ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน - ตอนที่ 785 ทำลายสามพันมหามรรคา
ตอนที่ 785 ทำลายสามพันมหามรรคา
หลังจากที่หลุดจากพันธนาการของสามพันมหามรรคา ทัณฑ์ริษยาก็รวมขึ้นเป็นร่างหินอย่างรวดเร็ว เขามองไปยังทิศที่ปฐมบรรพจารย์มหามรรคาถูกสังหาร ร่างหินสั่นสะท้าน
‘เป็นไปได้อย่างไรกัน…แค่กระบวนท่าเดียวก็ดับสลายแล้วรึ’
ทัณฑ์ริษยาร้องตะโกนอยู่ในใจ ทั้งประหลาดใจและหวาดกลัว
เดิมทีเขาคิดว่ามรรคาจารย์จะต่อสู้กับปฐมบรรพจารย์มหามรรคาอย่างดุเดือด ยากที่จะตัดสินแพ้ชนะได้ นี่คือการที่เขาประเมินมรรคาจารย์ไว้สูงที่สุดแล้ว แต่ไม่นึกเลยว่าปฐมบรรพจารย์มหามรรคาจะแพ้ให้กับเจียงฉางเซิงแค่กระบวนท่าเดียว
ทัณฑ์ริษยามองรอยยาวที่ถูกดวงเนตรมหามรรคาแหวกทะลุไป เขาไม่เห็นร่างของปฐมบรรพจารย์มหามรรคาแล้ว
ทัณฑ์ริษยาหันไปมอง มรรคาจารย์ก็ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนบัลลังก์เทพสวรรค์มหามรรคา ดวงเนตรมหามรรคาที่เปิดอยู่ตรงหน้าผากก็ปิดลงช้าๆ
ยังไม่ตื่นอีกหรือ
หรือว่าเมื่อครู่จะเป็นแค่สัญชาตญาณ
ทัณฑ์ริษยาแอบตกใจอยู่ข้างใน มรรคาจารย์ผู้นี้ช่างน่ากลัวจริงๆ
เขาประหลาดใจยิ่งนักว่ามรรคาจารย์กำลังรู้แจ้งสิ่งใดกันแน่ แม้แต่ปฐมบรรพจารย์มหามรรคาบุกมาก็ยังไม่สนใจ
ทัณฑ์ริษยามองไปที่พันมหาโลกา ปฐมบรรพจารย์มหามรรคาถูกสังหารแล้วจริงๆ แต่เจ้านี่ไม่ได้มีแค่ร่างเดียวเท่านั้น
ตอนนี้ ปฐมบรรพจารย์มหามรรคาที่สถิตร่างจริงผานกู่ยังคงกดดันวิถีเซียน เขาจงใจยั่วยุจักรพรรดิสวรรค์และตี้เจวี๋ยรวมถึงขั้นพรหมเซียนทองคนอื่นๆ ทำให้เหล่าผู้ยิ่งใหญ่แห่งวิถีเซียนคลุ้มคลั่งกันมากขึ้น เมื่อพวกเขาระเบิดพลังจะทำให้พันมหาโลกาพังทลายลงไปเรื่อยๆ พลังทำลายล้างยังคงแผ่ขยาย ทำให้ดินแดนห้วงสุญญตาได้รับผลกระทบกันมากขึ้น
เหล่าผู้ยิ่งใหญ่แห่งวิถีเซียนสิ้นหวังกันเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะจักรพรรดิสวรรค์กับตี้เจวี๋ย พลังที่ได้มาจากการสละชีวิตของชนรุ่นหลังพวกเขากลับสั่นคลอนปฐมบรรพจารย์มหามรรคาไม่ได้แม้แต่น้อย
พวกเขารู้สึกได้ชัดเจนว่าปฐมบรรพจารย์มหามรรคากำลังหยอกพวกเขาเล่นอยู่ ไม่อย่างนั้นก็คงจะจบการต่อสู้ไปนานแล้ว!
