ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน - ตอนที่ 767 จักรพรรดิสวรรค์แห่งสี่ทิศ
หลังจากท่านอัครจักรพรรดิไฮ่เทียนจากไป เต้าคุนหลุนก็ครุ่นคิดสิ่งที่เขาพูดมาตลอด ห้วงสมุทรแห่งมหามรรคาที่ให้กำเนิดพลังชีวิตแห่งมหามรรคาย่อมไม่ธรรมดา บรรดาวิถีบำเพ็ญที่ดำรงอยู่ในพันมหาโลกา หากไม่พัฒนาก็มีแต่จะถอยหลัง ถ้าห้วงสมุทรแห่งมหามรรคามีโชควาสนาอันยอดเยี่ยมอยู่จริง วิถีเซียนจะพลาดโอกาสได้เช่นไร
ด้วยเหตุนี้ หลังจากเขาใคร่วครวญอยู่ครึ่งชั่วยาม ก็ขยับตัวเดินทางไปเยือนตำหนักเมฆาม่วง
“อืม ข้าทราบแล้ว เจ้ากลับไปเถิด”
หลังจากฟังเต้าคุนหลุนกล่าวจบ เจียงฉางเซิงก็เอ่ยตอบอย่างนิ่งสงบ
เต้าคุนหลุนรีบคำนับขอตัวออกไป หลังจากก้าวออกจากตำหนักเมฆาม่วงแล้วเขาก็ยิ้มเยาะตนเอง นั่นสินะ ไม่ว่าสิ่งใดก็ปิดบังท่านอาจารย์ไม่ได้หรอก
ในเวลาเดียวกันนั้น หัวใจของเจียงฉางเซิงกลับไม่นิ่งสงบ เริ่มจากพานพบห้วงสมุทรกำเนิดฟ้า วันนี้ยังมีห้วงสมุทรแห่งมหามรรคาโผล่ออกมาอีก หากจะบอกว่าสองสิ่งนี้ไม่เกี่ยวข้องกัน เขาย่อมไม่เชื่อ
จิตของเขาพุ่งผ่านกาลเวลามุ่งหน้าไปยังห้วงสมุทรกำเนิดฟ้าทันที เมื่อมาถึงใจกลางของพายุฝนที่ซัดกระหน่ำ เจียงฉางเซิงก็ตะโกนเรียกทัณฑ์ริษยา
กลุ่มเมฆอสนีบาตแหวกออก ทัณฑ์ริษยาปรากฏกาย เขาถามอย่างสงสัยใคร่รู้ “มีธุระอันใด เจ้าคงไม่คิดจะจัดการเจตจำนงแห่งมหามรรคาเร็วถึงเพียงนี้กระมัง อย่าคิดอะไรบ้าๆ เสียเล่า”
ในใจเขาฉงน เจ้าหมอนี่ภายนอกก็ดูมิใช่คนบุ่มบ่ามสักหน่อย
“ข้าอยากรู้ความเป็นมาของห้วงสมุทรแห่งมหามรรคา” เจียงฉางเซิงเอ่ยตามตรง แม้แต่น้ำเสียงก็เปลี่ยนจากเดิมเล็กน้อยแล้ว นับว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกหน่อย ไม่กีดกันอีกฝ่ายให้ห่างเหินแล้ว
ทัณฑ์ริษยาได้ยิน น้ำเสียงก็ยิ่งประหลาดใจ “ห้วงสมุทรแห่งมหามรรคาปรากฏขึ้นมาแล้วรึ คงเพราะสัมผัสได้ว่าพลังของห้วงสมุทรกำเนิดฟ้ามาเยือนพันมหาโลกาแล้ว ห้วงสมุทรแห่งมหามรรคานั่นเป็นของดีสำหรับสิ่งมีชีวิตอย่างพวกเจ้า ห้วงสมุทรแห่งมหามรรคาถือกำเนิดมาจากห้วงสมุทรกำเนิดฟ้า