Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน - ตอนที่ 769 เจ้าอธรรมบรรพกาล

  1. Home
  2. ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน
  3. ตอนที่ 769 เจ้าอธรรมบรรพกาล
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

ตอนที่ 769 เจ้าอธรรมบรรพกาล

‘นี่ก็คือห้วงสมุทรแห่งมหามรรคาอย่างนั้นหรือ เทียบกับห้วงสมุทรกำเนิดฟ้าแล้วก็ดูสวยงามจริงๆ…’

เจียงฉางเซิงครุ่นคิดอยู่เงียบๆ ในม่านตาสะท้อนความสวยงามของห้วงสมุทรแห่งมหามรรคาออกมา

ห้วงสมุทรแห่งมหามรรคาไม่ใช่มหาสมุทรที่ปุถุชนคิด แต่ดูคล้ายกับกลุ่มเมฆที่เปล่งแสงสว่างเจ็ดสี ค่อยๆ เคลื่อนตัวไป ไม่มีสภาพที่แน่นอน

กุยหลีไม่ได้สังเกตเห็นห้วงสมุทรแห่งมหามรรคา ในสายตานางมีแต่ร่างของประมุขแห่งนับอนันต์ ยิ่งประมุขแห่งนับอนันต์แสดงความแข็งแกร่งมากเท่าไร นางก็ยิ่งรู้สึกสนใจมากขึ้นเท่านั้น ความรู้สึกสนใจเช่นนี้คือความตื่นเต้นเวลาที่เจอเหยื่อ นี่เป็นครั้งแรกที่นางอยากจะเอาชนะใครสักคนมากขนาดนี้

ภายใต้จิตป้องกันของเจียงฉางเซิง วิถีเซียนไม่ได้รับผลจากคลื่นพลังการต่อสู้ระหว่างประมุขแห่งนับอนันต์กับฤทธาจารย์ ทว่าวิถีบำเพ็ญอื่นไม่ได้โชคดีขนาดนั้น เจียงฉางเซิงเห็นวิถีบำเพ็ญที่อยู่ใกล้เคียงสูญสลายเป็นควันหายไป ตัวตนที่กำลังข้ามมิติเหล่านั้นก็หนีไม่พ้นความตายเช่นกัน

เจียงฉางเซิงมองดูอย่างเฉยชา หากพบเห็นว่าสิ่งมีชีวิตวิถีเซียนโดนลูกหลง เขาก็จะลงมือ แต่ก็จะปกป้องแค่ดวงวิญญาณของพวกเขา ส่งพวกเขาไปยังสังสารวัฏมรรคาสวรรค์

การออกท่องพันมหาโลกาและเผชิญกับอันตรายนั่นคือชะตากรรมทั้งสิ้น และเป็นจุดจบที่ตัวเองเลือกเอง มีโอกาสได้เกิดใหม่ก็เป็นเรื่องดีแล้ว

การต่อสู้ของฤทธาจารย์กับประมุขแห่งนับอนันต์ไม่ได้ยืดเยื้อนานเท่าไรนัก ศักยภาพของทั้งคู่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ยื้อได้เพียงครึ่งวัน ฤทธาจารย์ก็ถูกประมุขแห่งนับอนันต์ส่งเข้าไปในมิติชั้นลึก จากนั้นประมุขแห่งนับอนันต์ก็ยกมือเก็บห้วงสมุทรแห่งมหามรรคาอันกว้างใหญ่เข้ามาไว้ในมือ ก่อนจะหายไปในความมืดมิด

เจียงฉางเซิงไม่ได้สนใจคำพูดโน้มน้าวของทัณฑ์ริษยากับท่านอัครจักรพรรดิไฮ่เทียนแม้แต่น้อย เขาไม่ได้สนใจห้วงสมุทรแห่งมหามรรคาเลยสักนิด

“เอาล่ะ กลับไปฝึกฝนเถิด”