แม้ว่าปฐมบรรพจารย์มหามรรคาจะไม่ได้จัดการพวกเขาในทันที แต่วิถีเซียนก็ต้องล่มสลายอยู่ดี โลกเริ่มถูกทำลายมากขึ้น ต่อให้เป็นแดนเซียนพรหมที่ถูกโชคชะตามรรคาสวรรค์ปกป้องก็กำลังพังพินาศลงเช่นกัน ราวกับวันสิ้นโลกมาเยือนแล้ว
ปฐมบรรพจารย์มหามรรคาพลันหยุดมือ คิ้วขมวดมุ่น
“เป็นไปได้อย่างไรกัน…”
ปฐมบรรพจารย์มหามรรคามีสีหน้าที่เปลี่ยนไปมาไม่แน่นอน เขารู้สึกว่าร่างจริงของเขาถูกมรรคาจารย์สังหารแล้ว
นั่นคือร่างจริงที่แข็งแกร่งที่สุดของเขา เปลือกร่างนี้เทียบไม่ติดเลย!
มิหนำซ้ำยังถูกสังหารไปในชั่วพริบตาอีก!
เวลานี้ ปฐมบรรพจารย์มหามรรคาพลันตกอยู่ในความหวาดกลัว
ภาพลักษณ์ของมรรคาจารย์ภายในใจเขาเปลี่ยนเป็นสิ่งที่น่ากลัวขึ้นมา เหยื่อที่เขาเลี้ยงเก็บไว้มาโดยตลอดกลับกลายเป็นศัตรูทางธรรมชาติที่ไม่อาจควบคุมได้ แล้วเขาจะยอมรับได้อย่างไร
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเขาจงใจล่อให้วิถีเซียนเริ่มมหันตภัยมหามรรคาเพื่อที่เขาจะได้ปรากฏตัวและสังหารมรรคาจารย์ หากมรรคาจารย์กลับมา เขาก็คงจะไม่รอดแล้ว เมื่อก่อนเขายังร่วมเป็นร่วมตายกับพันมหาโลกาได้ เพราะนี่คือที่พึ่งพิงที่ดีที่สุดของเขา
“เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้…เขาแข็งแกร่งเช่นนี้ได้อย่างไรกัน…”
เหตุใดถึงปรากฏพลังที่เหนือกว่าเขาในพันมหาโลกาที่เขาควบคุมได้กัน
หรือว่ามรรคาจารย์จะรับมรดกวิถีเซียนก่อนหน้าพันมหาโลกามา
ปฐมบรรพจารย์มหามรรคารู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว ต่อให้เขาคิดหนี ก็ไม่รู้ว่าจะหนีไปที่ใด
จักรพรรดิสวรรค์กับตี้เจวี๋ยบุกเข้ามาอีกครั้ง ใช้ทุกอภินิหารกับตัวเขา แต่ก็ทำอะไรร่างของเขาไม่ได้สักนิด เทียบกับพลังอันน่าสะพรึงกลัวของมรรคาจารย์แล้ว การโจมตีของเหล่าผู้แข็งแกร่งแห่งวิถีเซียนไม่ระคายเคืองผิวเขาเลย
กำเนิดทัณฑ์เห็นว่าปฐมบรรพจารย์มหามรรคานิ่งอึ้งจึงอดถามมิได้ “เป็นอะไรรึ มหันตภัยมหามรรคามาถึงแล้ว ยังไม่รีบจัดการพวกเขาอีก หากวิถีเซียนถูกทำลาย พลังของมรรคาจารย์ต้องได้รับผลกระทบแน่ ถึงอย่างไรเขาก็เป็นคนสร้างมันขึ้นมา!”
ปฐมบรรพจารย์มหามรรคาได้สติกลับมา แววตาเขาพลันดุดันขึ้น
เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว คงมีแต่ต้องลุยต่อเท่านั้นแล้ว!