ขณะที่ห้วงสมุทรกำเนิดฟ้าให้กำเนิดทุกสรรพสิ่งในพันมหาโลกา อาณาเขตทะเลแห่งหนึ่งของมันก็ให้กำเนิดมหามรรคาทั้งสามพันสาย ที่แห่งนั้นก็คือห้วงสมุทรแห่งมหามรรคา หลังจากห้วงสมุทรกำเนิดฟ้าถูกขับไล่ก็เหลือเพียงห้วงสมุทรแห่งมหามรรคา ห้วงสมุทรแห่งมหามรรคาตั้งอยู่ด้านบนสุดของพันมหาโลกา ครอบครองห้วงสุญญตาอันเป็นเอกเทศ ยากนักที่สรรพชีวิตจะหามันพบ
พันมหาโลกาขยายตัวอย่างไร้ขอบเขตได้ ห้วงสมุทรกำเนิดฟ้าที่ให้กำเนิดมันก็เป็นเช่นเดียวกัน แต่ยามนี้มันอยู่ในปฐมบรรพกาลจึงถูกจำกัดไว้ แต่ห้วงสมุทรแห่งมหามรรคาตั้งอยู่ที่พันมหาโลกา ดังนั้นห้วงสมุทรแห่งมหามรรคาจึงขยายตัวได้อย่างไร้ขีดจำกัด แค่ช้ากว่าพันมหาโลกาเท่านั้น เมื่อมันขยายถึงระดับหนึ่ง มหามรรคาก็จะขับไล่ห้วงสมุทรแห่งมหามรรคาส่วนหนึ่งออกไป แต่ส่วนที่ถูกขับไล่นั้นด้านในยังเต็มไปด้วยกฎของมหามรรคาทั้งสามพันสาย ดังนั้นสิ่งมีชีวิตในพันมหาโลกาจึงพากันแย่งชิงมัน เจ้าก็ไปเถิด ได้ห้วงสมุทรแห่งมหามรรคามาครอง มีประโยชน์นับร้อยไม่มีอันตรายแม้แต่อย่างเดียว”
เขาหวังว่าเจียงฉางเซิงยิ่งแข็งแกร่งก็ยิ่งดี แม้เขาจะไม่มีกำลังไปต่อกรกับผู้ใดแล้ว แต่เขาพอจะมองพลังของเจียงฉางเซิงออก เขายังห่างชั้นจากเจตจำนงแห่งมหามรรคาอยู่มากโข
เจียงฉางเซิงพยักหน้าแล้วเปลี่ยนเรื่องถามว่า “ในเมื่อห้วงสมุทรแห่งมหามรรคาช่วยให้วิถีบำเพ็ญแข็งแกร่งขึ้นได้ เหตุใดเจตจำนงแห่งมหามรรคาจึงไม่คุมมันไว้แล้วล่ะ”
“ฮ่าๆ พวกเราเจตจำนงแห่งมหามรรคาทั้งสามเป็นเพียงผู้ปกครองพันมหาโลกาเท่านั้น แต่ผู้ควบคุมทุกสิ่งที่แท้จริงคือมรรคา พวกเราต้องรวมร่างกันก่อนจึงจะทำเช่นนั้นได้ เจตจำนงแห่งมหามรรคาในปัจจุบันควบคุมห้วงสมุทรแห่งมหามรรคาไม่ได้แล้ว เขามักจะหลับใหลอยู่ตลอด เว้นเสียแต่มีวิถีบำเพ็ญใดแข็งแกร่งจนปลุกให้เขาตื่น ทว่ายามใดเขาตื่นขึ้นมา เขาก็กำราบพวกนอกรีตของพันมหาโลกาได้อย่างง่ายดายเสมอ”
ทัณฑ์ริษยาเอ่ยตอบ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความริษยา
เจียงฉางเซิงถามต่อด้วยความสงสัย “พวกเจ้าล้วนเป็นเจตจำนงแห่งมหามรรคา เหตุใดเขาจึงแข็งแกร่งที่สุดเล่า”