เจียงฉางเซิงทิ้งท้ายไว้เช่นนี้แล้วก็หายตัวไป จิตที่ครอบคลุมขอบเขตโชคชะตาวิถีเซียนก็หายตามไปด้วย

กุยหลีไม่ได้อยู่ต่อนานสักเท่าไร นางกลับมาที่หน้าอนธการ ทำการรู้แจ้งมหามรรคาอนธการต่อ

เจียงฉางเซิงหลอมสมบัติต่อ แต่ในช่วงเวลาต่อมา เขาพบว่ากุยหลีกำลังศึกษาอภินิหารรวมถึงศาสตร์การต่อสู้ นางถึงขั้นเรียกเทพแห่งจิตมารกับเทพแห่งเคราะห์ร้ายมาฝึกด้วยกัน

ทั้งสามคนล้วนเป็นเทพเจ้ามรรคาสวรรค์ แต่กุยหลีเหนือกว่าเทพแห่งเคราะห์ร้ายกับเทพแห่งจิตมารทุกด้าน เทพทั้งสองถูกกดขี่อย่างทรมาน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้

เจียงฉางเซิงเกิดความสนใจขึ้นมา เขาสังเกตอยู่นานมาก ไม่ได้เข้าไปชี้แนะกุยหลี แต่ปล่อยให้นางเติบโตอย่างอิสระ

…

ท่ามกลางความมืดมิด ฤทธาจารย์นั่งขัดสมาธิอยู่ อักขระมหามรรคาจำนวนมากขยับแสงวูบวาบอยู่รอบตัว อักขระแต่ละตัวต่างกัน ล้วนซับซ้อนเข้าใจยากทั้งสิ้น

ฤทธาจารย์ลืมตาขึ้นช้าๆ ก่อนจะถามด้วยแววตาที่ซับซ้อน “เจ้ามาด้วยเหตุอันใดกัน”

“ศึกนี้สร้างความโกลาหลไปทั่ว ไม่อยากสนใจก็คงยากแล้ว”

เสียงหนึ่งดังมาจากความมืดมิดข้างหน้า จากนั้นก็เป็นเงาร่างหนึ่งก้าวออกมา

เจียงฉางเซิง!

เมื่อพบเจียงฉางเซิง ฤทธาจารย์ก็ถอนหายใจก่อนจะพูดเสียงเบา “ในยุคที่ข้าไร้พ่ายก็เคยได้ยินตำนานของประมุขแห่งนับอนันต์มาแล้ว น่าเสียดาย ในช่วงชีวิตข้าไม่เคยพบห้วงสมุทรแห่งมหามรรคาปรากฏขึ้นมาก่อน ก็เลยไม่เคยพบประมุขแห่งนับอนันต์”

เจียงฉางเซิงตอบกลับ “ประมุขแห่งนับอนันต์แข็งแกร่งจริงๆ เจ้าแพ้ได้อย่างไม่ต้องละอายใจเลย”

ฤทธาจารย์จ้องมองเขาพลางถาม “ถ้าเป็นเจ้าล่ะ จะชนะได้หรือไม่”

“ข้ายังไม่แน่ใจในพลังทั้งหมดของเขา”

เจียงฉางเซิงพูดเชิงครุ่นคิด เขาเติมประโยคหนึ่งในใจ ‘ถ้าข้าทุ่มพลังทั้งหมด เขาจะต้องตายอย่างแน่นอน’

ฤทธาจารย์เผยรอยยิ้ม รู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อย

เจียงฉางเซิงโบกมือไล่อักขระผนึกทั้งหมดในตัวฤทธาจารย์ออกไป

ฤทธาจารย์พลันหรี่ตาแคบลง ภายในใจเกิดคลื่นลูกใหญ่ขึ้น

เป็นไปได้อย่างไรกัน!