ในฐานะที่เป็นเจตจำนงมหามรรคา เขาไม่มีทางร้องขอชีวิตเหมือนกับกำเนิดทัณฑ์โดยเด็ดขาด
เขาก็มีศักดิ์ศรีของมรรคาอยู่เหมือนกัน!
ปฐมบรรพจารย์มหามรรคาพลันฟาดฝ่ามือลง ด้วยฝ่ามือนี้ กายเนื้อของจักรพรรดิสวรรค์กับตี้เจวี๋ยพลันระเบิดเป็นหมอกโลหิต โชคชะตามรรคาสวรรค์คุ้มครอง พวกเขารวมกายเนื้อขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อระเบิดอีกครั้งซ้ำไปซ้ำมาเช่นนี้ พลังของทั้งคู่ก็ลดฮวบลง
ขืนยังเป็นเช่นนี้ต่อไป อีกไม่นานพลังที่พวกเขาได้รับมาก็จะหายไป พวกเขาก็จะตายไปเช่นกัน
ไม่ใช่แค่พลังของทั้งสองคนเท่านั้น โชคชะตามรรคาสวรรค์ก็อ่อนกำลังลงเช่นกัน ถึงอย่างไรการที่พวกเขารอดมาได้ก็อาศัยโชคชะตามรรคาสวรรค์ทั้งสิ้น
โชคชะตาที่มรรคาสวรรค์สั่งสมมานานเก้าสิบล้านกว่าปีลดลงเร็วมาก เมื่อลดลงถึงครึ่ง ทั้งวิถีเซียนก็จะต้องพังพินาศลง
“บัดซบ ฝีมือคนละชั้นกันเลย…”
“นี่คือมหามรรคาหรือ สมควรตาย อย่าว่าแต่สนับสนุนพวกเขาเลย พวกเรายังเข้าใกล้ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ”
“คิดดูว่าข้าฝึกบำเพ็ญมาห้าสิบล้านปีกว่าจะบรรลุผลมรรคาขั้นพรหมเซียนทอง แต่ตอนนี้กลับทำอะไรไม่ได้เลย…”
“มิน่าตั้งแต่บรรพกาลมาถึงไม่มีวิถีบำเพ็ญใดต่อต้านเจตจำนงมหามรรคาได้เลย…”
“เฮ้อ พวกเราทำให้มรรคาจารย์ผิดหวังอีกแล้ว คงได้แต่หวังว่ามรรคาจารย์จะกลับมาโดยเร็วและฝากเถ้าถ่านวิถีเซียนให้สืบทอดต่อไปได้”
เหล่าขั้นพรหมเซียนทองต่างก็ถอนหายใจด้วยความเศร้าโศก เหล่าผู้บำเพ็ญเซียนในแดนเซียนพรหมออกช่วยทุกสรรพชีวิต ทุกชีวิตต่างกำลังหนีตายอยู่ท่ามกลางมหันตภัย ราวกับกำลังดิ้นรนเฮือกสุดท้ายของชีวิต
ตอนนี้ ผู้บำเพ็ญเซียนส่วนใหญ่ต่างก็หมดหวังกันแล้ว
ผู้บำเพ็ญที่ยังมีหวังต่างก็กอดความหวังเดียวกันไว้ นั่นก็คือเชื่อมั่นว่ามรรคาจารย์จะปรากฏตัว เหมือนกับที่ผ่านมา ทุกครั้งที่วิถีเซียนเผชิญกับความสิ้นหวัง มรรคาจารย์ก็จะก้าวออกมา