“ตั้งแต่ถือกำเนิดก็เป็นเช่นนี้แล้ว ก็เหมือนสรรพชีวิตที่พรสวรรค์แตกต่างกัน เจ้าถามข้า แล้วข้าจะถามผู้ใดเล่า ถามมรรคาหรือ ข้าไม่อยากพบเจอเขาหรอก” ทัณฑ์ริษยาแค่นเสียงตอบ
เจียงฉางเซิงขบขัน จู่ๆ เขาก็พบว่าทัณฑ์ริษยาผู้นี้น่ารักอยู่นิดหน่อย บนตัวเขาไม่มีความเย็นชาของมหามรรคา แต่กลับคล้ายมนุษย์เดินดินมากกว่า เขามีอารมณ์ของตนเอง เจียงฉางเซิงถึงขั้นสงสัยว่าเจ้าหมอนี่ถูกมนุษย์เดินดินคนใดยึดครองร่างไปหรือเปล่า บางทีเจ้าหมอนี่อาจเป็นมนุษย์ที่ทะลุมิติมาก็ได้
ดูเหมือนความแค้นเคืองของทัณฑ์ริษยาจะถูกตีให้ฟุ้งขึ้นมาเสียแล้ว เขาจึงเริ่มพูดไม่หยุด น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่พอใจต่อมรรคา
มรรคาแยกร่างออกเป็นเจตจำนงแห่งมหามรรคาทั้งสาม แต่ปรากฏว่าในหมู่เจตจำนงแห่งมหามรรคาด้วยกัน พลังกลับแข็งแกร่งอ่อนแอต่างกัน จากที่ทัณฑ์ริษยาเล่า ก่อนเขาหลบหนีมาซ่อนตัวเขาเป็นลำดับสอง ส่วนลำดับสามคือกำเนิดทัณฑ์ ทัณฑ์ริษยาเล่นงานกำเนิดทัณฑ์ได้ง่ายดายดุจพลิกฝ่ามือ แต่ต่อให้พวกเขาสองตนร่วมมือกันก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจตจำนงแห่งมหามรรคาอีกตนหนึ่ง
เจียงฉางเซิงถามว่าแล้วเหตุใดเจตจำนงแห่งมหามรรคาจึงอยากกำจัดเขา ไม่ใช่กำเนิดทัณฑ์
“ข้ามีนามว่าทัณฑ์ริษยา จากนามนี้ก็น่าจะเข้าใจได้ว่าข้านิสัยอย่างไร ปกติข้ามักจะกระด้างกระเดื่องกับเขา ส่วนเจ้ากำเนิดทัณฑ์นั่นรู้จักแต่ประจบ…” ทัณฑ์ริษยานึกถึงเรื่องนี้ ความโกรธก็พลุ่งพล่านทั่วร่าง
เจียงฉางเซิงถอนหายใจเงียบๆ ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็เจอแต่เรื่องแบบนี้สินะ
พวกเขาสนทนากันเนิ่นนาน จากนั้นเจียงฉางเซิงก็ขอตัวกลับ ทัณฑ์ริษยาดูเหมือนยังเล่าไม่สาแก่ใจ ก่อนจากกัน เขาจึงชวนเจียงฉางเซิงว่าอยากมาหาเขาก็มาได้ตลอดเวลา
ดวงจิตของเจียงฉางเซิงหวนกลับมาตำหนักเมฆาม่วงแล้วคลี่ยิ้ม แอบคิดในใจ ‘มิว่าผู้ใดล้วนไม่อาจต้านทานความเหงาสินะ ทัณฑ์ริษยาเป็นเช่นนี้ มรรคาก็คงเป็นเช่นเดียวกัน’
หลังทราบประโยชน์ของห้วงสมุทรแห่งมหามรรคา เขาก็ยังไม่หวั่นไหว