เขาใช้พลังทั้งหมดแล้วก็ยังลบล้างผนึกไม่ได้ แต่มรรคาจารย์กลับทำได้อย่างง่ายดายหรือ

ตอนนี้เขานิ่งไม่ไหวแล้ว

“เจ้า…” ฤทธาจารย์เสียงสั่น จ้องเจียงฉางเซิงตาเขม็งแต่กลับพูดไม่ออก

เจียงฉางเซิงพูดขึ้น “ในเมื่อได้มีชีวิตอีกครั้งก็ควรตั้งใจฝึกบำเพ็ญให้ดี ก้าวข้ามจุดสูงสุดในอดีต ไม่ใช่หรือ”

ตั้งแต่ที่ฤทธาจารย์คืนชีพก็สร้างวิถีเซียนมหาฤทธิ์ขึ้นมา จากนั้นวางแผนการไปเสียทุกอย่าง จะปักหลักที่พันมหาโลกาตอนนี้ให้ได้ ยุคนี้แข็งแกร่งยิ่งกว่ายุคของเขาในอดีต ผู้แข็งแกร่งดุจดั่งเมฆา เพื่อที่จะปักหลักแล้ว เขาก็เริ่มจะสูญเสียความเป็นตัวเองไปทีละนิด

ฤทธาจารย์เชื่อมั่นว่าแค่ตัวเองแข็งแกร่งก็พอแล้ว ตัวเขาในตอนนั้นก็แข็งแกร่งขึ้นเพราะอาศัยการฝึกบำเพ็ญ แต่เขาในตอนนี้กลับตามหาโชคลิขิตของมหามรรคาไปทั่ว

ฤทธาจารย์ถามด้วยแววตาซับซ้อน “เหตุใดต้องช่วยข้า ข้าคล้อยตามมหามรรคาไปแล้ว ถ้ามหามรรคาให้ข้าฆ่าเจ้า ข้าก็จะเป็นศัตรูของเจ้า”

เจียงฉางเซิงตอบกลับ “คิดเสียว่าตอบแทนที่ตอนนั้นเจ้าถ่ายทอดวิชาเทพให้ก็แล้วกัน”

พูดจบเจียงฉางเซิงก็หันกลับเดินไปสู่ความมืดมิด ก่อนที่ร่างของเขาจะหายไปก็ยังทิ้งท้ายไว้หนึ่งประโยค “เจ้าเป็นชาววิถีเซียน ข้าก็ด้วย หากวันหนึ่งเจ้าอยากกลับมาวิถีเซียน วิถีเซียนก็ยินดีต้อนรับเจ้าเสมอ”

คำพูดนี้ทำให้แววตาของฤทธาจารย์ซับซ้อนมากขึ้น

เขาหยัดกายลุกขึ้นช้าๆ ก่อนจะพูดงึมงำกับตัวเอง “เจ้ากับข้าเป็นชาววิถีเซียนก็จริง แต่วิถีเซียนมีมรรคาจารย์ได้เพียงคนเดียว”

อีกด้านหนึ่ง

เจียงฉางเซิงยังคงหลอมสมบัติ ร่างแยกปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาก่อนจะหลอมรวมเข้าไปในตัวเขา

การไปช่วยฤทธาจารย์ครั้งนี้ หนึ่งเพื่อตัดกรรม สองเพื่อดูพลังของประมุขแห่งนับอนันต์

ต้องบอกว่าประมุขแห่งนับอนันต์แข็งแกร่งจริงๆ เป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดที่เขาเคยพบมา ถ้าไม่ใช่เพราะเขาควบคุมมหามรรคาอนธการอยู่ก็แทบจะไม่มีทางแก้ผนึกของประมุขแห่งนับอนันต์ได้เลย

ขอแค่เป็นผู้บำเพ็ญมหามรรคาก็จะไม่มีทางแก้ผนึกนี้ได้

ในบางความหมาย ประมุขแห่งนับอนันต์ได้หลอมรวมสามพันมหามรรคาแล้ว ไปถึงขีดจำกัดภายในขอบเขตมหามรรคาแล้ว