กุยหลีอยากจะช่วยจักรพรรดิสวรรค์อยู่หลายครั้ง แต่เพิ่งขยับตัวก็สลายเป็นเถ้าถ่านก่อนจะคืนชีพกลับมาอีกครั้ง
หากไม่ใช่เพราะมีพลังมรรคาสวรรค์ ผู้ยิ่งใหญ่แห่งวิถีเซียนเหล่านี้ก็คงจะตายไปไม่รู้กี่ครั้งแล้ว
มู่หลิงลั่วมีสีหน้าเศร้าหมอง เทียบกับความปลอดภัยของวิถีเซียนแล้ว นางเป็นห่วงเจียงฉางเซิงหลังจากนี้มากกว่า หากไม่มีวิถีเซียนแล้วจะส่งผลกระทบต่อเขาหรือไม่
มรรคาสวรรค์ถูกสร้างโดยมรรคาจารย์ นี่เป็นความลับที่ถูกเปิดเผยแล้ว ทุกวิถีบำเพ็ญในพันมหาโลการวมถึงผู้ยิ่งใหญ่แห่งวิถีเซียนต่างก็คิดว่าหากมรรคาสวรรค์ถูกทำลาย มรรคาจารย์จะต้องได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน
หากเจียงฉางเซิงบาดเจ็บสาหัส เมื่อเผชิญหน้ากับเจตจำนงมหามรรคาอีกครั้ง นั่นจะอันตรายยิ่งกว่าเดิม
มู่หลิงลั่วยิ่งคิดก็ยิ่งกลัว แต่นางในตอนนี้จะทำอะไรได้
นางคิดที่จะสร้างมรรคาของตนเองขึ้นมา แต่ที่ผ่านมาก็ได้เจียงฉางเซิงชี้แนะมาโดยตลอด อย่างน้อยตอนนี้นางก็ทำอะไรไม่ได้เลย
ภายในใจนางไม่มีความเสียใจแม้แต่น้อย มีแต่ความสับสน ไม่ใช่แค่นาง ขั้นพรหมเซียนทองคนอื่นก็รู้สึกเช่นเดียวกัน
ทันใดนั้นเองมีคนผู้หนึ่งก้าวออกมา เขาถือยอดของวิเศษชิ้นหนึ่ง แสดงพลังที่ไม่อาจมองข้ามได้ออกมา
ผู้ยิ่งใหญ่แห่งวิถีเซียนทุกคนหันไปมอง ก็เห็นเฟิงอวี้ถือยันต์เทพกำเนิดจักรวาลเดินไปทางปฐมบรรพจารย์มหามรรคา ยันต์เทพกำเนิดจักรวาลเปล่งแสงสีม่วงออกมาตลอดเป็นระลอกๆ แผ่ขยายไปถึงส่วนลึกของห้วงสุญญตาก่อนจะหายไป
ปฐมบรรพจารย์มหามรรคาก็สังเกตเห็นเฟิงอวี้เช่นกัน พูดให้ถูกก็คือถูกยันต์เทพกำเนิดจักรวาลดึงดูดความสนใจไป
ยันต์เทพกำเนิดจักรวาลไม่ใช่แค่เปล่งแสงสีม่วง แต่ยังแผ่ไอสีม่วงแปลกพิลึกออกมาด้วย
“นั่นมัน…”
กุยหลีเบิกตาโต ทำหน้าตกใจระคนงุนงงอย่างหาดูได้ยาก
มู่หลิงลั่วโต้ตอบช้ากว่าเล็กน้อย แต่ก็จำไอสีม่วงนั้นได้
นั่นคือไอสีม่วงของมหามรรคาอนธการ!
นี่มันอะไรกัน
เหตุใดคนผู้นี้ถึงมีสมบัติของมหามรรคาอนธการ
“เจ้าเป็นใครกัน” ปฐมบรรพจารย์มหามรรคาถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เขาตกใจกลัวมรรคาจารย์จนตับแทบแตก เวลานี้จึงดูเคร่งเครียดเป็นพิเศษ ไม่กล้าผลีผลามลงมือ
เขาเคยได้สัมผัสพลังที่แผ่ออกมาจากยันต์เทพกำเนิดจักรวาลแล้ว พูดให้ชัดก็คือร่างจริงอีกร่างเคยสัมผัสมาแล้ว ก่อนตายก็ได้ส่งความรู้สึกนี้มาให้เขา ทำให้เขาถึงกับหนาวสั่น
เฟิงอวี้ถือยันต์เทพกำเนิดจักรวาล เส้นผมยาวปลิวไสว ผ่านไปหลายสิบล้านปี เขาไม่ใช่ปุถุชนผู้อ่อนแอในอดีตอีกแล้ว แต่เป็นเสาหลักของวิถีเซียน
“ข้าเป็นใครไม่สำคัญ สำคัญที่ว่าวิถีเซียนจะถูกทำลายด้วยน้ำมือเจ้าไม่ได้”
เฟิงอวี้ตอบกลับอย่างเฉยชา แต่ภายในใจเขากลับไม่ได้เรียบนิ่งเหมือนกับสีหน้า
“จริงหรือ ท่านคือวิญญาณศาสตราของมรรคาจารย์จริงๆ หรือ”
“แน่นอน เป็นมาตั้งแต่แรกแล้ว!”
“เหตุใดมรรคาจารย์ถึงเลือกข้า อีกทั้งยังรอข้าบรรลุขั้นพรหมเซียนทองอีก เขาเองก็ไม่เคยกำชับอะไรกับข้าเลย…”
“นายท่านทำความดีไม่หวังสิ่งตอบแทน เจ้ามองดูวิถีเซียนสิ มีสิ่งมีชีวิตตั้งเท่าไรที่ได้ก้าวสู่เส้นทางเซียนเพราะนายท่าน นายท่านเคยเรียกร้องสิ่งตอบแทนบ้างหรือไม่”
เฟิงอวี้กำลังสนทนากับวิญญาณศาสตราของยันต์เทพกำเนิดจักรวาล
การสั่งสมพลังเก้าสิบล้านปีทำให้ยันต์เทพกำเนิดจักรวาลดูดซับพลังของสามพันมหามรรคาจนกลายเป็นยอดของวิเศษที่แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง ไม่ใช่แค่นั้น วิญญาณศาสตรายังรู้แจ้งมหามรรคาอนธการ ภายใต้การแนะนำของเจียงฉางเซิง ทำให้มหามรรคาอนธการยอมรับมันแล้ว
ไอสีม่วงแผ่ออกมาจากยันต์เทพกำเนิดจักรวาลก่อนจะรวมขึ้นมาเป็นเงาร่างของเจียงฉางเซิง
เมื่อเห็นเงาร่างนี้ ผู้ยิ่งใหญ่แห่งวิถีเซียนทุกคนต่างก็ตื่นเต้นขึ้นมา ความเศร้าหมองภายในใจสลายไปเป็นปลิดทิ้ง
ปฐมบรรพจารย์มหามรรคาเห็นเงาร่างของมรรคาจารย์ก็ตกใจกลัวจนตัวสั่น รีบถอยไปอย่างเร็ว ทำให้กำเนิดทัณฑ์ชะงักงัน แต่กำเนิดทัณฑ์ก็ยังถอยตามปฐมบรรพจารย์มหามรรคาไปเช่นกัน
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของปฐมบรรพจารย์มหามรรคา ผู้ยิ่งใหญ่แห่งวิถีเซียนทุกคนก็ยิ้มด้วยความตื่นเต้น
มิหนำซ้ำเมื่อปฐมบรรพจารย์มหามรรคาถอย จักรพรรดิสวรรค์กับตี้เจวี๋ยก็ไม่ติดอยู่ในวังวนถูกสังหารและคืนชีพซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกเช่นกัน
จักรพรรดิสวรรค์หันไปมองก็เห็นร่างของบิดา ทำให้เขาถอนหายใจยาวออกมา
‘ท่านพ่อ สุดท้ายแล้วก็ยังต้องพึ่งพาท่านอยู่ดี…’
จักรพรรดิสวรรค์พูดปลงอยู่ในใจ เขาไม่ได้รู้สึกพ่ายแพ้อะไร เมื่อก่อนเขาเคยฝันว่าจะแซงหน้าบิดาให้ได้ ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นความคิดที่บุตรชายทุกคนต้องเคยมี เพียงแต่ว่าเขาไล่ตามไม่ทันจึงปล่อยวางไปนานแล้ว
ตี้เจวี๋ยมีสีหน้าสำนึกเสียใจ เขาสละชีพเผ่าราชาวิถีเซียนไปแต่กลับยังต้องพึ่งพาให้มรรคาจารย์ช่วย ผลลัพธ์เช่นนี้เป็นสิ่งที่เขายากจะรับได้จริงๆ
เฟิงอวี้มองเงาแผ่นหลังของมรรคาจารย์ เขานึกไปถึงความวุ่นวายที่โลกเทพยุทธ์ ในขณะที่เขาใกล้จะตายนั้นก็ได้เห็นเงาแผ่นหลังนี้เหมือนกัน
ที่แท้ก็เป็นมรรคาจารย์…
ภายในใจของเฟิงอวี้นั้นเต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ เพราะเขารู้ดีว่าหากไม่มียันต์เทพกำเนิดจักรวาล เขาจะไม่มีทางมาถึงวันนี้ได้เลย ต่อให้มรรคาจารย์ปิดบังความจริงเรื่องนี้ เขาก็ยังคิดว่ามรรคาจารย์จะต้องมีเหตุผลอย่างแน่นอน
บางทีมรรคาจารย์อาจจะรู้ล่วงหน้าแล้วว่าต้องมีวันนี้ เขาก็คือไพ่ตายที่มรรคาจารย์ได้หมอบเอาไว้ในยามที่วิถีเซียนเผชิญวิกฤติ
เงาร่างสีม่วงเหนือยันต์เทพกำเนิดจักรวาลยกมือขวาขึ้น กดนิ้วชี้ไปยังปฐมบรรพจารย์มหามรรคาที่อยู่ไกลๆ
แค่ชั่วพริบตา ปฐมบรรพจารย์มหามรรคาก็รู้สึกว่าตัวเองถูกจิตสังหารอันน่าสะพรึงจับเป้าหมายเอาไว้ เขารู้ได้ทันทีว่าไม่ว่าเขาจะหนีไปที่ใดก็หนีไม่พ้น
“ดัชนีปราณตระกูลเฉิน!”
ขั้นพรหมเซียนทองคนหนึ่งอุทานด้วยความตกใจ เขาตื่นเต้นกว่าใครเพื่อน เพราะเขากับราชาแดนสวรรค์เฉินหลี่เป็นสหายรักกัน ได้ยินมานานแล้วว่ามรรคาจารย์ศึกษาดัชนีปราณตระกูลเฉินจนถึงแก่นแท้ เมื่อก่อนเขายังคิดว่าเฉินหลี่คุยโม้ ตอนนี้ดูแล้วคงเป็นความจริง
“มรรคาจารย์!”
ปฐมบรรพจารย์มหามรรคาตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยว เขาไม่เลือกที่จะหนีตาย แต่ระเบิดพลังที่แข็งแกร่งที่สุดออกมา เตรียมจะทำลายล้างทุกสรรพสิ่ง
ตู้ม!
พลังอันน่าสะพรึงระเบิดออกมาจากในร่างกาย ทำลายล้างทุกอย่าง ห้วงสุญญตาพังทลาย ต้นสรวงสวรรค์มหามรรคาที่เดิมทีหักโค่นก็ถูกทำลายลง
โชคชะตามรรคาสวรรค์ที่ปกคลุมแดนเซียนพรหมพลันแตกเป็นเสี่ยงๆ ในขณะที่ผู้ยิ่งใหญ่แห่งวิถีเซียนกับโลกโดยรอบกำลังจะโดนคลื่นแรงระเบิดนั้น เงาร่างมรรคาจารย์ที่ยันต์เทพกำเนิดจักรวาลอัญเชิญมาก็ได้ลงมือ
ดัชนีมรรคพิฆาตโลกา!
พิฆาตมรรคา!
ดับสามพันมหามรรคา!
ลำแสงสีม่วงที่ทรงพลังยิ่งกว่าพุ่งออกไป ระหว่างทางยังเหมือนทำให้เวลาย้อนกลับ ห้วงสุญญตาที่พังทลายเหล่านั้นเริ่มฟื้นคืนกลับมา โชคชะตามรรคาสวรรค์ก็รวมขึ้นมาอีกครั้ง ต้นสรวงสวรรค์มหามรรคาที่สลายเป็นเถ้าธุลีได้ฟื้นกลับขึ้นมาใหม่
ดัชนีมรรคพิฆาตโลกาปะทะกับพลังเทพสามพันของปฐมบรรพจารย์มหามรรคา กดพลังเทพสามพันกลับเข้าไปในตัวปฐมบรรพจารย์มหามรรคาดังเดิม
ปฐมบรรพจารย์มหามรรคาเบิกตาโต ก่อนที่จะดับสลายไปพร้อมกับกายเนื้อ
กำเนิดทัณฑ์ที่อยู่ด้านข้างไม่ทันได้ตั้งตัวเลย ตายเร็วยิ่งกว่าปฐมบรรพจารย์มหามรรคาเสียอีก
ห้วงสุญญตาเงียบสงัดไปในช่วงสั้นๆ ก่อนที่เหล่าผู้ยิ่งใหญ่แห่งวิถีเซียนจะตะโกนโห่ร้องเสียงดัง พากันคารวะมรรคาจารย์
เหนือทะเลเมฆของแดนเซียนพรหม ขั้นพรหมกับจักรพรรดิเซียนนับไม่ถ้วนแหงนหน้ามองไปนอกพิภพ ได้เห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้กับตา
“พวกเราชนะแล้วหรือ”
“มรรคาจารย์! มรรคาจารย์กลับมาแล้ว!”
“มรรคาจารย์ไม่มีวันถูกเนรเทศได้จริงๆ มรรคาสวรรค์เหนือกว่ามหามรรคา!”
“ฮ่าๆๆๆ ผู้แข็งแกร่งปานนั้นยังถูกมรรคาจารย์สังหารได้อย่างง่ายดาย มองไปในพันมหาโลกาตอนนี้ยังมีใครขวางวิถีเซียนได้อีกล่ะ”
“น่าเสียดาย หากมรรคาจารย์ลงมือเร็วกว่านี้ บางทีอาจจะบาดเจ็บล้มตายกันน้อยกว่านี้”
“มรรคาจารย์จะต้องติดปัญหาอยู่แน่นอน กว่าเขาจะกลับมาได้ พวกเราจินตนาการไม่ออกหรอกว่าเขาต้องลำบากเพียงใด”
เสียงดังเกรียวกราวไปทั่วฟ้า โชคชะตาแห่งวิถีเซียนเริ่มเพิ่มขึ้น
บนยอดเขาแห่งหนึ่ง
ฤทธาจารย์ในร่างแปลงกายเผยสีหน้าเหลือเชื่อออกมา
ก่อนหน้านี้เขากังวลแทนมรรคาจารย์มาโดยตลอด แต่ไม่นึกเลยว่าจะจบลงแบบนี้
ประมุขแห่งนับอนันต์กับเจตจำนงมหามรรคาพ่ายแพ้ให้กับเจียงฉางเซิงแค่กระบวนท่าเดียวกันหมดเลยหรือ
มรรคาจารย์ผู้นี้อยู่ในระดับขั้นใดกันแน่
……………………..