โชควาสนาที่มีมหามรรคาสามพันสายอัดแน่นอยู่ข้างใน ฟังดูยอดเยี่ยมยิ่ง แต่มันก็ยังไม่หลุดพ้นจากอำนาจของมหามรรคาอยู่ดี แล้วไยเขาต้องเอาตัวไปแปดเปื้อนด้วยเล่า
เจียงฉางเซิงหลับตาลง เขามุ่งมั่นกับการศึกษามหามรรคาอนธการต่อ
ช่วงเวลาอันยาวนานในห้วงสมุทรกำเนิดฟ้า เขานำสิ่งที่ตัวเขาบรรลุมาผสานในอนธการ ทำให้อนธการมีคุณสมบัติขยายตัวได้อย่างไร้ขอบเขต แต่สิ่งเหล่านี้ก็เป็นเพียงเครื่องประดับของอนธการเท่านั้น หลังจากอนธการก่อตัวสำเร็จ มันจึงจะเริ่มแข็งแกร่งขึ้นอย่างแท้จริง
ดูจากระดับขั้นของเจียงฉางเซิงที่กำลังเพิ่มขึ้นตอนนี้ หลังจากมหามรรคาอนธการก่อตัวสำเร็จ พลังของเขาคงรุดหน้าอย่างก้าวกระโดด นี่ไม่ใช่การพูดเกินจริงแม้แต่น้อย ถึงยามนั้น ศัตรูของเขาคงมีเพียงเจตจำนงแห่งมหามรรคา ตัวตนอื่นใดล้วนไม่มีค่าให้ชายตาแลทั้งสิ้น!
ต่อจากนี้จดจ่อสมาธิกับอนธการก็แล้วกัน!
เจียงฉางเซิงคิดในใจเช่นนี้ เขาตัดสินใจว่าจะปิดด่านฝึกบำเพ็ญอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน
เขาไม่ปิดด่านฝึกบำเพ็ญมานานแล้ว สมควรทุ่มความคิดจดจ่อกับเรื่องนี้เสียบ้าง
การหลับตาหนนี้ของเขาจึงยาวนานดุจตราบชั่วฟ้าดินสลาย มันกินเวลายาวนานชนิดที่เก้าในสิบส่วนของสิ่งมีชีวิตในวิถีเซียนจินตนาการไม่ออก
…
กาลเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ตะวันจันทราของวิถีเซียนหมุนเวียนวน ยุคสมัยผ่านไปยุคแล้วยุคเล่า ยุคสมัยใหม่เดินทางมาเยือน
โลกรอบแดนเซียนพรหมเริ่มผงาดขึ้นมา ดินแดนที่กำลังรุ่งโรจน์ที่สุดก็คือโลกเซียนพิภพ บุคคลผู้เป็นเสาค้ำจุนก็คือสิงเทียน สิงเทียนในยามนี้เป็นหนึ่งในผู้ยิ่งใหญ่ที่มีจำนวนไม่เท่าไรของวิถีเซียน เขาอยู่ในทำเนียบขั้นพรหมเซียนทองแล้ว มือถือโล่กับขวานยักษ์ แผลงฤทธิ์เดชสะท้านฟ้าสะเทือนดิน การมีอยู่ของเขาทำให้ปวงสวรรค์หมื่นโลกาไม่กล้าดูแคลนโลกเซียนพิภพ
ศึกที่สิงเทียนภาคภูมิใจที่สุดก็คือศึกที่เขาเอาชนะพระศรีอาริยเมตไตรยของลัทธิพุทธ ในฐานะผู้กุมอำนาจคนสำคัญของลัทธิพุทธในปัจจุบัน พระศรีอาริยเมตไตรยครอบครองอาณาจักรพุทธอยู่ในมือ บุญบารมีล้ำเลิศหาใดเปรียบ ใต้หล้าไม่มีผู้ใดทำลายกายทองของเขาได้ แต่สิงเทียนทำได้ หนึ่งขวานฟันกายทองของเขาแตก บนภูเขาวิญญาณมีหุบเขาแห่งหนึ่งเกิดจากการฟันของเขาและยังเหลืออยู่มาจนถึงทุกวันนี้ มันลากยาวตั้งแต่ตีนเขาจรดยอดเขา ยิ่งใหญ่อลังการอย่างยิ่ง
เหนือฟากฟ้า แดนสวรรค์อาศัยโลกอนธการเพิ่มพูนอำนาจอย่างรวดเร็ว จนอำนาจเหนือกว่าก่อนหน้าอย่างเทียบไม่ติด จำนวนโลกสวรรค์ที่ถูกสร้างขึ้นมามีมากกว่าสิบล้านใบแล้ว โลกสวรรค์ใบหลักยังคงอยู่ที่แดนเซียนพรหม เทพเซียนที่รวมตัวกันอยู่ในที่แห่งนี้ล้วนเป็นเทพเก่าแก่ แต่ละตนล้วนเป็นตัวตนที่อยู่ในตำนาน
วันนี้ ในตำหนักเหนือเมฆา
จักรพรรดิสวรรค์ออกมาคุมประชุมด้วยตนเอง มหาจักรพรรดิจื่อเวยนั่งอยู่ด้านข้าง เผินๆ ดูเหมือนนั่งเทียบเคียงเสมอกัน แต่บัลลังก์มังกรของเขาน่าเกรงขามน้อยกว่าบัลลังก์มังกรของจักรพรรดิสวรรค์อย่างเทียบไม่ติด
เทพเซียนชุมนุมกันในโถงตำหนัก ส่วนมากล้วนเป็นผู้ที่สถาปนาเป็นเทพรุ่นแรกสุด มรรคาจารย์เห็นแก่อดีต จักรพรรดิสวรรค์ก็ไม่ต่างกัน แม้เทพเซียนเหล่านี้จะเคยทำผิดพลาด แต่ขอเพียงไถ่โทษครบตามกำหนดแล้ว ก็ถูกเรียกตัวกลับมาใหม่ได้อยู่ดี
“ยามนี้แดนสวรรค์ขยายอำนาจออกไปกว้างขวางยิ่งนัก เราจึงอยากเลือกจักรพรรดิสวรรค์แห่งสี่ทิศ แบ่งแดนสวรรค์ออกเป็นแดนสวรรค์สี่ทิศ ให้จักรพรรดิสวรรค์ทั้งสี่ทิศปกครอง ส่วนโลกสวรรค์ที่แดนเซียนพรหมจะปกครองแดนสวรรค์ทั้งสี่ทิศอีกต่อหนึ่ง พวกเจ้าคิดเห็นเช่นไร”
จักรพรรดิสวรรค์เอ่ยเนิบช้า แม้ส่วนใหญ่เจียงซิ่วจะเป็นผู้ดูแลเรื่องต่างๆ แต่อำนาจของจักรพรรดิสวรรค์ก็ไม่เคยสั่นคลอน
เฉินหลี่ยิ้มตอบก่อนเป็นคนแรก “ความคิดของฝ่าบาทดีเลิศ แดนสวรรค์สมควรแบ่งลำดับแบ่งขั้นแล้วจริงๆ ต้องแบ่งลำดับขั้นไปเรื่อยๆ เช่นนี้จึงจะปกครองวิถีเซียนได้ดียิ่งขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น”
ในเมื่อมหาเทพเอ่ยปากแล้ว เทพเซียนตนอื่นย่อมคล้อยตาม ไม่ว่าจะคิดอย่างไร การทำเช่นนี้ก็มีประโยชน์สำหรับพวกเขา มันดันตำแหน่งพวกเขาให้สูงขึ้น ซ้ำยังช่วยให้พวกเขามีเรื่องน่ารำคาญใจน้อยลง มีเวลาไปศึกษามรรคาให้ดีกว่าเดิม
จักรพรรดิสวรรค์เอ่ยต่อ “การคัดเลือดจักรพรรรดิสวรรค์แห่งสี่ทิศ เราตั้งใจจะเลือกจากทั่วทุกสรวงสวรรค์หมื่นโลกา ขอเพียงเป็นขั้นพรหมเซียนทองล้วนมีสิทธิ์มาขันแข่งได้”
แผนการนี้ได้รับการเห็นพ้องจากเทพเซียนทั้งหลายอีกเหมือนกัน
แดนสวรรค์ต้องการจักรพรรดิสวรรค์ผู้แข็งแกร่งเอาไว้รับมือลัทธิต่างๆ จักรพรรดิสวรรค์ที่ได้มาจากการแข่งขันย่อมฝีไม้ลายมือเก่งกาจกว่าจักรพรรดิสวรรค์ที่แต่งตั้งเองอยู่แล้ว
หลังจากนั้นจักรพรรดิสวรรค์จึงเริ่มจัดแจงเกี่ยวกับเรื่องนี้ เริ่มแรกคือประกาศเรื่องนี้ออกไป แล้วก็ต้องเตรียมของปลอบใจให้ขั้นพรหมเซียนทองที่พ่ายแพ้การแข่งขันด้วย ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นการฉีกหน้าขั้นพรหมเซียนทองเอา
ขั้นพรหมเซียนทองต่อให้พ่ายแพ้ก็ยังเป็นขั้นพรหมเซียนทองอยู่ดี แดนสวรรค์ต้องรับมือกับพวกเขาอย่างรอบคอบ
ร้อยปีหลังจากนั้น ข่าวการคัดเลือกจักรพรรดิสวรรค์สี่ทิศของแดนสวรรค์ก็แพร่ไปทั่ว ปวงสวรรค์หมื่นโลกาต่างตื่นเต้น ผู้มีอำนาจในลัทธิต่างๆ ล้วนหวั่นไหว หากได้ครองตำแหน่งจักรพรรดิสวรรค์ โชควาสนาย่อมไหลมาหาลัทธิของพวกเขายิ่งกว่าเดิม แล้วยังได้เป็นนายแห่งแดนสวรรค์อีก แค่ตำแหน่งฐานะก็แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิงแล้ว
ขั้นพรหมเซียนทองทั้งหลายต่างทยอยออกมาประกาศว่าจะเข้าแข่งชิงตำแหน่งจักรพรรดิสวรรค์สี่ทิศ
ทั้งหวงจิงเจวี๋ย เจ้าสวรรค์ เจียงวั่นเซวียน ข่งเชวีย สิงเทียน เยี่ยจ้าน โจวปู๋ซื่อ ชื่อซินจื่อและคนอื่นๆ อีกหลายคนล้วนจะเข้าร่วม เรื่องนี้จึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่โลกต่างๆ ให้ความสนใจที่สุด
การแข่งขันจักรพรรดิสวรรค์แห่งสี่ทิศแบ่งเป็นหลายรูปแบบก็จริง แต่สรุปแล้วก็คือต้องพึ่งพลังของแต่ละคน แข่งขันกันหนึ่งต่อหนึ่ง
สิงเทียนผู้ได้รับความเชื่อมั่นจากสรรพชีวิตในแดนเซียนพรหมอย่างท่วมท้นพ่ายแพ้ก่อนเป็นคนแรก ซ้ำร้ายยังพ่ายแพ้ให้ยอดฝีมือจากโลกเซียนพิภพเองเสียด้วย
คู่แข่งผู้นั้นก็คือหวงตี้!
ราชันมนุษย์ผู้รวบรวมเผ่ามนุษย์ของโลกเซียนพิภพให้เป็นหนึ่ง ชื่อเสียงของเขาในวิถีเซียนโด่งดังสู้สิงเทียนไม่ได้สักนิด นั่นเพราะว่าเขาออกจากโลกเซียนพิภพน้อยครั้งนัก ผู้ใดจะคิดเล่าว่าเขากลับสะบั้นศีรษะสิงเทียนลงมาได้ เอาชนะโดยที่เหนือกว่ามาก แม้สิงเทียนจะใช้หัวนมเป็นดวงตา ใช้สะดือเป็นปาก ต่อสู้อย่างดุเดือดต่อ แต่ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่ายอยู่ดี สุดท้ายเขาก็ถูกผนึกไว้ในโลกเซียนพิภพ
ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ย่อยยับของสิงเทียนเท่านั้นที่ทำให้สรรพชีวิตแตกตื่นฮือฮา เจียงวั่นเซวียนผู้ครอบครองมรรคาแห่งการแยกร่างก็พ่ายแพ้คนในเผ่าเดียวกันด้วย มิหนำซ้ำอีกฝ่ายยังเป็นเด็กรุ่นหลังคนหนึ่งที่อายุเพิ่งสามล้านปีเท่านั้น
โจวปู๋ซื่อผู้เคยช่วยเหลือแดนสวรรค์ให้เหินสู่เบื้องบนพ่ายแพ้ศิษย์เอกของสำนักเซียนแห่งหนึ่งในเขตทะเลของแดนเซียนพรหม
ผู้บรรลุแห่งดาวเหนือพ่ายแพ้จินฉานจื่อจากลัทธิพุทธ
ประเดี๋ยวก่อน!
ดูๆ แล้วการต่อสู้ชิงตำแหน่งจักรพรรดิสวรรค์นี่กำลังนำความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาให้โครงสร้างของวิถีเซียนชัดๆ
เวลานี้สรรพชีวิตเพิ่งตระหนักว่าพวกเขาไม่เคยมองวิถีเซียนออกอย่างถ่องแท้ ความกว้างใหญ่ของวิถีเซียนทำให้ผู้คนยากจะตัดสินว่าผู้ใดกันแน่คืออันดับหนึ่งแห่งใต้หล้า
ในตำหนักเมฆาม่วงบนสวรรค์ชั้นที่สามสิบสาม
เจียงฉางเซิงลืมตาอย่างเนิบช้า เขาเหยียดร่างคลายกล้ามเนื้อแล้วบิดขี้เกียจ รู้สึกว่าทั่วร่างสบายนัก เขานับนิ้วคำนวณแล้วพบว่าการปิดด่านหนนี้กินเวลายาวนานหกล้านสี่แสนเจ็ดหมื่นปี เขาอายุเกินสี่สิบล้านปีอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวเสียแล้ว
หกล้านปีที่ผ่านมา วิถีเซียนพบปัญหายุ่งยากมากมาย แต่ปัญหาเหล่านั้นไม่รบกวนเขาจนตื่น ส่วนห้วงสมุทรแห่งมหามรรคากับเจ้าของพลังลึกลับที่พูดถึงนั่นยังไม่บุกเข้ามาในวิถีเซียน
ไป๋ฉีกำลังหลอมโอสถอยู่พอดี เห็นเขาตื่นขึ้นมา นางจึงรีบขยับเข้ามาหาแล้วทักทายอย่างตื่นเต้นดีใจ “นายท่าน ในที่สุดท่านก็ตื่นสักที ยามนี้ข้างล่างกำลังแข่งขันชิงตำแหน่งจักรพรรดิสวรรค์แห่งสี่ทิศอยู่ ท่านลองพยากรณ์ดูหน่อยสิเจ้าคะว่าสี่คนไหนจะได้เป็นจักรพรรดิสวรรค์ของทั้งสี่ทิศ”
………………………………………………………