แต่ต่อให้แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ประมุขแห่งนับอนันต์ก็ไม่ได้รีบบุ่มบ่ามลงมือ เมื่อได้ห้วงสมุทรแห่งมหามรรคาไปแล้วเขาก็ซ่อนตัวฝึกบำเพ็ญ เจียงฉางเซิงนับถือจิตใจเช่นนี้ และยังรู้สึกเหมือนเดินอยู่บนเส้นทางเดียวกัน

ดูจากนิสัยแล้ว ประมุขแห่งนับอนันต์คล้ายกับเขามากจริงๆ ถ้าไม่เจอสิ่งที่ตัวเองต้องการก็จะไม่โผล่หน้าออกมา เอาแต่ตั้งใจฝึกบำเพ็ญ

แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด แวบแรกที่ได้พบประมุขแห่งนับอนันต์ เจียงฉางเซิงก็มีความรู้สึกราวกับเป็นศัตรูตัวฉกาจ จะไล่ความรู้สึกเช่นนี้ก็ไล่ไม่ไป

มหันตภัย!

นี่คือลางสังหรณ์ของเจียงฉางเซิง

เขากับประมุขแห่งนับอนันต์จะต้องมีศึกกันอย่างแน่นอน

นี่คือศึกที่จะขาดไปไม่ได้ในกระบวนการท้าทายเจตจำนงมหามรรคา ทำนายเหตุไม่ได้ ไม่รู้แรงจูงใจ แต่ศึกนี้ต้องเกิดขึ้นแน่นอน

เจียงฉางเซิงรอมหามรรคาอนธการสมบูรณ์แบบได้ แต่ประมุขแห่งนับอนันต์ก็สร้างมหามรรคาของตัวเองขึ้นมาได้เช่นกัน

เส้นทางแคบสุดท้ายแล้วก็หนีไม่พ้นกัน!

เจียงฉางเซิงไม่มีความเกรงกลัวสักนิด ไม่มีอาการจิตตก แต่กลับเฝ้ารอคอยด้วยซ้ำ

“ประมุขแห่งนับอนันต์ เจ้าก็น่าจะรู้สึกได้เหมือนกันสินะ”

กลางเมฆดาราลึกลับ ประมุขแห่งนับอนันต์พลันลืมตาขึ้น คิ้วขมวดเล็กน้อย

เขารู้สึกได้ว่าผนึกของเขาหายไป ในชั่วพริบตานี้เอง ภายในใจเขาก็เกิดความรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมา

ในที่สุดมหันตภัยกลางชะตากรรมก็มาถึงแล้ว!

ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาครอบครองสามพันมหามรรคา เขาก็รู้สึกได้ว่ามีมหันตภัยนี้อยู่ลับๆ นี่คือมหันตภัยที่ต้องเผชิญ

เขารอมาไม่รู้กี่ปีแล้ว ในที่สุดมหันตภัยนี้ก็มาถึง ในกาลเวลาอันยาวนาน เขาถึงขั้นเคยบ่มเพาะสุดยอดอัจฉริยะเพื่อช่วยให้พวกเขาเป็นมหันตภัยของตัวเอง แต่ทุกคนต่างก็ล้มเหลวกันทั้งสิ้น

จนบัดนี้มรรคาจารย์แห่งวิถีเซียนผู้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วพันมหาโลกาก็ถูกเขามองว่าเป็นผู้ถูกเลือกให้เป็นมหันตภัยเช่นกัน

ตอนนี้มหันตภัยอุบัติขึ้นแล้ว เขาไม่มั่นใจว่าเป็นใคร แต่การมาของมหันตภัยก็ทำให้เขาตื่นเต้นมาก

เขาไม่ผลีผลามออกไปตามหามหันตภัย แต่ก้มหน้ามองห้วงสมุทรแห่งมหามรรคาในมือตัวเอง

“หวังว่าในวันที่มรรคาของข้าสำเร็จ มรรคาของเจ้าก็จะสำเร็จเช่นกัน”

ประมุขแห่งนับอนันต์พูดงึมงำกับตัวเอง จากนั้นหลับตาลงช้าๆ รู้แจ้งห้วงสมุทรแห่งมหามรรคาต่อ

เขาเชื่อว่ามหันตภัยของเขาก็กำลังพยายามแสวงหามรรคาของตนเองเช่นกัน

กาลเวลาผันผ่านไปไม่หวนคืน โลกแปรเปลี่ยนไป จักรวาลหมุนเคลื่อนดาราเปลี่ยนทิศ มรรคาของพันมหาโลกาเกิดขึ้นและดับไป ทุกสรรพสิ่งกำลังลอยอยู่ในสังสารวัฏของความเป็นและความตาย ดุจดั่งกาลเวลา มองไม่เห็นปลายทาง จินตนาการไม่ถึงฝั่งฝัน

หลังจากที่ส่งสมบัติอาคมกับยาลูกกลอนที่ตัวเองหลอมให้กับไป๋ฉีแล้ว เจียงฉางเซิงก็เริ่มปิดด่านต่อ รู้แจ้งมรรคาธรรมชาติ สร้างโลกใหม่ขึ้นมา

เมื่อมรรคาจารย์ไม่ปรากฏตัว ตำนานก็ได้เริ่มบทใหม่ไปทีละหน้า อดีตกลายเป็นเก่าแก่ สิ่งที่เป็นปัจจุบันถึงได้เริ่มจารึก

มหาพิภพจิตจร

เหนือทะเลเมฆ ภูเขาผุดยอดขึ้นมาหลายแห่ง บนหน้าผาแห่งหนึ่ง กลุ่มผู้บำเพ็ญเซียนหนุ่มสาวกำลังนั่งล้อมรอบใต้ต้นไม้ ฟังผู้เฒ่าท่านหนึ่งเล่าตำนาน

ผู้เฒ่าท่านนี้ก็คือเฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์อดีตผู้แข็งแกร่งที่สุดของห้วงอนันต์แห่งสุญญตา สามารถพยากรณ์ได้ทุกสรรพสิ่ง ต่อมาได้ภักดีต่อมรรคาจารย์ ได้รับชีวิตใหม่

เฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์ในตอนนี้ดูราวกับเทพเซียน ผมขาวพลิ้วไหว สวมเสื้อคลุมสีขาว ราวกับว่าจะสลายเป็นขนนกลอยขึ้นเป็นเซียนได้ทุกเมื่อ

“ศึกชิงจักรพรรดิสวรรค์ในตอนนั้น ข่งเชวียต่อสู้กับขั้นพรหมเซียนทองสามคนพร้อมกัน ในมือถือคันศรเทวะเมฆาม่วง ทำลายกายเนื้อของขั้นพรหมเซียนทองสามคนพร้อมกันได้ ศึกเดียวได้เป็นจักรพรรดิสวรรค์ที่แข็งแกร่งที่สุด ศึกนั้นเรียกได้ว่าสร้างความตื่นตะลึงไปทั้งหมื่นโลก ตาแก่อย่างข้าได้เห็นกับตาตัวเองเลยล่ะ!”

เฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์ลูบเคราพลางพูดด้วยรอยยิ้ม ผู้บำเพ็ญเซียนหนุ่มสาวส่งเสียงชิชะพร้อมกัน

ผู้บำเพ็ญเซียนหญิงคนหนึ่งทำเสียงหึ “ผู้อาวุโส ศึกชิงจักรพรรดิสวรรค์เป็นเรื่องเมื่อยี่สิบล้านปีก่อนแล้ว หากท่านมีอายุยี่สิบล้านปี เหตุใดถึงยังไม่บรรลุขั้นพรหมเซียนทองอีกเล่า”

เมื่อสิ้นคำพูดนี้ ผู้บำเพ็ญเซียนคนอื่นต่างก็คล้อยตาม

“ถึงในมหาพิภพจิตจรจะมีขั้นพรหมเซียนทอง แต่ก็ไม่ใช่คนระดับที่พวกเราจะได้พบกันง่ายๆ เลย!”

“ใช่แล้วๆ เมื่อก่อนข้าก็เคยพบผู้อาวุโสจักรพรรดิเซียนท่านหนึ่ง แค่นี้ก็คุยโม้ได้ทั้งชาติแล้ว”

“วิถีเซียนกว้างใหญ่ไพศาล อย่าว่าแต่มีอายุยี่สิบล้านปีเลย แค่ล้านปี สำหรับพวกเขาก็เรียกว่ามีชีวิตนิรันดร์แล้ว”

“ให้ผู้อาวุโสโม้ต่อเถอะ ข้ากำลังสนุกเลย ต่อให้เป็นเรื่องแต่งก็แต่งได้น่าสนใจดี”

“ผู้อาวุโส ไม่ต้องพูดถึงจักรพรรดิสวรรค์หรอก คนเหล่านั้นเก่าแก่เกินไป พูดถึงเผ่าเจียงดีกว่า ได้ยินว่าเผ่าเจียงมีสายเลือดเดียวกับมรรคาจารย์ ในโลกนี้มีเผ่าเจียงอยู่จริงๆ หรือไม่”

เมื่อเห็นว่าผู้บำเพ็ญเหล่านี้พูดกันไม่หยุดปาก เฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์ก็แค่นเสียงขึ้นจมูก “เจ้าเด็กพวกนี้นี่ จะสงสัยข้าก็ช่างเถอะ แต่ยังกล้าสงสัยเผ่าเจียงอีกรึ เผ่าเจียงมีนักบุญมรรคาสวรรค์ ระวังจะล้ำเส้นล่ะ แต่ในเมื่อพวกเจ้าเคยได้ยินตำนานของเผ่าเจียง เช่นนั้นข้าก็จะเล่าถึงเจียงยวนให้ฟัง ท่านนี้น่ะคือเจ้าอธรรมผู้ยิ่งใหญ่ของเผ่าเจียง”

พอสิ้นคำว่าเจียงยวน เหล่าผู้บำเพ็ญก็เงียบลงทันควัน มีสีหน้าตึงเครียดขึ้นมา เห็นได้ชัดว่าพวกเขาก็เคยได้ยินนามของเจียงยวนมาก่อน

เฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์พูดเสียงเนิบช้า “เจ้าอธรรมบรรพกาล เจียงยวน เขาเคยแย่งชิงดวงเนตรแห่งมหามรรคาของสายเลือดจักรพรรดิเผ่าเจียง ปลุกตื่นดวงเนตรแห่งมหามรรคาที่ทัดเทียมกับของมรรคาจารย์ ต่อมาบุกแดนสวรรค์เพียงลำพัง แย่งชิงกระดูกมรรคา กายเนื้อบรรลุอัครจักรพรรดิ พลังรบเป็นหนึ่งไร้เทียมทาน ตำนานเหล่านี้พวกเจ้าก็น่าจะเคยได้ยินมาสินะ เช่นนั้นพวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดเจียงยวนถึงต้องชิงดวงเนตรแห่งมหามรรคาจากคนเผ่าเดียวกันด้วย”

ผู้บำเพ็ญทุกคนกำลังตั้งใจฟัง เมื่อได้ยินคำถามของเขา ทุกคนก็รีบส่ายหน้า

“เพราะมีตำนานที่เก่าแก่กว่าอยู่เรื่องหนึ่ง”

…………………

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 769 เจ้าอธรรมบรรพกาล"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย