้องโทษไอ้ฉางหยวนจื่อ! โทษมันคนเดียว! โทษราชครูนั่นด้วย! ข้าลำบากตรากตรำทำงานให้มัน ไม่เคยเกียจคร้าน สุดท้ายมันกลับส่งคนมาสังหารข้า!” เทพอันเล่อที่อยู่ในสภาพอ่อนแรงดูเหมือนกับคนเสียสติไม่มีผิด ความคุ้มคลั่งนั้นหาได้แสดงออกมาผ่านคำพูด แต่ยังสื่อออกมาทางแววตาและมือไม้ที่กวัดแกว่งไปมา “จะไม่ให้ข้าแค้นได้อย่างไร!”

“เมื่อยามโพล้เพล้ข้าได้ไปสอบถามชาวบ้านมาแล้ว ท่านลงเขามาฉีกกินปศุสัตว์ของชาวบ้านตั้งแต่เมื่อสองปีก่อน หากมิใช่เช่นนั้น ตบะของท่านคงไม่รุดหน้าเร็วเพียงนี้”

“โทษไอ้ฉางหยวนจื่อ! โทษมัน!” เทพอันเล่อพร่ำพูดคำเดิม “โทษมนุษย์สิ! ไม่ใช่โทษข้า! ทั้งหมดเป็นความผิดของพวกมนุษย์!”

“ยามนี้ข้ามีเรื่องอยากถามท่านสักหน่อย”

“ถาม ถามข้า จะถามอะไรรึ”

“ยามที่ราชครูเสาะหาสมลัติฟ้าดิน นอกจากท่านแล้ว เขายังมอบหมายหน้าที่ให้ปีศาจ ภูตผี มนุษย์ หรือเทพตนใดอีก และยามนี้พวกเขาเป็นอย่างไรบ้าง ท่านพอจะทราบเรื่องนี้หรือไม่”

“นอกจากข้า นอกจากข้า นอกจากข้ายังมีอีกสี่! สี่ตน!” เทพอันเล่อพูดด้วยน้ำเสียงเร่งร้อน ซ้ำแล้วยังพูดติดอ่าง มันชะงักไปครู่หนึ่งก่อนกล่าวต่อ “ในแคว้นหยางโจวและพื้นที่รอบๆ ทั้งในป่าและในเมือง มีเทพทั้งหมดห้าองค์ที่ทำงานให้มัน แต่เดิมพวกนั้นก็มีแต่จะทำตัวไร้ประโยชน์ นอกจากข้าแล้ว เกรงว่าคงตายหมดแล้ว! ตายกันหมดแล้ว! ไอ้ฉางหยวนจื่อ!!”

“ห้าตนรึ…”

“ปล่อยข้าไป! ข้าบอกแล้ว! บอกแล้วก็ต้องปล่อยข้า! ปล่อยข้า!”

“คงไม่ได้หรอก” ซ่งโหยวส่ายหน้า “คำถามนี้ง่ายเกินไป แลกได้เพียงให้ท่านจากไปโดยไม่ต้องเจ็บปวดเท่านั้น”

เมื่อเทพอันเล่อได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตาโพลง ความคิดของมันช่างแปลกประหลาดนัก ปฏิกิริยาแรกมิใช่การโกรธเกรี้ยวหรือร้องขอชีวิตต่อ แต่กลับพยายามเกลี้ยกล่อมเขาต่อ

“เช่นนั้นก็ถามยากกว่านี้สิ! ถามยากๆ!”

“การบำเพ็ตนญนั้นยากเข็ญ ชีวิตนั้นล้ำค่า หากคราที่ราชครูส่งพระภิกษุชั้นสูงมาปราบท่าน แล้วท่านสามารถสำนึกผิดได้หลังจากที่สังหารเขาไป ยามที่ข้าผ่านทางมาในวันนี้ ย่อมจะไม่เอาชีวิตท่านแน่นอน ทว่าท่านกลับเหี้ยมโหดเกินไป ทั้งยังเสียสติไปแล้ว ไม่อาจปล่อยท่านไปได้จริงๆ” ซ่งโหยวกล่าวด้วยสีหน้าสงบนิ่งพลางส่ายหน้าช้าๆ “น่าเสียดายที่ข้ายังไม่มีโอกาสจัดตั้งศาลเทพารักษ์ที่เชื่อมต่อกับปรโลกให้ทั่วหล้า มิเช่นนั้นคงส่งตัวท่านให้ศาลเทพารักษ์และยมบาลเป็นผู้พิพากษาโทษแล้ว”

ฟู่ว…

เทพอันเล่อยังกล่าวไม่ทันจบ พลันมีสายลมโชยเอื่อยพัดผ่านขุนเขา ยามลมพัดกราย มวลพฤกษาต่างสั่นไหว ร่างของปีศาจร้ายในสายลมนั้นเป็นดั่งควันเมฆา เพียงถูกเป่าก็ปลิดปลิวสลายไปตามลม

นับเป็นการจากไปที่ไร้ซึ่งความเจ็บปวด แม้แต่เจ้าตัวก็มิทันได้รู้ตัวเสียด้วยซ้ำ

“เฮ้อ…”

ซ่งโหยวถอนหายใจออกมาแผ่วเบา ก่อนจะหันไปหาแมวน้อย

กลับเห็นว่าเจ้าแมวได้คืนร่างเป็นเด็กหญิงอีกครั้ง นางสะพายย่ามคู่ใจไว้บนหลัง มือควานหาแผ่นยันต์ที่พับเป็นรูปสี่เหลี่ยมและสามเหลี่ยมออกมาหลายแผ่น แล้วยื่นให้กับเขา

“ยันต์ของเจ้า!”

ซ่งโหยวยื่นมือออกไปรับ “ในเมื่อข้าให้ยันต์แก่แม่นางสามสีไว้แล้ว เหตุใดจึงไม่นำออกมาใช้เล่า”

“เพราะแม่นางสามสีคิดว่ามันร้ายกาจก็จริง แต่แม่นางสามสีน่ะเก่งกาจกว่ามันเสียอีก!” เด็กหญิงตัวน้อยเงยหน้าสบตาเขาพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “อีกอย่าง ยันต์ต้องใช้กระดาษเขียน กระดาษน่ะราคาแพงจะตาย!”

“แม่นางสามสีเฉลียวฉลาดขึ้นกว่าเดิมมากนัก แม้แต่ยามชื่นชมตัวเองก็ยังกล่าวได้อย่างมีชั้นเชิงมากขึ้นนัก”

“อะไรนะ”

เด็กหญิงเอียงคอเล็กน้อย ใบหน้าเต็มไปด้วยความฉงน

“ไม่มีอะไร…”

ซ่งโหยวส่ายหน้าเบาๆ มือถือไม้เท้าไผ่ หมุนกายเดินกลับไปโดยอาศัยแสงจันทร์นำทางพลางกล่าวว่า “ปีศาจตนนี้มีอิทธิฤทธิ์ไม่เบา หากอยู่ที่แดนเหนืออาจไม่นับเป็นกระไรได้ แต่หากเป็นแดนใต้นี้ ถือเป็นปีศาจร้ายที่พบเจอได้ยากยิ่ง ยอดฝีมือฝ่ายพุทธทั่วไปยากจะกำจัด อีกทั้งยังเจ้าเล่ห์แสนกลนัก ไม่แปลกใจเลยที่พระภิกษุขั้นสูงที่ราชครูส่งมาจะต้องมาทิ้งชีวิตไว้ที่นี่…”

เขาชะงักงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเบนหน้ามาเล็กน้อย

“ทว่าแม่นางสามสีกับเยี่ยนอันกลับสยบมันได้ แสดงว่าพวกเจ้าทั้งสองสามารถออกไปเผชิญโลกด้วยตนเองได้แล้ว”

“ออกไปเปิดหูเปิดตา!”

“ล้วนเป็นเพราะความเก่งกาจของแม่นางสามสี…”

“เดิมทีแม่นางสามสีจะเรียกเสือออกมาช่วยตั้งสี่ตัวเชียวนะ แต่ศาลเจ้านั่นมันเล็กเกินไป ก็เลยเรียกออกมาได้แค่สองตัว!”

“แม่นางสามสีเก่งที่สุด…”

ลมภูเขาพัดโชยมาเป็นระยะจนเสียงพูดคุยเริ่มขาดช่วง

เงาร่างเล็กใหญ่เดินนำม้าสีแดงเข้มและนกนางแอ่นกลับมายังหน้าศาลเจ้าอีกครั้ง

ยามนี้ศาลเจ้าเทพขุนเขาอยู่ในสภาพพังพินาศยับเยิน ขื่อหลังคาถูกเผาจนแทบไม่เหลือชิ้นดี พยุงหลังคาไว้อย่างยากลำบาก ผนังในศาลเจ้าเต็มไปด้วยร่องรอยการต่อสู้ ทั้งรอยไหม้ รอยกรงเล็บตะปบและรอยแตกร้าวจากการกระแทก รูปเคารพบนแท่นบูชาถูกเทพอันเล่อพุ่งชนจนศีรษะหลุดกระเด็น ทั้งยังถูกพยัคฆ์ชนจนล้มลงกองกับพื้น ลำคอปักทิ่มลงด้านล่าง แม้แต่ผ้าคลุมกันลมที่เคยคลุมรูปปั้นไว้ก็ถูกไฟเผาจนไม่เหลือซาก

เหล่าปศุสัตว์ที่ชาวบ้านนำมาเซ่นไหว้ยังคงอยู่ที่หน้าประตู

แม่นางสามสีรีบวิ่งรี่เข้าไป อุ้มไก่ตัวโตขึ้นมาแนบอกทันที จากนั้นไม่รอช้า นางก้มหน้าก้มตาวิ่งรุดเข้าไปในศาลเจ้า คอยควานหาของตามแท่นบูชาที่พังระเนระนาด

บนนี้มีผลไม้และข้าวสารอยู่ไม่น้อย นางหมายตาไว้ตั้งนานแล้ว ตอนที่พ่นไฟจึงจงใจหลีกเลี่ยงพื้นที่แถวนี้เป็นพิเศษ

ยามนี้นางเขย่งปลายเท้า กอบข้าวสารทั้งหมดใส่ลงในย่าม ส่วนพวกสาลี่และส้มเหล่านั้นล้วนได้รับความเสียหายจากการต่อสู้ ยามนี้นางจึงใช้สายตาแบ่งผลไม้ออกเป็นสองกอง

กองแรกยังมีสภาพดี เอาไว้ขุนนักพรต

กองที่สองมีรอยช้ำแล้ว เอาไว้ขุนม้า

แยกกองที่หนึ่งออกมาแล้ว ที่เหลือก็จะเป็นกองที่สองทั้งหมด

หาใช่เพราะแม่นางสามสีคิดจะดูหมิ่นเจ้าม้า แต่เป็นเพราะนักพรตนั้นช่างเลือกกินเหลือเกิน อันนั้นก็ไม่กิน อันนี้ก็ไม่กิน เสียแล้วก็ไม่กิน สกปรกก็ไม่กิน เมื่อเทียบกันแล้ว เจ้าม้ายังดูน่ารักกว่ามากนัก

เด็กหญิงตัวน้อยเผยสีหน้าจริงจัง ท่วงท่ากระฉับกระเฉงว่องไว นางเก็บของทั้งหมดใส่ลงในถุงย่าม แยกไว้อีกกระเป๋าหนึ่งอย่างเป็นระเบียบ

คราวนี้เดินออกมาจากศาลเจ้าหลังน้อยอีกครั้ง ก็ถือว่าได้รางวัลกลับมาเต็มเม็ดเต็มหน่วยเลยทีเดียว

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Novel Info

Comments for chapter "บทที่ 440 กลับไปพร้อมรางวัล"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย